┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[จบ]==
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[จบ]==  (อ่าน 274839 ครั้ง)

ออฟไลน์ route rover

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2428
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +221/-7
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[20]==[P.12]== [25/07/60]
«ตอบ #360 เมื่อ26-07-2017 09:12:22 »

บทหน้า ตัดฉับไปสองปี พี่ภูกลับมาหาเก้าเลยได้มั้ยคะ  :mew2:

นี่ปวดใจ :m15:

ออฟไลน์ shoi_toei

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4365
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +222/-26
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[20]==[P.12]== [25/07/60]
«ตอบ #361 เมื่อ26-07-2017 09:31:04 »

ถึงมันจะฟิน แต่มันฟินไม่สุดอ้ะ !!!

ออฟไลน์ wichta

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 44
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[20]==[P.12]== [25/07/60]
«ตอบ #362 เมื่อ26-07-2017 17:11:25 »

โอยยยย คนอ่านก็ปวดใจ

ออฟไลน์ Kfc_Pizza

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2195
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-1
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[20]==[P.12]== [25/07/60]
«ตอบ #363 เมื่อ26-07-2017 17:19:08 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2067
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-9
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[20]==[P.12]== [25/07/60]
«ตอบ #364 เมื่อ26-07-2017 17:28:54 »

กริ๊ดดดดดดดดดดด

ยอมค่ะ ยอมพี่ภูแล้วจริงๆ

ออฟไลน์ hikkie

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 88
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[20]==[P.12]== [25/07/60]
«ตอบ #365 เมื่อ26-07-2017 17:55:41 »

เรื่องดีๆระหว่างก้อนกะเจ้าของกระต่าย ตอนหน้าเอาหวานๆทิ้งทวนก่อนไปนอกนะคะ
ยังไม่อยากดราม่า

ออฟไลน์ Kfc_Pizza

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2195
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-1
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[20]==[P.12]== [25/07/60]
«ตอบ #366 เมื่อ31-07-2017 09:28:56 »

 :pig4: :pig4:  :pig4:

ออฟไลน์ CHESS.

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 212
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +228/-2
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[20]==[P.12]== [25/07/60]
«ตอบ #367 เมื่อ31-07-2017 15:02:09 »



-21-

 

เราใจตรงกันแล้วใช่ไหม…ใช่สิ...ใช่หรือเปล่าวะ

กลิ้งไปกลิ้งมาก็แล้ว ม้วนตัวเป็นซูชิก็แล้ว ทำยังไงผมก็ยังคิดคำตอบไม่ออกเสียที และประเด็นมันอยู่ตรงที่ผมนอนคิดมานานถึงสามวัน คนอย่างคุณอชิราย่อมไม่ปล่อยให้ตัวเองสงสัยนาน เวลาอยากรู้อะไรต้องหาคำตอบ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล แต่เรื่องของเรื่องคือผมเพิ่งรู้ว่าเรื่องนี้มันใช้อะไรช่วยไม่ได้ทั้งนั้น ทางเดียวที่มีคือการได้ฟังจากปากเจ้าตัวเอง

แล้วทำไมไม่ถาม คนหน้าด้านกลัวเหรอ…

ขอบอกย้ำๆ ชัดๆ ว่าผมพยายามแล้ว...พยายามสุดๆ แล้วด้วย สามวันมานี้ผมได้เจอพี่ภูครั้งเดียวตอนที่เขาแวะเข้ามามหา’ลัยเพื่อส่งงาน พอเจอหน้าผมก็พุ่งเข้าใส่ ตั้งท่าแน่นอนว่าต้องคลายความสงสัยให้ได้ แต่พอได้เจอ…

‘ทำไมหน้าแดง’

ว่าแล้วก็ยกมือมาแปะหน้าผากเหมือนจะวัดไข้ด้วยหน้าตาที่ไม่เปลี่ยนแปลง แต่คนมองนี่ใจสั่นแปดสิบริกเตอร์ เล่นเอาคนหน้าด้านอย่างผมวิ่งหนีแบบที่ไม่เคยทำ แถมกลับมาถึงห้องแล้วยังเอาหัวโขกเตียงอยู่ตั้งนาน

ทำไมไม่ทักไลน์ไป…

นั่นก็พยายามแล้ว พยายามตั้งแต่เอาหัวโขกเตียงแล้วด่าตัวเองอยู่ในใจ บอกว่าถ้าเรื่องกากๆ แค่นี้ยังทำไม่ได้ก็ไปตายให้หนอนแดกซะ แต่…

KAO: พี่ภู!

PHU: *สติกเกอร์กระต่ายงง*

KAO: ผมมีเรื่องจะถาม

PHU: กินข้าวหรือยัง

KAO: กินแล้วครับ

PHU: ไปนอนได้แล้ว

KAO: แต่ผมมีเรื่องจะถาม

PHU: เอาไว้ค่อยถามตอนเจอ ไปนอนได้แล้วไอ้กระต่ายก้อน

KAO: *สติกเกอร์กระต่ายกราบ*

นอกจากจะไม่ได้ถามแล้วกูยังซื้อสติกเกอร์กระต่ายที่โคตรเกลียดมาใช้ตามอีกต่างหาก จะบ้าตาย!

ตอนแรกก็เครียดนะเรื่องที่เขาใกล้จะกลับอังกฤษแล้วแถมยังไม่มีแพลนจะกลับไทยอีกตั้งนาน แต่พอเจอปวดใจไม่แพ้กันนี่...ผมตาย กลายเป็นเอาเวลามาคิดว่าเราใจตรงกันหรือเปล่าแทน เพิ่งรู้ก็ตอนนี้ว่าเรื่องแบบนี้มันยากมากขนาดไหน จะถามใครก็ไม่...ได้

เดี๋ยวดิ ยังเหลืออีกคนนี่นา

ผมกดโทรศัพท์หาเป้าหมายที่มักจะคิดถึงเวลานึกอะไรไม่ออก ได้ยินเสียงรอสายนานก็เริ่มใจเสีย กลัวว่าจะไม่ได้คุย และถ้าวันนี้ผมยังคิดไม่ออกอีก คราวนี้คงต้องหัวแตกตายแน่

[สวัสดีค่ะ]

“จ๋าาาาาาาาาาาา”

[ว๊ายตายแล้ว คนแปลกหน้าที่ไหนโทรมากันคะนี่]

“เราเอง” ผมหน้าหงิก ทั้งดีใจที่จ๋ารับโทรศัพท์และหงุดหงิดใจที่โดนแกล้งตอนต้องการความช่วยเหลือ

[มีอะไรคะ โทรมาหาคุณแม่แบบนี้ต้องมีเรื่องแน่ๆ ทำไม...โดนเขาโกรธเพราะจับได้ว่าจงใจพาหลงป่าเหรอ คิกๆ] ปลายเสียงหัวเราะคิกคักจนน่าตี…ถ้าไม่ติดว่าเป็นจ๋านะ

“เรายังไม่ได้พาเขาหลงป่าเลย”

[ทำไมล่ะคะ...หรือคุณอชิรากาก ทำตามแผนไม่สำเร็จ คิกๆ]

“หยุดหัวเราะเรานะ!” ผมพ่นลมหายใจบรรเทาอาการหัวร้อนก่อนจะรีบหยิบลูกอมชาเขียวข้างเตียงมายัดใส่ปาก

[ไม่แกล้งก็ได้...แต่โทรมาหาคุณแม่ทีไรเป็นเรื่องตลอดเลยนะ โทรมาบอกว่าคิดถึงเฉยๆ หรืออยากกลับบ้านบ้างได้ไหมคะ คุณอชิราไม่กลับบ้านสักทีจนคุณป๋าจะบินไปหาหลายทีแล้วนะ คุณแม่ล่ะเบื่อที่ต้องหาเชือกมาคล้องไว้ มีหมาห้าตัวยังไม่พอ ต้องมาดูแลหมาตัวเท่าควายอีกตัว เหนื่อยค่ะ!] จ๋าได้ทีบ่นยาว ผมก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้างตามประสา

“ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากกลับ…”

[ก็กลับสิคะ]

“เราติดคนอยู่อ่ะ”

[ติดผู้! นี่คุณอชิราเห็นผู้ดีกว่าคุณแม่กับคุณป๋าแล้วเหรอคะ ถ้าคุณป๋ารู้ต้องร้องไห้แน่ๆ] จ๋าพูดด้วยเสียงเล็กเสียงน้อยแบบที่คุณหญิงคุณนายชอบทำ

“เรารู้หรอกว่าจ๋าไม่อยากให้เรากลับ จ๋าชอบบอกว่าเราทำให้จ๋าปวดหัว”

[ตายแล้ว...คุณแม่ไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะคะ]

ไม่เคยคิดนะ แต่เสียงหุหุที่ดังมาแบบจงใจนี่โคตรชัดเจน

“อย่าเพิ่งนอกเรื่องดิจ๋า เราจะโทรมาปรึกษานะ” ผมรีบบอกก่อนจะโดนพาออกทะเลไปไกลกว่าเดิม ถ้าให้จ๋าพูดถึงอดีตขึ้นมาเมื่อไหร่ต้องยาวไปถึงพรุ่งนี้แน่

[ลำไยจังเลยค่ะ มาขัดจังหวะคุณแม่เลือกเครื่องเพชรไปงานแล้วยังพูดมากอีก]

“จ๋าจะไปไหนอ่ะ” ปกติจ๋าก็ไม่ชอบงานเลี้ยงเหมือนผมเพราะมันวุ่นวายน่ารำคาญ จะมีก็แต่โดนป๋าลากไป แต่ครั้งนี้ถึงกับเลือกเครื่องเพชรไปเอง ดูยังไงก็น่าสงสัยสุดๆ

[ไปงานแต่งคุณวิบูลย์เพื่อนคุณแม่เองค่ะ ไม่ได้ไปไร่ดอกไม้ของที่นั่นมาตั้งนานเลยตื่นเต้นนิดหน่อย]

“คุณลุงจะแต่งงานใหม่เหรอ” ผมจำได้ว่าลุงวิบูลย์เป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของจ๋า อายุก็น่าจะพอสมควรแล้ว ตั้งแต่รู้จักกันก็เป็นพ่อหม้ายมาตลอด ไม่คิดเลยว่าจะมาแต่งเอาป่านนี้

[ใช่ค่ะ คืนนี้จะจัดงาน เพราะงั้นคุณแม่ถึงบอกว่าคุณอชิราโทรมาขัดจังหวะไงคะ สรุปจะพูดไม่พูด ถามเยอะเดี๋ยวก็ตัดสายซะนี่]

“ทำไมต้องเกรี้ยวกราดอ่ะ” ผมบ่นเบาๆ กับตัวเอง ถามนิดถามหน่อยแต่จ๋าตอบยาวเองไม่ใช่หรือไง

[พูดมาเร็วๆ ค่ะ อย่าลีลา]

ผมกลอกตาแรงๆ ไปหนึ่งทีก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเพื่อเรียกสติ จากนั้นก็เริ่มเล่าทุกอย่างให้จ๋าฟังช้าๆ

“ก็…”

ทุกอย่างที่ผมจำได้ ผมเล่าให้จ๋าฟังทั้งหมดโดยไม่ปิดบังแม้แต่อย่างเดียว ไม่ว่าจะเรื่องความรู้สึกของตัวเอง ความรู้สึกที่รับรู้ได้จากพี่ภู เรื่องราวที่เราคุยกัน รวมถึงเรื่องที่เขาพูดวันนั้น… ตลอดเวลาที่ผมพูด จ๋าไม่ได้พูดอะไรแทรกเลยแม้แต่อย่างเดียว ถ้าเราคุยกันเรื่องทั่วไปผมคงคิดว่าจ๋าแกล้งวางหูไปแล้ว แต่ทุกๆ ครั้งที่ผมจริงจัง จ๋าเองก็จะตั้งใจไม่แพ้กัน เพราะงั้นผมถึงพูดทุกอย่างออกไปโดยไม่ได้ปกปิดหรือเสียเวลาคิดแม้แต่นิดเดียว

“เราไม่เคยเป็นแบบนี้เลยจ๋า…”

[เป็นยังไงคะ]

“แค่เขาทำอะไรให้หรือพูดจาดีๆ ด้วยก็ดีใจแทบตาย มีความสุขมากจนไม่เป็นตัวของตัวเอง ตอนที่เห็นเขารู้สึกแย่ก็รู้สึกตามไปด้วย ทำเหมือนเป็นตัวเองทั้งที่ไม่ใช่ แล้วยิ่งตอนรู้ว่าเขาจะกลับอังกฤษ…”

[เจ็บ?]

ผมยกมือกุมอก แค่นึกถึงตอนที่เขาบอกก็จำความรู้สึกในตอนนั้นได้แทบจะทันที

“อื้อ...เจ็บมากเลยจ๋า เราปวดใจไปหมดเลย”

[เฮ้อ...คุณอชิราคะ] จ๋าถอนหายใจ เงียบไปพักใหญ่ก่อนจะพูดต่อ [คุณอชิราเคยบอกคุณแม่ว่าตัวเองชอบเขาใช่ไหมคะ]

“ตอนนี้เราก็ยังชอบเขาอยู่”

[ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอเนี่ย] จ๋าบ่นอะไรก็ไม่รู้เบาๆ แต่ผมไม่อยากถามให้พูดซ้ำเพราะกลัวโดนแซะกลับมาอีก แม่นางหาเรื่องจิกได้ทุกอย่างนั่นล่ะ [คุณอชิราเคยบอกคุณแม่ว่าจะทำให้เขาชอบให้ได้ใช่ไหมคะ]

“อื้อ”

[แล้วยังบอกว่าจะพยายามหยุดความรู้สึกตัวเองไว้ จะพยายามให้เขาชอบกลับให้ได้ก่อนถูกมะ]

เคยพูดด้วยเหรอวะ...เออ ถ้าจ๋าว่าเคยก็น่าจะเคย

“ถูกมั้ง”

[คุณแม่รู้ว่าต่อให้เป็นคนหน้าด้านอย่างคุณอชิราก็ยังกลัวความผิดหวัง อยากจะปรบมือให้ที่คิดแบบนั้น แต่พอมาดูวันนี้แล้ว...ไม่ใช่ว่าตกหลุมที่ตัวเองขุดหรือไงคะเนี่ย]

“จ๋า…” ผมครางเสียงอ่อย ไม่ต้องเสียเวลาคิดยังรู้เลยว่าที่จ๋าพูดมันคือความจริง ผมตกหลุมที่ตัวเองขุดจริงๆ นั่นล่ะ

[ตายจริง...ทำไมลูกชายคุณแม่ถึงได้ใจง่ายแบบนี้นะ]

“จ๋า เราโทรมาขอคำปรึกษานะ ไม่ใช่ให้ด่าเราซ้ำ”

[อุ๊ย! ลืมค่ะ ถึงไหนแล้วนะ] จ๋าหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว ดูท่าทางดีใจที่ผมห่อเหี่ยวเกินกว่าจะเถียงอะไรได้เลยเล่นเสียใหญ่โต

“ถึงไหนอะไรล่ะ เราเล่าจบจ๋ายังไม่เริ่มเลย” ผมกลิ้งไปนอนคว่ำพาดหัวอยู่ริมเตียงแล้วรอฟังคำตอบจากปลายสาย

[คุณอชิราแค่กังวลเรื่องที่จะไม่ได้เจอเขาอีกสินะ]

“อือ”

[ตอนนี้สิ่งที่ควรคิดไม่ใช่การวางแผนแล้วนะคะ สิ่งที่ควรคิดคือจะทำยังไงถึงจะคุ้มค่ากับเวลาที่เหลืออยู่ต่างหาก ถ้ายังมัวคิดหาเหตุผลอยู่แบบนี้…รู้หรือเปล่าคะว่าเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์เท่าไหร่แล้ว] จ๋าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย ถึงจะมีเสียงเล็กเสียงน้อยแทรกมา แต่ผมก็ยังตั้งใจฟังทุกอย่างที่จ๋าพูด

“แต่เราอาจจะไม่ได้เจอเขาเป็นปี”

[คุณอชิรารับปากว่าจะช่วยเรื่องน้องเขาไม่ใช่เหรอคะ คิดเสียว่าใช้เวลานี้คิดแผน หรือคิดว่าเป็นการทดสอบอะไรก็ได้สิ จะคิดอะไรก็ได้ที่ทำให้เราสบายใจ คิดไปเถอะค่ะ]

นั่นสินะ...ยังมีเรื่องราวอีกมากมายให้คิด ให้นึกถึง ผมยังมีสิ่งอื่นๆ ที่ต้องทำอยู่อีก อย่างน้อยก็เรื่องภาม...ต่อให้ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนแบบไหน แต่ถ้ารับปากแล้วผมก็ไม่คิดจะผิดสัญญา

“เราเข้าใจแล้วจ๋า...เวลาเป็นเรื่องของตัวเองมันไม่เหมือนเวลาที่เราให้คำปรึกษาคนอื่นเลย”

พอได้เป็นเองถึงรู้ว่าที่ใครๆ บอกว่าปวดใจมันเป็นแบบนี้นี่เอง

[อ้อ...อีกอย่างนะคะ อย่าลืมใช้เวลาที่มีคิดหาทางรับมือกับคุณป๋าด้วย ทุกวันนี้ยังถามคุณแม่ไม่หยุดว่าคนที่คุณอชิราชอบเป็นใคร ถ้ารู้แล้วจะส่งคนไปเก็บหรือเปล่าก็ไม่รู้] จ๋าว่าเสียงร่าเริงแล้วหัวเราะอยู่กับตัวเอง

“จ๋า แล้วเรื่องความรู้สึกของเขา…” ผมดึงจ๋ากลับมายังประเด็นที่สงสัยที่สุด ประเด็นที่ทำให้ต้องนั่งคิดมาหลายวัน

[ที่คุณอชิราไม่กล้าถามเขาน่ะเหรอคะ กากจัง]

เดี๋ยวเหอะ แอบพูดเราก็ได้ยินนะ…

“นั่นล่ะ”

[เรื่องบางเรื่องเราไม่ต้องตามหาคำตอบก็ได้นะคะ...ถ้าคนสองคนใจตรงกันก็คือใจตรงกัน ถ้าเขาคิดแบบเดียวกับเรา สักวันเขาก็ต้องพูดออกมาเอง…]

“จ๋า”

[แต่คุณแม่ทราบดีค่ะว่าคุณอชิราขี้เสือก อยากรู้แล้วไม่ได้รู้อาจจะลงแดงตายได้]

เบื่อคนรู้ทัน แต่ก็นั่นแหละ...ผมก็พอรู้ตัวเองอยู่

“เราก็เหมือนจ๋าอ่ะ”

[หยาบคาย...เอาล่ะ จริงจังกันหน่อยดีกว่า คุณแม่ขี้เกียจคุยด้วยแล้ว]

“เราฟังอยู่”

[เรื่องของเรื่องคือไม่กล้าถามเขาสินะคะ งั้นเอาแบบนี้ไหม คุณอชิราก็…]

ถ้อยคำสั้นๆ ได้ใจความทำให้ผมตาสว่าง แค่จ๋าพูดออกมาก็ถึงกับร้องอ๋อในใจ ทำไมเรื่องแค่นี้ถึงคิดไม่ได้กันนะ ในเมื่อถามในไลน์ก็ไม่ตอบ ไม่ว่าจะเพราะเจ้าตัวรู้ทันเลยแกล้งหรืออะไรก็ตาม แถมผมยังติดอ่างถ้าต้องถามต่อหน้า งั้นก็เหลือแค่ทางเดียว…

 

 

“มึงบอกว่าพี่ภูไปไหนนะ”

“ไปให้ห่างจากมึงไง” ไอ้หมากวนตีนหน้าตาย ผมเลยชูนิ้วกลางตอบแทนมันไปหนึ่งทีเป็นรางวัลก่อนจะดันตัวเข้าไปในห้องซึ่งมีพี่กีล์คนดียืนยิ้มต้อนรับอยู่

วันนี้ผมมารบกวน...หมายถึงมาหาไอ้โซกับพี่กีล์ด้วยความจำเป็น อันที่จริงที่ผมจะมาหาคือเจ้าของห้องตรงข้ามมันนั่นล่ะ แต่เผอิญเขาไม่อยู่ ผมเลยต้องมาเคาะห้องส่วนตัวที่เต็มไปด้วยบรรยากาศสีชมพูมุ้งมิ้งของคู่รักคู่นี้แทน แค่เห็นหน้าพี่กีล์ที่ยืนรออยู่ก็รู้สึกสงบใจเหมือนได้ไหว้พระ แต่วินาทีต่อมาหมาตัวใหญ่ของเขาก็มายืนขว้างหน้าไว้แล้วทำหน้าตาบึ้งตึงเหมือนผมไปฆ่าใครตายพร้อมกับบอกว่าไม่ต้อนรับ ร้อนถึงพี่กีล์ที่ต้องเข้ามาขวางไว้เพราะผมทำท่าจะกระโดดบีบคอมัน

“ตอนโซไปรับพี่เราเจอคุณภูเข้าพอดีน่ะครับ” พี่กีล์ยิ้มใจดีก่อนจะหยิบจานขนมมาเซ่นผมถึงโซฟา “เห็นบอกว่าจะไปธุระ แต่พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะกลับตอนไหน”

ผมพยักหน้าแล้วบอกขอบคุณพี่กีล์ มือหยิบขนมในจานใส่ปากรัวๆ พร้อมกับกดโทรศัพท์ไลน์หาคนที่รอยุกยิก

KAO: ผมรออยู่ห้องไอ้โซนะ

พอเห็นว่าเขายังไม่ตอบอะไรผมก็วางโทรศัพท์ลงแล้วหันไปเรียกไอ้หมาที่นอนอืดอยู่บนโซฟาอีกฝั่งให้มาเล่นเกมด้วยกันแก้เซ็ง โซมันคงเห็นว่ายังไงก็ไม่ได้สวีทกับพี่กีล์อยู่แล้วเลยยอมปล่อยให้พี่แกไปยืนทำอะไรก็ไม่รู้อยู่ในครัวแล้วหันมาเล่นเกมกับผมแทน

หลังจากใช้เวลาเป็นชั่วโมงไปกับการเล่นเกม ทั้งผมทั้งไอ้โซต่างก็เบื่อกันทั้งคู่ พี่กีล์ยังถึงกับเอาเอกสารมานั่งอ่านฆ่าเวลา ผมบอกว่าจะอยู่ตรงนี้คนเดียวก็ยังไม่ยอมไปไหนกัน ฝั่งคุณพี่แอบกระซิบบอกผมว่าไอ้โซมันเป็นห่วง เห็นผมทำท่าทางเหมือนกังวลอะไรอยู่ตลอดเลยไม่อยากไปไหน จริงๆ เกมมันก็เพิ่งเล่นไปแต่ก็ยังยอมมานั่งเล่นกับผมต่อ

ไอ้หมาปากหนัก…

ถึงอย่างนั้นผมก็รู้สึกดีอยู่หน่อยๆ ตอนที่มันมีปัญหาถึงผมจะไม่ได้แสดงออกชัดเจนแต่ก็พร้อมช่วยในแบบของตัวเอง ส่วนเวลาที่ผมมีปัญหามันเองก็ทำแบบเดียวกัน...ไม่ต้องพูดอะไรก็เข้าใจ

ครืด

ผมเหลือบตามองโทรศัพท์ที่สั่นเพราะมีไลน์เข้าโดยไม่ได้ละมือออกจากเกม แต่เมื่อเห็นว่าใครที่ส่งข้อความมาเท่านั้นล่ะ…

“ไอ้เก้า โยนทำเหี้ยไรเนี่ย ไม่ใช่บาทสองบาทนะมึง”

ลืมตัว...แต่ผมไม่มีเวลาหันไปตอบอะไรมันเพราะตากำลังจ้องมองจอโทรศัพท์จนแทบทะลุ

PHU: *สติกเตอร์กระต่ายพยักหน้า*

KAO: ผมมีเรื่องจะคุยด้วย รีบกลับมานะครับ

KAO: *สติกเตอร์กระต่ายอ้อน*

PHU: อีกสิบนาที

KAO: โอเค

“ยิ้มเป็นคนบ้าเฉยเลย” ไอ้โซแซวแทบจะทันทีที่ผมวางโทรศัพท์ลง มันทำหน้าตาเป็นหมาง่วงเหมือนเคย แต่ปากไม่รู้ไปอัพเกรดมาจากไหน แซะแม่งทุกเรื่องเหมือนจะเอาคืน...ผมจำได้ว่าไม่เคยทำอะไรให้มันเลยนะ

“พี่กีล์ ผมไปและพี่” ผมหันไปยกมือไหว้พี่กีล์โดยเมินคำพูดไอ้หมาไป จากนั้นพอพี่เขาพยักหน้าให้แล้วก็ลุกขึ้นเดินไปที่ประตูโดยไม่ลืมหันไปปาหมอนใส่เพื่อนเป็นการลา

ผมไม่ได้ยืนรอพี่ภูอยู่หน้าห้องแบบที่ควรทำ แต่เดินไปยืนยิ้มแฉ่งรอเขาอยู่หน้าลิฟต์ กะเอาให้เปิดออกมาแล้วเจอหน้าผมเป็นคนแรก คิดว่าถ้าโชคดีอาจจะได้เห็นพี่ภูตกใจก็เป็นได้

ติ๊ง!

ประตูลิฟต์เปิดออกช้าๆ พร้อมกับที่ผมขยับริมฝีปากเป็นรอยยิ้มกว้าง เสี้ยววินาทีที่ประตูเปิดออกดวงตาสีเทาคุ้นเคยคือสิ่งแรกที่เห็น แต่นอกจากเขาจะไม่ตกใจเมื่อเห็นผมแล้ว คนตรงหน้ายังขมวดคิ้วเหมือนจะถามว่ามายืนทำบ้าอะไรอยู่ตรงนี้อีกต่างหาก

“เป็นเด็กถือกระเป๋าหรือไง” พี่ภูถามพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ ท่าทางของเขาดูเหนื่อยๆ จนผมตัดสินใจเดินเข้าไปหาแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด

“ครับผม” ผมสวมบทบาทเป็นเด็กถือกระเป๋า มือรับกระเป๋ากับเสื้อตัวนอกของเขามาถือไว้ให้แล้วผายมือเชิญให้อีกฝ่ายเดินนำไปก่อน ดูเหมือนพี่ภูจะเหนื่อยจริงๆ เขาถึงได้ยอมอย่างง่ายดายโดยไม่ได้พูดอะไรสักคำ

เมื่อเข้ามาถึงห้องคนหน้าดุก็เดินไปหยิบน้ำออกมาดื่มเป็นอย่างแรก พอเก็บเข้าที่เรียบร้อยแล้วก็หันมาบอกให้ผมรอแล้วเดินเข้าห้องนอนไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมเลยอาศัยช่วงเวลานั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมความพร้อมเพื่อถามคำถามคาใจ เมื่อมั่นใจว่าทุกอย่างพร้อมแล้วก็เอนตัวนอนแผ่อยู่บนโซฟาเพื่อขบคิดถึงปัญหาเดิมๆ

ความตื่นเต้นแบบที่ไม่เคยสัมผัสส่งผลต่อหัวใจเข้าอย่างจัง ยิ่งยามเห็นร่างสูงของคนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมาจากห้องนอนก็ยิ่งอาการหนักจนอยากจะเอาหัวมุดโซฟาหนี

“เป็นอะไรของมึง” พี่ภูเอาผ้าขยี้หัวที่เปียกชุ่มของตัวเองก่อนจะนั่งลงข้างหัวผม แต่เพราะยังทำใจไม่ได้ผมเลยเลือกนอนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับตัวลุกขึ้นแบบที่ควรทำ

“กำลังเครียด”

“เครียด?”

“ผมมีเรื่องจะถามพี่” ผมตอบด้วยเสียงอึนๆ ตามความจริง

“ถามสิ”

“ขอทำใจอีกแป๊บ”

“เครียดขนาดนั้นเลย?” คนพูดหัวเราะหึในลำคอก่อนจะยื่นหน้ามาอยู่เหนือหัวผม เราจ้องตากันโดยที่พี่ภูก้มหน้ามอง หยดน้ำที่เปียกผมเขาอยู่หยดแหมะลงบนหน้าผมสองสามหยด แต่พอคิดจะขยับมือไปเช็ดกลับรู้สึกเสียดายบรรยากาศที่เป็นอยู่จนต้องยอมปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นต่อไป ผมมองดวงตาสีเทาที่เป็นประกายขบขันนิ่งงัน ไม่นึกสงสัยเลยสักนิดว่าเขากำลังขำอะไรเพราะรู้ดีอยู่แล้ว

เขากำลังขำ...ไม่ต้องเดาก็รู้แล้วว่าพี่ภูรู้ทันผม และดูท่าเขาจะแกล้งกันมาแต่แรกแล้วด้วย

“ไม่กะพริบตาหรือไง” คนหน้าดุยกมือโบกไปมาตรงหน้าผมเป็นเชิงถาม แต่เพราะเขายังไม่ยอมถอนหน้าออกไปผมเลยไม่คิดละสายตาออกเช่นกัน

“อยากมองหน้าพี่นานๆ”

เขาหัวเราะหึก่อนจะยกมือดีดหน้าผากผมเบาๆ แล้วผละหน้าออก ถึงจะรู้สึกเสียดายอยู่นิดหน่อยแต่ผมก็ทำได้แค่ขยับตัวลุกตามแล้วหันหน้าไปหาเขา

“พี่รู้อยู่แล้วว่าผมจะคิดมากใช่ไหม” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เรียบเฉย แต่พอเห็นมุมปากของคนฟังยกขึ้นน้อยๆ หน้าที่เฉยมาตลอดก็บูดบึ้งในทันที กะแล้วว่าต้องแกล้งกัน แต่พอมาเห็นเขายอมรับแบบนี้รู้สึกเหมือนโดนกวนตีนยังไงก็ไม่รู้ “พี่ไปดูดนิสัยใครมาเนี่ย”

“ต้องถามด้วยเหรอ” เขาตอบกลับทันควันพร้อมกับมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า แหม...ไม่รู้เลยเนอะว่าดูดใครมา

“แล้วนี่พี่ไปไหนมาอ่ะ” ผมรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้เขา ไม่ใช่อะไร...แค่รู้สึกว่าเวลาอยู่ใกล้ๆ ติดๆ แล้วมันอุ่นใจ อาจจะเป็นการคิดไปเองแต่มันทำให้รู้สึกดีจริงๆ นะ

“ไปเคลียร์งานสุดท้าย”

“งานสุด…” ท้าย...งานสุดท้าย…ต่อให้เขาไม่พูดผมก็เข้าใจว่างานสุดท้ายที่ว่าหมายถึงอะไร

“อย่าหงอย” เขายื่นมือมาแตะคาง ออกแรงดันเบาๆ ให้ผมเงยหน้ามอง แต่มองไปมองมากลับโดนขำใส่ “เหมือนลูกกระต่ายตัวกลมๆ กำลังอ้อน”

“ผมเปล่าสักหน่อย” ผมว่าเสียงอ่อยเพราะหมดแรงจะเถียง ใจยังนึกถึงคำว่าสุดท้ายที่พี่เขาพูดอยู่เลย

วันนี้เขาไปทำงานสุดท้าย...งานสุดท้ายที่ไทยก่อนจะกลับอังกฤษ...

“เฮ้อ…” พี่ภูถอนหายใจยาวก่อนจะกอดคอผมให้ขยับเข้าไปหา มืออีกข้างที่ว่างของเขายกขึ้นมาขยี้หัวผมจนยุ่งเหยิงเหมือนอยากให้อารมณ์ดีเหมือนเดิม…ซึ่งมันก็ได้ผลอยู่หน่อยๆ “ทำเหมือนจะไม่ได้เจอกันอีก”

“ผมกำลังจะเริ่มเรียนซัมเมอร์...ทุกวันนี้ก็ลงเรียนเยอะกว่าเดิมเพราะอยากจบสามปีครึ่ง” ผมอธิบายออกมาช้าๆ แล้วแอบเอนตัวพิงเขาไว้ทั้งที่โดนกอดไหล่อยู่แบบเนียนๆ รวมถึงพยายามบังคับไม่ให้ยิ้มมากเกินไป ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกว่าตัวเองกลั้นยิ้มจนแก้มตุ่ยอยู่ดี “คงไม่มีเวลาไปหาพี่แน่ๆ”

“กูก็คงไม่มีเวลาเพราะต้องลุยงาน...ในฐานะประธาน”

“ประธาน!?” ผมเบิกตากว้างมองพี่ภูด้วยความตกใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงขึ้นตำแหน่งประธานไวแบบนั้น...มิน่าถึงได้งานหนักแม้แต่ตอนมาเรียน ทุกอย่างเป็นเพราะเขากำลังเตรียมพร้อมจะเป็นประธานนี่เอง

แต่ทำไม...ผมถึงรู้สึกเหมือนเราห่างไกลกันมากขึ้นทุกทีนะ

“พ่อกูอายุมากแล้ว หลังกลับอังกฤษรอบนี้คงจัดการเรื่องตำแหน่งเลย”

งั้นก็สองปี...สองปีกว่าผมจะได้เจอเขาอีก

“ผม…”

“ตอนกูหายไปเป็นปีมึงก็ทนได้” เขาพยายามพูดให้ผมรู้สึกดี แต่กลับกัน...ผมรู้สึกแย่กว่าเดิมเสียอีก

“ตอนนั้นผมแค่ถูกใจพี่…แต่ตอนนี้...” มันไม่เหมือนกัน ไม่เหมือนกันเลยสักนิด

ตอนเราเจอกันครั้งแรกผมถูกใจเขาเพราะดูสะดุดตา เขาแปลก เขาไม่เหมือนใคร เป็นคนแบบที่ผมมองเป็นไอดอล แต่ตอนนี้มันต่างกัน ต่างกันมากแบบที่เทียบกันไม่ติด ความรู้สึกตอนนี้ไม่ใช่แค่ความถูกใจหรือชอบแบบผิวเผิน...แต่มันมากเกินกว่านั้น...มากขนาดที่ทำให้ผมปวดใจได้แค่เพราะรู้ว่าจะต้องห่างกัน

‘สิ่งที่ควรคิดคือจะทำยังไงถึงจะคุ้มค่ากับเวลาที่เหลืออยู่’

ผมหลับตาลงแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ เมื่อนึกถึงคำพูดของจ๋า ทุกสิ่งที่จ๋าเตือนวนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง เมื่อลืมตาขึ้นผมเห็นพี่ภูมองมาด้วยสายตาที่ดูเป็นห่วง แม้จะเล็กน้อยแต่มันก็เติมกำลังใจได้จนเต็ม

“เราไม่พูดเรื่องนั้นกันดีกว่า จำได้ไหมที่ผมบอกว่ามีอะไรจะถามพี่”

“อืม”

พอเขาตอบแล้วผมก็อมยิ้มก่อนจะผละตัวออกมาจากอ้อมแขนอุ่นๆ ที่เนียนซบอยู่ตั้งนาน โทรศัพท์ที่ทิ้งไว้บนโซฟาถูกหยิบขึ้นมาอีกครั้ง ผมเปิดเขาโปรแกรมที่เตรียมพร้อมไว้ เมื่ออ่านทวนข้อความบนนั้นเรียบร้อยแล้วก็ยื่นมันไปตรงหน้าคนข้างๆ ก่อนจะกดเพลย์เสียงที่ตั้งไว้

‘เราใจตรงกันหรือยัง’

พี่ภูทำหน้างง ไม่ยอมตอบอะไรทั้งที่ประโยคคำถามจบตั้งนานแล้ว ผมเลยต้องดึงโทรศัพทกลับมาพิมพ์ข้อความใหม่แล้วกดเพลย์อีกครั้ง

‘พี่ชอบผมบ้างไหม ชอบเหมือนที่ผมชอบพี่’

คราวนี้พี่ภูเงียบสนิท ปล่อยให้ผมนั่งหน้าร้อนอยู่คนเดียว แต่พอผ่านไปสักพักเขาก็ได้สติ ยื่นมือมาหยิบโทรศัพท์ออกไปจากมือผม แล้วพอก้มหน้าดูเท่านั้นล่ะ…

“Google Translate?…”

ผมพยักหน้ารับเพื่อบอกว่าใช่ก่อนจะยืดอกรับด้วยความภูมิใจกับการทำตามคำแนะนำของจ๋า

‘คุณอชิราก็ใช้ตัวช่วยพูดแทนสิคะ คุณแม่บอกแค่นี้น่าจะคิดได้นะ’

นี่แหละตัวช่วยของผม...กูเกิลทำได้ทุกอย่าง

“มึงนี่มัน...หึ...ฮ่าๆๆๆ”

ผมหน้าเหวอเมื่อได้มองเห็นคนหน้าดุหัวเราะแบบเต็มๆ ตาเป็นครั้งแรก แม้ว่าจะไม่เข้าใจว่าอะไรน่าตลกแต่ก็ยังยิ้มเอ๋อตามเขา พี่ภูยกมือปิดปากแล้วหัวเราะแบบผู้ดี แต่ดวงตาสีเทาดุของเขาเป็นประกายระยิบระยับน่ามองสุดๆ จนผมเผลอจ้องค้างอยู่นาน

“ไอ้กระต่ายเอ๋อ” เขาพูดแล้วเอามือออก และนั่นทำให้ผมเห็นริมฝีปากที่ยกเป็นรอยยิ้มแบบชัดเจนเต็มสองตา

ดาเมจคูณสิบ…เอาซะลืมเขินเลย

“พี่ตอบก่อนนนน” ผมรีบดึงแขนอีกคนไว้เมื่อเห็นเขาทำท่าจะลุกขึ้น แต่โดนดันหัวกลับมาจนหงายลงไปกองบนโซฟาอีกรอบ หลังจากนั้นพี่ภูก็โยนโทรศัพท์ของผมคืนมาให้ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ห้องนอน

เดี๋ยว…ทิ้งกันไว้ง่ายๆ แบบนี้ก็ได้เหรอ

“ง่วงแล้ว จะนอน”

“เดี๋ยว…”

ผมหงายหลังอยู่บนโซฟาค้างอยู่เป็นนาทีเพราะไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี จะเดินตามเข้าไปเอาคำตอบก็ดูไม่ใช่เรื่อง สุดท้ายเลยได้แต่หยิบโทรศัพท์ที่ถูกปาไว้ข้างๆ มากดแก้เก้อ แต่ว่า…

‘อืม’

เสียงยานคางของกูเกิลไม่ได้ทำให้ผมอึ้งเท่าความหมายของมัน

‘อืม’

เดี๋ยวนะ…

‘อืม’

กดกี่ทีก็ยังเป็นแบบเดิม..

เราใจตรงกันหรือยัง...อืม มันแปลว่าใช่ใช่ไหม…

“ถ้าผ่านสองปีไปได้...จากอยากให้ใช่...คงกลายเป็นใช่ได้ไม่ยาก” คนที่ยืนพิงขอบประตูอยู่เมื่อไหร่ไม่รู้พูดทิ้งไว้แค่นั้นก่อนจะเดินเข้าห้องไปและทิ้งให้ผมนั่งเอ๋ออยู่คนเดียว

ถ้าคุณถามว่าผมกำลังรู้สึกแบบไหนอยู่...คำตอบของผมคือว่างเปล่า ว่างไปหมดตั้งแต่หัวสมองจนกระทั่งความรู้สึก แม้กระทั่งหัวใจก็รู้สึกเหมือนมันหยุดเต้นไปแล้ว ผมพยายามคิดหาความหมายของทุกอย่าง แต่สติที่ไม่เหลืออยู่แม้แต่นิดเดียวทำให้อะไรๆ ก็ยากไปหมด

“ตะ...ตรงกัน”

ใจตรงกัน...ชอบเหมือนกัน

ถึงจะยังไม่ใช่แต่ก็เป็นคนที่อยากให้ใช่…

ดูเหมือนผมจะรู้แล้วว่าจะผ่านสองปีนี้ไปได้ยังไง...ก็แค่คิดถึงคำพูดของเขาเท่านั้นเอง

ถ้าผ่านสองปีไปได้...จากอยากให้ใช่...คงกลายเป็นใช่ได้ไม่ยาก…

โอย...ใจกู

 

-----------------------





ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[21]==[P.13]== [31/07/60]
«ตอบ #368 เมื่อ31-07-2017 15:46:23 »

 :man1:

ออฟไลน์ jaokhwan

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 425
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[21]==[P.13]== [31/07/60]
«ตอบ #369 เมื่อ31-07-2017 15:57:34 »

สองปี ใจบางๆ ของ "ก้อน" จะพังมั๊ย ฮ่าๆๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[21]==[P.13]== [31/07/60]
« ตอบ #369 เมื่อ: 31-07-2017 15:57:34 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1705
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[21]==[P.13]== [31/07/60]
«ตอบ #370 เมื่อ31-07-2017 17:03:43 »

 :heaven :L1:

ออฟไลน์ missm2c

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[21]==[P.13]== [31/07/60]
«ตอบ #371 เมื่อ31-07-2017 18:55:28 »

โอยยย ใจก้อนน Google Translate เป็นตัวช่วยที่ดีของความกากของเก้า 55555 พี่ภูแม่งง เขินเลย #พี่ภูของบ่าว

ออฟไลน์ route rover

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2428
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +221/-7
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[21]==[P.13]== [31/07/60]
«ตอบ #372 เมื่อ31-07-2017 19:33:35 »

เก้าเอ้ยยย  o18

ออฟไลน์ TIKA_n

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +308/-4
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[21]==[P.13]== [31/07/60]
«ตอบ #373 เมื่อ31-07-2017 20:34:48 »

เพราะฉะนั้น จะเป็นคนที่ใช่ของพี่ภูได้ น้องเก้าก็ต้องผ่านสองปีไปให้ได้น้า
พี่ภู วางตำแหน่งแฟนไว้รอแล้วน้องเก้า สองปีเท่านั้นน้องเก้าเอ๋ย  :impress2:

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4514
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[21]==[P.13]== [31/07/60]
«ตอบ #374 เมื่อ01-08-2017 02:45:16 »

ตายยยยค่ะกับคู่นี้

ออฟไลน์ kiszy

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 166
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[21]==[P.13]== [31/07/60]
«ตอบ #375 เมื่อ01-08-2017 14:12:49 »

โอ้ยยย ใจคนอ่านนนน จะวายตายพร้อมน้องเก้า 55

เรื่องนี้คือแบบแม้แต่จูบยังไม่ได้ แต่เขินฝุดๆ

ออฟไลน์ Chonlachy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[21]==[P.13]== [31/07/60]
«ตอบ #376 เมื่อ02-08-2017 00:38:02 »

ดาเมจรุนแรงเหลือเกิน  :hao7: :impress2:

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3494
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[21]==[P.13]== [31/07/60]
«ตอบ #377 เมื่อ02-08-2017 10:10:20 »

ก้อนสู้ๆนะ

ออฟไลน์ shoi_toei

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4365
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +222/-26
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[21]==[P.13]== [31/07/60]
«ตอบ #378 เมื่อ02-08-2017 14:19:58 »

โอ๊ยยยย ใจชั้น

ออฟไลน์ hoihak

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 156
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[21]==[P.13]== [31/07/60]
«ตอบ #379 เมื่อ02-08-2017 15:54:32 »

กรีดร้องงงงงงง omgggg หัวใจจจจจ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[21]==[P.13]== [31/07/60]
« ตอบ #379 เมื่อ: 02-08-2017 15:54:32 »





ออฟไลน์ CHESS.

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 212
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +228/-2
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[21]==[P.13]== [31/07/60]
«ตอบ #380 เมื่อ05-08-2017 17:08:53 »



-22-

 

ผมตื่นมาด้วยความสดใสระดับสิบ อะไรร้ายๆ หรือทำให้รู้สึกแย่เทมันไปจนหมดตั้งแต่เมื่อคืน ไม่แม้แต่จะเก็บเอามานึกถึง ทั้งหมดเป็นเพราะได้ฟังคำพูดที่ย้ำความตั้งใจของใครอีกคนมาแล้ว และผมยังคงเชื่อมั่นว่าพี่ภูเป็นคนรักษาคำพูด ถ้าเขายอมพูดออกมาแล้วจะต้องเป็นไปตามนั้นแน่นอน…

ไม่ใช่ยังไม่รู้สึก...แต่อยากให้มั่นใจและมั่นคงกว่านี้ ถ้าผ่านสองปีไปได้…ทุกอย่างจะกลายเป็นความชัดเจน

ถึงจะเป็นการเอาคำพูดของเขามาต่อกันเองแต่ผมก็ยังพอใจที่ตัวเองคิดและเข้าใจแบบนั้น จะบอกว่าดื้อหรือดึงดันก็คงใช่ ผมรู้ตัวแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเป็นนิสัยของตัวเอง คิดแค่ว่าถ้ายังไปไม่สุดทาง ยังสู้ไม่เต็มที่ ทุกอย่างที่ผ่านมาก็จะไร้ความหมาย…และผมคงยอมไม่ได้

ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะได้เจอคนที่รู้สึกว่าใช่...บางทีถ้าพลาดไปแล้วอาจจะไม่เจออีกเลยก็ได้

พี่ภูบอกผมว่าเขาไม่เหลืออะไรให้เรียนแล้ว รวมถึงงานที่ไทยก็เคลียร์หมดแล้วด้วย อาทิตย์หนึ่งไปเรียนแค่วันเดียวแล้วก็รอสอบปลายภาคเลย เพราะงั้นช่วงนี้เจ้าตัวเลยนั่งว่างอยู่เฉยๆ ผมมีแพลนจะชวนเขาไปเที่ยวอยู่เหมือนกัน แต่กลายเป็นตัวเองที่ติดเรียนทุกวัน แถมตอนเย็นยังต้องซ้อมดนตรีอีก ต้องรอเสาร์อาทิตย์ถึงจะหาเวลาไปไหนมาไหนได้

ผมใช้เวลาจัดการตัวเองไม่นานแล้วก็เดินชิลไปมหา’ลัย ก่อนออกไม่ลืมทักไปหาใครอีกคน ซึ่งเจ้าตัวก็กดอ่านอย่างรวดเร็วแล้วส่งสติกเกอร์กระต่ายหาวกลับมาให้ ผมได้แต่อมยิ้มกับความเปลี่ยนแปลงแล้วเดินไปเรียนด้วยความสุขใจ

“เย็นนี้มีคัดวง มึงต้องอยู่” ไอ้โซถ่ายทอดคำสั่งจากเฮียเจมส์ให้รู้ก่อนมันจะฟุบหน้าหลับเหมือนเคย

ผมพอจะจำได้อยู่เหมือนกันว่าวันนี้มีคัดวงดนตรีก่อนจะได้ขึ้นเวทีประกวดรอบสุดท้ายในสองอาทิตย์หน้า จริงๆ ก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าลืมเท่าไหร่หรอก แต่คงเพราะเอาแต่สนใจอะไรอย่างอื่นถึงไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องนี้มากนัก

“จะนานหรือเปล่าวะ” ผมบ่นพึมพำกับตัวเองพลางนึกถึงเวลาที่พี่วินเคยบอกไว้ ตอนนั้นมัวแต่เหม่อเลยฟังไม่ละเอียดนัก แต่ถ้าจำไม่ผิดน่าจะหลายชั่วโมงอยู่ กว่าจะเริ่มก็เย็นแล้วด้วย...แบบนี้จะเอาเวลาที่ไหนไปหาพี่ภูล่ะเนี่ย

“นัดกับภูไว้?” มันยกหัวขึ้นมาถาม

“เปล่า กูแค่จะไปหาเขา”

“ค่อยไปวันหลังดิ”

“เวลาน้อยแล้ว กูกลัวไม่คุ้ม” พูดแค่นั้นมันก็เงียบไปไม่ถามอะไรต่อ เพราะน่าจะรู้แล้วว่าผมจะสื่ออะไร โซมันก็เข้าใจดีว่าการที่ต้องห่างกันมันรู้สึกแบบไหน เพราะตัวมันเองกับพี่กีล์ก็เคยห่างกันมาก่อน เรียกว่าผมเข้าใจความรู้สึกมันในเวลานั้นน่าจะถูกกว่า แต่แน่นอนว่าผมเก่งกว่ามัน เพราะงั้นผมย่อมจัดการทุกอย่างได้ดีกว่า

ผมรอเวลาจนเลิกเรียนแล้วถึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง ในไลน์ที่ใช้คุยกับใครบางคนมีข้อความเข้าใหม่โดยที่ผมไม่ได้เริ่มก่อนเป็นครั้งแรก พอเข้าไปอ่านแล้วก็อมยิ้มแก้มแทบแตกเพราะเขาส่งสติกเกอร์มาให้

PHU: *สติกเกอร์กระต่ายตื่นนอน*

KAO: พี่เพิ่งตื่นเหรอ

PHU: อืม

ตื่นตอนสี่โมงเนี่ยนะ…

KAO: ตื่นสายมาก

PHU: หิวข้าว

KAO: มากินกับผมไหม

PHU: ขี้เกียจออก

KAO: อ่า…

PHU: มึงเลิกแล้วมากินที่ห้องแล้วกัน เดี๋ยวทำเผื่อ

KAO: ผมเลิกดึกนะ

PHU: ก็มากินมื้อดึก กูจะกินข้าวเช้าก่อน จะมาไม่มา

KAO: ไปครับ! *สติกเกอร์กระต่ายเขิน*

ถ้าเผื่อไม่รู้นะ...คนที่ไม่ค่อยแสดงออก เวลาเขาพูดหรือแสดงออกตรงๆ ทีนี่ตายสุดๆ ผมพิสูจน์มาแล้ว

“อารมณ์ดีอะไรนักวะ เปิดประตูเข้ามาแล้วหน้าบานอย่างกับจานดาวเทียม” พี่วินเดินมาคล้องคอในทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องซ้อม ใกล้ๆ กันมีไอ้เต๊ะที่เล่นกลองแทนเด็กเหี้ยนั่นนั่งยิ้มแซวอยู่อีกคน

“อารมณ์ดีเพราะมีความสุขไง”

“เออ วันนี้ซ้อมชั่วโมงเดียว เดี๋ยวห้าโมงไปคัดวงต่อ เสร็จเมื่อไหร่กลับได้เมื่อนั้น”

เยี่ยม...ขอให้มาสมัครกันน้อยๆ ทีเถอะ

“พี่วิน ผมเอารายชื่อมาให้ละพี่ น่าจะมีสามสิบหกวงนะ”

ไอ้เปรม...ไอ้ตัวทำลายความหวัง

“ทำไมพี่เก้ามองผมเหมือนจะฆ่าให้ตายเลยอ่ะ ฮือ”

อย่าว่าแต่ทุ่มเลย...สองทุ่มกูจะได้กลับหรือเปล่าก็ไม่รู้

 

 

สุดท้ายด้วยความหัวร้อนส่วนตัว...ผมสามารถคัดวงดนตรีให้เหลือสิบสองวงได้ในเวลาสามชั่วโมง ทันทีที่นาฬิกาบอกเวลาสองทุ่มทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอันจบสิ้น ไอ้โซไม่ได้เป็นกรรมการเลยกลับไปก่อนแล้ว ส่วนผมก็คว้าข้าวของด้วยความไวแสงแล้วรีบวิ่งออกมาจากห้องคัดโดยไม่สนใจเสียงเรียกของใครทั้งนั้น

ผมแวะเข้าหอตัวเองเพื่อเอาของใช้จำเป็นยัดใส่กระเป๋า จากนั้นก็เรียกมอเตอร์ไซค์ไปส่งที่คอนโดพี่ภูโดยกินเวลาในการทำทุกอย่างไปเพียงครึ่งชั่วโมง ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คอีกครั้งเพราะรู้สึกเหมือนมันจะสั่นอยู่ในกระเป๋าตอนกำลังเดินทางแล้วก็พบว่าเป็นพี่ภูที่ทักมา

PHU: กูออกไปข้างนอก กลับดึกๆ

ข้อความตั้งแต่หกโมง...ผมส่งสติกเกอร์กลับไปแล้วนั่งรออยู่ตรงล็อบบี้ คิดว่าถ้ารอตรงนี้เขากลับมาจะได้ขึ้นไปพร้อมกัน ระหว่างนั้นก็กดโทรศัพท์เล่นเกมไปเรื่อยเปื่อย รวมถึงคอยชะเง้อคอมองประตูเป็นระยะ แต่ก็ยังไม่เห็นเงาของคนตัวสูงเดินเข้ามาเสียที

สามทุ่มแล้ว...ผมไม่มีสมาธิกับการเล่นเกม นึกห่วงคนที่ยังไม่กลับมาเสียที ข้อความที่ผมตอบกลับไปแต่แรกก็ยังไม่ได้อ่าน แถมยังกลัวว่าเขาจะขับรถอยู่เลยไม่อยากกวนอีก ผมลองทักไปหาไอ้โซ ถามมันว่ารู้หรือเปล่าว่าพี่ภูไปไหน แต่ก็ยังได้รับคำตอบกลับมาว่าไม่รู้ เพราะตั้งแต่กลับมามันยังไม่ได้ออกจากห้องเลย

สี่ทุ่ม...ผมเริ่มเอนตัวไหลไปตามโซฟา ถ้าไม่ใช่เพราะพนักงานคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้วคงโดนเดินเข้ามาถามหรือเชิญให้ออกไปข้างนอกแน่ แต่เพราะผมมาหาเจ้าของคอนโดอยู่บ่อยๆ เลยได้รับการต้อนรับดีถึงขนาดมีขนมกับน้ำผลไม้วางเซ่นอยู่บนโต๊ะ

ผมหมดความอดทนเลยคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา กะว่าจะโทรไปหาใครอีกคนที่ยังไม่กลับมาเสียที แต่ก่อนจะได้ทำแบบนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นร่างคุ้นตาของใครบางคนเดินเข้ามาเสียก่อน

“พี่ภู…” เสียงที่กำลังจะตะโกนเรียกเบาลงกะทันหันเมื่อพบว่าคนที่รอมากว่าสองชั่วโมงไม่ได้เดินเข้ามาคนเดียว

ข้างกายพี่ภูคือผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเดินหันข้างให้ผม เธอเป็นชาวต่างชาติที่แต่งตัวทันสมัยและดูดีเหมือนเพิ่งมาจากต่างประเทศ ถึงแม้จะเห็นแค่ด้านข้างแต่ก็ยังรู้ได้ว่าเป็นผู้หญิงที่สวยขนาดไหน น่าเสียดายที่เธอใส่แว่นกันแดดอยู่ผมเลยไม่สามารถคาดเดาอายุได้

ใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสงบมาตลอดอยู่ๆ ก็เต้นแรงจนแทบบ้า ทั้งปวดทั้งร้อนไปหมดจนเหมือนจะตายให้ได้ ผมก้าวเท้าตามไปช้าๆ ก่อนจะมองภาพสองคนนั้นขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนด้วยความรู้สึกหลากหลาย

ใคร...แล้วทำไมพี่ภูถึงยอมให้เข้าใกล้

ทำไมทำกับผมแบบนี้อ่ะ…

ผมก้มหน้าลงด้วยทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็เงยหน้าขึ้นด้วยความรู้สึกเหมือนมีไฟสุมอยู่ในใจ จ๋าเคยบอกว่าห้ามแย่งของคนอื่นเพราะมันจะไม่แมน ถ้าเขาเป็นอะไรกันแบบที่คิดผมก็จะยอม แต่ก่อนจะยอม...กูต้องได้สามหมัดเป็นอย่างต่ำ!

เดี๋ยวๆ...ผมสะบัดหัวไล่ความคิดชั่วร้ายทิ้ง ก่อนหน้านั้นต้องไปดูความจริงก่อน มโนไปไม่ได้ประโยชน์ บางทีอาจจะเป็นน้องหรือพี่หรืออะไรก็ได้

ด้วยการมองโลกในแง่ดีระดับสิบทำให้ผมสามารถขึ้นลิฟต์มาได้โดยไม่เผลออาละวาดไปเสียก่อน หลังจากยืนกระดิกเท้าอยู่หน้าห้องของคนคุ้นเคยอยู่สักพักผมก็ตัดสินใจเคาะประตู

“สวัสดีค่ะ” เสียงทักทายภาษาไทยแบบแปล่งๆ ดังออกมาจากปากของผู้หญิงที่ผมเห็นด้านล่าง เธอยังคงอยู่ในชุดเดิม ทั้งยังใส่แว่นตาเหมือนเดิมทำให้ผมไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่

“สวัสดีครับ ผมมาหาพี่ภู”

“ภูมีคนมาหาด้วย…” เธอทำท่าตกใจโอเวอร์ มือยกป้องปากแบบไม่รู้จะทำยังไง แต่พอเห็นผมเริ่มหน้าหงิกก็หัวเราะคิกคักแล้วหันไปเรียกคนด้านในด้วยภาษาอังกฤษชัดถ้อยชัดคำ “ภู มีคนมาหาจ้า!”

ผมมองพี่ภูเดินออกมาจากห้องนอนด้วยหน้าตาบูดๆ และต้องการคำอธิบาย เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ก็เดินมาหาก่อนจะดึงแขนผมให้เดินเข้าไปด้านในแล้วปิดประตูห้อง

“ทำไมไม่ตอบไลน์” เขาถาม

“พี่ทักมาตอนไหน ผมดูล่าสุดก็ยังไม่เห็น…”

“ทักตอนกลับมาถึง”

อ้อ...ก็เพิ่งเมื่อกี้เองไม่ใช่หรือไง ลองได้มาเห็นเขาเดินมากับผู้หญิงผมคงมีอารมณ์ก้มดูไลน์หรอก

“ผู้หญิงคนนั้น…” ผมหันไปมองผู้หญิงคนเดิมที่กำลังมองสำรวจไปรอบๆ ห้อง เธอเดินไปมุมนู้นมุมนี้โดยลากกระเป๋าใบโตของตัวเองเดินไปด้วย แต่ก็ยังดีที่ไม่ได้เข้าไปในห้องส่วนตัวของพี่ภู

“เฮเลน”

“อ้อ…” ผมลากเสียงยาว รอให้เขาอธิบายต่อว่าเธอเป็นใคร แต่จนแล้วจนรอดพี่ภูก็ยังไม่พูดอะไรออกมาจนผมเริ่มใจเสีย “พี่…”

“ภู นั่นเพื่อนเหรอจ๊ะ” ผู้หญิงที่พี่ภูเรียกว่าเฮเลนเดินมานั่งลงข้างๆ ผมก่อนจะฉีกยิ้มส่งมาให้

“กระต่าย”

“กระต่าย?” เฮเลนมองผมที่ตอบแทนพี่ภูด้วยสายตางงๆ ผมเลยสนองด้วยการตอบให้ชัดเจนขึ้นแล้วหันไปจ้องคนข้างๆ เพื่อสังเกตท่าที

“ผมเป็นกระต่ายของพี่ภู”

“ว้าย!” เธอส่งเสียงตกใจ แต่ผมไม่ได้สนใจหันไปมองเพราะเอาแต่จ้องหน้าพี่ภูอยู่ ถึงจะใจชื้นหน่อยๆ ที่เขาไม่ได้ขัดอะไรแต่ก็ยังไว้ใจไม่ได้ ผมต้องการความชัดเจนมากกว่านี้

“ผม…”

“อืม...นี่เก้า เป็นกระต่ายของผมเอง”

อย่ามาพยายามทำให้ยิ้มนะ!

“ทำแก้มพองทำไม” พี่ภูถามยิ้มๆ ก่อนจะยื่นมือมาจิ้มแก้มผมเบาๆ อยากจะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจทำเลยสักนิด...แต่พยายามกลั้นยิ้มอยู่ต่างหาก

“สวัสดีอีกครั้งนะหนูเก้า...ฉันชื่อเฮเลน” เธอยกมือถอดแว่นกันแดดออกก่อนจะยื่นมือมาตรงหน้าผมเพื่อทักทาย “เป็นแม่ของภูจ้ะ”

ฉิบหาย…

“สวัสดีครับ” ผมตอบแบบเหวอๆ แล้วยืนมือไปจับ ตาหันไปมองพี่ภูที่ยิ้มขำอยู่ข้างๆ โดยไม่รู้ตัว

“เอาไว้ค่อยคุยกันนะจ้ะ ฉันขอไปพักก่อน เดินทางมาทั้งวัน”

“ครับ”

เพราะใส่แว่นตาไว้ผมเลยมองไม่ค่อยเห็นริ้วรอยบนใบหน้า พอได้เห็นชัดๆ ถึงรู้ว่าท่านน่าจะอายุเกินสี่สิบแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นแม่...หมายถึงแม่เลี้ยงของพี่ภูก็ยังเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง

“กูหึงเพื่ออะไรเนี่ย” ผมยกมือขยี้หัวตัวเองเพราะทำอะไรไม่ถูก มองหน้าพี่ภูแล้วก็ไม่รู้จะพูดอะไรดีเพราะรู้สึกหน้าแตกเบาๆ อีกทั้งคนข้างๆ ยังทำเหมือนจะขำด้วย แล้วเขาจะขำทำไมล่ะถ้าไม่ใช่ว่ารู้แต่แรกแล้วว่าผมคิดอะไร!

“กระต่ายโง่” พี่ภูยื่นมือมาผลักหัวผมเบาๆ จนสติที่จางหางไปเริ่มเข้าที่ ผมเงยหน้ามองเขาทั้งที่หน้ายังร้อนก่อนจะโยนขี้แบบหน้าด้านๆ

“พี่ไม่บอกผมแต่แรกอ่ะ”

“ก็อยากดูท่าทีมึง เสียดายเฮเลนบอกก่อน…” เขาหัวเราะหึในลำคอ ท่าทางเหมือนกำลังสนุก “ตอนแรกกะว่าจะเอาให้หัวร้อนจนหน้ามืดแล้วค่อยบอกว่า ‘แม่กู’ ทีหลัง แค่คิดก็สนุกละ”

“แกล้งผมทำให้พี่สนุกขนาดนั้นเลยเหรอ”

“เปล่า” เขาตอบแล้วยกมือมาโยกหัวผม “เห็นมึงเปลี่ยนอารมณ์ไปเรื่อยๆ แล้วสนุก”

ไม่ได้ต่างกันเลย…

“พี่แม่ง…”

“เดี๋ยวกูจะคุยกับภาม วันนี้คุยช้าเพราะไปรับเฮเลน มึงอยากฟังด้วยกันไหม”

ผมเงยหน้ามองคนพูดแล้วยิ้มกว้าง รีบพยักหน้าหงึกหงักเป็นการตกลง แล้วก็คิดไม่ผิดที่ทำแบบนั้น เพราะทันทีที่ตอบตกลง...คนถามก็ส่งรอยยิ้มน้อยๆ กลับมาให้เป็นรางวัล

พี่ภูเดินนำผมเข้าไปในห้องนอนตัวเอง คราวนี้เขาเปิดคอมและเป็นฝ่ายคอลไปก่อนโดยที่ตัวเองไม่ได้เปิดกล้องเช่นเดิม ส่วนผมก็นั่งอยู่ข้างๆ แล้วจับจ้องจอคอมด้วยความตั้งใจ

ถ้าจะช่วยเขา...ในอีกสองปีข้างหน้าที่ผมมีเวลาไปหาอาจได้เจอภาม การศึกษาไว้แต่เนิ่นๆ น่าจะจำเป็นมากที่สุด ถึงตอนนี้ผมจะยังไม่ได้ศึกษาภาษามือจริงจังแต่ก็ดูไว้บ้างแล้ว

ผมคิดไว้แล้วว่าจะไม่หาเวลาเล็กๆ น้อยๆ เพื่อบินไปหาพี่ภู เพราะนอกจากปีใหม่ก็คงไม่มีเวลามากพอจะไปอยู่นานๆ แต่ผมจะอดทนและทุ่มเวลาทั้งหมดเพื่อเตรียมการและวางแผน ทั้งเรื่องอนาคตของตัวเองและเรื่องที่ผมอยากช่วยเขาด้วย

เหมือนที่พี่ภูคิดว่าผมพิเศษกว่าคนอื่น...แต่เขาก็ยังต้องเอาครอบครัวก่อน ผมเองก็เหมือนกัน…

พี่ภูสำคัญ...แต่ครอบครัวของผมสำคัญกว่า จ๋ากับป๋าคือคนที่ผมจะไม่ยอมทำให้เสียใจเด็ดขาด ตอนเขาอยู่ที่นี่ผมอาจจะพร้อมสู้เพราะมันไม่ได้ส่งผลต่ออนาคตตัวเอง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน…

ผมต้องเรียนทุกวันเพื่อให้จบสามปีครึ่งแบบที่หวัง ปีก่อนไม่ได้เรียนซัมเมอร์ ปีนี้เลยต้องลงเต็มที่แบบไม่มีกั๊ก ผมไม่มีเวลามากพอจะจัดการทุกอย่าง ต่อให้ไปหาได้ก็อยู่ได้ไม่เกินอาทิตย์ แล้วแบบนั้นจะช่วยอะไรเขาได้ สู้พยายามอย่างหนักเพื่อให้ไปหาได้เร็วที่สุดดีกว่า

หลังจากจัดการเรื่องอนาคตของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลานั้นผมจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อเขา เอาให้คุ้มค่ากับเวลาที่หายไป

 อีกอย่าง...ทั้งตัวเขาและตัวผมอาจต้องการเวลาและระยะห่างเพื่อทบทวนตัวเอง

“พี่จะนอนแล้ว”

รู้ตัวอีกทีก็นอนที่เขาบอกลาภามและกดปิดจอคอม ผมนั่งจ้องจนคนถูกมองรู้ตัว เขาหันหน้ามาหาก่อนจะเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่าผมมองอะไร

“ผมจำหน้าพี่อยู่...เผื่อเวลาที่จะไม่ได้เจอกัน” เผื่อว่าอีกสองปีเขาจะเปลี่ยนไปมากกว่านี้

“นั่นสินะ” เขาว่าแบบนั้นแล้วจ้องผมกลับเหมือนจะทำแบบเดียวกัน

“ตอนปีใหม่ผมคงไม่ได้บินไปหาพี่...เพราะทุกปีต้องอยู่ฉลองกับครอบครัว”

“กูคงทำงานหัวปั่นอยู่ ไม่ได้ไปฉลองที่ไหน” เขายกยิ้มเล็กน้อย ท่าทางแสดงออกชัดเจนว่าหมายความตามที่พูดจริงๆ

“ถ้าผมจบสามปีครึ่งแล้วไปหาพี่ ตอนนั้นคงเป็นฤดูหนาวพอดี ถึงตอนนั้นเราไปฉลองปีใหม่ด้วยกันนะ”

“มึงไม่ต้องอยู่กับครอบครัวหรือไง”

“ผมจะขอจ๋าหนึ่งปี...บอกว่าจะไปตามลูกเขยกลับมาให้” ผมว่าติดตลกแต่แอบหมายความตามนั้น ปากก็ยิ้มเมื่อเห็นพี่ภูหัวเราะ ทั้งที่ใจเริ่มหน่วงเมื่อนึกถึงเวลาที่เหลือน้อยลง

“แม่มึงจะตามฆ่ากูหรือเปล่า”

“ไม่หรอก” แต่ถ้าป๋าก็ไม่แน่…

“เอาให้แน่…” เขาหันออกไปมองนอกกระจก สายตาทอดมองวิวเบื้องล่างเหมือนที่เราเคยดูบนดาดฟ้าหอผม ต่างกันแค่ครั้งนี้ไม่มีลมเย็นๆ เหมือนตอนนั้น แล้วท้องฟ้าก็ไม่ได้เปิดจนเห็นดาวชัดนัก

มองไปแล้วก็รู้สึกอึมครึมเหมือนความรู้สึกตัวเองไม่มีผิด

“แล้วแม่พี่มาทำไมเหรอ”

“มาเที่ยวน่ะ...แล้วก็รอกลับพร้อมกูเลยด้วย”

“งั้นเหรอ…”

“อย่าทำหน้าแบบนั้น” คนพูดยื่นมือมาหาก่อนจะแตะเบาๆ ที่แก้มผมแล้ววางทิ้งไว้แบบนั้น

“ผมทำหน้าแบบไหนอยู่”

“เหมือนจะร้องไห้” ปลายนิ้วเรียวเขี่ยข้างแก้มผมเบาๆ เป็นเชิงปลอบ และมันทำให้รู้สึกดีมากจนสามารถยิ้มออกมาได้ในที่สุด

“ผมจะไม่ไปหาพี่จนกว่าตัวเองจะเรียนจบ…” ผมอธิบายความตั้งใจของตัวเองช้าๆ จากนั้นก็พูดทุกอย่างให้เขาฟัง...ทั้งเรื่องที่อยากรักษาอนาคตของตัวเอง เรื่องที่อยากทบทวนหลายๆ อย่าง และเรื่องการรอเวลาที่เหมาะสม ตลอดเวลาที่ผมพูดพี่ภูไม่แสดงท่าทีใดๆ เลยแม้แต่อย่างเดียวนอกจากการพยักหน้า “ผมกลัวว่ายิ่งเจอจะยิ่งอยากอยู่ด้วย และสุดท้ายจะทำให้ทุกอย่างที่ตั้งใจไว้พังหมด”

ตอนเจอกันคงมีความสุขมากกว่าอะไร แต่ตอนที่ต้องจากกันอีกครั้ง ต้องรอจนกว่าจะมีเวลา ต้องทำแบบนี้ตลอดสองปี แบบนั้นมันยากมากเลยไม่ใช่หรือไง...บอกลากันครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว

“กูดีใจที่มึงคิดแบบนั้น” เขาส่งยิ้มน้อยๆ ที่ดูจริงใจมาให้ผมก่อนจะพูดต่อ “ทำหน้าที่ของตัวเอง ทำอนาคตของตัวเองให้เรียบร้อยก่อน ความรักอาจเป็นสิ่งสำคัญก็จริง แต่มันไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต รักตัวเองให้มากที่สุดแล้วค่อยคิดไปรักใคร”

“ครับ”

“เพราะมึงคิดแบบนี้…ถึงทำให้กูรู้ว่าเลือกคนไม่ผิด” พี่ภูพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนโดยไม่ปิดบัง เขาลูบแก้มผม ทั้งยังยอมปล่อยให้ผมยกมือแตะแก้มเขาด้วย ผมไม่แน่ใจว่าเขากำลังคิดแบบเดียวกันหรือเปล่า แต่ผมรู้สึกเหมือนเรากำลังถ่ายทอดความรู้สึกให้กันช้าๆ และมันช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บในใจได้มากยิ่งกว่าอะไร

“พี่จะจุ๊บผมไหม” ถามด้วยความจริงใจ แต่กลับได้รับสายตาเหมือนจะด่ากลับมา บางทีถ้าไม่มีกระจกปิดไว้เขาอาจจะโยนผมลงไปข้างล่างก็เป็นได้

“มึงแม่ง….”

“ไม่เหรอ” ผมถามด้วยน้ำเสียงห่อเหี่ยวอยู่หน่อยๆ เมื่อคนที่แตะแก้มตัวเองจนถึงเมื่อครู่เอามือลง สุดท้ายเลยได้แต่เอามือลงตามเพราะกลัวเก้อ ไหงบรรยากาศหวานๆ ปนหน่วงๆ เมื่อกี้ถึงกลายเป็นบรรยากาศเขินๆ ได้วะ…ผมเนี่ยล่ะที่เขิน

“เออใช่...ถึงจะพูดให้ดูเท่มาตั้งนาน แต่พี่ก็รู้ใช่ไหมว่าผมจะต้องคอลให้ได้เห็นหน้าพี่อย่างน้อยอาทิตย์ละสามวันอ่ะ”

“...”

“อ้าว...ไม่รู้เหรอ”

“กระต่ายเหี้ย”

ด่ากันทำไม กระต่ายไม่เข้าใจแรง ผมได้แต่ทำหน้าอึนๆ งงๆ มองเขาด้วยความไม่เข้าใจ แล้วก็ได้รับสายตาเหมือนจะด่าว่าโง่ตอบกลับมา หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก เพราะผมเอาแต่จ้องหน้าคนข้างๆ เพื่อเก็บบันทึกใบหน้าของเขาไว้ในใจตามที่พูด

“จริงๆ กูไม่ได้คิดจะพูดเรื่องนี้” พี่ภูเริ่มพูดขึ้นมาก่อนหลังจากเราเงียบไปนาน พอเห็นว่าผมจ้องอยู่เขาก็ใช้สองมือหยิกแก้มผมให้เงยขึ้นและขยับเข้าไปใกล้ “แต่ถ้าไม่พูดให้ชัด กระต่ายโง่ที่มั่นใจในตัวเองเกินเหตุแบบมึงคงคิดมาก”

“ผมไม่ได้โง่สักหน่อย” แต่ก็ยอมรับว่าอยากฟัง...ใครบ้างจะไม่ชอบความชัดเจน

พี่ภูทำเมินคำปฏิเสธของผมด้วยการหันออกไปมองนอกกระจก เขาทอดสายตาไปไกลเหมือนกำลังตัดสินใจจะว่าพูดหรือไม่พูดดี ซึ่งผมก็ทำได้เพียงรอคอยอยู่เงียบๆ ว่าเขาจะพูดอะไร เพราะกลัวว่าถ้ายิ่งร้องขอสิ่งที่ได้รับกลับมาจะทำให้ยิ่งผิดหวัง

“กูรู้ดีว่าตัวเองยังมีภาระถึงได้พยายามผลักไสให้ทุกคนออกห่าง...” เขาเริ่มพูดด้วยประโยคที่ทำให้ผมต้องนิ่งงัน ไม่กล้าแม้แต่จะละสายตาออกมา เพราะกลัวว่าแค่พริบตาเดียวจะพลาดโอกาสได้ยินเรื่องสำคัญไป “แต่เพราะมึงไม่เหมือนใคร ทำยังไงก็ไม่ยอมหยุด ยังหาวิธีเข้าหาอยู่ตลอด โคตรน่ารำคาญ”

“อ้าว…”

“แต่สุดท้ายก็กลายเป็นกูที่พลาดท่า...เปิดทางให้มึงเดินเข้ามาทำให้ทุกความตั้งใจเปลี่ยนไป”

“เปลี่ยนไป…” ผมทวนคำพูดของเขาช้าๆ สายตาหลุบลงต่ำเมื่อพยายามตีความคำพูดนั้น แต่ดูเหมือนครั้งนี้พี่ภูจะไม่ปล่อยให้ผมเข้าใจไปเอง เพราะเขาหันมาหาก่อนจะดันคางผมให้เงยขึ้นสบกับดวงตาสีเทาคู่สวยที่กำลังทอประกายอ่อนโยน

“ทำให้กูปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามความรู้สึก”

หัวใจของผมที่สงบนิ่งมาตลอดเริ่มเต้นระรัวกับคำสารภาพกลายๆ ที่ได้รับ แต่ก่อนจะได้ตอบอะไรกลับไปพี่ภูก็หลุบตาลงต่ำเหมือนกับไม่ต้องการสบตาผม ฝ่ามือที่เชยคางผมอยู่จนถึงเมื่อครู่เองก็ผละออกไปด้วย

“กูไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้ให้ใคร แต่พอมีแล้วก็มั่นใจว่ามันจะอยู่ไปอีกนาน เพราะงั้นถึงอยากให้มั่นใจว่าต่อให้ผ่านไปอีกกี่ปีกูก็จะยังรู้สึกแบบนี้…” เขาพูดโดยไม่สบตา ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาแม้แต่น้อย แต่ทั้งที่ผมควรดีใจกับความรู้สึกที่ได้รับรู้ หัวใจกลับปวดหนึบเพราะรู้ดีว่าคำพูดของเขาจะไม่ได้จบลงแค่ตรงนั้น และมันก็เป็นไปตามที่ผมคิด… “แต่ถ้ามึงไม่ต้องการ ถ้าคิดว่ามันเหนื่อยก็ลืมกูซะ ไม่ต้องทักมา ไม่ต้องตามหา แค่ลืมไปว่าเคยชอบคนแบบกูแล้วไปเริ่มต้นใหม่ก็พอ”

เริ่มต้นใหม่งั้นเหรอ…

ผมไม่ได้พูดตอบอะไรไปในทันที แต่เลือกที่จะหยุดคิดตามคำพูดของเขา เวลาพูดอะไรออกไปคำพูดจะกลายเป็นนายเรา จ๋าเคยบอกผมแบบนั้น และผมไม่ต้องการพูดในสิ่งที่ตัวเองไม่มั่นใจ เพราะงั้นถึงได้นิ่งเพื่อทบทวนทุกอย่าง

ความชอบมีค่ามากขนาดนั้นเลยเหรอ…

มันมีค่ามากขนาดที่ทำให้ผมยอมหยุดอยู่ที่ใครคนหนึ่ง….รอคอยเพื่อจะได้เจอเขาในอีกสองปีข้างหน้า...ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าเขาจะเปลี่ยนไปเป็นแบบไหนน่ะเหรอ ผมจะมีความอดทนและความตั้งใจมากขนาดนั้นจริงๆ หรือเปล่า ทำไมต้องทำขนาดนั้น มันก็แค่ชอบ...ก็แค่ชอบ...ไม่นานความรู้สึกนี้ก็หายไป เราอาจจะได้เจอคนใหม่หรือบางทีอาจจะหมดความรู้สึกไปเอง ถึงเวลานั้นจะทำยังไงกับคำพูดที่พูดออกไปแล้ว

แต่ยิ่งคิดกลับยิ่งชัดเจน...ไม่ว่าจะมองในแง่ร้ายมากแค่ไหน คำตอบของผมกลับยังคงเป็นคำตอบเดิม

“ถ้าสิ่งที่ผมเป็นอยู่มันคือความถูกใจหรือความชอบผิวเผิน คนขี้รำคาญแบบผมคงจะทำตามที่พี่บอก”

ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะรักใครสักคนได้...

“แต่เพราะมันเกินกว่าคำคำนั้นมาแล้ว...แล้วผมจะทำแบบนั้นได้ยังไง”

สำหรับผมความรู้สึกนี้ไม่ได้เริ่มขึ้นจากสามหรือสี่เดือนก่อน...แต่มันเริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้วที่ผมได้เจอเขา ยิ่งเข้าใกล้กลับยิ่งรู้สึกว่าใช่ทั้งที่เขาไม่ได้เป็นแบบที่เคยคิดถูกใจในตอนแรก จวบจนมาถึงตอนนี้ก็ยิ่งแน่ชัด...

“อีกสองปี…”

ดูเหมือนจะ ‘รัก’ ไปแล้ว

“ตอนที่หิมะตก...ผมจะไปหาพี่ที่นั่น”

“อืม” คนฟังตอบแค่นั้นแล้วเผยรอยยิ้มออกมา มันเป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผมเคยได้รับจากเขา เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ใจพองโตจนไม่รู้ว่าควรอธิบายออกมาเป็นคำพูดยังไง ผมทำได้เพียงยิ้มกลับไปเหมือนคนบ้า กอบกุมมือที่แตะแก้มตัวเองไว้แล้วเอียงใบหน้าเขาหาเพื่อซึมซับความอบอุ่นนั้นไว้

“กูจะไปหาอาซีกับเฮเลน...แล้วก็จะบินกลับอังกฤษเลย เรื่องสอบก็จัดการเรียบร้อยหมดแล้ว”

“อื้ม” ผมตอบรับอย่างง่ายดาย

ทำไมผมจะไม่รู้ว่าพี่ภูกำลังจะไปก่อนกำหนด...ทั้งเสื้อผ้าที่เก็บใส่กระเป๋าเดินทางเรียบร้อยแล้ว ทั้งตั๋วเครื่องบินไปภูเก็ตที่วางอยู่บนโต๊ะ ผมแค่ทำตัวเป็นคนโง่เพราะไม่อยากยอมรับ แต่แค่ได้รับรู้ความรู้สึกของเขาบ้างสักเล็กน้อยก็สามารถทำใจได้อย่างง่ายดาย

“ตอนแรกผมคิดอยู่ว่าจะด่าพี่ยังไงดีที่ทำเหมือนผมเป็นตัวคั่นเวลา ให้ความหวังกันแล้วก็จะทิ้งกันไป” ผมพูดติดตลกแล้วหัวเราะเบาๆ ไม่อยากจะบอกว่าตอนรู้สึกแย่ๆ คิดไปถึงขั้นจะฟ้องป๋าแล้วด้วยซ้ำ “แต่เหมือนพี่จะรู้ทันเลย”

“หึ” พี่ภูยิ้มมุมปากก่อนจะให้มือทั้งสองข้างดันหน้าผมให้เงยขึ้นมอง เขาก้มลงมาจนจมูกของเราแทบจะชนกัน ความใกล้ชิดที่ได้รับทำให้ใจของผมที่เพิ่งเต้นเป็นจังหวะปกติกลับมาเต้นกระหน่ำรัวแรงอีกครั้ง “กระต่ายบ้า”

“กระต่ายอีกแล้ว...เลื่อนขั้นให้หน่อยไม่ได้เหรอ”

“อยากเป็นอะไร”

เออว่ะ...แล้วจะอยากเป็นอะไรดี

“ผมก็ไม่รู้อ่ะ”

“เป็นกระต่ายของกูยังไม่ดีอีกเหรอ”

มันก็ไม่ใช่ว่าไม่ดี...แต่ก็อยากให้ชัดเจนกว่านี้ไง

“ไม่เลื่อนขั้นก็ได้ งั้น...คือผมไม่ได้โลภมากนะ...แต่อยากฟังชัดๆ สักครั้งอ่ะ” อย่างน้อยถ้าไม่ได้เลื่อนขั้น...ได้ฟังชัดๆ ว่าชอบสักคำคงต่อชีวิตไปได้อีกสองปี

พอเห็นผมจ้องตาแป๋วทั้งที่หน้ายังใกล้กันอยู่คนมองก็ยิ้มบาง แล้วอยู่ๆ เขาก็พ่นลมหายใจออกมาเหมือนจะแกล้งกันจนผมต้องหลับตาลงอย่างช่วยไม่ได้ แต่ยังไม่ทันได้ลืมตามองแบบเคืองๆ ตามที่คิดไว้ว่าจะทำ…เขาก็ปิดโอกาสนั้นด้วยการกดริมฝีปากลงมาที่หน้าผากของผม…

มันเป็นเพียงสัมผัสแผ่วเบาเหมือนแค่วางทับไว้เฉยๆ แต่สองมือที่ประคองใบหน้าผมไว้กลับไม่มีทีท่าว่าปล่อยออก ผมลืมตาขึ้นมองเมื่อริมฝีปากบางนั้นผละออก แต่แล้วก็ต้องหลับตารับสัมผัสอบอุ่นอีกครั้งเมื่อเขาวางหน้าผากทับลงมาโดยปล่อยให้จมูกของเราชนกันราวกับจะซึมซับความรู้สึกในตอนนี้ไว้….นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกเหมือนได้เข้าใจความรู้สึกของพี่ภู

เข้าใจว่าเขาเอง...ก็อยากเก็บความทรงจำนี้ไว้เหมือนกัน

“มึงเป็นกระต่ายของกู...เป็นกระต่ายที่มีตัวเดียวในโลก…”

“...”

“กระต่ายตัวเดียวที่กูชอบ”

“ขอบคุณนะครับ”

“ดูแลตัวเองดีๆ”

“พี่ก็เหมือนกัน”

“อืม…”

เรายิ้มให้กันเป็นครั้งสุดท้าย เป็นรอยยิ้มของการจากลาที่มีแต่ความสุข ไม่มีสิ่งใดติดค้างในใจอีก

เขาจากไปเพื่องานและครอบครัว ในขณะที่ผมอยู่เพื่ออนาคตของตัวเอง เราทั้งคู่ต่างมีหน้าที่ที่ต้องทำ พี่ภูทิ้งครอบครัวกับงานไม่ได้ ผมเองก็ทิ้งอนาคตของตัวเองไม่ได้ เพราะงั้นสิ่งที่เราต้องทำก็คือการทำหน้าที่ของตัวเองให้สำเร็จ และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม...เวลาที่เราคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่ของตัวเองได้สำเร็จแล้ว...

ถึงตอนนั้นเราจะได้พบกันใหม่อีกครั้ง...ในสถานะที่แตกต่างไปจากเดิม

 

--------------------------

 

ตอนนี้คือตอนสุดท้ายของเล่มหนึ่งค่ะ :D

พอขึ้นเล่มสองแล้วก็จะได้เห็นอะไรหลายๆ อย่าง ตามไปพร้อมกันนะคะ




ออฟไลน์ jaokhwan

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 425
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[22]==[P.13]== [05/08/60]
«ตอบ #381 เมื่อ05-08-2017 17:45:16 »

 :mew6: :mew6: :mew6:  สู้ๆนะ กระต่ายก้อน

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[22]==[P.13]== [05/08/60]
«ตอบ #382 เมื่อ05-08-2017 18:24:41 »

 o13

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4992
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[22]==[P.13]== [05/08/60]
«ตอบ #383 เมื่อ05-08-2017 19:16:01 »

 :-[ :-[ :-[

 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ no.fourth

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 889
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[22]==[P.13]== [05/08/60]
«ตอบ #384 เมื่อ05-08-2017 19:41:01 »

 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ xxSunShinexx

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 58
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[22]==[P.13]== [05/08/60]
«ตอบ #385 เมื่อ05-08-2017 19:50:39 »

คุณอชิราต้องเปลี่ยนเป็นผู้ที่พี่ภูทึ่งแน่นอน...
แต่จะทึ่งในเรื่องอะไรนั้น..... 555555
รอนะคะ อยากให้ตินหน้าข้ามไปเจอกันเลยได้มั้ย
คิดว่าความห่างไกลอาจจะทำให้คนอ่านปวดใจ...
...หรือว่าฟินกว่าเดิม -.-
เจ้าเก้านี่คาดเดาอะไรไม่ได้จริง

ออฟไลน์ TIKA_n

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +308/-4
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[22]==[P.13]== [05/08/60]
«ตอบ #386 เมื่อ05-08-2017 23:34:58 »

ความคิดน้องเก้าดีมาก ๆ สมแล้วที่เอาชนะใจพี่ภูได้ คุณค่าที่พี่ภูคู่ควร
อ่านไป ก็ลุ้นไป ว่าน้องเก้าจะได้จุ๊บจากพี่ภูไหม สุดท้ายก็แค่หน้าผาก 555
โอเค รออีกสองปีก็ได้ ถึงจะแค่หน้าผาก จมูกชนกัน แต่ก็ละมุนละไมที่สุดที่พี่ภูเคยทำแล้ว
ที่สำคัญ บอกชอบแล้วจ้า ถึงจะยังเป็นกระต่ายอยู่ก็เถอะ ฮาาา
อยากวาปไปสองปีแล้ว น้องเก้าจะทำให้พี่ภูทึ่งได้ขนาดไหนกันน้อ
รอตอนต่อไปจ้า ขอบคุณคนเขียนนะคะ  :กอด1:

ออฟไลน์ kiszy

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 166
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[22]==[P.13]== [05/08/60]
«ตอบ #387 เมื่อ06-08-2017 00:13:06 »

อ๋ออออออ ตอนสุดท้ายของเล่ม เราก็ใจกายแวปปปปเลยนึกว่าจะจบแบบนี้จริงๆ

ออฟไลน์ route rover

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2428
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +221/-7
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[22]==[P.13]== [05/08/60]
«ตอบ #388 เมื่อ06-08-2017 00:54:08 »

เก้าเด็กดี เก่งมากลูก เวลามันเดินแปปเดียวเด๋วก็เจอกันละ สู้ว้อยกระต่ายของพี่ภู

ออฟไลน์ missm2c

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ┌▼Nitrogen ไนโตรเจน▲┘ ==[22]==[P.13]== [05/08/60]
«ตอบ #389 เมื่อ06-08-2017 08:22:37 »

ตอนนี้พี่ภูพูดเยอะแล้ววววว #พี่ภูของบ่าว

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด