[เรื่องสั้นขนาดยาว]ไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน--
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้นขนาดยาว]ไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน--  (อ่าน 42110 ครั้ง)

minkking

  • บุคคลทั่วไป
----เป็นรื่องชายกับชายที่แต่งเป็นเรื่องแรกนะคะ ยังไงก็ขอกำลังใจด้วยนะคะ เรื่องนี้ขอเสนอความรักแบบนี้ในมุมมองของผู้หญิงบ้างนะคะ ชอบไม่ชอบอย่างไรก็ติชมได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ----



ไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน

ปฐมบทแห่งไม้ขีดไฟ


เคยไหมคะที่หลงรักเพื่อนสนิทตัวเอง....ฉันเคยค่ะ

แต่ความรักของฉัน มันไม่ได้หมายความว่าจะต้องแก่งแย่ง หรือครอบครอง...


ฉันกับทินราช หรือไอ้ทิน เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะพ่อกับแม่เราเป็นเพื่อนรักกัน

แถมบ้านยังอยู่ติดกัน อายุเราก็ใกล้กัน

ไอ้ทินเกิดก่อนฉัน 9เดือน มันเกิดตอนเที่ยงพอดี มันเลยได้ชื่อว่าทินราชที่แปลว่าดวงอาทิตย์

ส่วนฉันเกิดหลังมัน ที่แม้จะเกิดตอนพลบค่ำแล้ว แต่แม่ดันอยากให้ชื่อฉันกับชื่อไอ้ทินคล้ายกัน

ฉันเลยได้ชื่อว่า ทินประภา ที่แปลว่าแสงแดด


ดวงอาทิตย์กับแสงแดด มักจะอยู่ด้วยกันเสมอ  ก็เหมือนฉันและไอ้ทิน ที่อยู่ด้วยกันตลอดเวลา

ตั้งแต่เด็กจนโต เรียนด้วยกัน กินด้วยกันมาตลอด ไอ้ทินมักจะคอยดูแลฉันเพราะฉันตัวเล็ก และโดนรังแกบ่อย ๆ

จนกระทั่งเข้าเรียนม.ต้น ฉันและมันก็เริ่มถูกล้อว่าเป็นแฟนกัน แต่ไอ้ทินและฉันก็ยังทำหูทวนลมไม่สนใจ

ฉันรู้ว่าสำหรับไอ้ทิน ฉันเป็นเพียง เพื่อนและน้องสาวคนสำคัญที่มันจะต้องดูแล

แต่สำหรับฉัน ....สายตาที่มองมันต่างออกไปเมื่อใดฉันก็ไม่รู้....



เมื่อฉันเข้าม.ปลาย.... เหตุการณ์ที่ฉันสาหัสที่สุดในชีวิตก็มาถึง

ครอบครัวฉันขับรถประสบอุบัติเหตุชนกับสิบล้อเมายาบ้า

ฉันรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์   แต่ถึงฉันจะโชคดีอย่างไร เมื่อฉันลืมตาตื่นขึ้นมาในอีก 3 วันให้หลัง

ฉันก็ได้แต่เห็นโลงศพสองโลงตั้งเคียงคู่กันบนศาลาวัด หน้าโลงเป็นรูปของพ่อแม่ฉัน....


นาทีนั้น สมองฉันเหมือนไม่สั่งการ แล้ว น้ำตามากมายหลั่งริน ป้าใจกับลุงพลพ่อแม่ของไอ้ทินและตัวไอ้ทินเอง

พยายามปลอบโยนฉันแต่เหมือนฉันไม่รับรู้อะไร ฉันกรีดร้องคลุ้มคลั่ง จนหมอต้องให้ยาระงับประสาท

ฉันเป็นอย่างนั้จนกระทั่งวันเผาพ่อกับแม่ แต่ถึงฉันจะกรีดร้องโวยวายอย่างไร ไอ้ทินก็จะอยู่ข้าง ๆ เสมอ

คอยจับมือ คอยกอดไว้


หลังจากพักฟื้นจนหายดี ฉันก้กลับมาอยู่ที่บ้านบ้านที่ยังพอจะเหลือความอบอุ่นของพ่อกับแม่ฉันไว้บ้าง

แม้ป้าใจกับลุงพลจะอยากให้ฉันไปอยู่ที่บ้านแกก็ตาม

ป้าใจกับลุงพลเป็นผู้ปกครองฉันตามกฎหมายเนื่องจากพินัยกรรมชของพ่อและแม่ระบุไว้อย่างนั้น

และฉันเองยังไม่บรรลุนิติภาวะดังนั้นป้าใจกับลุงพลจึงถือว่าฉันเป็นลูกอีกคนหนึ่งของพวกเขา

บางครั้งไอ้ทินก็โวยวายหาว่าพ่อแม่มันรักฉันมากกว่ามัน

ฉันก็รู้ดีอีกนั่นแหละว่าไอ้ทินมันเรียกร้องความสนใจไปงั้นแหละ ไม่เคยคิดอย่างนั้นจริงจังสักที

ขนาดพ่อแม่มันจะไปเที่ยวมันยังขออยู่บ้านกับฉันเลย


.....ชีวิตช่วงนั้นของฉันผ่านไปได้ด้วยดี เพราะมีครอบครัวของไอ้ทินค้ำจุนไว้ ฉันไม่เคยลืมบุญคุณนั้น

และไม่เคยลืม...ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในใจลึก ๆที่มีต่อ ไอ้ทิน ดวงอาทิตย์ของฉัน เช่นกัน....



 :pig4: :pig4: :bye2:
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-09-2008 06:06:21 โดย minkking »

ออฟไลน์ zandwizz

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2245
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +148/-7
เข้ามาเป็นกำลังใจให้ เรื่องสั้น ขนาดยาวค๊าบ........

มาต่อไว ๆ น๊า...... +1 ให้คับ.....

pickki_a

  • บุคคลทั่วไป
 :mc4: :mc4:
ปฐมฤกษ์เรื่องใหม่
ไม่เลยอ่านในมุมมองผู้หญิงเลย
ท่าทางจะ.... :o12: หรือ:laugh:....(ไม่เดาละกัน)

minkking

  • บุคคลทั่วไป
ความฝันของไม้ขีดไฟ


เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเราสองคน ใกล้จะจบม.ปลาย ไอ้ทินติวหนังสือที่บ้านฉันเช่นเคย...

"เฮ้ย ตินติน แกจะไปต่อที่ไหนวะ" ตินตินเป็นชื่อฉันค่ะ เพราะเมื่อก่อนตอนไอ้ทินพูดได้ก่อนฉันมันเรียกฉันอย่างนั้น

"ไม่รู้ดิ ...ถ้าติดวิศวะก็คงดี ...อยากเป็นเหมือนพ่อ" ไอ้ทินเอามือมาลูบผมฉันเล่น

"เออว่ะ ฉันก็อยากเรียนวิศวะ...แต่คะแนนเอนท์อ้ะดิ แม่งน้อยอ้ะ ไม่รู้ว่าจะติดรึเปล่า"มันทำหน้าครุ่นคิด ฉันเอนตัวลงนอน

"เอางี้ป้ะล่ะมึง...ก็ถ้ามันไม่ติดหรือติดคนละที่ เราไปเรียนม.เอกชนที่กรุงเทพฯกัน" ไอ้ทินยิ้มร่า

"จิงดิ มึงต้องไปกับกูนะติน" ถึงฉันจะเป็นผู้หญิง แต่ด้วยความสนิทกันเวลาเราอยู่ด้วยกันภาษาที่พูดเลยไม่ค่อยจะสุภาพเท่าไหร่

"เออ.. โง่อย่างมึงกูจะทิ้งได้ไง" มันตบหัวฉัน เราสองคนนั่งหัวเราะไปพร้อม ๆ กัน วางแผนอนาคตไปด้วยกัน

ฉันเหลือบมองเสี้ยวหน้าของไอ้ทิน...ถ้าฉันได้ร่วมวางแผนอนาคตกับมันไปตลอดชีวิตก็คงดี....

ผลเอนท์ออกมาปรากฎว่าฉันติดที่ มช. แต่ไอ้ทินไม่ติด

เราสองคนจึงตัดสินใจลงมาเรียนที่ม.เอกชนที่กรุงเทพฯ

ป้าแอนและลุงพลซื้อคอนโดที่อยู่ใกล้มหาลัยให้เราอยู่ด้วยกัน

เป็นห้องสูทขนาดใหญ่ มีสองห้องนอน ห้องครัว และห้องรับแขก

กว้างพอที่เราจะอยู่กันได้สบาย ๆ ฉันแอบดีใจกับตัวเองอย่างน้อยฉันและมันก็ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน
 
แม้จะเป็นแค่พี่น้องก็เถอะ


ฉันไม่รู้เลยว่า...การเข้ามาเรียนที่นี่ จะทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง....


 การเรียนในมหาวิทยาลัยยากกว่าที่ฉันคิดไว้ การรับผิดชอบที่มากขึ้น และกิจกรรมรับน้องที่หนักหนา

มันทำให้ฉันกับไอ้ทินสะบักสะบอมกลับคอนโดเกือบทุกวัน

....และเพราะการรับน้องนี้ ทำให้ฉันได้รู้จักใครคนหนึ่งที่จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของฉันและไอ้ทินไปอีกครั้ง ....


TBC...


เป็นอย่างไรบ้างเอ่ย ชอบไหมคะ ปั่นสุด ๆ เอาใจผู้อ่านเลยนะเนี่ย :bye2: :bye2:


pickki_a

  • บุคคลทั่วไป
เร็วทันใจจริงๆ
 :m4:
+1 เป็นขวัญและกำลังใจละกันคับ

ออฟไลน์ Poes

  • คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต
  • Administrator
  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 11342
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2405/-22
 :L2: มาให้กำลังใจจ้า เดี๋ยวมาอ่าน

ออฟไลน์ bellbomb

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1561
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1261/-7
    • Bellbomb's Blog
กำลังคิดจะเขียนเรื่องสั้นที่เล่าเรื่องผ่านมุมมองของบุคคลที่ 3 เหมือนกันพอดี เลย แต่ยังได้แค่ร่างโครงเองอะ +1 เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ (แล้วก็ไปปั่นของตัวเองต่อ  :fire: )

abcd

  • บุคคลทั่วไป
สำนวนดี อ่านแล้วไหลลื่น จัดหน้าดีอ่านง่าย มีสะกดผิดบ้างนิดๆหน่อยๆ เช่น ปาฏิหาริย์   
แล้วก็ตัวนี้ >>> ฯ <<<ต้องพิมพ์ติดกันจ้ะ เช่น ทุกๆ / สดๆ / เรื่อยๆ

เป็นกำลังใจให้จ้า  :L2:

minkking

  • บุคคลทั่วไป
สำนวนดี อ่านแล้วไหลลื่น จัดหน้าดีอ่านง่าย มีสะกดผิดบ้างนิดๆหน่อยๆ เช่น ปาฏิหาริย์   
แล้วก็ตัวนี้ >>> ฯ <<<ต้องพิมพ์ติดกันจ้ะ เช่น ทุกๆ / สดๆ / เรื่อยๆ

เป็นกำลังใจให้จ้า  :L2:


ขอบคุณมากๆจริง ๆ ค่ะ คือเราโง่คำพวกนี้มากอ้ะ พวก ปาฏิหาริย์  อัศจรรย์ อะไรเทือก ๆ นี้อ้ะ แต่ด้วยความสันหลังยาวเลยไม่เปิดพจนานุกรม ขอบคุณที่แนะนำนะคะ จะพยายามต่อไปค่ะ

มาตอบเฉย ๆ เน้อ เนื้อเรื่องกะลังปั่นงับ

benxine

  • บุคคลทั่วไป
จริงๆ แล้ว เป้นเรื่องของ ญ - ช

หรือ ช-ช ค๊าบบเนี้ย


สับสน นิดๆ


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






minkking

  • บุคคลทั่วไป
 ----เพื่อนใหม่----

.....การเรียนในมหาวิทยาลัยยากกว่าที่ฉันคิดไว้ การรับผิดชอบที่มากขึ้น และกิจกรรมรับน้องที่หนักหนา
มันทำให้ฉันกับไอ้ทินสะบักสะบอมกลับคอนโดเกือบทุกวัน

และเพราะการรับน้องนี้ ทำให้ฉันได้รู้จักใครคนหนึ่งที่จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของฉันและไอ้ทินไปอีกครั้ง


...อามูร์ เป็นผู้ชายที่ตัวเล็ก ตัวพอ ๆ กับฉันเลยทีเดียวแล้วยังหน้าหวาน

หวานเสียยิ่งกว่าฉันที่เป็นผุ้หญิงเสียอีก

ฉันจึงเรียกใหม่ว่ามูมู่ ซึ่งอามูร์ก็ไม่ว่าอะไร

มูตัวเล็กและยังน่าสงสารเพราะเป็นโรคหัวใจ

ดังนั้นเวลามีกิจกรรมหนัก ๆ มูจึงไม่ค่อยได้เข้าร่วม

 ต้องมานั่งรวมกลุ่มกับผุ้หญิงอย่างฉันที่ขี้โรคเหมือนกัน

 จึงทำให้ฉันกับมูสนิทกัน และลามไปถึงไปสนิทกับไอ้ทินเพื่อนรักของฉันด้วย


ด้วยความที่ไอ้ทินมันต้องดูแลฉันมาตลอด

ทำให้มันติดนิสัยชอบดุแลคนอื่น แล้วยิ่งมูมู่ของฉันไม่ค่อยแข็งแรง

ไอ้ทินเลยค่อนข้างจะดุแลมากเป็นพิเศษ ในตอนนั้นด้วยความเคยชินของฉัน

มันทำให้ฉันลืมไปว่า ผุ้ชาย เขาไม่ห่วงและใส่ใจ แม้กระทั่งเวลากินข้าว

และโทรหากันบ่อยกว่าที่คุยกับฉันเสียอีกแบบนี้


เราเริ่มสนิทกันมากขึ้น ไปไหนไปกันตลอด

ขนาดพวกมันไปกินเหล้าก้ยังลากฉันผุ้กินเหล้าไม่ได้ไปด้วย

ไปนั่งกินกับแกล้มให้เปลืองซะอย่างงั้น

เวลาจะสอบก็ได้น้องมูมู่ติวเตอร์อัจฉริยะติวให้

เลยพาลทำให้มูมู่ต้องมาค้างที่คอนโดบ่อย ๆ


ชีวิตเราสามคนเป็นแบบนี้มาเรื่อย ๆ ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา

จนพวกเพื่อน ๆ ที่คณะก็แซวอย่างไม่ค่อยจริงจังว่าเราเป็นสามผัวเมีย

พวกเราเพียงแต่มองหน้ากันยิ้ม ๆ ไม่สนใจอะไรเท่าไหร่นัก

ไอ้ทินเคยดูแลเราอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น



.....ฉันที่เคยรักไอ้ทินอย่างไร....ก็เป็นอย่างนั้นตลอดมา....


TBC.....


minkking

  • บุคคลทั่วไป
จริงๆ แล้ว เป้นเรื่องของ ญ - ช

หรือ ช-ช ค๊าบบเนี้ย


สับสน นิดๆ



ครือ...จาบอกยังไงดีล่ะ

เป้นเรื่อง ผุ้หญิงที่แอบรัก ผู้ชายที่เป็น ชายรักชายอ้ะ

minkking

  • บุคคลทั่วไป
ความจริง...จากดวงตะวัน


 ผ่านมาไม่นาน ฉันเริ่มรู้สึกว่า มูทำตัวห่างเหินออกไป

 แม้จะพุดคุยกันตามปกติ แต่มูก็ไม่เคยมาค้างที่คอนโดอีก

ทุกครั้งที่เจอกับไอ้ทิน มูจะดูเกร็งๆ ไอ้ทินเองก็ไม่ต่างกัน

มันทำให้ฉันอึดอัด แต่ก็ไม่กล้าถามอะไร

ได้แต่เป็นคนกลางอยู่ระหว่างความอึดอัดนั้น .....

ฉันอดทนจนเริ่มทนไม่ไหว จึงลากไอ้ทินลงมานั่งคุยกัน ที่คอนโด

"ทินมึงเป็นอะไร กุอึดอัดว่ะ"

"อึดอัดอะไรของมึง ไอ้ติน กุไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย"

"ไม่เป็น แล้วมึงหลบตากุทำไม...ทินกุอยู่กับมึงมาตั้งแต่เกิดนะ มึงเป็นอะไรทำไมกุจะไม่รู้"

ไอ้ทินนิ่งไป แล้วสบตากับฉัน

"ติน...อย่าเกลียดกูนะ"

"เกลียดเชี่ยอะไร...อย่าลีลาบอกมา"

"ติน.....กูรักมูว่ะ"


........กูรักมูว่ะ........คำพูดประโยคเดียวที่ทำให้โลกของฉันแทบจะสลายลงไป ฉันทำอะไรไม่ถูก

หัวใจมันเจ็บ..... เจ็บเหมือนว่าหัวใจจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ไอ้ทินเข้ามากอดฉันไว้ พร้อมกับน้ำตามันไหลริน


"ติน...มึงอย่าเกลียดกูนะ ใครจะเกลียดกูกูไม่สนแต่มึงอย่าเกลียดกูนะที่กูเป็นแบบนี้ นะติน...

ติน..ตินพูดกับทินสิ อย่าเป็นแบบนี้ ตินอย่าเกลียดเรานะติน" ฉันโอบมันไว้

"ไม่เป็นไรทิน ...ตินแค่ตกใจน่ะ...ทินก็รู้ไม่ว่าทินจะเป็นยังไง...ตินก็ไม่มีวันเกลียดทิน"

อ้อมกอดของไอ้ทินแน่นขึ้น อ้อมกอดอันนี้ที่มีเพื่อฉัน อ้อมกอดที่เป็นของฉัน...เท่านี้ก็คงพอ

“ทิน แก่แน่ใจแล้วใช่ไหม กับความรู้สึกนี้.....แกพร้อมใช่ไหมกับสายตาที่สังคมจะมองแก....” ทินนิ่ง

“...ติน....เราไม่แน่ใจ...แค่รู้ว่าตอนนี้รัก...รักจนไม่รู้จะทำยังไงดี” ฉันลูบหัวทินเบา ๆ

“...ทิน...แกจะต้องฝ่าฟันอะไรอีกเยอะนะ ถ้าแกจะเลือกทางนี้ แต่ไม่ต้องห่วง.....

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะอยู่ข้างแกเสมอ....เข้าใจไหม” ทินพยักหน้าอยู่ตรงบ่าฉัน

ฉันลูบหัวมันเหมือนที่ฉันชอบทำเวลามันไม่สบายใจ

"ทิน แล้วมูมันรู้หรือยัง"

"รู้...แต่มันไม่อยากให้แกไม่สบายใจ มันพยายามออกห่างจากเรา เผื่ออะไรมันจะดีขึ้น

แต่ทินเพิ่งรู้นะตินยิ่งห่างกัน ทินก็ยิ่งรักเค้า ยิ่งคิดถึงเค้า ทินจะทำยังไงดี....." ฉันลูบหัวมันเบา ๆ

"ไม่เป็นไรทิน เดี๋ยวตินจัดการให้...อย่าเศร้าเลย...อย่าร้องไห้ ทินเป็นแบบนี้ ตินรู้สึกไม่ดีเลยรู้ไหม"

"ขอบใจนะติน.....ขอบใจจริงๆ ..."

"ทิน.....กูรักมึงนะ"

"กูก็รักมึง...ตินเพื่อนรัก"......... ฉันได้มาแล้วคำว่ารัก....แม้จะไม่ใช่แบบที่ฉันอยากได้ก็ตาม...

เรานั่งกอดกันอย่างนั้นสักพัก ฉันก็คลายอ้อมกอด ออก รับรู้ได้ในใจ


…....ถึงเวลาแล้วสินะที่ฉันจะต้องปล่อยคนในอ้อมแขนนี้ไป.......

ออฟไลน์ oaw_eang

  • Global Moderator
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2122/-586

พรุ่งนี้จะมาอ่าน

สัญญา

อิเจ้


pickki_a

  • บุคคลทั่วไป
แล้วตินจะทำไงต่ออ่ะ?  o12

MoOkRaPoOk

  • บุคคลทั่วไป
อร๊ายยย
กรี๊ซซซซซซซซซซ
แอชเศร้า
สงสารนังหนูตินติน
อร๊ายยย

กรี๊ซซซซซซซซซซซซ
รออ่านต่อนะค้า
อร๊ายยยยยยยยยยยย

christiyaturnm

  • บุคคลทั่วไป
 :m15:


รักเขาข้างเดียว ข้าวเหนียวนึ่งแท้ๆๆๆ


นางเอกของเรา :m15:

Givesza

  • บุคคลทั่วไป
เข้าใจหัวอก คนรักเขาข้างเดียว  :sad2:

inimeg

  • บุคคลทั่วไป
มีเรื่องยาวขนาดสั้นบ้างป่ะครับ

คงไม่ได้ติติงอะไร ขอชมครับ อ่านง่ายดี ลื่น แต่ยังไม่ได้อ่านบทหลังๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาอ่านต่อครับ

minkking

  • บุคคลทั่วไป
ไม้ขีดไฟ...ฉีกหัวใจตัวเอง



ฉันนัดอามูร์ออกมานั่งคุยกัน

มูมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยที่เห็นฉันมากับไอ้ทิน แต่ก็ยังยิ้มให้ฉัน

"หวัดดี ติน...หวัดดี ทิน"

"หวัดดีมู สั่งไรรึยัง วันนี้ตินอยากเมาว่ะ"

"เมาห่าอะไรไอ้ติน แกกินเหล้าไม่ได้ไม่ใช่เรอะ"

"ไม่เป็นไร ตอนนี้กุเมาชีวิตอยู่แล้ว แดกเป๊บซี่ก็คงเมา" ฉันพูดกลั้วหัวเราะ

......เพื่อไม่ให้บรรยากาศมันเครียดเกินไป

มูมองฉันแล้วก็หัวเราะ เราสั่งของมานั่งกิน

"อย่าเพิ่งพูดอะไรนะเว้ย แดกให้อิ่มก่อน กุหิวมากกกกกกกกก" ฉันรีบบอก

……..แค่อยากยืดเวลาที่ต้องรับรู้ความจริง...แม้เพียงสักนิดก็พอ........



หลังจากกินอาหารเสร็จ เราสามคนก็ไปเดินที่สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยากันเหมือนที่เราเคยชอบไปบ่อย ๆ

แสงไฟระยิบระยับของแสงไฟที่กระทบผืนน้ำสวยงามเหมือนเคย....

แต่หัวใจฉัน....แหลกสลาย.....ร้าวราน......


....เราสามคนยืนอยู่กลางสะพาน......

"มู...แกรักไอ้ทินหรือเปล่า" ทั้งสองคนหันมามองหน้าฉัน แต่ฉันเหม่อมองไปที่ผืนน้ำ

"ติน...ทำไมแกถามฉันอย่างงี้" เสียงมูดูสั่น ๆ

"มู...ไอ้ทินมันรักแกนะ...ทำไมแกถึงปฏิเสธมันล่ะ" ถ้าเป็นฉัน...ฉันคงรีบตอบรับทันที ฉันคิดในใจ

มูดึงฉันให้หันไปเผชิญหน้า

"ติน...แกไม่รังเกียจหรอ ...แกไม่รู้สึกอะไรเลยหรอ...ที่มีเพื่อนเป็น...เป็น..แบบนี้" ฉันยิ้ม

"มู...ความรักมันกำหนดไม่ได้หรอกนะ..มันก็แค่รัก...จะเพศไหน มันก็คือรัก...

ฉันไม่ได้รังเกียจ....ไม่คิดจะรังเกียจ...ฉันรักแกทั้งสองคนมาก....

อย่าให้ฉันมาเป็นตัวแปรที่จะทำให้แกทั้งสองคนต้องเจ็บปวดเลย"

ใช่....ฉันรักพวกมันมาก...รักจนยอม...ยอมให้มันทั้งสองคนรักกัน....

แม้ว่าหัวใจฉันมันจะแหลกสลายก็ตาม....

"ฮือออ....ติน...มูขอบใจนะ..ขอบใจจริงๆ ที่เข้าใจ...."มูโผเข้ากอดฉันพร้อมน้ำตา

เบื้องหลังของฉัน อ้อมกอดอุ่น ๆ ของไอ้ทินก็กอดฉันไว้ 

.......เพื่อนรักทั้งสองคนของฉันยังต้องเจอกับอะไรอีกเยอะ

อย่าได้เป็นกังวลเรื่องของฉันเพิ่มเข้าไปอีกเลย.... ฉันคิดแค่นี้


…...และในตอนนี้ฉันคงไม่ขออะไรมากมายไปกว่านี้..... แค่อ้อมกอดของเพื่อนรักทั้งสองคนก็เพียงพอ.......



..............จุดตัวเองก็ยอมทันใด ให้ลุกเป็นไฟขึ้นมา

เพียงปรารถนา ให้มีลำแสงสีทอง

จุดตัวเองก็ยอมทันใด ให้ลุกเป็นไฟขึ้นมา

เพียงปรารถนา ดอกทานตะวันหันมอง...สักครั้ง......




เพลงไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน V.เจนนิเฟอรืคิ้ม ในคอนเสิร์ต "เพลงของประพาส" <<<<ลองฟังดูค่ะ เพราะโฮก เรื่องนี้ได้แรงบรรดาลใจมาจากการฟังเพลงนี้แหละค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-09-2008 06:08:38 โดย minkking »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






minkking

  • บุคคลทั่วไป
หลังจากวันนั้น..ทั้งสองก็เริ่มคบกัน...

ฉันก็ยังเหมือนเดิม เราสามคนยังไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ

ทินและมู ไม่เคยทำอะไรประเจิดประเจ้อเวลาที่อยู่ในที่สาธารณะ

ฉันจึงไม่เคยลำบากใจที่จะกลายเป็นไม้กันหมาให้ทั้งสองคนนั้


มูย้ายเข้ามาอยู่ในคอนโดกับฉันและทิน

ถ้าอยู่ต่อหน้าฉัน ทินและมูจะไม่ทำอะไรมากไปกว่าจับมือกัน หรือโอบไหล่

เพราะไม่อยากให้ฉันอึดอัด แต่ทุกครั้งที่เห็นมันก็อดทำให้ฉันเจ็บแปลบในใจไม่ได้ …..


คืนหนึ่งฉันหิวน้ำจึงออกมาจากห้องนอนออกมาที่ส่วนที่กั้นเป็นครัว

หูก็พลันได้ยินเสียงพูดคุยแว่วๆ ดังมาจากห้องน้ำ

ฉันเดินเข้าฟังด้วยความสงสัย .

"ทิน...อย่า..อย่าทำแบบนี้..อื้อ..อ่ะ" เสียงมู

"ทำไมล่ะ.... หือ.... คนดี ทั้งที่รู้สึกขนาดนี้แล้ว...ทำไมล่ะครับ" ไม่น่าเชื่อว่าเสียงสั่นพร่าและเซ็กซี่นี้จะเป็นของไอ้ทิน

"ทิน...ปะ...ไปที่ห้องเถอะ ...เดี๋ยว..อื้อ..อ่ะ ..อื้อ...เดี๋ยวตินตื่นมาได้ยินนะ..ฮื้อ..."

ฉันฟังได้แค่นั้นก็เดินกลับเข้าไปในห้องเงียบๆ...........เจ็บ...


…...ฉันรู้แล้วว่า...การปล่อยมือจากทินวั้นนั้น หมายถึงปล่อยไปตลอดกาล...



ความสัมพันธ์ของเราเป็นแบบนี้มาเรื่อยๆ ฉันมักจะออกไปนั่งเล่นที่สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบ่อย ๆ

เพื่อเปิดโอกาสให้เขาได้อยู่ด้วยกันมากขึ้น.......ชีวิตฉันเงียบเหงาเดียวดาย....


....เจ้าไม้ขีดไฟ ก้านน้อยเดียวดาย แอบรักดอกทานตะวัน

แรกแย้มยามบาน อวดแสงตะวัน ช่างงดงามเกินจะเอ่ย

ดอกเหลืองอำพัน ไม่หันมามอง แม้เหลียวมายังไม่เคย

ไม้ขีดเจ้าเอ๋ย... เลยได้แต่ฝัน ข้างเดียว.......



 :อกหัก:

minkking

  • บุคคลทั่วไป
...จนกระทั่ง พี่นัทเข้ามาในชีวิตของฉัน....

พี่นัทเป็นพี่ที่มหาลัย...พี่นัทบอกรักฉัน เมื่อเห็นว่าฉันมานั่งที่นี่บ่อยๆ

พี่นัทรู้แม้กระทั่ง เรื่องที่มูและทินคบกัน..... ฉันถามทำไมถึงรู้

เขาบอกว่ารู้เพราะอาการของฉัน พี่นัทบอกว่า เขาสังเกตฉันมาตั้งแต่เข้ามาเรียนที่มหาลัยใหม่ๆ

เขาไม่กล้ามาจีบฉันเพราะนึกว่าฉันกับไอ้ทินเป็นแฟนกัน...

แต่ช่วงนี้ฉันดูเหงาๆ แต่มูกับทินดูมีความสุข.... เขาก็เดาได้....เขาเลยมาจีบฉัน

ฉันเริ่มกังวลการที่ฉันเป็นแบบนี้มันจะทำให้ทั้งสองคนเดือดร้อน

ท่าทางเป็นกังวลของฉันทำให้พี่นัทรีบบอกว่า

ถ้าไม่สังเกตจริงๆ ก็ไม่รู้หรอก ที่เขารู้เพราะเขามองฉันอยู่ต่างหาก


...ฉันเข้าใจความรู้สึกของพี่นัท.....และเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง.....


"พี่นัท ตินไม่ได้รักพี่แบบนั้น พี่รู้ใช่ไหม"

"รู้ครับ และพี่ก็รู้ว่าตินรักใคร"

"แล้วพี่ยังจะรักตินหรอ"

"มันก็เหมือนที่ทำไมตินยังรักคนคนนั้นอยู่นั่นแหละ" เรายิ้มให้กัน

ฉันดีใจที่มีพี่นัทเข้ามาในชีวิต...มันทำให้ฉันไม่เหงา….


....เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น.....


ฉันยังมาที่สะพานเดิมทุกครั้งที่ฉันต้องการใครสักคน.....

และที่สะพานนั้นจะมีพี่นัท....... ยืนรอคอยฉันอยู่เสมอ.......



ฉันกับพี่นัทใกล้ชิดกัน...แต่ทำไมฉันไม่เคยรักพี่นัทแบบที่ฉันรักทินสักที...ฉันไม่เข้าใจตัวเอง....




ในที่สุด พวกเราก็เรียนจบ...ฉันและไอ้ทินได้งานที่บริษัทที่ไปฝึกงานในกรุงเทพฯนี้เอง..

ฉันรู้ดีพอๆ กับที่พี่นัทก็รู้ว่าทำไมฉันตัดสินใจทำงานที่นี่กับไอ้ทิน

เราสามคน ฉัน มูและทินยังอยู่ด้วยกัน...ความรักที่ทั้งสองมีให้กัน มันทำให้ฉันรับรู้

…..ใครที่เคยพูดไว้ ว่าความรักแบบนี้มักจะไม่จีรังยั่งยืนนั้น....มันผิด.....


มูไม่เคยหึงหวงทิน...ยอมแม้กระทั่งหากทินเจอผู้หญิงที่ถูกใจแล้วจะจากไป มูก็ยินดี....

ยอมให้ทินมีอะไรกับผู้หญิงอื่น...เพราะรู้สึกว่าตัวเองจะให้ความสุขแก่ทินได้ไม่ดีพอ....



ทินไม่เคยทำให้มูเสียใจ.....ไม่เคยมองใครนอกจากมู...อะไรที่คิดว่าทำแล้วมูร์จะไม่สบายใจ.....ทินจะไม่มีวันทำ

ผู้หญิงมากหน้าหลายตาที่เข้ามาพัวพัน....แต่ทินก็ยังมั่นคงต่อมู..... แม้มูจะยินยอมให้มีใคร

แต่ทินก็ไม่เคยทำ ทินบอกว่า ทินไม่ได้อยากมีอะไรกับใคร....ที่ทินทำก็เพราะนั่นเป็นมู......




....รักแบบที่มูและทินมีให้กันมันยิ่งใหญ่...ใหญ่เสียจนฉันทำทุกอย่างเพื่อปกป้องมันไว้.....




ช่วงนี้เวลาเรากลับบ้าน คำถามที่ป้าใจมักจะถามบ่อยๆนั่นคือ....

เมื่อไหร่เราสองคนจะแต่งงาน……ฉันรู้คำถามนี้มันทำให้ไอ้ทินอึดอัด...

และก็รู้อีกว่า ไอ้ทินไม่สามารถบอกได้ว่าคนที่มันอยากแต่งงานด้วยเป็นใคร...

ป้าใจกับลุงพลเป็นคนกว้างขวางในจังหวัด แม้จะรักลูกชายคนเดียวสักเพียงไหน

.....ก็คงทำใจไม่ได้ที่ลูกจะรักผู้ชายด้วยกัน


ไอ้ทินอึดอัดฉันรู้...ฉันจึงตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง

หลังจากที่ฟังคำถามที่แสนอึดอัดนั้น ซ้ำกันหลายๆ ครั้ง.......


 :n1: :n1:

minkking

  • บุคคลทั่วไป
---การตัดสินใจของ....ไม้ขีดไฟ----




"ทิน...แต่งงานกับกูไหม" ฉันพูดขึ้นกลางโต๊ะอาหารมื้อกลางวันที่ร้านประจำที่เราชอบไป

ไอ้ทินและมูสำลักน้ำที่กินทันที

"มึงพูดบ้าไรเนี่ยติน"

"กูไม่ได้บ้า...ป้าใจอยากให้มึงแต่งงานไม่ใช่รึไง"

มูหน้าเจื่อนไปเล็กน้อยหลังจากฟังคำนั้น ไอ้ทินหันมามองหน้าฉันดุดุ

"มึงพูดทำไม..ติน"

"ทิน...มึงจะเลี่ยงแม่มึงไปแบบนี้ทั้งชีวิตไม่ได้หรอก...วันหนึ่งแม่มึงก็ต้องรู้...ถ้ามึงอยากเก็บไว้มีวิธีเดียว

แต่งงานกับคนที่เข้าใจพวกมึง...ซึ่งก็มีแต่กูนี่แหละ...มึงจะแต่งไม่แต่ง"

"ติน....กูขอบใจที่มึงหวังดี...แต่อย่าเลย...กูห่วงมึง..ไหนจะความรู้สึกของพี่นัทอีกล่ะ"

"ไม่ต้องห่วงกุหรอกทิน...กูรู้ว่าพี่นัทจะเข้าใจสิ่งที่กูกำลังจะทำ...มู...มึงล่ะ เสียใจรึเปล่าที่จะทำแบบนี้"

"ติน...กู ...ขอบใจมึงมากนะ...ถ้าไม่มีมึงกูไม่รู้เลยว่ากูกับทินจะได้คบกันมาจนวันนี้รึเปล่า....

กูรู้ว่าในสังคมไทยกูกับทินไม่มีวันที่จะแต่งงานกันได้...ถ้าใครสักคนที่ทินจะต้องแต่งงานด้วยเป็นมึง..

กูไม่มีวันเสียใจหรอก.....แต่......ติน..... มึงแน่ใจแล้วหรอ..."

"กูแน่ใจ กูถึงพูด...ไม่ต้องห่วงหรอกมึง...กูไม่ได้ทำให้ฟรีๆ 555" ฉันกลืนก้อนน้ำตาไว้ในใจ พูดตลกออกไป

"..กูว่าแล้ว..ตินแม่งใจดีผิดปกติ ต้องมีเชี่ยอะไรสักอย่าง" ไอ้ทินถอนหายใจ โยกหัวฉันเล่น

"ทิน...กูอยากให้มึงซื้อบ้าน...ที่คอนโดผนังมันบาง...กูไปสนามหลวงแบบพวกมึงไม่ได้นะเว่ย"

ผู้ชายทั้งสองคนมองหน้าฉันตาโต มูหน้าแดงทันที ไอ้ทินรีบหลบหน้าฉัน ฉันหัวเราะ

"พูดมาเร็วๆ ตกลงซื้อบ้านนะ เวลาป้าใจกับลุงพลมาเยี่ยมจะได้ไม่น่าสงสัย

เวลาเราสามคนอยู่ด้วยกัน" ทินบีบมือฉัน

"...ขอบใจว่ะติน..เงินเก็บกูพอมีน่าจะพอซื้อ" ฉันพยักหน้า

"ขออีกข้อได้ไหม...ข้อนี้สำคัญว่ะ"

"อะไรอีกมึง...กูคิดถูกรึเปล่าเนี่ย" ไอ้ทินทำหน้าเบื่อหน่าย

แต่ดวงตาที่พราวระยับของมันก็ทำให้รู้ว่ามันดีใจ และเต็มใจ

"มึงสองตัวต้องทำงานหาเลี้ยงกู...กูจะลาออกมานั่งเขียนหนังสือที่บ้าน...ตกลงป่าว"

ทินมีสีหน้าลำบากใจ ฉันหน้าเสีย ข้อนี้มันอาจจะมากไป...

แต่ฉันรู้ตัวเองดี ข้อนี้มันจำเป็นสำหรับฉัน....แต่ถ้ามันเป็นไปไม่ได้.....

"เฮ้ย.....ถ้ามันลำบากไม่ต้องก็ได้ กูพูดเล่น"

"ไม่ได้ลำบากหรอกติน...กูล้อมึงเล่น ฮ่าฮ่าฮ่า...ตัวนิดเดียวอย่างมึง กูเลี้ยงได้อยู่แล้ว...." พวกเราหัวเราะกัน

“แล้วเรื่องพี่นัทมึงจะเอายังไง” ทินหันมาถามฉัน

“ไม่เป็นไรหรอก...กูรู้ว่าพี่นัทจะเข้าใจกูเหมือนเคย” ใช่....คนๆ เดียวที่เข้าใจฉัน เพราะเราเหมือนกัน





minkking

  • บุคคลทั่วไป
---ไม้ขีดไฟทั้งสอง---



ฉันไปหาพี่นัทที่บ้านพี่นัท


“พี่นัท...ตินจะแต่งงานนะ” สีหน้าพี่นัทไม่เปลี่ยนสักนิด มือใหญ่ลูบหัวฉัน


“กับ....ทินใช่ไหม...”ฉันจับมือหนามาลูบไล้เล่น


“อืม….” พี่นัทมองหน้าฉัน


“...แน่ใจแล้วหรอติน...” ฉันพยายามยิ้ม


“อื้อ......แน่ใจ...แน่ใจที่สุดเลย......” น้ำตาฉันไหล มือใหญ่เช็ดน้ำตาให้


“ถ้าแน่ใจ...ก็ต้องทำให้ดีที่สุด....ตอนนี้ถ้าอยากจะร้องก็ร้องไป...

พี่จะอยู่ข้างๆ....แต่พอกลับไป ต้องอย่าร้องไห้อีกนะ”


ฉันพยักหน้ากับอกอุ่นๆ ของพี่นัท มือใหญ่ลูบหัวฉันเบาๆ


“พี่เชื่อในการตัดสินใจของติน....รู้ไว้นะ ถ้ามันเจ็บจนทนไม่ไหว...

ก็มาหาพี่....พี่จะอยู่ตรงนี้เสมอ....ที่ตรงนี้จะมีไว้ให้ตินได้พักเสมอนะ”


ฉันกอดพี่นัทแน่นขึ้น......น้ำตาไหลลงมามากมาย


“พี่นัท...เจ็บมากไหม....” พี่นัทหัวเราะในลำคอ


“ไม่หรอก...พี่รู้มาตลอดว่าตินเป็นยังไง....พี่เลือกที่จะรักติน พี่ก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ตินจะทำสิ”


“พี่นัท...ทำไมตินไม่รักพี่นัทแบบที่พี่นัทรักตินซักที......”


“หึหึ...เด็กน้อย...ถ้าเราบังคับความรู้สึกของตัวเองได้....ป่านนี้พี่ก็รักคนอื่นไปแล้วสิ”


“พี่นัท...ตินขอโทษ...ตินรักพี่นัทนะ...รักในแบบของติน พี่รู้ใช่ไหม” พี่นัทพยักหน้า จูบเบา ๆ ที่หน้าผากฉัน


“พี่ก็รักติน...รักในแบบของพี่....อย่าพยายามผลักไสพี่เลยนะติน......” พี่นัทกอดฉันไว้

อ้อมกอดของเขาอบอุ่น อ่อนโยน......



…..ฉันเจ็บที่หัวใจ...เมื่อไหร่ฉันจะรักพี่นัท...รักคนที่รักและเข้าใจฉันอย่างมากมายคนนี้ได้สักที.....



ไม่กี่เดือนต่อมาฉันก็แต่งงานกับไอ้ทินท่ามกลางความปลาบปลื้มของผู้ใหญ่


 ยังไม่ทันที่ไอ้ทินจะซื้อบ้าน ป้าใจก็ให้ของขวัญแต่งงานเป็นบ้านเดี่ยวแถวๆ ชานเมือง


ฉันแอบดีใจ อย่างน้อยไอ้ทินมันก็จะได้ไม่ต้องลำบากเก็บเงิน



แล้วก็เช่นเคย ฉัน ทินและมู ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน


ทินและมูมีความสุข และยังคงดีกับฉันเสมอต้นเสมอปลาย



...ฉันเองก็มีความสุข ...ฉันก็ยังคงได้เฝ้าดูคนที่ฉันรัก....มีความสุข....



 ฉันลาออกจากงาน มาทำงานบ้านและแต่งหนังสืออย่างที่ฉันอยากทำ



......พี่นัทยังมาหาฉันสม่ำเสมอ แต่ความรู้สึกที่ฉันมีให้พี่นัทก็ไม่เปลี่ยนไปสักที .....



 :n1: :n1:

minkking

  • บุคคลทั่วไป
หลังจากแต่งงานกันได้5ปี ฉันก็ได้รู้ว่า


.....ฉันกำลังจะตาย...ใช่!....ฉันกำลังจะตาย.......


อาการป่วยของฉันเริ่มกำเริบทีละน้อย ฉันเริ่มปวดท้องบ่อยครั้งขึ้น

นี่เป็นอีกสาเหตุที่ฉันต้องยอมลาออกจากงานที่ฉันรัก

ฉันไม่อยากให้ใครรู้...ไม่อยากให้ต้องกังวล...แต่แล้วพี่นัทก็รู้เข้าจนได้

แม้ฉันจะดีใจ แต่ก็อดเจ็บแปลบในใจไม่ได้

 ที่คนอยู่บ้านเดียวกันอย่างไอ้ทิน....ไม่เคยสังเกตอาการของฉันเลย


"ติน...ทำไมตินไม่บอกพี่" พี่นัทถามฉันทันทีที่เขารู้ ฉันเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้ร่างสูงตรงหน้า

"ตินไม่อยากให้ห่วง....อีกไม่นานตินก็ไปแล้ว...."

"ติน...จะทิ้งพี่ไปแบบนี้หรอ"

"พี่นัท....เชื่อตินสิ พี่นัทจะต้องได้เจอคนที่ดีกว่าติน"

"ติน...ทำไมตินทำแบบนี้...พี่รักตินนะ....มันไม่มีวิธีไหนที่จะทำเลยหรือไง"

"พี่นัท........."

"ตินบอกพี่สิ...มีวิธีไหน...จะให้ทำอย่างไรพี่ก็ยอม" ฉันได้แต่ดึงพี่นัทมากอดไว้ น้ำตาของเราไหลหลั่ง

"พี่นัท........พี่ทำอะไรเพื่อตินสักอย่างได้ไหม"

"ได้สิ...จะให้ทำอะไรก็ได้" ฉันใช้มือปาดน้ำตาให้พี่นัท

“พี่นัทพาตินไปเที่ยวต่างประเทศหน่อยสิ....นะพี่นัทนะ...พี่นัทคนดี

เกิดมาตินยังไม่เคยออกนอกประเทศเลย นะนะ” พี่นัทยิ้ม

"ได้สิครับ...พี่จะพาไป แต่ก่อนไปตินไปตรวจกับพี่...ไปหาวิธีรักษากันก่อนนะ"  ฉันพยักหน้า

"ไปนิวซีแลนด์กันนะ.......ตินอยากไป.......นะพี่นัทนะ" พี่นัทยิ้มให้ฉัน

“..ครับ...พี่จะพาตินไปทุกที่ที่ตินอยากไปเลย...ขอแค่ตินยอมไปรักษาเท่านั้น” 

น้ำเสียงพี่นัทอ่อนโยน มือหนาที่ลูบไล้ไปตามแก้มมันอบอุ่น  อุ่นจนฉันอยากร้องไห้

ฉันกอดพี่นัทไว้ ก่อนจะบรรจงจูบลงไปที่ริมฝีปากนั้น…….

 พี่นัทเบิกตากว้างอย่างตกใจก่อนจะเริ่มจูบตอบ

สัมผัสที่ได้รับ ทั้งอ่อนโยนและถนุถนอมมันทำให้ฉันรู้ว่าคนตรงหน้ารักฉันแค่ไหน

“ติน.....แน่ใจนะ” ดวงตาร้อนแรงที่มองมาเต็มไปด้วยความปรารถนา

 แต่ก็ยังถามเพราะห่วงใยในความรู้สึกของฉัน ฉันจูบที่ริมฝีปากนั้นอีกครั้ง

“....ตินไม่มีวันเสียใจที่ทำแบบนี้...ตินดีใจที่ผู้ชายคนแรกและคนสุดท้ายของติน...... จะเป็นพี่”

พี่นัทยิ้มให้ฉัน จูบเบาๆ อีกครั้ง

“ขอบคุณครับ.......ที่เชื่อใจพี่”



....... คืนนั้น.....ฉันมอบร่างกายให้พี่นัท....เป็นสิ่งตอบแทนสิ่งสุดท้าย ที่ฉันจะทำให้ผู้ชายที่รักฉันที่สุดได้.......



…...เจ้าไม้ขีดไฟ ก้านน้อยเดียวดาย สาดแสงในใจไม่นาน

ดอกเหลืองอำพันจึงหันมามอง และพบเพียงกองเถ้าถ่าน

เจ้าไม้ขีดไฟ ก้านน้อยเดียวดาย เพราะรักจริงใจอย่างนั้น

เพียงแค่เธอหัน เพียงแค่เธอมองก็พอ........


abcd

  • บุคคลทั่วไป
ตินป่วยเปงมะเร็งเหรอ? สงสารพี่นัท  :o12:

minkking

  • บุคคลทั่วไป
.....ความรู้สึกสุดท้าย.....
....




เรื่องสั้นเรื่องสุดท้ายของตินจบลงเท่านี้...น้ำตาผมไหล..

.ผมไม่เคยรู้เลยว่า เพื่อนที่รักที่สุดของผม......จะยอมทนเจ็บเพื่อผมขนาดนั้น

ผมเหม่อมองไปที่ โกศแก้วใสรูปนางฟ้าน้อย ที่วางอยู่หน้ารูปที่เขียนว่า

...........นาง ทินประภา ฑีทานุกุล…….. ภรรยาคนเดียวของผม…….


นึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่ผ่านมา.....

ตินกับพี่นัทไปนิวซีแลนด์กันนานถึงสามเดือน

แม้กระทั่งตอนไปตินก้ไม่เคยบอกผมว่าตินเป็นอะไร

ผมได้แต่โกรธตัวเองที่ไม่ได้ใส่ใจ....ไม่ทันได้สังเกตอาการของติน

อาจเป็นเพราะช่วงนั้น....โรคหัวใจของมูเริ่มแสดงอาการบ่อยครั้งขึ้น

จนผมต้องดูแลมูอย่างใกล้ชิด...จนลืมใครอีกคน.......คนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาผมเอง


พี่นัทบอกว่าตินยอมไปรักษาตามคำขอของพี่นัท

แต่หมอก็ยื้อชีวิตตินไว้ไม่ได้ มะเร็งลามไปเกือบทั่วร่างของติน

เพราะตินไม่ยอมไปรับการรักษาแต่เนิ่นๆ มะเร็งจึงลุกลามอย่างรวดเร็ว

ตินอดทนกับความทรมานนั้นนานถึงสามเดือนโดยไม่เคยบอกผม

ทุกครั้งที่ตินโทรมา น้ำเสียงจะร่าเริงและมีความสุขเสมอ....


ผมทันได้เห็นตินในวันสุดท้ายของเธอ....เธอกลับมาที่เมืองไทย

นาทีที่ผมเห็นร่างเล็กที่เต็มไปด้วยสายระโยงระยาง หัวใจผมแทบสลาย

ผมถามตินว่า...ทำไม ถึงไม่เคยบอกผม...ทำไม.....

ตินไม่ตอบเพียงยิ้มและบอกให้ผมอ่านเรื่องสั้นเรื่องสุดท้ายของเธอ


ก่อนจะจากไป คำขอครั้งสุดท้ายของติน คือขอให้ผมจูบเธอ......

แม้จะไม่เข้าใจอะไร...แต่ผมก็ทำตามคำขอนั้น.....

แล้วเธอก็จากไปพร้อมกับที่ยังมีรอยยิ้ม...เจืออยู่บนริมฝีปาก....


หลังจากเผา....พี่นัทขออัฐิบางส่วนของตินไปห้อยคอไว้

ตินบอกไว้ในนิยายว่ารักของผมยิ่งใหญ่....แต่คงไม่เท่ากับผู้ชายคนนี้

 คนที่ยอมแม้กระทั่ง...มองดูคนที่ตัวเองรัก ทำเพื่อคนอื่นได้

 พี่นัทรู้มาตลอดว่าตินรักผมแต่ก็ยังยอม ......ยอมให้ตินทำเพื่อผม

....ยอมให้ตินรักผม....โดยไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย....


พี่นัทยื่นซีดีแผ่นหนึ่งให้ผม โดยไม่พูดอะไร

ผมเดินไปที่เครื่องเล่นแล้วเปิดซีดีแผ่นนั้นขึ้นดู


ภาพเพื่อนรักของผม ปรากฏขึ้น ท่ามกลางสวนสวย

น่าจะที่นิวซีแลนด์ สถานที่สุดท้ายที่เธอไปพำนักก่อนจะจากไป


"หวัดดี...ทิน...หวัดดีมูมู่ ที่รัก...สบายดีหรือเปล่า...ตอนนี้ฉันยังสบายดีอยู่.....

.....แต่ถ้าแกได้เห็นซีดีนี้ ก็แปลว่าฉันตายไปแล้วสินะ.....

อืมมม...ฉันจะพูดอะไรดีล่ะ...คำแรกคงเป็น...ฉันคิดถึงพวกแกนะ...


แกเปิดพินัยกรรมที่ฉันเขียนแล้วใช่ไม๊...ฉันขอโทษที่บอกไม่ให้แกแต่งงานใหม่นะทิน

แต่ฉันหวังดีนะเว่ย...แม่แกจะได้ไม่ต้องถามว่าเมื่อไหร่แกจะแต่งงานใหม่...เนอะ" 

แม้กระทั่งตัวจะจากไป แต่ตินก็ยังทำเพื่อผม....น้ำตาผมเริ่มไหลอีกครั้ง....ตินในซีดีนิ่งไป

....


"ทิน....ฉันมีเรื่องจะสารภาพ..........

..........แกรู้ไหม 29....ปีที่ได้รู้จักแก......

5 ปีที่ได้เป็นภรรยาแก ฉันมีความสุขมาก......และแกรู้ไหม.......

..........ฉันรักแกว่ะทิน.....ฉันรักแก........ฉันไม่รู้ว่าฉันรักแกมากกว่าคำว่าเพื่อนไปตั้งแต่เมื่อไหร่

รู้ตัวอีกที ฉันก็รักแกไปแล้ว....ฉันห้ามใจตัวเองไม่ได้...ขอโทษจริงๆ..." ตินเริ่มร้องไห้


"ฉันยอมรับนะทิน....ว่าฉันอิจฉามู....อิจฉามาก ...จนกระทั่งใช้ความกังวลของแกมาใช้ประโยชน์

ฉันไม่ได้เป็นคนดีหรอกทิน...ฉันแต่งงานกับแกเพราะฉันอยากรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่เหนือกว่ามู...

ฉันเลวใช่ไหม........ฉันอยากมีอะไรสักอย่างที่ผูกมัดแกไว้กับฉัน.......อะไรก็ได้ที่จะทำให้แกไม่ลืมฉัน...
...
ฉันขอโทษที่เห็นแก่ตัวแบบนี้...ฉันขอโทษ....ฝากขอโทษมูด้วยนะ...ที่ฉันทำแบบนี้..."

ตินร้องไห้หนักขึ้น.......ผมยื่นมือไปลูบที่จอสีเหลี่ยม

"ตินไม่ผิด...อย่าร้องไห้เลยติน..." แม้รู้ว่าไม่มีทางที่เขาจะได้ยิน...แต่ผมห้ามตัวเองไม่ให้พูดไม่ได้…….

...........คนที่เสียสละขนาดนั้นไม่ผิดเลย ไม่ผิดจริงๆ.........

"...แต่ถึงฉันจะเลวยังไง....ฉันก็รักพวกแกมากนะ.......รักมากๆ ทั้งสองคน.....

ฉันฝากดูแลพี่นัทด้วย......หาสาวสวย ๆ ให้แกที.....เข้าใจไม๊.....

.......พี่นัท......ตินขอโทษที่เอาแต่ใจ...แม้ตินจะรักพี่แบบที่พี่รักตินไม่ได้....

แต่ตินก็รักพี่นะ...รักในแบบของติน...พี่รู้ใช่ไหม....พี่นัทต้องรู้แน่ๆ

 ก็ไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับตินที่พี่นัทไม่รู้นี่นา...”

 ตินในจอยิ้มทั้งน้ำตา ผมหันไปเห็นพี่นัทยืนกุมจี้เล็ก ๆ ที่อยู่ตรงหน้าอก น้ำตาไหลลงมาเป็นทางยาว


ผมได้แต่กลั้นสะอื้น...เพราะผมใช่ไหม...ถึงมีคนเสียใจมากมายขนาดนี้

ตินยังคงเป็นตินที่รู้ใจผมเหมือนเคย แม้แต่ความรู้สึกตอนนี้ ก็เหมือนว่าตินจะรู้ล่วงหน้า

คำพุดต่อไปของติน........ปลอบโยนผม...

“....ทินอย่าโทษตัวเอง...อย่าคิดว่าใครผิด.......ไม่มี...ไม่มีเลยจริงๆ....

ตินเลือกเอง เลือกที่จะรักทิน.... เลือกที่จะทำเพื่อทิน และตินก็ยังยืนยันว่า ตินมีความสุขมาตลอด

อย่าได้โกรธตัวเอง...อย่าได้เศร้า....ตินมีความสุขในทุกๆ ครั้งที่ได้เฝ้าดูรอยยิ้มของทิน.....

.สัญญานะทิน...สัญญาว่าทินต้องยิ้มและมีความสุข.......

เพราะนั่นมันก็เหมือนกับทินกำลังทำให้ตินมีความสุข เข้าใจไหม.....สัญญานะทิน...”

ร่างเล็กในจอชูนิ้วก้อยให้ผมเหมือนตอนที่เราชอบทำเวลาอยากให้ใครสักคนสัญญาอะไร

ผมยื่นนิ้วก้อยไปแตะที่นิ้วก้อยของตินในจอ


“สุดท้าย....อามูร์....ผู้เป็นที่รัก.....ตินฝากหัวใจทั้งสองดวงของตินไว้ด้วยนะ...ฝากดูแลแทนตินที"

ตินยิ้มให้ผมผ่านหน้าจอโทรทัศน์เป็นครั้งสุดท้าย เป็นยิ้มที่สวยที่สุดเท่าที่ผมเคยได้รับจากติน......

หน้าจอโทรทัศน์ดับลงพร้อมๆ กับที่ร่างเล็กในอ้อมแขนผมสะอื้นไห้

มือกำที่ตำแหน่งหัวใจ

........หัวใจที่ตินมอบไว้ให้กอ่นจะจากไป…..


แม้ร่างกายจะสลาย...แต่ตินก็ยังเสียสละ...หัวใจที่เข้มแข็งของติน.... ได้ยืดอายุ..... อามูร์.... คนที่ผมรักไว้....


…...ทินประภา........เธอเป็นดั่งเช่นแสงแดด แสงที่ส่องให้ไออุ่น.......ให้ความหวัง.......

.......แสงแดดที่เสียสละแม้กระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต........

ผมเปิดเพลงที่ตินชอบฟัง..... ที่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าทำไมตินถึงชอบเพลงนี้…….

....เจ้าไม้ขีดไฟ ก้านน้อยเดียวดาย แอบรักดอกทานตะวัน
แรกแย้มยามบาน อวดแสงตะวัน ช่างงดงามเกินจะเอ่ย
ดอกเหลืองอำพัน ไม่หันมามอง แม้เหลียวมายังไม่เคย
ไม้ขีดเจ้าเอ๋ย... เลยได้แต่ฝัน ข้างเดียว……

.... ดอกไม้จะบานและหันไปตาม แต่แสงจากดวงอาทิตย์....
จุดตัวเองก็ยอมทันใด ให้ลุกเป็นไฟขึ้นมา
เพียงปรารถนา ให้มีลำแสงสีทอง...
จุดตัวเองก็ยอมทันใด ให้ลุกเป็นไฟขึ้นมา
เพียงปรารถนา ดอกทานตะวันหันมอง...สักครั้ง

...เจ้าไม้ขีดไฟ ก้านน้อยเดียวดาย สาดแสงในใจไม่นาน
ดอกเหลืองอำพันจึงหันมามอง และพบเพียงกองเถ้าถ่าน
เจ้าไม้ขีดไฟ ก้านน้อยเดียวดาย เพราะรักจริงใจอย่างนั้น
เพียงแค่เธอหัน เพียงแค่เธอมองก็พอ....

-------END--------

minkking

  • บุคคลทั่วไป
Special…….ดวงตะวัน


ผมขับรถผ่านรั้วสีขาวขนาดใหญ่ เข้าไปในบริเวณบ้านหรู กลางใจเมือง

พี่นัทออกมาต้อนรับผมเช่นเคย ผมกับมูหิ้วข้าวของที่ซื้อมาออกจากรถ

“อ้าว...ซื้ออะไรมาเยอะแยะเนี่ย...พี่ก็เตรียมไว้”

“สวัสดีครับพี่นัท...เป็นอย่างไรบ้างครับ”

“อืม...ก็เรื่อยๆ นะ จะเข้าบ้านก่อนหรือไปหาตินก่อน”

“ผมไปหาตินก่อนดีกว่าพี่ คิดถึงมัน” พี่นัทพยักหน้า เรียกเด็กมาช่วยผมยกข้าวของไปไว้ด้านใน

ผมจูงมือมู เดินไปด้านหลังบ้านพี่นัท


........ที่ตรงนั้น................ สถูปแก้วขนาดกลาง สะท้อนแสงแดดยามเย็น ส่องประกายระยิบระยับ

ตั้งอยู่ท่ามกลาง สวนดอกไม้หลากหลายพันธุ์ .....ที่นั่น มีรูปตินที่ส่งยิ้มมาให้....

พื้นที่โดยรอบสะอาดสะอ้าน...บ่งบอกถึงความใส่ใจที่เจ้าของบ้านมีให้ผู้ที่จากไปได้เป็นอย่างดี


ผมกับมูก้าวเดินไปหยุดตรงหน้าสถูปนั้น ……เจ้าไม้ขีดไฟก้านน้อยเดียวดาย.....

เสียงเพลงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากกล่องดนตรี ที่มีเซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหวของคนที่เข้ามาใกล้


“หวัดดี...ติน...เราไม่ได้มาเยี่ยมนานแล้วนะ แกคงสบายดี” ผมกลั้นน้ำตาไว้เต็มความสามารถ

“ตอนนี้....ฉันกับมูไปบอกพ่อกับแม่แล้วนะว่าเราคบกัน.....พ่อกับแม่โกรธฉันน่าดู

แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วล่ะ...แกไม่ต้องห่วงเรื่องของฉันแล้วนะ” ผมค่อย ๆ สูดลมหายใจช้าๆ

“ฉันและมูยังรักกันเหมือนเดิม...ขอบใจที่ทำเพื่อฉันมาตลอด ฉันจะรักษาความรักที่ฉันมี

ไว้ให้ได้เหมือนที่แกพยายามรักษามันไว้ให้ฉัน....ฉันรักแกเสมอนะ...ติน” มูที่ยืนข้างผมสะอื้นออกมา

“ติน...มูรักทินมากนะ ...มูจะไม่ทำให้ตินผิดหวัง......มูจะดูแลรักษาหัวใจ.... ที่ตินไว้ใจให้มูรักษา...อย่างดี ทั้งสองดวง”

“ติน...พวกเราสองคนรักตินมากนะ.....” ผมคว้าคนข้าง ๆ มากอดไว้ ให้คลายสะอื้น

“ส่วนเรื่องพี่นัทนะติน....พี่นัทแกไม่ยอมมีใครอ้ะ...แกทำแต่งานจนเงินจะทับตายแล้วเนี่ย...

ฉันก็พยายามจะแนะนำสาวๆ ให้แล้วนะ แต่แกไม่สนใจเลยว่ะ....พี่นัทก็รักแกมากนะ”

“อ่ะ แฮ่ม...นินทาอะไรพี่” พี่นัทที่เดินตามมาพูดขึ้น...

“ผมเปล่านินทานะพี่....ผมแค่บอกให้ตินมันรู้ว่าพี่รักมันแค่ไหน” พี่นัทยิ้ม

“ไม่ใช่แค่พี่ที่รักติน...เราทุกคนต่างหากที่รักติน” สายตาพี่นัทที่ทอดมองรูปใบเล็กนั้นอ่อนโยน

เต็มไปด้วยความรู้สึก ผมได้แต่ยิ้ม ...ตินมันจะรู้ไหม...ว่ามีคนที่รักมันขนาดนี้...



ผมนั่งกินข้าวที่บ้านพี่นัท เราพูดคุยกัน หลายๆ เรื่อง

พี่นัทชอบเล่าให้ฟังว่าตอนที่อยู่ที่นิวซีแลนด์ตินทำอะไรบ้าง

ผมไม่เคยเบื่อที่จะฟัง ....

อัลบั้มรูปหลายอัลบั้มของตินที่พี่นัทถ่ายไว้ตอนอยู่นิวซีแลนด์ ถูกนำมาเปิดดู

รูปถ่ายมีตั้งแต่วันแรกที่ตินไปที่โน่น

ภาพตินเล่นหิมะ...ภาพตินยืนยิ้มท่ามกลางทุ่งดอกไม้

และภาพท่าทางประหลาดๆ ที่ตินชอบทำเวลาถ่ายรูป


มีแม้กระทั่งภาพตินที่เริ่มเข้ารับการรักษา.....

ร่างกายบอบบาง ผ่ายผอมจนน่ากลัว....

มีจนกระทั่งวันสุดท้ายของตินที่....จากไป....

พี่นัทบอกว่า..ตินให้ถ่ายไว้...ตินว่าพี่นัทจะได้ตัดใจจากตินได้ง่ายๆ

เวลาเห็นสภาพที่โทรมสุดๆ ของติน

แต่พี่นัทบอกว่ายิ่งเห็นก็ยิ่งรัก ยิ่งสงสารมากกว่า......


พี่นัทพูดถึง......นิยายทุกเรื่องของตินที่ได้ตีพิมพ์ในระยะเวลา 5ปีที่ผ่านมา  พี่นัทมีหมด

ที่ไม่ได้ตีพิมพ์ พี่นัทก็ไปจ้างโรงพิมพ์พิมให้ แล้วเอามาแจกพวกเพื่อน ๆ

ผมก็ได้รับเช่นกัน......มีเพียงเรื่องสั้นเรื่องสุดท้าย....ที่พี่นัทไม่ได้เอาไปรวมเล่ม

เรื่องราวที่แสนพิเศษ เรื่องราวของติน ที่มีเพียงเราสามคนที่จะได้รับรู้....


เรานั่งคุยกันจนดึกเช่นเคย  ผมจึงลากลับ......



ผมไม่ได้ตรงกลับบ้านเหมือนเช่นทุกที....ผมตรงไปยังสะพานเดิม……

........สะพานที่ตินทำให้ผมและมูได้เปิดใจ………….

.......สะพานที่ตินยอมฉีกหัวใจตัวเอง เพื่อผม……


ผมและมู จับมือกันเดินไปที่กลางสะพาน

ผมสบตากับร่างเล็กตรงหน้า

“มู....ทินรักมูนะ รักมาก...”

“เราก็รักทิน......รักมากเท่ากับเราและตินรวมกัน...” ผมยิ้มก่อนจะคว้าร่างบางมากอดไว้


....ขอบคุณติน...ขอบคุณที่ทำให้มีวันนี้....ขอบคุณที่ทำเพื่อกัน.....

........หลับให้สบายเถิดเพื่อนรัก......


------END------

 :o12: :o12:

minkking

  • บุคคลทั่วไป
From…Writer :L2:


.....บางทีไม้ขีดไฟก้านเล็ก ๆ ก็อาจก่อเป็นกองไฟกองใหญ่ ที่ดอกทานตะวันอาจจะไม่เคยมองมา

........แต่ก็มีอีกหลายชีวิตยังรอคอย ความอบอุ่นจากกองไฟ.....

ดวงอาทิตย์..มีประโยชน์ในตอนกลางวัน....ดอกทานตะวันที่มีชีวิตในตอนกลางวันจึงหลงใหล

.....แต่ดวงไฟดวงน้อยก็มีประโยชน์มากมายในตอนกลางคืน.....และผู้คนก็ชื่นชมความงามของกองไฟเช่นกัน.....



Special…thank


ขอบคุณ....พี่นัท.....ดารารับเชิญพิเศษ...ที่แสนพิเศษในใจเรา....

ผู้ชายที่ทำให้เรารู้จักคำว่า....รัก...และ...สายเกินไป


ขอบคุณคอนเสิรต เพลงแบบประภาสที่ทำให้รู้จักเพลง ไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน


ขอบคุณเจนนิเฟอร์    คิ้ม  ที่ร้องเพลงนี้ได้ไพเราะจนต้องเปิดฟังบ่อยๆ และทำให้เกิดเป็นเรื่องสั้นนี้ขึ้นมา.....


ขอบคุณ ผู้อ่านทุกท่าน สำหรับคำติชม...และกำลังใจ......


ขอบคุณจากหัวใจค่ะ

 :pig4: :pig4: :pig4:

Black Angel

  • บุคคลทั่วไป

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด