My Egg #ไข่ต้มเพื่อนผม >>> ไข่ฟองสุดท้าย <<< [23/02/2562]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: My Egg #ไข่ต้มเพื่อนผม >>> ไข่ฟองสุดท้าย <<< [23/02/2562]  (อ่าน 56430 ครั้ง)

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************

เรื่องยาว
เหวี่ยง ซบ พบ(รัก)เธอ [จบแล้ว]
ความน่ารักชนะทุกอย่าง [จบแล้ว]
8 วัน 7 คืน [จบแล้ว]
To...คนที่ได้อ่านสิ่งนี้ในวันที่ผมจากไปแล้ว[จบแล้ว]
อยากให้เธอฝันยามหนุน [จบแล้ว]
My Egg #ไข่ต้มเพื่อนผม [จบแล้ว]
P H O T O (X) ความลับในภาพถ่าย [จบแล้ว]
เหนือลิขิต [จบแล้ว]


เรื่องสั้น
★  สองแถวกับสองเรา
★  อยากบอกว่าชอบเธอ
★  พรหมลิขิตไม่มีอยู่จริง


========================


My Egg

เขาอายุ 17 ปี เพิ่งผ่านวันเกิดมาได้ไม่กี่วัน
เขาสูง 168 เซนติเมตร เตี้ยกว่าผมเจ็ดเซน
เขาเป็นคนผิวขาว แต่ไม่ถึงกับขาวจั๊วะ
เขาเป็นคนไม่ค่อยยิ้ม ชอบทำหน้านิ่ง แถมยังเส้นลึก
เขาไม่ชอบให้ใครสัมผัสตัว โดยเฉพาะคนไม่รู้จัก
เขาชอบอยู่คนเดียว ไม่ชอบเข้าสังคม เกลียดความวุ่นวาย
เขาเป็นคนมีเสน่ห์ เหมือนของหวานที่ดึงดูดฝูงผึ้ง
ไม่ว่าใครคนไหน หรือแม้แต่คนที่ไม่รู้จัก
เขาก็มักจะดึงดูดคนเหล่านั้นเข้ามาหาได้โดยง่ายเสมอ
ดึงดูดได้แม้กระทั่ง...ตัวผมเอง


#ไข่ต้มเพื่อนผม
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-12-2019 20:54:38 โดย kinsang »

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5

00 : เขาคือไข่ต้ม


            ผมมีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่ง

            เขาอายุ 17 ปี เพิ่งผ่านวันเกิดมาได้ไม่กี่วัน ผมให้บัตรขออะไรก็ได้ตามใจซึ่งได้ไอเดียมาจากละครเป็นของขวัญวันเกิด แต่มันไม่เกี่ยวอะไรนัก

            เขาสูง 168 เซนติเมตร เตี้ยกว่าผมเจ็ดเซน อยู่ในวัยกำลังโต แต่ผมคิดว่าเขาต้องสูงขึ้นอีกหลายเซน

            เขาเป็นคนผิวขาว ไม่ถึงกับขาวจั๊วะ แต่ก็ขาวกว่าผมอยู่ดี

            เขาเป็นคนไม่ค่อยยิ้ม ชอบทำหน้านิ่ง เส้นลึกเหมือนใต้ท้องสมุทร แต่เวลายิ้มสดใสเหมือนฟ้าหลังฝนตก

            เขาไม่ชอบให้ใครสัมผัสตัว โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้จัก แต่ผมสัมผัสเขาได้เพราะเราเป็นเพื่อนกัน

            เขาชอบอยู่คนเดียว ไม่ชอบเข้าสังคม เกลียดความวุ่นวาย แต่ผมก็สามารถเข้ามาในชีวิตเขาได้

            และเขาเป็นคนมีเสน่ห์ เหมือนของหวานที่ดึงดูดฝูงผึ้ง ไม่ว่าใครคนไหน รุ่นพี่รุ่นน้อง ผู้หญิงผู้ชาย หรือแม้แต่คนที่ไม่รู้จัก เขา...ก็มักจะดึงดูดคนเหล่านั้นเข้ามาหาได้โดยง่ายเสมอ

            อย่างเช่นวันนี้

            "เอาเนื้อมันผสมสามสิบบาทสองชุดครับ" ผมบอกกับแม่ค้าขายหมูทอดระหว่างที่กำลังควานหาเหรียญในกระเป๋ากางเกงไปด้วย ทว่าแรงดึงที่แขนเสื้อทำให้ต้องละทุกสิ่งอย่างแล้วหันไปมองเพื่อนสนิทที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง

            "อะไรวะ"

            เพื่อนผมไม่ตอบแต่พยักพเยิดหน้าไปด้านหลังอีกทีก่อนขยับมายืนข้างๆ ทำให้ผมเห็นผู้ชายตัวสูงใหญ่หัวเกรียนใส่เสื้อสีเขียวขี้ม้าส่งยิ้มแปลกๆ ให้มันอยู่

            โลกทุกวันนี้แม่งโคตรน่ากลัว

            "กำลังจะไปเรียนกันเหรอ" นายทหารที่อายุน่าจะสามสิบบวกเอ่ยถาม ไม่รู้ถามใคร แต่คนปากไวอย่างผมดันเผลอตอบรับออกไปก่อน

            "ครับ"

            "ไปตอบทำไมเล่า น่ากลัว" แล้วก็โดนไอ้คนที่ตั้งเกราะทำหน้าตึงว่ากลับมา

            "เขาทำอะไรวะ"

            "มันยืนเบียดกูอะ รีบๆ ไปได้ยัง"

            "เออ แป๊บๆ"

            "ได้แล้วจ้ะ หกสิบบาท" แม่ค้าหมูยื่นของมาให้พอดีตอนโดนกระแซะให้รีบไป ผมเลยยื่นเงินให้รับถุงหมูมาก่อนคว้ามือมันก้าวยาวๆ เดินหนี

            เป็นผู้ชายแท้ๆ ยังต้องมากลัวเรื่องแบบนี้ แต่มันก็ไว้ใจใครไม่ได้จริงๆ โดยเฉพาะกับไอ้เพื่อนหน้าตึงคนนี้ ผู้ที่ดึงดูดทุกสรรพสิ่งในโลกเข้าหาตัวเอง ไม่เว้นกระทั่งพวกโรคจิตก็เคยมาแล้ว

            "สรุปว่าไอ้ลุงนั่นทำอะไรมึง" พาเดินมาจนถึงที่ปลอดภัยผมก็ปล่อยก่อนเอ่ยถาม มันขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิมตอบอย่างไม่สบอารมณ์

            "มันเอาไอ้นั่นมาถูตูดกู"

            "มึงรู้ได้ไง มโนเปล่า"

            มันถลึงตาใส่ผมทำท่าอ้าปากจะด่าผมเลยต้องรีบขัดขี้นมาก่อน

            "อะๆๆ กูเชื่อมึง ทีนี้เลิกทำหน้าบึ้งได้ยัง ไป เข้าโรงเรียน"

            ผมจัดการมัดถุงหมูทอดใส่กระเป๋า พามันเดินเข้าโรงเรียนแล้วไปหามุมสงบๆ ในโรงอาหารเพื่อนกินมื้อเช้าอย่างข้าวเหนียวหมูทอด เมนูที่ไอ้คนหน้าตึงมันบ่นอยากกินมาหลายวันเพราะเบื่อกับข้าวโรงอาหาร แต่อยู่กันเงียบๆ ได้ไม่นานหรอก เดี๋ยวคนที่แอบชอบมันก็มาทางมาส่องใกล้ๆ อยู่ดี

            อย่างเช่นน้อง ม.3 คนนี้

            "มาอีกแล้ว" เสียงถอนหายใจดังพรืดตามมาหลังจบประโยค มันหันไปมองเด็กผู้ชายตัวสูงโย่งที่นั่งห่างออกไปสองโต๊ะก่อนหันกลับมา หยิบหมูทอดโยนใส่ปากแล้วกัดข้าวเหนียวตาม ท่าทางไม่สบอารมณ์สุดๆ

            น้องคนนี้ตามมันมาสามวันเห็นจะได้ ท่าทางกล้าๆ กลัวๆ ไม่ยอมทำอะไรสักที แต่ดูเหมือนว่าวันนี้จะมีความกล้ามากกว่าปกติ เมื่อน้องเขาพาร่างสูงๆ นั่นเดินมาทางโต๊ะพวกผม

            "เอ่อ...พี่ไข่ต้มครับ"

            "ครับ"

            "คือผมอยากรู้จักพี่ครับ ถ้าผมจะขอ..."

            "ถ้าอยากรู้จักแบบพี่น้อง พี่ว่าน้องคงรู้จักพี่อยู่แล้ว แต่ถ้าอยากรู้จักในสถานะอื่น พี่ว่าอย่าพยายามเลยครับ"

            ถ้าผมเป็นไอ้น้องคนนี้ต้องวิ่งร้องไห้ขี้มูกโป่งกลับบ้านไปแล้วแน่ๆ นับว่าน้องมันเข้มแข็งไม่น้อย แค่เห็นหน้าถมึงทึงของไอ้เพื่อนหน้าตึงความกลัวก็ลงเป็นขีด ไหนจะคำพูดคำจาร้ายกาจ เป็นผมจะไม่ทน

            ไอ้น้องตัวสูงมันคงไม่รู้จะทำยังไงเลยก้มหัวแบบรีบๆ ให้สองทีแล้วเดินจากไป เท่านั้นแหละคนที่เพิ่งทำหน้าตึงอยู่เมื่อกี้ก็เปลี่ยนโหมดแบบกะทันหัน จากแม่ไก่หวงไข่กลายเป็นลูกเจี๊ยบตัวน้อย กะพริบตาปริบๆ มองผม

            มันก็เป็นซะแบบนี้

            "น้องเขาจะโกรธกูป้ะวะ"

            คราวนี้เลยเป็นผมที่ถอนหายใจบ้าง

            "ถ้ากลัวเขาโกรธแล้วจะทำดุใส่เขาทำไม"

            "กูไม่อยากให้ความหวัง"

            "ก็เลยสร้างกำแพงสูงๆ กันทุกคนที่คิดว่าจะมาแอ๊วมึงออกไปว่างั้น"

            "โหมึง ใช้คำว่าแอ๊ว"

            "เปลี่ยนเป็นจีบก็ได้อะ"

            มันคว่ำปากใส่เพราะผมพูดถูก ใครที่เข้าหามันและมีท่าทีว่าจะโยนความรู้สึกเกินญาติเพื่อนพี่น้องมาให้โดนมันปิดประตูใส่หมด ไม่เคยไว้หน้าว่าเป็นใครมาจากไหน และผมยังไม่เคยเห็นมันเปิดใจให้ใครสักที

            "ทำไมไม่ลองคบๆ ดูสักคนวะ"

            "ไม่ได้ชอบนี่หว่า"

            "เลือกมาก แล้วเมื่อไรจะมีแฟน"

            "ก็ไม่ได้อยากมี"

            ผมได้แต่ส่ายหน้าแล้วเลิกเถียงกับมัน ตั้งแต่รู้จักกันมายังไม่เคยเห็นมันมีแฟนเลยสักคน เป็นเพราะนิสัยชอบปิดประตูใส่คนอื่นแบบนี้นี่แหละ

            จนบางที...ผมเองก็กลัวที่จะลองเคาะประตูดูเหมือนกัน



------------ ติดตามตอนต่อไป ------------

 

เปิดเรื่องใหม่อีกแล้ว กับชื่อเรื่องแปลกๆ
ช่วงนี้เบื่องานประจำรู้สึกเหมือนจะเป็นบ้า(55555) เลยอยากหาอะไรที่ไม่ต้องคิดเยอะเขียน
เอาเป็นรักใสๆ วัยมัธยมกำลังดี เพราะฉะนั้นกำหนดลงอาจจะไม่แน่นอนต้องขออภัย
คืออาจจะมาเร็วมากๆ หรือช้ามากๆ นั่นเอง
ยังไงก็ขอฝากไข่ต้มกับน้องพระเอก(ที่ยังไม่รู้ชื่อ) ด้วยนะคะ
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน เจอกันตอนหน้าจ้า


ออฟไลน์ Jessiebier

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 357
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
จะจีบไข่ต้ม :mew2: :mew3:

ออฟไลน์ ImInDragon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 58
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
กรี๊ดดดดดด  :hao7: :hao7: :hao7: :hao7:


่คุณคินซางงงงงง เปิดเรื่องใหม่ เห็นที่ทวิต ๆๆ เอาไว้ค่ะ รอมาก
ไข่ต้ม
ไข่ต้มจ๋า มาเลย เราชอบกิน  :hao6: :hao6: พร้อมสุด ๆ ค่ะ
จะติดตามนะคะ
หลงรักวิธีการเล่าเรื่องของคุณตั้งแต่น้องต้นสนที่รักแล้ว 55555 เราอาจจะแว๊บไปแว๊บมาอีกเว็บหนึ่งสลับก้บเว็บนี้นะ เราเข้าที่ไหนได้ก็อ่านที่นั่นเลย  :mew1: :mew1:


รอค่าาาาาา ปัก ปัก ปัก !

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4014
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
ไข่ต้มต้องน่ารักมากแน่ๆเลยค่ะ  :-[

ออฟไลน์ baibuabuaz

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 198
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ตามค่าาาาาา :katai2-1:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7518
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ตามจีบไข่ต้มด้วยคน  :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ somberness

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 666
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +42/-0
ลงชื่อติดตามจ้า :a9: :a9:

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5


ไข่ฟองที่ 1
น้องยู สาวแว่นสายเปย์


            หากจะพูดถึงหนึ่งในคนที่อาจหาญเข้ามากะเทาะเปลือกไข่ต้มที่แข็งอย่างกับหินแล้วล่ะก็ คนหนึ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากๆ คงจะเป็นน้องยู ม.4 สาวแว่นสายเปย์ที่รักเดียวใจเดียวและเชิดชูไข่ต้มเพื่อนผมอย่างกับรูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ มีของมาถวายเช้าเย็น แต่แวบมาแวบไป ไม่ค่อยได้มีโอกาสเจอหน้าจังๆ เท่าไรนัก เพราะฉะนั้นน้องเขาเลยยังไม่เคยดนปิดประตูใส่หน้าจังๆ เหมือนคนอื่นเขาสักที

            "วันนี้เป็นป๊อกกี้รสกล้วยว่ะ ช่างรู้ใจ"

            เข้ามาในห้องเรียนก็เจอกล่องขนมสีเหลืองวางอยู่บนโต๊ะ เป็นรสที่ไข่ต้มมันชอบกินบ่อยๆ และถ้าหากสังเกตให้ดีสักนิดจะเห็นว่าตรงรอยปะมันถูกเปิดออกนิดหน่อย ผมเดาว่าในกล่องคงมีข้อความที่น้องเขาเขียนซ่อนเอาไว้อยู่

            ไข่ต้มหยิบขนมขึ้นมาเปิดกล่องออกดํด้วยสีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ มันคงชิน ผมรู้ว่ามันก็ชอบที่มีคนเอาขนมมาให้กินแบบนี้ แต่คนอย่างมันไม่ชอบให้ความหวัง ตัดได้เป็นตัด เพราะมันไม่เคยคิดจะสานความสัมพันธ์กับใครอยู่แล้ว

            "ขอเก็บกล่องไว้อีกแล้วว่ะ" แต่พอได้อ่านข้อความมันก็หันมาทำหน้าเครียดใส่ผมทันที

            ความแปลกอีกอย่างของน้องยูคือชอบเก็บซากของที่ให้ไข่ต้มไว้ทุกชิ้น อย่างครั้งนี้น้องเขาก็ขอกล่องไปเก็บไว้ คราวก่อนให้ลูกอมก็ขอเปลือก แต่คนใจไม้ไส้ระกำอย่างมันไม่เคยยอมทำตามแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยเหลือเศษซากอะไรให้น้องเขาเก็บไปชั่งกิโลขายหรือเก็บไว้เป็นที่ระลึกเลยสักชิ้น นอกจากครั้งก่อนที่มันได้ลูกอมจากน้องแล้วแกะกินหลังจากคลาดกับน้องได้แป๊บเดียว แต่อนิจจาน้องดันเห็นเลยวิ่งมาขอเปลือกลูกอมไปเก็บ มันก็มัวแต่เอ๋อรับประทาน รู้ตัวอีกทีเปลือกลูกอมก็ถูกขโมยไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย

            "แล้วจะให้ป้ะ"

            "มึงก็รู้"

            "เผื่อเปลี่ยนใจไง น้องเขาก็ดูโอเคอยู่นะ"

            "แต่กูไม่ได้ชอบนี่หว่า"

            "งั้นก็รีบๆ บอกน้องเขาไปดิ ไม่ใช่กินขนมเขาฟรีอยู่แบบนี้" โดนว่าเข้าไปมันเลยเปลี่ยนมาทำหน้าบึ้งใส่ผมแทน

            "น้องเขาเคยอยู่รอให้กูบอกมั้ยล่ะ มาแต่ของตัวไม่เคยเจอ วันไหนเจอหน้าก็อย่างกับนินจา เร็วฉิบหาย" เห็นมันทำหน้ายุ่งบ่นเป็นคนแก่ ยัดกระดาษที่น้องยูเขียนโน้ตไว้ใส่กล่องแล้วยัดกล่องขนมใส่กระเป๋านักเรียนอีกที

            "ไม่คิดจะแบ่งเพื่อนกินบ้างเหรอ"

            "น้องเขาให้กู"

            "แหนะทำหวง ชอบก็บอกว่าชอบดิ"

            โดนแซวเรื่องเดิมมันเลยทำหน้าเหม็นเบื่อใส่ผม เลิกพูดด้วยโดยการฟุบหน้าลงกับโต๊ะเรียน สร้างเกราะกำบังขึ้นมาเป็นเปลือกไข่บางๆ ที่เคาะเบาๆ ก็แตก

            ก็ยังดีที่เปลือกของผมเปราะบางแบบนี้ มันคงเป็นเปลือกชนิดพิเศษที่สร้างไว้สำหรับเพื่อนสนิท แต่ใครจะรู้ว่าการกะเทาะเปลือกไข่ใบนี้มันยากกว่าคนอื่นหลายเท่า เพราะถึงแม้จะปลอกเปลือกสำเร็จ สิ่งที่เห็นอยู่ด้านใน อาจจะเป็นความว่างเปล่าอันดำมืดก็ได้

 

            ตุ๊กตาหมีตัวที่สอง

            ผมนั่งมองไข่ต้มมองเจ้าตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลตัวใหญ่สูงเกินหนึ่งฟุตเห็นจะได้ที่วางอยู่บนโต๊ะเรียนอีกทอด วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ เป็นครั้งที่สองที่มันได้ตุ๊กตาหมีจากน้องยู ส่วนตัวแรกนั้นได้มาตอนปีใหม่ซึ่งตรงกับวันเกิดมันพอดี

            ที่จริงผมเห็นน้องยูหิ้วตุ๊กตาหมีตัวนี้มาตั้งแต่เช้าแล้ว พอเลิกเรียนน้องก็โฉบเอาการ์ดมาให้ บอกใบ้ว่ามีของขวัญให้อีกชิ้น เดินเข้ามาในห้องเรียนก็เจอตุ๊กตาหมีตัวนี้วางอยู่ เพราะรู้ว่าไข่ต้มมันไม่ชอบดอกไม้ แต่โปรดของกินกับของใช้และอื่นๆ ในวันแห่งความรักแบบนี้จะเลือกตุ๊กตาหมีแทนช็อคโกแลตก็เป็นความคิดที่เข้าท่าอยู่เหมือนกัน

            "ท่าทางจะแพง"

            "กูจะเอาไปคืน" พูดจบมันก็ลุกขึ้นคว้าตุ๊กตาหมีพรวดพลาดจะออกจากห้องจนผมต้องรีบคว้าตัวเอาไว้

            "เฮ้ยเดี๋ยว ใจเย็นก่อน คิดดีๆ ค่อยๆ คิด เอาไปคืนเดี๋ยวน้องมันเสียน้ำใจ"

            "แต่ก็ทิ้งไว้แบบนี้ไม่ได้ป้ะวะ"

            "แต่มึงจะเอาไปคืนแบบนี้ไม่ได้"

            "แล้วจะให้กูทำไง" แล้วมันก็ทำหน้าเครียดใส่ผมอีกครั้ง

            ผมรู้ว่ามันอยากเคลียร์ปัญหาค้างคานี้ให้จบ ยิ่งปล่อยให้คาราคาซังไปน้องยูเองจะเป็นฝ่ายที่เจ็บยิ่งกว่า เพราะต่อให้พยายามต่อไปยังไงก็ไม่มีทางสมหวัง แม้ว่าทุกอย่างที่ทำมาจะไม่ได้เสียเปล่า น้องยูมีความสุข มันเองก็ใช่ว่าจะทุกข์เสมอไป แต่คนอย่างไอ้ไข่ต้มไม่ชอบอะไรแบบนี้ มันไม่ใช่ดารา ไม่ใช่บุคคลตัวอย่าง ไม่ได้ทำตัวเป็นประโยชน์ให้ใคร มันไม่สมควรได้รับความรักเช่นนี้ตอบกลับมา

            ผมรู้...รู้ว่ามันคิดแบบนี้กับน้องยูมาตลอด

            "นั่งรอตรงนี้ก่อน" ผมดันมันให้นั่งเก้าอี้ คนหน้าตึงกอดตุ๊กตาเอาไว้หลวมๆ มองมาอย่างสงสัย

            ผมไม่ตอบอะไรก่อนก้าวออกจากห้องเรียนมายืนอยู่ริมระเบียง กวาดสายตามองหาน้องยู แล้วก็พบว่าเธอยังนั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนที่โต๊ะม้าหินอ่อนตรงสวนข้างสนามบาส ผมเลยหันไปกวักมือเรียกไข่ต้มให้เดินมาหา

            "เดี๋ยวกูพามึงไปหาน้องเขาเอง"

 

            ไข่ต้มกับตุ๊กตาหมีดูเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับนักเรียนที่ยังไม่ยอมกลับบ้าน ถ้าให้ผมเดา คนเหล่านั้นคงคิดว่ามันกำลังจะเอาตุ๊กตาไปให้ใครสักคนพร้อมกับสารภาพรัก และคนคนนั้นก็จะกลายเป็นผู้โชคดีที่สามารถพิชิตใจที่แข็งดั่งเปลือกไข่เหล็กของเพื่อนผมคนนี้ได้ แต่หารู้ไม่ว่า ความจริงมันกลับตาลปัตร เพราะคนที่ได้ตุ๊กตาหมีตัวนี้คืนไป อาจจะวิ่งร้องไห้น้ำตานองหน้ากลับบ้านก็เป็นได้

            ผมเดินนำไข่ต้มมายังโต๊ะม้าหินในสวนข้างสนามบาส น้องยูที่เห็นมันเดินเข้ามาใกล้เริ่มตั้งท่าเตรียมจะหนี ผมเลยรีบพุ่งตัววิ่งคว้าตัวน้องเขาเอาไว้ก่อน ยังไงวันนี้ปัญหาคาราคาซังนี้ต้องจบเพื่อความสงบสุขของไอ้ไข่ต้ม ผมจะไม่ยอมให้น้องยูหนีอีกเป็นอันขาด

            "เดี๋ยวก่อนน้องยู อยู่คุยกับไข่ต้มมันก่อน"

            "คะ...คุยอะไร"

            "ก็คุยกันนี่แหละ อย่าเพิ่งหนี อยู่ฟังมันก่อน"

            พอผมบอกไปแบบนั้นน้องยูก็หน้าแดงแป๊ดขึ้นมาทันที เธอใช้นิ้วดันแว่นแล้วก้มหน้างุดท่าทาเขินอาย เพื่อนในกลุ่มก็พากันจับมือกันส่งกำลังใจให้ ทำตัวเป็นกองเชียร์ได้ไม่รู้สถานการณ์เอาซะเลย

            ไข่ต้มเดินตามมาถึงในไม่ช้า สีหน้านิ่งเรียบติดบึ้งนิดๆ ไม่เปลี่ยนแปลง มันยังกอดตุ๊กตาเอาไว้หลวมๆ มองกลุ่มน้องยูด้วยสายตาเหมือนอยากจะฆ่ามากกว่ามาขอคุย แต่ด้วยความเป็นไข่ต้ม จะถูกคนอื่นมองว่าท่าอุ้มตุ๊กตาด้วยหน้าตึงๆ เหมือนงอนใครอยู่แบบนี้มันดูน่ารักก็ไม่แปลก ขนาดผมยังคิดแบบนั้นเลย

            "พี่ไข่ต้มจะคุยอะไรกับยูเหรอคะ" น้องยูถามด้วยน้ำเสียงขาดๆ หายๆ ปกติก็ไม่ค่อยได้ยินเธอพูดอยู่แล้ว พอมาเจอแบบนี้คงประหม่าน่าดู

            "พี่จะเอาตุ๊กตามาคืน"

            "เอามาคืน?"

            "ครับ เอามาคืน"

            "คืนทำไมล่ะคะ"

            "เพราะพี่ไม่สมควรได้รับมันครับ"

            "ไม่สมควรตรงไหนคะ ก็ยูให้พี่"

            "เอามันคืนไปเถอะครับ แล้วต่อไปนี้ก็ไม่ต้องเอาของอะไรมาให้พี่อีก ทำแบบนั้นไปมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอกครับ เสียเวลาน้องเปล่าๆ"

            ผมต้องบอกก่อนว่าตอนนี้ไอ้ไข่ต้มเพื่อนผมกำลังท็อปฟอร์มสุดๆ สีหน้า น้ำเสียง อารมณ์มาเต็ม เล่นเอาน้องยูอ้าปากค้างพูดต่อไม่ออก มันเลยใช้จังหวะนี้ยัดตุ๊กตาหมีคืนใส่อ้อมกอดน้องเขา หันหลังเตรียมจะเดินกลับ แต่จะตัดจบดื้อๆ แบบนี้มันไม่สวยเท่าไร ไข่ต้มมันเลยหันกลับไปพูดอีกหนึ่งประโยคให้กับน้องยู

            "อย่ามารักคนอย่างพี่เลยครับ"

            แล้วมันก็ก้าวเร็วๆ จากไป ทิ้งให้ผมยืนยิ้มแห้งให้น้องยูที่เปะปากทำท่าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

            "โอ๋ๆ ไม่เป็นไรครับ ทำใจนะ" ปลอบน้องเขาได้เพียงเท่านี้ผมก็รีบสาวเท้าตามไข่ต้มไป

            แล้วสุดท้ายไอ้คนหน้ายักษ์ใจดีก็มานั่งเครียดเหมือนเดิม ส่วนผมก็มีหน้าที่ทำให้มันสบายใจอย่างทุกทีเช่นกัน

            "มึงว่ากูพูดแรงไปมั้ยวะ"

            "ไม่หรอกมึง บอกไปตรงๆ นั่นแหละดีแล้ว"

            ฟังคำปลอบจากผมแล้วมันก็ปั้นหน้าบึ้งใส่ ทำคิ้วผูกโบว์จนอยากจะยืมไปติดบนกล่องของขวัญท่าทางจะสวยดีพิลึก

            "ไหนทีแรกห้ามกูจังวะ กลัวน้องเขาเสียน้ำใจงั้นงี้" แล้วก็โดนมันเล่นซะแล้วไหมล่ะผม

            "เอ้า! ก็เพื่อความสบายใจของมึงไง"

            "ย้อนแย้งนะมึง"

            เรื่องบางเรื่องคนเราก็ต้องทำเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ผมเห็นใจน้องยูนะ ไม่ได้อยากให้ความรักของน้องจบลงแบบนี้ แต่ตัวผมเองก็หน้าเห็นใจไม่แพ้ใครเหมือนกัน

            "นี่กูอุตส่าห์วิ่งไปจับตัวน้องยูให้เลยนะ"

            "เออๆ"

            ไข่ต้มโบกมือเหมือนจะไล่อะไรสักอย่าง แต่ผมรู้ว่ามันสัญญาณมือแบบนี้คือการปิดหัวข้อสนทนานี้สำหรับมัน จบ เลิกคุย และอย่าพูดให้ได้ยินอีก ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นแปลงร่างจากไข่ต้มเป็นปลาทูทำหน้ายู่ใส่ผมไปอีกหลายชั่วโมง

            "ยังไงก็ขอบใจมึงนะ ช่วยกูตลอดเลย"

            "คนอย่างมึงขาดกูไม่ได้หรอก"

            ช่วงเวลาแบบนี้เป็นโอกาสที่ผมสามารถเยินยอตัวเองได้เต็มที่ ไข่ต้มยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่มันมอบให้ใครไม่บ่อยนัก มีแค่ผมคนเดียวที่เห็น มีแค่ผมคนเดียวที่ได้รับ มีแค่ผม...คนที่เป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของมันเท่านั้น

            "กูขาดมึงไม่ได้จริงๆ นั่นแหละเพื่อน"

            และบางที ความภูมิใจในชั่วขณะหนึ่งก็มาพร้อมกับอาการเจ็บแปลบที่หัวใจได้เช่นกัน

 

            ชีวิตไข่ต้มกลับมาสงบสุขอีกครั้งในเช้าหลังวันวาเลนไทน์ หลังจากที่มันระบายเรื่องน้องยูให้ผมฟังเกือบทั้งคืน สงสารบ้างล่ะ กลัวน้องน้อยใจบ้างล่ะ แต่เชื่อเถอะคนอย่างมันไม่มีใครเกลียดลงหรอก อย่างน้อยก็น้องยูแฟนคลับตัวยงของมันคนนี้  เพราะเมื่อเราเดินเข้ามาในห้องเรียนที่ยังมีนักเรียนมาไม่มากนักก็พบมันวางอยู่บนโต๊ะ

            ตุ๊กตาหมีเจ้าปัญหาตัวนั้น

            ไอ้ไข่ต้มเบิกตากว้างรีบปราดเข้าไปในห้องทันทีที่เห็นว่าอะไรวางอยู่ ผมเดินตามไปยืนข้างมัน มองมันหยิบการ์ดที่วางอยู่บนตักตุ๊กตาขึ้นมาเปิดอ่าน แล้วเราก็มองหน้ากันอย่างหมดคำพูด

            'เป็นแค่แฟนคลับก็ได้ค่ะ แต่ช่วยรับเจ้าตัวนี้ไว้ด้วยนะคะ ยูตั้งใจซื้อมาให้พี่ไข่ต้มนะ สัญญาว่าต่อจากนี้จะเป็นแฟนคลับที่ดี'

            ไข่ต้มมองการ์ดในมือสลับกับเจ้าตุ๊กตาหมีหน้าตาน่ารักๆ ดูซื่อบื้อไปเลย สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาอย่างยอมแพ้แล้วเก็บการ์ดใส่กระเป๋า

            "มึงคงต้องยอมรับเอาไว้แล้วว่ะ"

            "ก็คงต้องอย่างนั้น" ว่าแล้วมันก็ดึงตุ๊กตามากอด ซุกหน้าลงกับขนนุ่มๆ เหมือนเด็กที่เคยมีตุ๊กตาเป็นตัวเอง ลูบหัวจับหูเล่นอยู่แบบนั้น

            มันก็เป็นซะแบบนี้ใครจะไปเกลียดลง...

            จริงไหม


--------------- ติดตามตอนต่อไป ---------------

 
อาจจะสั้นไปนิดเนอะ แต่ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้แหละ แต่ละตอนจะไม่ยาวมาก (และหาสาระไม่ได้นัก)
จริงๆ ก็เหมือนกับไออารี่ของน้องพระเอกที่บันทึกเรื่องราวคนที่เข้ามาในชีวิตไข่ต้มไว้
สุดท้ายจบตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ชื่อของคุณเพื่อนสนิทสักที ให้เล่นทายชื่ออีกดีมั้ย ฮ่าๆๆ
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ เจอกันตอนหน้าจ้า



ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7518
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
สวัสดีปัใหม่ ๒๕๖๑
แบบนี้ก็ดี เหมือนไดอารี่ที่เพื่อนสนิทบันทึกไว้
แล้วไรท์ จะบอกชื่อเพื่อนสนิทที่แอบชอบไข่ต้มเมิ่อไหร่นะ  :hao3:

ไข่ต้ม ชัดเจนกับน้องยู ดีมาก
บอกไปเลยชัดๆ ว่าไม่คิดกับน้องแบบชอบๆ  ไม่ให้ความหวัง  :katai2-1:
แล้วเรื่องก็เปลี่ยน น้องขอมาเป็นแฟนคลับ  :mew1:
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4014
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
เปลือกไข่สำหรับคนอื่นว่าแข็งแล้ว กับเพื่อนสนิทนี่ดูท่าจะยากกว่านั้นนะคะ เป็นกำลังใจให้ เผื่อไข่ต้มแอบรักอยู่พอดีถึงไม่ยอมมีแฟน  :hao5:

ออฟไลน์ FeaRes

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 738
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
ชอบความชัดเจนของไข่ต้มนะ
ถึงจะปฏิเสธคนอื่นแต่ก็มีห่วงใจเขา เด็กดีๆ
บางทีอาจจะรอคนข้างๆมาบอกชอบก็ได้---(?)

ออฟไลน์ yasperjer

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 500
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-2
น้องไข่ต้มน่ารักกกกกกกกกกกกกกกก
ไม่ได้อ่านวายมัธยมนานแล้วค่ะรู้สึก555555555 ติดตามนะคะ

ออฟไลน์ somberness

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 666
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +42/-0
อาจจะใจตรงกันแต่ไม่กล้าพูดกันทั้งคู่ก็เป็นไปด๊ายยย  :m26: :m26:

ออฟไลน์ net. net_n2537

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 305
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ที่ไข้ต้มปฏิเสธคนอื่นเพราะรอใคร(?)อยู่รึเปล่า

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5

ไข่ฟองที่ 2 พี่ชายปอร์เช่


            คนอย่างไข่ต้มมักมีแรงดึงดูดคนแปลกๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งคนแปลกหน้า กับผู้ชายที่ไม่รู้มาหลงเสน่ห์มันตั้งแต่ตอนไหน

ผมกับไข่ต้มยืนงงเหมือนตอนเรียนคณิตศาสตร์เมื่อจู่ๆ มีรถปอร์เช่คันหรูขับมาจอดหน้าที่ป้ายรถเมล์ตอนกำลังรอรถเมล์กลับกลับบ้าน ก่อนคนขับจะเลื่อนกระจกลง

            ผู้ชายที่คาดว่าน่าจะวัยทำงานเพราะใส่เชิ้ตสีกรมท่าแต่อายุน่าจะไม่เกินสามสิบ เขาหยิบปากกาเขียนอะไรยุกยิกใส่เศษกระดาษ ก่อนหันมามองเราสองคนแล้วถอดแว่นกันแดดออก

            หล่อแฮะ

            "อะไรวะ" ไอ้คนมีเซนส์ขยับมายืนหลบหลังผม มันถามด้วยความระแวงเมื่อผู้ชายคนนั้นยื่นกระดาษมาให้

            เขาพยักหน้าให้ผมหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่เพราะอยู่ด่านหน้าเลยเผลอก้าวเท้าไปหาพร้อมกับยื่นมือไปรับกระดาษแผ่นนั้น โดยลืมคิดไปเลยว่าเขาเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่ควรไว้ใจ

            ผมก้มตัวเข้าไปกระจกรถที่เขาเปิดไว้ ทีแรกผมคิดว่าเขาอยากถามทางหรือขอความช่วยเหลือ แต่เขากลับชี้นิ้วไปข้างหลัง ไปยังคนที่ยืนทำหน้าตื่นตระหนกอยู่ หลังจากส่งแผ่นกระดาษให้ผมเรียบร้อยเขาก็ยิ้มแล้วขับรถจากไปท่ามกลางความงุนงง

            ป้าบ!

            "มึงตีกูทำไมเนี่ย" ผมยกมือจับต้นแขนที่โดนไอ้ไข่ต้มมันฟาด อยู่ดีๆ เป็นบ้าอะไรมาตีกันเฉย

            "มึงไปคุยอะไรกับเขา"

            "ก็เขาเรียกกูอ่ะ"

            "ใครที่ไหนก็ไม่รู้ น่ากลัว"

            ผมมองไข่ต้มที่ทำหน้าเครียดไม่เลิก มันกอดอกแสดงสีหน้าไม่พอใจระคนเป็นห่วง ผมรู้ว่าที่ทำไปเมื่อกี้มันไม่ปลอดภัย แต่ตอนนี้ผมไม่ได้เป็นอะไรไง จะเป็นก็เพราะโดนมันทำร้ายร่างกายที่แหละ

            "แล้วมึงไปรับอะไรจากเขามา"

            ผมแบมือที่กำกระดาษของผู้ชายคนนั้นให้ไข่ต้มดู ในนี้มีตัวเลขเขียนไว้ด้วยปากกาดำ ดูๆ ไปมันอาจจะเป็น...

            "เขาใบ้หวยให้เราป้ะวะ"

            "หวยบ้านพ่อมึงสิมีสิบหลัก" ไอ้ไข่ต้มง้างมือทำท่าจะฟาดผมอีกรอบ

            "มุกมั้ยล่ะมึง เอะอะก็ทำร้ายร่างกาย"

            "เขาให้เบอร์มึงทำไมวะ"

            "เปล่า เขาไม่ได้ให้กู" ผมส่ายหน้ารัว ถึงจะเดินไปรับมาแบบงงๆ แต่ผมจำได้แม่นว่าเขาชี้ไปข้างหลัง

            เบอร์โทรศัพท์นี้ ผู้ชายคนนั้นตั้งใจจะให้ไอ้ไข่ต้ม

            มันมองหน้าผมอย่างเข้าใจความหมายที่ต้องการสื่อแล้วส่ายหน้ารัว คว้ากระดาษที่อยู่ในมือผมไปแล้วเดินตรงไปที่ถังขยะก่อนโยนทิ้งอย่างไม่ใยดี

            "ทีหลังมึงห้ามรับของจากคนแปลกหน้าอีก" แล้วมันก็เดินกลับมาชี้หน้าว่าผม

            "โอเคคร้าบ ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว"

            "แต่แม่งน่ากลัวจริงๆ เป็นใครที่ไม่รู้ แล้วมันให้เบอร์กูทำไมวะ"

            "ถามจริงหรือแอ๊บ" ผมถามแกมด่า อย่างมันมีคนเข้าหาเป็นล้านรูปแบบมีหรือจะไม่รู้ ขนาดคนคนแก่วัยทำงานยังมีหลงมาเลย

            "ก็อยากคิดเป็นอย่างอื่นบ้างมั้ยวะ"

            "งั้นเขาคงมาขายประกันมั้ง มึงควรไปคุ้ยเบอร์เขากลับมาแล้วช่วยเขาทำมาหากิน"

            "ขับปอร์เช่ขายประกันเลยเนอะ"

            "หรืออาจจะเป็นแมวมองชวนมึงไปเป็นดารา"

            "อืม...น่าคิด"

            "หรือไม่ก็อยากจับมึงไปขาย"

            "จับมึงสิ"

            ผมหัวเราะให้กับคำด่าที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บปวดเลยสักนิด เว้นแต่ตัวคนด่าเองที่ทำหน้าเครียดยิ่งกว่าเดิม ผมรู้ว่ามันกังวล สังคมที่อยู่ทุกวันนี้ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย มันเจอคนแปลกบ่อย ย่อมไม่แปลกที่มันจะกลัว

            "อยู่กับกูมึงไม่ต้องกลัวหรอก" ผมยกมือขึ้นยีผมมันอย่างนึกมันเขี้ยว เกือบจะซึ้งอยู่แล้วถ้าไอ้ไข่ต้มมันไม่ปากเสียขัดขึ้นมา

            "มึงอ่ะตัวดี พาคนแปลกๆ มาหากูตลอด"

            "เอ้า!"

            มันไม่พูดอะไรต่อ อมยิ้มก่อนเดินหนีไปนั่งรอ

            ก็ได้ ผมยอมรับก็ได้ว่าเพราะความเอ๋อเลยพาคนแปลกๆ เข้ามาหามันก็ได้ แต่ผมจะยอมรับผิดโดยการอยู่เคียงข้างมันเอง ผมจะปกป้องมัน ไม่ให้คนแปลกหน้าหน้าไหนเข้ามาทำร้ายไอ้ไข่ต้มเพื่อนผมได้เป็นอันขาด

 

            ปี๊ด!!

            เสียงแตรรถที่ดังอยู่ไม่ไกลทำเอาทั้งผมทั้งไข่ต้มสะดุ้งสุดตัว เราละสายตาจากหน้าจอมือถือที่กำลังสุมหัวดูสิ่งน่าสนใจบนเฟซบุ๊กเงยหน้ามองหาต้นเสียง แล้วก็เจอกับปอร์เช่สีดำคันเดียวกับเมื่อวาน

            ผู้ชายแปลกหน้า(แต่หน้าตาดี)มาอีกแล้ว

            กระจกรถเลื่อนลงเขาก็ชะเง้อหน้ามามองพร้อมกวักมือเรียก ไข่ต้มเกาะแขนผมไว้แน่น สีหน้าหวาดระแวงขั้นสุด แต่พี่คนนั้นก็กวักมือเรียกไม่หยุดเหมือนกัน ดูท่าแล้วจะไม่ยอมละความพยายามง่ายๆ เสียด้วย

            "เขาเรียกว่ะ"

            "ก็ปล่อยให้เรียกไปดิ มึงห้ามไปนะ"

            "ไม่ไปหาเขาหน่อยเหรอวะ"

            "ไม่เอาเว้ย น่ากลัว เป็นใครก็ไม่รู้ กูตะโกนเรียกพี่ยามดีมั้ย"

            "เขาคงไม่ทำอะไรหรอกมั้ง เดี๋ยวกูไปคุยเอง"

            "มึง"

            ผมแกะมือไข่ต้มออกโดยไม่ฟังคำคัดค้าน ลุกเดินอาดๆ เข้าไปหาพี่ปอร์เช่เพื่อเคลียร์ปัญหาให้รู้เรื่องกันไป ว่าเพราะเหตุใดพี่เขาต้องมายุ่งกับเพื่อนผมด้วย

            "มีอะไรครับพี่"

            "น้องคนนั้นชื่ออะไรเหรอ" พี่เขาบุ้ยปากไปยังคนที่นั่งทำหน้าน่ากลัวอยู่

            "มันชื่อไข่ต้ม พี่มีปัญหาอะไรกับมันเปล่า"

            "ไข่ต้มเหรอ ชื่อน่ารักจัง"

            ผมตีหน้าขรึมใส่เมื่อได้ฟัง ถึงจะหล่อแต่แปลกหน้าแบบนี้เพื่อนผมมันไม่เอาหรอก ผมควรบอกพี่เขาไปเลยดีไหมว่าให้ตัดใจไปซะถ้าคิดจะจีบ

            "สรุปพี่มีปัญหาอะไรป้ะครับ"

            "น้องไข่ต้มมีแฟนหรือยัง"

            หัวคิ้วผมกระตุกกึก โกหกไปเลยดีไหมว่ามันเป็นแฟนผม จะได้เลิกมาวุ่นวายสักที

            "มันอ่ะแฟนผม"

            "โธ่น้อง อย่ามาอำ"

            เอ้า! ไม่เชื่ออีก

            "ผมไม่ได้อำพี่ มันเป็นแฟนผมจริงๆ"

            "งั้นพี่ฝากขนมให้แฟนน้องหน่อยนะ ฝากบอกด้วยว่ามาเป็นแฟนพี่ดีกว่า ขอบคุณครับ"

            พี่เขายื่นกล่องขนมมาให้ ผมเลยรับมาด้วยความลืมตัว แถมยังแสดงความมีมารยาทสมกับเป็นลูกชายป้าสมพรบ้านขนมไทยด้วยการยกมือไหว้ขอบคุณ ก่อนคุณพี่ปอร์เช่จะปิดกระจกแล้วจากไป

            "ทำอะไรของมึงเนี่ย" เสียงไข่ต้มแวดขึ้นมาทันทีเมื่อผมหันกลับไปหาพร้อมกล่องขนมในมือ

            "พี่เขาฝากขนมให้มึงอ่ะ"

            มันทำหน้าตึงคิ้วผูกโบว์ลุกเดินมาหาผม คว้าถุงขนมไปแล้วจ้องอย่างกับจะจับผมกินยังไงยังงั้น

            "นี่มันขนมบ้านมึงไม่ใช่เหรอ"

            ผมชะเง้อไปดูกล่องขนมในถุง ก็ว่าล่ะมันคุ้นๆ พี่เขาก็เป็นลูกค้าร้านขนมของแม่ผมด้วยเหรอ ถึงขั้นซื้อมาฝากด้วยแบบนี้

            "อร่อยนะมึง"

            ไข่ต้มทำหน้าเซ็งใส่ มันเดินตรงไปที่ถังขยะ เร็วกว่าความคิดผมถลาไปคว้าแขนมันไว้ ครั้งนี้มันไม่เหมือนใบใบ้หวยเมื่อวานเว้ย ห้ามทิ้ง!

            "ถ้ามึงเอาทิ้งกูฟ้องแม่สมพรนะ"

            "แล้วมึงไปรับของจากคนแปลกหน้ามาทำไมวะ ถ้ามันใส่ยาขึ้นมาทำไง"

            "ยาเสน่ห์อ่ะเหรอ"

            "เสน่ห์พ่อกู"

            เกิดเดทแอร์ขึ้นมากลางคัน มันใช่เวลามาเล่นไหมเนี่ย

            "กูรู้ว่ามึงอารมณ์ไม่ดีแต่อย่าเพิ่งกวน เอากลับไปเหอะ หรือถ้ามึงอยากทิ้งก็เอาไปทิ้งไกลๆ สายตากู ไม่งั้นกูจะฟ้องว่ามึงทิ้งขนมแม่"

            "ขี้ฟ้องตั้งแต่เมื่อไร"

            "ตอนนี้แหละ เก็บไปก่อนเชื่อกู ไม่มีระเบิดซ่อนอยู่หรอก หรือถ้าเขาคิดจะวางยาคงไม่ถามหรอกว่ามึงมีแฟนมั้ย เพราะเขาจะจีบมึง"

            ไอ้ไข่ต้มกอดอกขมวดคิ้วมองผมไม่เลิก พูดไปแล้วก็ช้ำใจปนอิจฉานิดๆ คนอื่นเข้าหามันแถมยังบอกได้เต็มปากว่าจะจีบ แต่ผมกลับพูดไม่ได้ทั้งที่ใกล้ชิดมันที่สุด โอกาสไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะห่างจริงๆ

            "เขาบอกมึงเหรอว่าจะจีบกู"

            "ก็เออดิ มึงดูไม่ออกเหรอ"

            "ออก"

            "แล้วถามทำไมวะ"

            "แล้วมึงตอบเรื่องแฟนกูไปว่าไง"

            "กูบอกว่ามึงมีแฟนแล้ว" ผมยืดอกอย่างภูมิใจที่อย่างน้อยก็ช่วยเป็นไม้กันหมาให้มันได้

            "แล้วพี่เขาว่าไง"

            "เขาไม่เชื่อว่ะ" ถึงแม้จะไม่สำเร็จก็ตาม

            "เอ้า!"

            "เออน่า มึงก็อยู่ใกล้ๆ กูไว้แล้วกัน"

            "อย่างกับทุกทีไม่ใกล้"

            "งั้นก็ทำตัวให้เหมือนเป็นแฟนกูดิ พี่เขาจะได้คิดว่ามึงเป็นแฟนกู"

            "แฟนมึงเนี่ยนะ" ไข่ต้มทำหน้าตะลึงเหมือนสิ่งที่ผมพูดไม่มีทางเป็นจริงได้ในชาตินี้ มองสีหน้ามันแล้วก็แต่เศร้าแล้วเศร้าอีก

            "ก็แฟนกูเนี่ยแหละ ทำไม ไม่อยากเป็น?"

            "ทำไงวะ มึงก็รู้..." มันเว้นจังหวะเอาไว้ให้ผมคิดตาม ซึ่งผมรู้ดีว่าไข่ต้มมันหมายถึงอะไร ในเมื่อเกิดมาจนอายุสิบเจ็ดปีแล้วมันยังไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตนสักคน

            ก็ไม่รู้จะสงสารใครดีระหว่างผมกับมัน

            "เออๆ ช่างแม่ง เอาเป็นว่ากูจะปกป้องมึงเอง"

            "โอ้โห ซึ้งจัง"

            "จะซึ้งก็ทำหน้าให้มันเนียนๆ หน่อย" ผมดักทางอย่างไม่จริงจัง ไข่ต้มยิ้มกว้างเดินหนีไปรอรถเหมือนเดิม กับถุงขนมที่วางไว้บนตัก

            มันก็เป็นซะแบบนี้ ต่อหน้าแข็งใส่ ลับหลังกลับอ่อนโยน แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ผมกลับชอบในจุดนี้ของมัน

            พี่ชายที่ขับปอร์เช่สีดำคันนั้น หวังว่าไข่ต้มเพื่อนผมมันคงไม่เผลอใจตกหลุมรักคนแปลกหน้าหรอกนะ

 

            วันที่สามกับพี่ชายปอร์เซ่ วันนี้พี่เขาก็มาอีกแล้ว จอดรถรออยู่หน้าโรงเรียนสักพักพอไม่เห็นพวกเราก็ขับรถจากไป รอบนี้ไข่ต้มมันวางแผนไว้ เพราะไม่อยากเจอเลยไม่ยอมออกจากโรงเรียน ดักรอจนคนร้ายยอมกลับถึงได้แสดงตัวออกมา

            ด้วยเหตุนี้เองผมเลยต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ ตามคำบอกแกมบังคับของไข่ต้มจนเข้าวันที่เจ็ด ปอร์เซ่สีดำคันนั้นยังแวะมาจอดหน้าโรงเรียนเวลาเดิม ผมคิดว่าพี่เขาคงรู้ว่าโดนหลบหน้าแต่ก็ไม่รู้ต้องทำยังไงถึงได้มาเฝ้ารอทุกวันแบบนี้

            "กูว่าเราควรเคลียร์ให้มันจบ" ผมโพล่งขึ้นมาอย่างอดรนทนไม่ไหวตอนเรากำลังแอบส่องพี่เขาจากในโรงเรียน

            ไข่ต้มทำหน้าตึงทันที มันกลัวผมรู้ แต่การหนีไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาเสมอไป จากที่ผมคุยมาสองครั้งพี่เขาก็ดูไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรนัก เปิดอกคุยกันตรงๆ น่าจะดีกว่า แต่ถ้ามีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นมา ผมจะปกป้องไอ้ไข่ต้มเอง

            "จะไปเคลียร์ยังไงวะ"

            "มึงลองเข้าไปคุยกับพี่เขาสักครั้งดิ ปฏิเสธไปตรงๆ พี่เขาคงเข้าใจมากกว่าให้กูเป็นคนพูด"

            มันทำหน้าคิดหนัก ผมเข้าใจว่าการปฏิเสธคนบ่อยๆ มันทำให้ลำบากใจ มันเองก็ผ่านเรื่องแบบนี้มาเยอะ บางคนเข้าใจยอมถอยออกตั้งแต่ถูกปิดประตูใส่ แต่บางคนก็ดื้อดึงอยากลองเคาะประตูดูเผื่อเจ้าของห้องจะใจดียอมเปิดให้ ซึ่งเจ้าของห้องคนนั้นไม่ใช่ไข่ต้มแน่นอน

            "ไปเถอะมึง มีกูอยู่ด้วยไม่ต้องกลัว" ผมยิ้มให้กำลังใจสุดท้ายมันก็ยอมตอบตกลง

            ผมบอกให้ไข่ต้มรอที่ซอยข้างโรงเรียนส่วนผมออกไปเจรจาเบื้องต้นกับพี่ปอร์เซ่ ให้เขาหาที่จอดแล้วลงมาคุยกันให้เป็นเรื่องเป็นราว

            หลังจากพี่เขายอมตกลงผมก็กลับมาหาไข่ต้ม พี่เขาเลี้ยวรถเข้ามาจอดในซอย ปล่อยให้รออยู่นานกว่าจะยอมลงจากรถ พร้อมกับของพะรุงพะรังเต็มมือเดินเข้ามาหา

            ไข่ต้มถอยกรูดปลุกวิญญาณบอดี้การ์ดในตัวผมให้กระโดดไปขวางหน้ามันไว้ กางแขนป้องกันจ้องหน้าคนร้ายอย่างเอาเรื่อง ถ้าพี่มันคิดจะทำอะไรแปลกๆ ผมจะถีบให้หงายเลย

            "เฮ้ย ไม่ต้องกลัว" พี่เขาร้องบอก รอยยิ้มฉาบบนใบหน้าอย่างเป็นมิตรผมเลยยอมลดแขนลง

            "พี่หอบอะไรมาเยอะแยะ" ผมชี้ไปที่ถุงต่างๆ นานาที่พี่เขาถืออยู่

            "ขนมกับพวกของขวัญน่ะ แล้วก็นี่ด้วย"

            พี่เขารวมถุงทั้งหมดไปถือไว้มือเดียว ก่อนหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมแล้วยื่นมันมาตรงหน้าผม เอ่อ...ไม่สิ น่าจะยื่นให้ไข่ต้มมากกว่า

            "น้องไข่ต้มช่วยรับด้วยนะครับ จากนี้พี่คงไม่ได้แวะมาอีก ของกับขนมพวกนี้ด้วยนะ ตั้งใจซื้อมาให้จริงๆ"

            ไข่ต้มมองผมสลับกับพี่เขาด้วยความหวาดระแวง แต่สุดท้ายมันก็ยอมออกจากที่กำบังแล้วยื่นมือไปรับซองสีขาวจากพี่เขา

            มันคงไม่ใช่ซองผ้าป่าใช่ไหม

            "ขนมกับของด้วย ช่วยรับหน่อยนะ"

            "จะให้ผมจริงๆ เหรอเยอะขนาดนี้" มันถามด้วยความลังเล อยู่ๆ ใครก็ไม่รู้เอาของตั้งเยอะแยะมาให้ใครจะอยากรับ

            "ก็เราไม่ออกมาเจอพี่มันก็สะสมแบบนี้ไง ช่วยรับหน่อยนะครับ" พี่เขาใช้น้ำเสียงอ้อนวอนเต็มที่ ถ้าเป็นคนอื่นเจอคนหล่อๆ หอบของมาให้แบบนี้คงยอมรับไว้อย่างไม่ลังเล แต่ไข่ต้มก็คือไข่ต้ม ผู้ที่ระแวงและกลัวไปหมดทุกอย่าง

            "รับไปเหอะ" เห็นพี่ปอร์เช่ทำสายตาอ้อนวอนแล้วผมชักสงสาร เลยช่วยพูดกับมันอีกแรง

            "จะดีเหรอวะ"

            "ถ้ากินไม่หมดเดี๋ยวกูช่วย"

            "กูไม่ได้ห่วงเรื่องนี้เว้ย"

            "รับเถอะครับ" พี่เขายังใช้น้ำเสียงแบบเดิมจนสีหน้าไข่ต้มอ่อนลง แต่ห้ามใจอ่อนเด็ดขาดเลยนะเว้ย

            "ทำไมต้องเอาให้ผมด้วยล่ะครับ"

            "อ่านจดหมายที่พี่ให้ไปนะ แล้วไข่ต้มจะรู้"

            มันยังคงมีท่าทางลังเล ผมเลยผลักมันให้ไปเผชิญหน้ากับพี่เขา แต่ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น ผมจะกระโดดเตะพี่เขาทันที

            "รับนะครับ"

            "เอ่อ...งั้นก็...ขอบคุณครับ" สุดท้ายมันก็ยอมรับของทั้งหมดมาถือไว้

            "ในที่สุดก็ได้คุยกันสักที" พี่เขาว่าแล้วอมยิ้ม

            ดูเป็นคนไม่มีพิษมีภัยเลยสักนิด แถมยังดูรวยอีกต่างหาก น่าเสียดายที่ต้องอกหัก

            "งั้นพี่ไปก่อนนะ หวังว่าเราจะได้เจอกันอีก น้องไข่ต้มอย่าลืมอ่านจดหมายนะครับ" พี่เขาร่ำลาเพียงเท่านี้แล้วขึ้นรถขับจากไป

            ไข่ต้มวางถุงทั้งหลายไว้บนพื้นเปิดจดหมายอ่านทันทีที่คนให้กลับไปแล้ว มันคลี่กระดาษเอสี่ที่พับสามทบออก จดหมายที่เขียนด้วยลายมืออย่างกับเรียงความยาวเกือบเต็มหน้ากระดาษ ผมอ้อมไปยืนซ้อนหลังไข่ต้ม อ่านจดหมายจากพี่ปอร์เช่ไปพร้อมกับมัน

            'ถึงน้องไข่ต้ม

            พี่ชื่อกันต์นะครับ อายุ 26 แล้ว เป็นศิษย์เก่าที่นี่ กลับจากที่ทำงานขับรถผ่านหน้าโรงเรียนทุกวันแล้วก็เจอน้องไข่ต้มนั่งอยู่กับเพื่อนที่ป้ายรถเมล์ประจำด้วย (ฝากบอกน้องที่หล่อน้อยกว่าพี่ด้วยนะว่าหลอกเรื่องแฟนไม่เนียน)'

            ผมทำเสียงจิ๊จ๊ะอย่างหมั่นไส้เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ บอกว่าไม่เชื่อต่อหน้าผมแล้วยังตามมาว่าในจดหมายอีก

            'พี่ชอบน้องไข่ต้มนะครับ แอบมองทุกวัน น้องน่ารักมากแต่น้องคงไม่ชอบคนแก่แบบพี่ใช่มั้ยครับ ตัดสินใจอยู่นานว่าจะจีบดีมั้ย แต่สุดท้ายก็รวบรวมความกล้าลองดูสักตั้ง วันนั้นเลยตัดสินใจจอดรถเขียนเบอร์โทรแต่ดันทำน้องกลัวอีก ไม่ไหวเลยเนอะ

            สุดท้ายแล้วครับ วันเสาร์นี้พี่ต้องไปอิตาลี ถูกส่งไปทำงาน คงไม่ได้ขับรถผ่านหน้าโรงเรียนแอบมองน้องไข่ต้มแล้ว ส่วนของขวัญกับขนมพี่ตั้งใจซื้อมาให้เลยนะ ขอบคุณที่น้องทำให้พี่มีความสุขหลังจากเหนื่อยจากการทำงานแทบทุกวัน ได้เห็นหน้าน้องแล้วพี่มีความสุขมากจริงๆ ครับ

            ขอบคุณมากเลยนะ

            ป.ล. kanx91x นี่ไอดีไลน์พี่นะครับ ถ้าอยากคุยก็แอดมาได้นะ คุยกันแบบพี่น้องก็ได้ รอเสมอนะครับ

            ป.ล. 2 ถึงน้องเพื่อนไข่ต้มที่หล่อน้อยกว่าพี่ ดูแลน้องไข่ต้มให้ดีเหมือนเดิมนะ ถ้าไม่อยากเป็นแค่แฟนมโนก็พยายามเข้า สู้ๆ ครับ

            ป.ล. สุดท้าย หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะ'

            ข้อความในจดหมายจบลงเพียงเท่านี้ อ่านไปก็ซึ้งใจไป แต่ผมติดใจตรง ป.ล.2 อยู่นิดหน่อย ไอ้พี่คนนี้มันกวนใช้ได้เลย

            ผมไม่เคยคิดว่าการได้เห็นหน้าใครสักคนทั้งที่ไม่รู้จักจะทำให้เกิดความชอบได้ แต่ผมเข้าใจพี่กันต์นะ เพราะผมเองก็หายเหนื่อยและรู้สึกดีขึ้นตอนเห็นหน้าไข่ต้มมันเหมือนกัน คล้ายกับเป็นกำลังใจและสิ่งดีๆ ในชีวิต

            ไข่ต้มพับจดหมายเก็บใส่ซองไว้เหมือนเดินหลังอ่านจบ ผมเดาอารมณ์จากสีหน้ามันไม่ค่อยถูก แต่คิดว่ามันคงรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร บางทีการได้รับความรักและสิ่งดีๆ จากคนรอบข้างมากเกินไปคงทำให้มันลำบากใจ สิ่งดีๆ ที่มันไม่สามารถตอบแทนให้คนคนนั้นกลับไปได้

            "มึงจะแอดไลน์พี่เขาไปมั้ย"

            "ไม่อ่ะ"

            "แล้วของพวกนี้"

            "ขนกลับดิ จะแบ่งไปมั้ย"

            "มึงเก็บไปเถอะ พี่เขาตั้งใจเอามาให้มึง เดี๋ยวกูช่วยขนไปส่งบ้าน"

            ไข่ต้มไม่ว่าอะไรผมเลยแบ่งถุงบางส่วนมาถือไว้ เดินออกจากซอยแล้วโบกแท็กซี่กลับเพราะไม่สามารถขนของทั้งหมดขึ้นรถเมล์ได้

            แล้วคนที่เข้ามาในชีวิตไข่ต้มเพื่อนผม ก็ได้ผ่านไปอีกคน

 
TBC


ตอนแรกตั้งใจให้เป็นเรื่องที่แต่ละตอนสั้นๆ ไม่เกินห้าหน้าแต่ตอนนี้ดันยาวซะงั้น
ขอโทษที่ดองไว้นานนะคะ เป็นเดือนเลยทีเดียว
ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ชื่อพระเอกเหมือนเดิม ฮา งั้นเรียกน้องพระเอกไปก่อนแล้วกันเนอะ
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ เจอกันตอนหน้าน้า


ออฟไลน์ oki

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
เดาว่าน้องชอบพระเอกที่ยังไม่รู้ชื่อแน่เลยย พระเอกก็สู้ๆหน่อยนะ ฮ่าๆ

ออฟไลน์ paintshinki

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 82
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
ไหนๆก็เรียก น้องพระเอกๆ ชื่อเอกดีไหมคะ5555555

ออฟไลน์ Tiffany

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1147
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
อยากอ่านพาร์ทน้องไข่ต้มบ้างจัง

ออฟไลน์ somberness

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 666
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +42/-0
อยากปอกเปลือกไข่ อยากจะรู้ข้างในคิดอะไรอยู่น้อออ :m26: :m26:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ StarPasO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 101
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ทำไมอ่านตอนนี้แล้วแอบเศร้านิดๆ แต่ละคนผ่านมา แล้วก็ผ่านไป  :hao5:

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5

ไข่ฟองที่ 3 พี่อ๋องที่เคารพรัก

            เข้าสู่เดือนมีนาคมหลังผ่านการสอบปลายภาคแสนหฤโหดก็มาถึงงานปัจฉิมนิเทศ หลังจากเสร็จพิธีการมอบเกียรติบัตร รางวัลต่างๆ และผูกข้อไม้ข้อมือ เมื่อบ่ายคล้อยก็ถึงเวลาที่รุ่นน้องนับพันคนจะได้ร่วมแสดงความยินดีกับรุ่นพี่ที่จบการศึกษา ทั้งดอกไม้และของขวัญทุกคนต่างมีถือไว้กันคนละอย่างสองอย่าง ผมกับไข่ต้มเองก็ยืนต่อแถวรอรับรุ่นพี่ที่เคารพรักอยู่เช่นกัน

            กุหลาบสีแดงนับสิบดอกอยู่ในมือไข่ต้ม เราไปซื้อมายกช่อที่ตลาดสดกันเมื่อเช้า มันยิ้มพลางชะเง้อมองกลุ่มรุ่นพี่ที่ทยอยเดินมา มองแล้วก็ก้มลงนับดอกกุหลาบในมือ ริมฝีปากแย้มยิ้มสดใส เป็นมุมที่นานๆ ทีจะแสดงออกสู่สาธารณชน

            ไข่ต้มกับกุหลาบแดง จากคนที่คอยเฝ้ามองมาตลอดผมว่ามันเป็นภาพที่สวยงามมากๆ เลยล่ะ สวยแค่ไหนก็ดูได้จากกลุ่มรุ่นน้องที่มาแอบถ่ายรูปมัน จบงานไว้ผมค่อยไปเจรจาขอรูปพวกนั้นทีหลังดีกว่า

            "หยุดยิ้มได้แล้วมึง" ผมเตือน แอบเหล่ไอ้พวกที่กดชัตเตอร์ถ่ายรูปมันไม่หยุด นี่ไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าโดนแอบถ่าย

            ริมฝีปากที่ยกขึ้นเมื่อครู่เหยียดตรงทันทีเมื่อโดนทัก เหมือนผมไปขัดความสุขมันยังไงยังงั้น

            "ทำไมชอบขัดกูจัง"

            "ก็มึงยิ้มอย่างกับจะรอบอกรักใคร แอบชอบรุ่นพี่คนไหนเหรอ"

            "ไม่มีเว้ย" มันแยกเขี้ยวใส่ผม เราตั้งท่าจะเถียงกันอีกยกแต่กลุ่มรุ่นพี่ที่รอมาถึงเสียก่อน ไข่ต้มมันเลยเมินผมหันไปยิ้มแย้มให้พี่อ๋อง รุ่นพี่สุดที่รักของมันแทน

            ในโลกของโรงเรียนที่ไข่ต้มเหมือนจะปิดกั้นทุกอย่างออกจากชีวิต แต่ในบรรดาความสัมพันธ์ที่มันหวาดระแวงเหล่านั้นก็ยังมีกลุ่มคนที่มันเชื่อใจอยู่ พี่อ๋องเป็นรุ่นพี่เคยอยู่ชมรมเดียวกันเมื่อตอน ม.4 รุ่นพี่ที่มันเป็นฝ่ายเข้าทักก่อนด้วยความเด๋อด๋าก่อนเข้าชมรมใหม่ กลายเป็นคนคุยกันถูกคอจนสนิทสนมมาจนถึงปัจจุบัน และเป็นใครอีกคนนอกจากผมที่ไข่ต้มมันยอมให้เข้าหาโดยไร้กำแพง คนที่มันเคารพรักมากอีกคนหนึ่ง

            กุหลาบช่อใหญ่ที่ไข่ต้มเตรียมมาถูกมอบให้พี่อ๋องเพียงคนเดียว เสียงโห่แซวจากรุ่นพี่คนอื่นเลยดังตามหลัง แต่มันก็ปิดปากคนพวกนั้นโดยการให้ลูกอมคนละเม็ดและการพูดขอแบบตรงๆ ว่า 'อย่าเสียงดังนะครับ' เป็นการบอกให้รู้ถึงความเคารพรักที่มอบให้อย่างไม่เท่าเทียม

            "ให้พี่คนเดียวเลยเหรอ" พี่อ๋องยิ้มหน้าบานเป็นดอกทานตะวันต้องแสง ผมเห็นว่าพี่มันเป็นคนที่ไข่ต้มมันนับถือหรอกนะถึงได้เปรียบเปรยแบบเอาใจขนาดนี้

            "ใช่ จบไปแล้วก็อย่าลืมน้องคนนี้นะ"

            "ใครจะลืมลง"

            มองทั้งสองคนยิ้มให้กันแล้วผมอยากจะวิ่งหนีไปร้องไห้หลังโรงเรียน ยิ้มของเพื่อนผมว่าหวานเป็นไข่หวานมะพร้าวอ่อนแล้ว ยิ้มพี่อ๋องหวานเสียยิ่งกว่า ยอมรับว่าอิจฉาเพราะมันไม่เคยยิ้มหวานหยดย้อยให้ผมแบบนี้ ถ้าหากผมไม่รู้ว่าไข่ต้มมันนับถือพี่อ๋องแบบพี่ชายแสนคนหนึ่งต้องคิดว่าสองคนนี้เพิ่งตกลงคบกันแน่ๆ

            ดอกกุหลาบในมือผมเกือบเฉาตายเพราะเอาแต่มองไข่ต้มกับพี่อ๋องคุยกัน ผมเบือนหน้าหนี หันไปเจอกลุ่มรุ่นพี่ที่รู้จักพอดีเลยรีบมอบดอกกุหลาบให้

            ผมปล่อยให้ไข่ต้มยืนคุยกับพี่อ๋อง ส่วนผมก็หันมาเฮฮากับรุ่นพี่อีกกลุ่ม คุยไปก็เหลือบมองมันเป็นระยะ ความจริงผมกับมันก็ไม่ได้ยืนห่างกันนักหรอก แค่สามก้าวเห็นจะได้ แต่เพราะโดยรอบเต็มไปด้วยผู้คนเลยทำให้ผมไม่ได้ยินว่ามันคุยอะไรกับพี่อ๋องบ้าง ละสายตาเพียงแวบเดียว หันไปอีกทีก็เห็นไข่ต้มมันเดินตามหลับพี่เขาหายเข้าไปในฝูงชนเสียแล้ว

 

            ไข่ต้มหายไปกับพี่อ๋องสักสิบห้านาทีได้แล้ว ผมปลีกตัวมานั่งหลบมุมรออยู่ใต้อาคาร แชตไปบอกมันว่ารออยู่ตรงไหน แล้วเฝ้ามองความวุ่นวายกลางสนามที่ดูเหมือนจะยังไม่จบลงง่ายๆ

            ยี่สิบนาทีผ่านไปขณะที่ผมกำลังเบื่อได้ที่ ไอ้ไข่ต้มกับหน้าตาไม่รับแขกก็เดินลิ่วๆ เข้ามาหา มันกระแทกตัวนั่งลงฝั่งตรงข้าม จ้องผมด้วยใบหน้าถมึงทึงเหมือนไปโกรธใครมา แต่คงไม่ใช่ผมแน่ๆ ล่ะที่ทำมันอารมณ์เสีย

            "เป็นอะไร"

            "ไม่โอเคว่ะ"

            "ไม่โอเคอะไรวะ"

            อยู่ดีๆ ก็เปิดประเด็นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเล่นเอาผมงงหนัก สีหน้ามันเหมือนอยากเล่าแต่ก็ไม่อยากเล่า ท่าทางแบบนี้โดนใครจีบมาอีกแหงๆ

            "สรุปเป็นไร ใครมาบอกรัก"

            "มึงรู้ได้ไง"

            นั่นไง เดาถูกอีก

            "เรื่องที่ทำให้มึงอารมณ์เสียจะมีสักกี่เรื่องวะ"

            ไข่ต้มทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ผมรับรู้ได้ว่ามันเครียดจริงๆ แล้วใครที่มาบอกรักมันแล้วถึงทำให้มันเครียดได้มากขนาดนี้ ถ้าให้เดาอีก ก็ได้แต่ภาวนาว่าคงไม่ใช่คนที่หายไปกับมันเมื่อยี่สิบนาที

            "ยังไง รีบๆ เล่ามา"

            "พี่อ๋อง"

            "ฮะ!"

            "พี่อ๋องบอกชอบกู"

            'เหี้ยแล้วไง' ผมอุทานคำนี้ขึ้นในใจแล้วเบิกตาโตแบบตกใจสุดขีดใส่มัน พี่อ๋องที่ไข่ต้มมันเคารพรัก สุดท้ายกลับคิดไม่ซื่อเสียอย่างนั้น

            ไข่ต้มมันเอาแต่จ้องผม ตาเริ่มแดงเหมือนกำลังจะร้องไห้ หรือไม่ก็โกรธมากๆ แต่ไม่รู้จะระบายออกมายังไงให้หายอัดอั้นตันใจ ผมเองก็คิดคำปลอบไม่ออก เข้าใจว่าตอนนี้มันกำลังรู้สึกยังไง จะให้พูดว่า 'ลืมๆ มันไปเถอะ' หรือ 'ให้ลองคบกันดู' ย่อมไม่ใช่ทางออกที่ดี

            "กูไม่ชอบอะไรแบบนี้เลยว่ะ" เสียงมันเริ่มสั่น พ่นลมหายใจออกแล้วซุกหน้าลงกับฝ่ามือ มันคงไม่ได้ร้องไห้ใช่ไหม

            "มึงอย่าร้องไห้ดิ"

            "กูไม่ได้ร้อง" แล้วมันก็เงยหน้ามองผมด้วยขอบตาแดงๆ

            "แต่มึงกำลังจะร้อง"

            "กูรักพี่เขาแบบพี่ชายอ่ะมึง กูไม่อยากให้เขาคิดอะไรแบบนี้ มันไม่โอเค"

            "แล้วมึงพี่อ๋องไปว่าไง"

            "กูปฏิเสธไปแล้ว"

            "พี่เขาว่าไง"

            "ไม่รู้ กูหนีออกมาก่อน"

            "เอ้า! แล้วมึงหนีออกมาทำไม" ผมพอจะเข้าใจการกระทำของมัน แต่ที่ย้อนถามกลับไปเพราะอยากให้มันลองคิดทบทวนอีกสักนิด ไข่ต้มมันกลัว มันเกลียดการเปลี่ยนแปลง แต่มันหนีการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ตลอดหรอกแม้จะสร้างกำแพงป้องกันแน่นหนาแค่ไหนก็ตาม จะกลายเป็นมันเองที่ยังย่ำอยู่ที่เดิม

            "กูรู้สึกไม่ดี กูอึดอัด กูไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้"

            "แต่มึงไม่ควรหนีออกมา ถึงเป็นแฟนกันไม่ได้ก็ยังเป็นพี่น้องกันได้มั้ยวะ"

            ไข่ต้มเงียบไป มันมองผมด้วยแววตาผิดหวัง ผมรู้ว่าประโยคเมื่อกี้นี้ไม่เข้าหูมัน คำพูดผมเหมือนคนที่ไม่เข้าใจในตัวมัน แต่ผมอยากให้มันหัดยอมรับและลดกำแพงของตัวเองลงสักที

            "ความรู้สึกกู กูรู้ว่ามันไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ กูไม่อยากฝืน มึงเข้าใจใช่มั้ย" มันบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

            ทุกอย่างที่มันแสดงออกผมเข้าใจดีที่สุด เพราะผลที่คนอื่นได้รับมันคงไม่ต่างจากที่ผมจะได้รับเท่าไรหากคิดจะลองสารภาพออกไปบ้าง ผมได้เห็นแต่ละคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตไข่ต้มและผ่านไปพร้อมกับความผิดหวัง ซึ่งผมไม่อยากเป็นเหมือนคนเหล่านั้นเลยจริงๆ

            "ไข่ต้ม"

            ระหว่างที่ผมกับเพื่อนสนิทกำลังมึนตึงใส่กันอยู่ต้นเรื่องของบรรยากาศขุ่นมัวครั้งนี้ก็โผล่เข้ามา พี่อ๋องยืนยิ้มแห้งอยู่ตรงหน้าเราสองคน

            "พี่ขอคุยด้วยหน่อยสิ" พี่เขาว่าต่อ พยายามยิ้มแย้มให้สดใสทั้งที่ในใจคงเจ็บอยู่ไม่น้อย

            "มึงคุยกับพี่อ๋องไปแล้วกัน เดี๋ยวกูไปรอที่อื่น" ผมบอกไข่ต้มที่ยังนั่งนิ่งไม่แสดงอาการใด แต่พี่เขากลับขัดขึ้นมาเอง

            "ไม่เป็นไรหรอก อยู่ด้วยนี่แหละ ปล่อยไว้คนเดียวเดี๋ยวก็หนีพี่ไปอีก"

            "จะดีเหรอพี่"

            "เออน่า ยังไงก็รู้เรื่องอยู่แล้วนี่ พี่แค่อยากพูดอะไรต่อจากเมื่อกี้ ไม่นานหรอก"

            "ก็ได้ครับ"

            พี่อ๋องยกยิ้มบางๆ ขยับมายืนตรงหัวโต๊ะระหว่างผมกับไข่ต้ม พี่เขามองเพื่อนสนิทผม แต่มันกลับเอาแต่นั่งก้มหน้า เป็นพฤติกรรมที่ผมเห็นไม่บ่อยนักเวลามีคนมาบอกชอบมัน แต่เพราะเป็นพี่คนที่สนิทและไว้ใจ พี่อ๋องรู้ดีว่าไข่ต้มมันเป็นคนยังไงถึงยังนิ่งสงบอยู่ได้เมื่อเจอปฏิกิริยาต่อต้านแบบนี้ ผมคิดว่ามันคงรู้สึกเหมือนโดนหักหลัง

            "ช่วยฟังที่พี่จะพูดต่ออีกนิดนะ"

            พี่อ๋องเกริ่นออกมาคล้ายอยากจะดูปฏิกิริยาของไข่ต้มแต่เมื่อมันยังคงนิ่งเฉย พี่เขาเลยหันมายิ้มแห้งกับผมก่อนจะพูดต่อ

            "พี่รู้ว่านิสัยเราเป็นยังไง คิดหนักเหมือนกันนะที่บอกออกมาน่ะ แต่เพราะมันไม่มีเวลาแล้ว พี่จบไปใช่ว่าเราจะได้เจอได้คุยกันบ่อยๆ อีก หรือถ้าเราจะเถียงว่าไม่สารภาพยังสนิทใจที่จะคุยกว่าพี่ก็ไม่เถียง แต่ใจมันอยากบอกน่ะ ไข่ต้มยังเป็นน้องชายที่น่ารักของพี่เสมอนะ แม้เราจะไม่อยากให้พี่เป็นพี่ชายก็ตาม แค่นี้แหละที่อยากพูด" พี่อ๋องร่ายยาวแล้วจบลงที่ตรงนี้ พี่เขายังลอบมองปฏิกิริยาอันนิ่งเฉยของไข่ต้มอยู่ มองอย่างรอคอย แต่เหมือนกับว่าสิ่งที่พูดไปจะไม่ทำให้อะไรดีขึ้นเลย

            ผมพยายามใช้เท้าสะกิดเพื่อนรักให้พูดอะไรสักอย่าง หรืออย่างน้อยยอมเงยหน้ามองพี่เขาก็ยังดี สะกิดแรงๆ ไปสองสามที่สุดท้ายแล้วก็ได้ผล แต่เพราะเป็นประโยคต่อมาของพี่อ๋องที่ทำให้มันยอมพูด ไม่ใช่เพราะการช่วยเหลือจากผมแต่อย่างใด

            "งั้น...พี่ไปก่อนนะ หวังว่าเราคงได้คุยกันอีก"

            "เดี๋ยวพี่" ไข่ต้มเงยหน้าขึ้นและเรียกรั้ง แววตาที่มันใช้มองพี่เขาทำเอาใจผมชาวาบ

            จุดจบที่มันตัดสินใจไปแล้วจะไม่เปลี่ยนแปลงใช่ไหม ไข่ต้มมันจะไม่เปลี่ยนใจเพียงเพราะกลัวที่จะตัดขาดจากพี่อ๋องจริงๆ ใช่ไหม

            ผม...กลัว

            ใบหน้าพี่อ๋องยังคงแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม มองไข่ต้มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักเหมือนที่ผ่าน ความรักที่ผมคิดว่าเป็นเพียงพี่น้อง แต่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่

            "ขอเวลาหน่อย"

            "พูดให้มันเคลียร์ๆ นะ ขอเวลาอะไร"

            "ขอเวลาทำใจให้เป็นเหมือนเดิม เป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม"

            ผมลอบถอนหายใจเมื่อได้ฟังคำตอบของเพื่อนสนิท ยอมรับว่าคิดไม่ดี ไม่อยากให้พี่อ๋องสมหวัง ไม่อยากให้มันรับรักจากใครถ้าคนคนนั้นไม่ใช่ผม แม้ความหวังที่มีจะเลือนลางมากก็ตาม ถ้าไข่ต้มมันแสดงออกบ้างว่าชอบใครหรือมีแววว่าจะหลงรักคนแบบไหนคงจะดีกว่านี้ ได้เห็นความผิดหวังของใครหลายคนบ่อยๆ แบบนี้บางทีผมควรจะตัดใจมันเสียที แต่มันไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำได้ง่ายๆ เลย

            "พี่จะรอ" รอยยิ้มของพี่อ๋องดูสดใสขึ้นทันทีเมื่อไข่ต้มบอกออกมาแบบนั้น

            "แต่ไม่รับปากนะว่าจะทำได้"

            "พี่ก็จะรอ"

            คำยืนยันอันหนักแน่นของพี่อ๋องให้เพื่อนผมไม่กล้าพูดอะไรต่อ มันใช้ดวงตากลมๆ กับขอบตาแดงๆ มองกลับ ผมเดาว่าพี่เขาคงอยากเข้ามากอดปลอบมันเต็มแก่ ถ้าไม่ติดว่าเข้ามากอดตอนนี้จะโดนมันต่อยสวนกลับไปล่ะก็นะ

            "งั้นพี่ไปก่อนนะ หวังว่าราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ในเร็ววันนี้" พูดจบพาอ๋องก็หันหลังกลับเดินจากไปเหมือนพระเอกหนัง ดอกกุหลาบช่อใหญ่ที่ไข่ต้มให้พี่เขายังกอดเอาไว้ตลอดเวลา มันคงเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่สำคัญที่สุดสำหรับพี่เขาแล้ว

            ไข่ต้มมันมองตามพี่อ๋องไปจนสุดสายตา ผมว่าหน้ามันเศร้ากว่าพี่เขาที่โดนหักอกเสียอีก ก็อย่างว่า คนเคยรักกันเหมือนพี่น้อง มาในวันนี้ที่ความสัมพันธ์จบไม่สวยคงยากจะทำใจ แต่มันก็เป็นคนเลือกที่จะจบแบบนี้เอง

            "มึงว่ากูทำถูกมั้ยวะ" มันถามหลังจากเงียบไปสักพัก ที่ผ่านมาผมไม่เคยเห็นมันลังเลกับการปฏิเสธเลยสักครั้ง แต่กับพี่ชายคนสำคัญแล้วมันคงอาลัยอาวรณ์น่าดู

            "มันไม่มีถูกผิดหรอก เพราะมันอยู่ที่ใจมึงล้วนๆ"

            "กูใจร้ายมากใช่มั้ย"

            "เพิ่งคิดได้เหรอ"

            "จริงเหรอวะ เอาดีๆ"

            ผมยิ้มให้มัน ไม่ได้ตั้งจะว่าอย่างเดียวเพราะไข่ต้มมันใจร้ายจริงๆ ที่ปฏิเสธทุกคนที่เข้าหาได้อย่างเย็นชา แต่การทำแบบนี้ก็มีข้อดี ในเมื่อไม่มีใจก็ไม่ให้ความหวัง ผมชอบที่มันเป็นแบบนี้ เพราะมันทำให้ผมอยู่เหนือคนอื่นแม้จะเล็กน้อยก็ตาม

            "ทำอย่างที่มึงเคยทำนั่นแหละ จะคบใครสักคนมันก็ต้องเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจสิวะ แต่ถ้ามึงคิดว่าตัวเองใจร้ายแล้วจะลองเปิดใจให้พี่อ๋องดู ถ้าทำแล้วมึงสบายใจขึ้นก็ทำไปเถอะ" ผมนี่มันโคตรพระเอกเลย พูดไปแล้วก็อยากจะตบปากตัวเองแล้วบังคับไอ้ไข่ต้มว่าห้ามเปิดใจให้ใครเด็ดขาด ถ้าผมไม่ได้ใครก็อย่าหวังว่าจะได้ แต่ความเป็นคนดีมันค้ำคอเลยทำได้แค่ยิ้มให้กำลังใจในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง

            ไข่ต้มพยักหน้ารับช้าๆ ผมเดาไม่ว่ามันคิดจริงจังกับเรื่องนี้แค่ไหน แต่เล่นถามออกมาขนาดนี้คงติดอยู่ในใจมันไม่น้อย คิดไปแล้วก็เศร้า ถ้ามันมีแฟนจริงๆ ขึ้นมาจะเป็นยังไง ผมจะทำใจได้ไหม แล้วจะทำตัวร่าเริงต่อหน้ามันได้หรือเปล่า หรือบางทีผมควรทำใจกล้าแบบพี่อ๋องบ้าง แต่เชื่อเถอะว่าผมทำใจไม่ได้แน่ถ้าจะต้องจบไม่สวยอย่างที่พี่เขาเจอ

            "กลับบ้านกัน" ผมเอ่ยชวน อยู่ต่อไปก็ไม่มีอะไรทำ พิธีการต่างๆ จบลงแล้ว การอำลารุ่นพี่ ม.6 ก็เช่นเดียวกัน

 
TBC


หลังจากดองมานาน จะกลับมาแต่งต่อแล้วค่า แต่ไม่สัญญาว่าจะลงได้อย่างต่อเนื่องหรือเปล่า
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ เจอกันตอนหน้าจ้า


ออฟไลน์ Tiffany

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1147
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
เชียร์ไข่ต้ม ให้เจอคนที่ใช่เร็วๆ

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5

ไข่ฟองที่ 4 คุณน้องซอนย่าฉิบขวบ


            ปิดเทอมใหญ่มาได้สองสัปดาห์แล้ว วันนี้ว่างจากเรียนพิเศษผมเลยชวนไข่ต้มมันมาเดินเที่ยวเล่น กินข้าวดูหนังตามประสาเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ ทำตัวกระหนุงกระหนิงให้คนอื่นเขามองแล้วชวนเข้าใจผิด

            ก็นะ คนอย่างผมก็ทำได้แค่นี้ เพราะไอ้ที่ว่ามาทั้งหมดนั่นก็มโนเอา ใครมันจะไปกล้าทำตัวสนิทสนมเกินเพื่อน จะจับมือมันเดินยังไม่กล้าเลย อย่างมากก็แค่เฉียดกันไปมา ส่วนตอนนี้แค่ได้เดินเกาะแกะโดยที่มันไม่ว่าก็ดีเท่าไรแล้ว

            "แวะกินอะไรก่อนมั้ย หรือจะกลับเลย" ผมถามตอนเราเดินออกมาจากโรงหนัง หลังจากแกล้งตีเนียนไปกอดคอไข่ต้มเม้าท์เรื่องหนังที่เพิ่งดูจบ พอออกมาสู่แสงสว่างก็ถึงเวลาปล่อยตัวเพื่อนรักให้เป็นอิสระ แล้วมันก็รีบตอบกลับมาทันที

            "กินดิ"

            "จะกินไร"

            "อยากกินซูชิ"

            "เดี๋ยวมึง ก่อนเข้าโรงเพิ่งกินปิ้งย่างไป" ผมปราม เวลาแค่สองชั่วโมงที่นั่งดูหนังเฉยๆ จะช่วยย่อยของที่กินไปได้ขนาดนั้นเชียว แถมแต่ละอย่างที่มันกินไปแล้วและอยากกินยังเป็นมื้อหนักทั้งคู่อีก

            "มันก็ย่อยหมดแล้วป้ะวะ"

            "ย่อยเร็วอะไรขนาดนั้น"

            ไข่ต้มยิ้มแฉ่ง จากประสบการณ์แล้วถ้ามันบอกว่าอยากกินอะไรไม่มีทางล้มเลิกง่ายๆ แน่ ว่าแล้วมันก็คว้าข้อมือผมพาเดินลงบันไดเลื่อนไปยังร้านที่มันตั้งใจเอาไว้ทันที

            "ไปกัน"

 

            ผมค่อนข้างชอบที่นี่ มันเป็นห้างสรรพสินค้าที่เพิ่งเปิดใหม่ไม่ถึงห้าปี ดีไซน์หรู มีโรงหนัง มีร้านอาหารมากมาย คนไม่พลุกพล่าน ของที่ขายดูดีมีระดับ แต่ก็แพงไม่ใช่น้อยจนไม่อยากควักกระเป๋าจ่ายนอกจากของกิน

            ร้านที่ไข่ต้มอยากกินอยู่ที่ชั้นสอง ลากผมลงบันไดเลื่อนมาได้มันก็ปล่อยมือ เปลี่ยนไปหยิบมือถือขึ้นมากดเล่น แน่นอนว่าผมไม่ยอมหรอก ไม่สนใจกันแบบนี้ต้องวอแวให้ถึงที่สุด

            "ดูอะไรอ่ะ" ผมขยับเข้าไปเบียด ชะเง้อมองหน้าไอจีที่มันกำลังไล่กดไลค์ อารมณ์เหมือนกดไปให้มันเสร็จ รวมถึงรูปตั๋วหนังที่ผมเพิ่งโพสต์และแท็กมันไปด้วย

            "มึงนี่เร็วเนอะ"

            ผมยืดไหล่ทำหน้าภาคภูมิใจ เรื่องแบบนี้ช้าได้ที่ไหน ต้องประกาศให้ชาวโลกรู้ว่าผมกับมันไปไหนมาไหนด้วยกัน ถึงทุกคนจะเข้าใจว่าเที่ยวกันตามประสาเพื่อนก็ตาม

            รูปที่ผมโพสต์เป็นรูปตั๋วหนังอย่างเดียวไม่ติดหน้าคน จริงๆ ก็ติดเสื้อสีขาวของไข่ต้มมันด้วยนิดนึง ให้เห็นแบบวับๆ แวบๆ เพื่อความสนุกอะไรประมาณนั้น ซึ่งคงมีแค่ผมคนเดียวนี่แหละที่สนุก

            สุดทางบันไดเลื่อนไข่ต้มก็เดินนำไปยังร้านอาหารปิ้งย่างเกาหลีที่มันอยากกิน ผมตามไปขนาบข้างมันไม่ห่าง ชวนคุยจนมันเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกงแล้วหันมาสนใจผมแทน

            "เออมึง อาทิตย์หน้าไปงานสวีทแอนด์ไอศกรีมกันมั้ย" ผมเริ่มวางแผนเที่ยวในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า ช่วงปิดเทอมนี้ไข่ต้มมันลงเรียนภาษาคอร์สเร่งรัดไว้ ได้หยุดแค่เสาร์อาทิตย์ ส่วนผมลงเรียนแค่บางวิชาเวลาว่างเลยเหลือเฟือ

            "มึงนี่ชวนเที่ยวตลอดเลยเนอะ"

            "ปิดเทอมก็ต้องเที่ยวดิวะ เอาแต่เรียนอย่างมึงไม่ได้ เห็นว่ามึงเรียนหนักนะเนี่ยเลยพามาผ่อนคลาย"

            "เหรอ"

            "ซึ้งใจหน่อยดิ"

            "ไม่มีคนอื่นคบอ่ะดิ"

            "พูดอย่างกับมึงมี"

            ผมยิ้มแฉ่งใส่มัน เราสองคนก็เหมือนกันนั่นแหละ ไม่คบใคร ไม่มีใครคบ อยู่กันสองคนเพื่อนตาย แม้ผมไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อนก็เถอะ

            "มึงก็อย่าทิ้งกูแล้วกัน" ไข่ต้มบอกผมด้วยสีหน้า แววตา และน้ำเสียงอันเรียบเฉย ผมรู้ว่ามันไม่ชอบเล่นบทซึ้ง แม้คำพูดจะชวนให้ผมซึ้งใจจนอยากร้องไห้ก็ตาม

            อย่างผมน่ะเหรอจะทิ้งมันลง ไม่มีทางอยู่แล้ว

            เดินมาจนเกือบถึงหน้าร้านไข่ต้มมันกลับหยุดเอาดื้อๆ ผมหันมองตามก็เจอกับสิ่งมีชีวิตบางอย่างเกาะชายเสื้อมันอยู่ เรามองหน้ากันด้วยความงุนงงก่อนหันไปสบตาดวงกลมโตที่มองกลับมา

            เด็กคนนี้เป็นใครกัน แล้วมายืนจับชายเสื้อว่าที่แฟนในอนาคตของผมแบบนี้ได้ยังไง

            "ลูกใครวะ" ไข่ต้มหันมาถาม แล้วผมไปรู้กับมันไหมก็มาด้วยกัน

            "กูจะไปรู้ได้ไง ก็เดินมาพร้อมมึงเนี่ย"

            "ทำไงดีวะ"

            "รีบๆ ไล่ไปดิ"

            "ใจร้ายว่ะมึง"

            "หรือมึงจะเอากลับไปเลี้ยง ลูกใครก็ไม่รู้"

            ไข่ต้มไม่ตอบ แต่นั่งยองๆ ลงตรงหน้าเด็กผู้หญิงที่ไม่รู้เป็นใครมาจากไหนถึงมาเกาะชายเสื้อมันได้ ผมเดาจากหน้าตาและส่วนสูงแล้วน่าจะไม่เกินสิบขวบ แล้วพ่อแม่เด็กหายไปไหนกัน

            "ว่าไงคับตัวเล็ก พ่อแม่ไปไหน" ไข่ต้มเริ่มเข้าสู่โหมดพ่อพระคุยกับเด็กน้อย พอเจอคนที่ดูไม่มีพิษไม่มีภัยหรือส่อแววจะเข้าหาแบบหวังผลเปลือกไข่ของมันก็บางลงเยอะ ผิดกับผมที่เป็นโรคไม่ค่อยถูกกับเด็กเท่าไร

            "ป๊ากับม้าไปไหนก็ไม่รู้ค่ะ" เด็กน้อยตอบเจื้อยแจ้วอย่างไม่เข้ากับสถานการณ์ แบบนี้ก็แปลว่า

            "เด็กหลง!"

            ผมกับไข่ต้มโพล่งขึ้นมาพร้อมกัน เป็นฝ่ายตกใจแทนหนูน้อยที่ยังเอาแต่จ้องไอ้ไข่ต้มตาแป๋ว อย่างกับว่าไม่รู้ตัวว่ากำลังหลงทางยังไงยังงั้น

            "เอาไงดีวะ"

            "พาไปส่งประชาสัมพันธ์ดิ"

            "พวกพี่จะไปไหนกันเหรอคะ" เด็กน้อยถามสวนขึ้นมาตอนพวกผมกำลังปรึกษากันอยู่ ดวงตากลมโตมองมาอย่างสงสัย ท่าทางไม่เหมือนเด็กหลงเลยสักนิด หรือน้องเขาจะเป็นลูกของพนักงานในนี้

            "หนูชื่ออะไรคะ" แล้วไข่ต้มมันก็หันไปสนใจเด็กหลงต่อ มีการเปลี่ยนหางเสียงให้เข้ากับเด็กน้อยด้วย ผมฟังแล้วจั๊กจี้ชอบกล แต่ก็รู้สึกว่ามันน่ารักดี

            "ซอนย่าค่ะ"

            "แล้วพ่อแม่ไปไหนคะ"

            "ไม่รู้"

            "ซอนย่ามาเที่ยวเหรอ"

            "ใช่ค่ะ แต่ตอนไปเข้าห้องน้ำซอนย่าเดินออกมาก่อน ป๊าม้าไปไหนไม่รู้"

            "งั้นไปรอที่หน้าห้องน้ำมั้ย เผื่อคุณป๊าคุณม้ารออยู่นะ"

            เด็กน้อยส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนเข้ามากอดไข่ต้มเหมือนลูกลิงเกาะแม่ ไอ้คนโดนจู่โจมได้แต่เบิกตาไม่กล้าขยับตัว หันมองผมด้วยสีหน้าตื่นๆ ซึ่งผมว่าเด็กคนนี้ไม่ได้มาแบบธรรมดาแล้วล่ะ

            "พี่ชื่ออะไรคะ"

            "พี่ชื่อไข่ต้มครับ"

            "พี่ว่าเราไปหาคุณพ่อคุณแม่ดีกว่านะ" ผมขัดก่อนอะไรๆ มันจะทะแม่งไปมากกว่านี้ ย่อตัวลงไปบอกน้องซอนย่า แต่สิ่งที่เด็กน้อยตอบกลับทำเอาผมอยากจะหิ้วยัยเด็กนี่ไปทิ้งถังขยะจริงๆ

            "พี่เป็นใครเหรอคะ"

            ไข่ต้มหัวเราะยกใหญ่ ส่วนยัยคนถามมองตาแป๋ว ถ้าไม่ติดว่าเป็นเด็กผมจะอารมณ์เสียใส่ให้ดู ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มอารมณ์เสียแล้วด้วย

            "เพื่อนพี่เองครับ พี่เขาชื่อ..."

            "ซอนย่าอยากกินไอติม"

            ยัยเด็กแก่แดด ผมขอเรียกว่าอย่างนี้แล้วกัน คุณน้องเธอพูดสวนขึ้นมาก่อนไข่ต้มจะพูดจบ แบบนี้มันประกาศสงครามกันชัดๆ

            "ไม่ได้ครับ ไปหาป๊ากับม้ากันก่อนนะ"

            "งั้นพี่ไข่ต้มไปกับซอนย่านะคะ"

            "พี่ก็จะไปส่งอยู่แล้วไงคะ"

            ยัยเด็กพูดไม่รู้เรื่อง ยัยเด็กแก่แดด ยัยเด็กอ่อยผู้ชาย ผมได้แต่ยืนเท้าเอวทำหน้าเป็นยักษ์มองคุณน้องซอนย่าเกาะแกะไข่ต้ม แล้วมันก็ยอมให้น้องอ้อนอย่างเต็มใจ หารู้ไม่ว่ายัยเด็กนี่มันไม่ธรรมดา เข้าหาอย่างมีเป้าหมายชัดๆ ให้เดาจากรูปการณ์และคำพูดเด็กนี่ต้องหนีพ่อแม่มาหาไอ้ไข่ต้มแน่ๆ

            คุณน้องซอนย่าเกาะติดไข่ต้มไม่ห่างจนเพื่อนผมมันแทบไม่มีเวลามาสนใจผมเลย หันมาคุยด้วยหน่อยก็โดนคุณน้องเธอเรียกให้ไปสนใจ ผมได้แต่เดินตามหลังปล่อยรังสีอำมหิตใส่จนเรามาถึงหน้าทางเข้าห้องน้ำ จุดเกิดเหตุการณ์ที่คุณน้องเธอบอกว่าหลงกับพ่อแม่ตรงนี้

            "ซอนย่าจำเบอร์คุณพ่อคุณแม่ได้มั้ยคะ" ไข่ต้มมันยังใจเย็นถามด้วยความใจดี ใบหน้ายิ้มแย้มสดใส แบบนี้ยัยคุณน้องนี่ก็ยิ่งชอบน่ะสิ

            "จำไม่ได้เลยค่ะ แต่ซอนย่ามีมือถือนะคะ"

            "อ้าว!"

            ผมกับไข่ต้มอุทานขึ้นพร้อมกัน มีมือถือพกไว้แบบนี้จะเรียกว่าหลงกับพ่อแม่ได้เหรอ นี่มันมารยาหญิงชัดๆ ผมล่ะยอมเลย

            "ซอนย่าขอไลน์พี่ไข่ต้มได้มั้ยคะ"

            นั่นไง! ผมบอกแล้วว่ายัยน้องคนนี้ไม่ธรรมดา

            "เอ่อ..."

            ไข่ต้มยิ้มแหย ส่วนผมกำลังแยกเขี้ยวใส่คุณน้องเธออยู่ เป็นเด็กเป็นเล็กมาขอไลน์ผู้ชายแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน โดนเข้าหาแบบมีเป้าหมายแบบนี้ไข่ต้มมันต้องเปิดสวิตช์สร้างกำแพงป้องกันขึ้นมาแน่ๆ เด็กนี่โคตรอันตราย

            โดนเด็กรุกเข้าใส่หน่อยถึงกับไปต่อไม่ถูก เห็นมันไม่ตอบสักทีผมเลยสะกิดไหล่มันแล้วส่ายหน้าเพื่อบอกให้รีบๆ ปฏิเสธไป จะได้พาคุณน้องเธอไปส่งคืนพ่อแม่สักที แล้วคุณพ่อแม่น้องก็นะ ลูกหายไปทั้งคนไม่ตามหากันหน่อยเหรอ หรือเต็มใจปล่อยออกมา ยิ่งนึกก็ยิ่งหงุดหงิด

            "ได้มั้ยคะ ซอนย่าอยากคุยกับพี่ไข่ต้มอีกค่ะ" คุณน้องซอนย่ายังเซ้าซี้ไม่เลิก ไข่ต้มมันเลยหันมายิ้มให้ผมที่ตั้งท่าจะเปิดศึกกับเด็กน้อยอยู่รอมร่อ

            "ไม่เป็นไรหรอกมึง"

            มันว่าแล้วยิ้ม ก่อนขยับเข้ามากระซิบใกล้ๆ

            "แค่เด็กเอง"

            เออ! ให้มันได้อย่างนี้สิ แค่เด็กเหรอ เด็กผีน่ะสิ!

            ผมกำลังจะอ้าปากห้ามแต่ก็ไม่ทันมัน ไข่ต้มนั่งลงตรงหน้าน้องซอนย่า ทำการแลกไลน์กันโดยมีผมยืนเป็นพยานหรือจะเรียกว่าหัวหลักหัวต่อก็ได้ มองไข่ต้มที่ยังยิ้มสดใสแล้วอยากจะเตะตกบ่อน้ำพุทั้งคู่ พอเห็นว่าเป็นเด็กเลยไม่ระแคะระคาย ไม่ระวังตัวอะไรเลยสินะ

            "ได้ไลน์พี่แล้วทีนี้ก็บอกให้คุณพ่อคุณแม่มารับได้แล้วนะคะ"

            "ค่ะ"

            "หรือจะให้พี่ไปส่ง"

            แล้วจะเสนอตัวเองทำไมเนี่ย!

            ผมเตะก้นมันเบาๆ จนโดนมองตาขวาง แต่พอเห็นว่าผมทำหน้างอแงใส่มันเลยถอนหายใจ ก็มาดูกันว่าระหว่างเพื่อนกับยัยน้องซอนย่า มันจะเลือกใคร

            ระหว่างที่ผมกับเพื่อนสนิทกำลังส่งสายตาใสกันปิ๊งๆ คุณน้องซอนย่าก็พยายามดึงให้ไข่ต้มกลับไปสนใจ มันยิ้มกว้างก่อนลุกขึ้นยืนแล้วจับมือคุณน้องไว้ แล้วทิ้งผมไว้ข้างหลังเหมือนเคย

            "ไปหาป๊ากับม้ากันเถอะ"

            แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปไหนหญิงสาวที่ดูโฉบเฉี่ยวก็พุ่งตรงมาที่เราเสียก่อน

            "น้องซอนย่า หม่าม้าบอกให้รอหน้าร้านไงคะ ทำไมถึงเดินออกมาคนเดียว โทรหาก็ไม่รับ"

            และแล้วคุณแม่ของน้องก็มาเสียที

            "น้องซอนย่าไปเข้าห้องน้ำค่ะ จำทางกลับไม่ได้"

            คำแก้ตัวที่ไม่เหมือนกับที่พวกผมได้ฟังก่อนหน้านี้ทำเอาเรายิ้มแห้ง คุณแม่น้องเองก็เหมือนจะจับไต๋ได้เลยหรี่ตามองอย่างจับผิด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ด่าว่าอะไรแล้วหันมาขอบคุณพวกผมแทน คงจะไปสั่งสอนกันหลังไมค์ล่ะมั้ง

            "ขอบคุณน้องมากนะคะที่ช่วยดูแลลูกน้า แล้วก็ต้องขอโทษจริงๆ นะคะที่เด็กคนนี้มาวุ่นวาย"

            "ไม่เป็นไรครับ"

            ผมกับไข่ต้มยิ้มแหยจนตาเป็นขีด กำลังบ่นในใจแล้วเชียวว่าเป็นแม่ประสาอะไรดูแลลูกไม่ได้ แต่พอเห็นคุณแม่หยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ใจผมมันก็หยุดบ่นทันที

            "อันนี้เป็นบัตรส่วนลดร้านปิ้งย่างเกาหลีตรงนั้นนะ น้าให้เป็นการตอบแทน"

            "ไม่เป็นไรหรอกครับ" ไข่ต้มมันปฏิเสธ ทั้งที่บัตรส่วนลดนั่นเป็นของร้านที่มันอยากกินแท้ๆ

            "เอาไปเถอะจ้ะ" แต่สุดท้ายคุณแม่น้องก็จับยัดใส่มือจนได้

            "ขอบคุณครับ"

            "งั้นน้าไปก่อนนะ"

            "บ๊ายบายค่ะพี่ไข่ต้ม เดี๋ยวซอนย่าไลน์หานะคะ"

            "บ๊ายบายครับ"

            เพื่อนสนิทผมกับคุณน้องซอนย่าโบกมือลากันด้วยความหวานชื่นโดยไม่มีผมอยู่ในสายตา แต่ก็เอาเถอะ คุณน้องได้เจอคุณแม่แล้วนับเป็นเรื่องที่ดีมาก ผมกับไข่ต้มจะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันแค่สองคนสักที

            "จะไปกินมั้ยเนี่ย" ผมถามขัดจังหวะตอนที่ไข่ต้มยังมองตามคุณน้องซอนย่าไม่เลิก ยอมรับเลยว่าเสียงขุ่น ขุ่นมาก ไม่พอใจสุดๆ มันเองก็คงรู้สึกได้ถึงได้หันมายิ้มให้

            "กินดิ"

            "งั้นก็รีบๆ ไป"

            "มึงนี่ก็ขี้น้อยใจเนอะ แค่เด็กไม่สนใจแค่นี้"

            "ไม่ได้น้อยใจเว้ย กูโมโห"

            "โมโหเลยเหรอ นั่นเด็กนะ"

            ผมกอดอกมองมันโดยไม่ตอบ เด็กก็โมโห แล้วก็โมโหมันด้วย หรือจริงๆ จะบอกว่าหึงก็ได้ ที่ผ่านมาผมไม่เคยหึงขนาดนี้เพราะทุกคนโดนปิดประตูใส่หมด แต่กลับเด็กคนนี้มันไม่ใช่ ใครจะว่าผมไร้สาระก็ได้ ก็ใจมันรู้สึกจะให้ทำยังไง ผมทำอะไรไม่ได้หรอกนอกจากอิจฉาและหึงเด็กน้อยอยู่แบบนี้

            "ก็แค่เด็กอ่ะมึง" ไข่ต้มพยายามปลอบในเรื่องที่ผมไม่ได้อยากให้ปลอบ และก็รู้ด้วยว่ามันปลอบคนไม่เก่ง

            "เออ"

            "เดี๋ยวเด็กมันก็ลืม มึงต้องทำหน้าตาให้น่าคบกว่านี้หน่อยเด็กจะได้กล้าเข้าหา เนี่ย หยุดทำหน้าบึ้งก่อน" มันพยายามดึงแก้มผมให้ยิ้ม แต่ผมพยายามฝืนไว้เต็มที่ ต้องให้มันง้อมากกว่านี้ถึงจะหายงอน

            "กูไม่ชอบเด็ก"

            "เออเนอะ" แล้วมันก็ปล่อยมือออกเฉยเลย

            ไข่ต้มเอาแต่ยิ้มขณะที่ผมยังบึ้งไม่เลย แม้ความจริงจะอารมณ์ดีขึ้นตั้งแต่ที่มันพยายามดึงแก้มให้ยิ้มแล้วก็ตาม ผมมันก็เป็นแบบนี้แหละ แค่ได้อะไรเล็กๆ น้อยๆ จากมันก็พอใจแล้ว

            "ไปเถอะกูหิว ไปแดกซะ มึงจะได้หายโมโหด้วย" ไข่ต้มเข้ามากอดคอผม ดูจะเกินตัวไปนิดหน่อยเพราะมันเตี้ยกว่า แต่เพราะเป็นมันผมถึงได้ยอม จะกอดไปจนถึงบ้านเลยก็ได้เต็มใจสุดๆ

            บัตรที่คุณแม่ของน้องซอนย่าให้มาได้ใช้ในทันที ไข่ต้มยังอารมณ์ดีไม่เปลี่ยน ยิ้มแย้มแจ่มใสจนสาวๆ โต๊ะข้างๆ พากันแอบมอง ทำเอาผมอยากจะดุให้มันอารมณ์เสียแล้วเลิกยิ้มสักที ดุให้มันเอาแต่ทำหน้าบึ้งคนอื่นๆ จะได้หยุดมอง แต่ก็ลืมไปว่าไม่ว่ามันจะทำหน้ายังไงก็ยังน่ามองอยู่ดี

            ผมกินไปเหล่มองโต๊ะที่แอบมองไข่ต้มไปด้วย แต่ถึงสาวๆ พวกนั้นจะมองให้ตายยังไงเพื่อนผมมันก็ไม่มีทางสนใจอยู่แล้ว พวกเธอคงมองไม่เห็นแต่ผมเห็น กำแพงที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองจากภายนอก

            กำแพงสูงที่เพื่อนสนิทอย่างผมก็ไม่สามารถพังมันลงได้


TBC


กลับมาแล้ววววว เหมือนทุกครั้งที่อัพเรื่องนี้ต้องพูดคำนี้เลย เพราะหายไปนานมากกกกก ฮ่าๆๆ
ตอนนี้เกือบได้รู้ชื่อน้องพระเอกแล้วเชียว แต่เราไม่ให้รู้ง่ายๆ หรอกค่ะ มาเดากันเถอะๆ
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ เจอกันตอนหน้าจ้า


ออฟไลน์ fullfinale

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 666
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
ท่าทางพระเอกคงไม่ยอมบอกไปอีกนาน  ว่าแต่ว่าถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ชื่อ :z3:

รอตอนต่อไปนะคะ :katai5:

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5

ไข่ฟองที่ 5


            แผนไปเที่ยวงานสวีทแอนด์ไอศกรีมที่ผมชวนไข่ต้มไว้ตั้งแต่อาทิตย์ก่อนเป็นอันต้องยกเลิก เมื่อโน้ตบุ๊กคู่ใจของมันดันมีปัญหาเกิดอาการงอแงให้เจ้าของหงุดหงิดใจ จนเพื่อนผมมันร้อนใจเพราะจะไม่มีคอมฯ ไว้เล่นเกม ดูหนัง และอีกหลายๆ สิ่งที่มันชอบทำตอนอยู่บ้าน ด้วยเหตุนี้เองแพลนเก่าจึงถูกโยนทิ้งแทนที่ด้วยโปรแกรมใหม่ นั่นคือพาน้องบลูสกายของมันไปซ่อม ซึ่งคนที่มันลากมาด้วยกันก็คือผมนั่นเอง

            เวลาไข่ต้มอยู่บ้านมีสองอย่างหลักๆ ที่มันชอบทำ นั่นคือเล่นเกม ไม่ก็ดูหนัง อ้อ...มีกินด้วยอีกอย่างที่ชอบทำควบคู่กันไป ถ้าผมว่างๆ ก็ชอบมาขลุกอยู่ที่บ้านมัน หรือไม่มันก็ไปหาผมที่บ้าน เพราะบ้านผมขายขนมไทย อันเป็นของหวานที่มันเองก็ชอบเหมือนกัน

            พวกเรามาถึงห้างประจำที่มาใช้บริการบ่อยๆ ในช่วงบ่าย ที่ชั้นสามมีโซนไอทีอยู่ ไข่ต้มมันซื้อโน้ตบุ๊กจากศูนย์ที่นี่ ร้านที่มันพาน้องบลูสกายมาซ่อมก็เป็นร้านที่ลงวินโดวส์ให้ตอนมันซื้อโน้ตบุ๊กนั่นแหละ แล้วก็ดันเป็นร้านที่ผมไม่ค่อยชอบหน้าเจ้าของร้านเสียด้วย เพราะอะไรเหตุผลคงมีไม่มากนัก

            ถ้าพี่หนวดคนนั้นไม่ปากหวานพูดจาอ้อล้อตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอไข่ต้ม ผมคงไม่จำหน้าได้ขึ้นใจแบบนี้

            เดินเข้าโซนไอทีผมก็ชะเง้อมองหาพี่หนวดทันที ร้านพี่เขาอยู่ไม่ไกลนักมองจากทางเดินก็พอเห็น ผมภาวนาให้พี่อ้วนเจ้าของร้านอีกคนอยู่ร้านคนเดียว แต่ก็นั่นแหละ โชคเคยเข้าข้างเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่ออย่างผมที่ไหน คงไม่มีสักวันหรอกที่ผมจะได้อยู่กับไข่ต้มอย่างสงบสุข แบบไม่มีใครที่พยายามจะปืนกำแพงของเพื่อนผมเข้ามา

            เฮ้อ คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ

            "สวัสดีครับ มีอะไรให้พี่ช่วยเอ่ย" พี่หนวดเจ้าของร้านถามเสียงอ่อนเสียงหวานเมื่อผมกับไข่ต้มหยุดยืนอยู่หน้าร้าน ก่อนเพื่อนผมจะยกกระเป๋าโน้ตบุ๊กวางบนเคาน์เตอร์ที่เป็นตู้กระจก

            "เครื่องมันอืดอ่ะพี่ โดนไวรัสด้วย อยากลงวินโดวส์ใหม่"

            "ไหน ขอพี่ดูหน่อย"

            ไข่ต้มเปิดกระเป๋าโน้ตบุ๊กก่อนยกน้องบลูสกายให้พี่หนวดจัดการ เหตุผลที่มันตั้งชื่อโน้ตบุ๊กว่าบลูสกายเพราะตัวเครื่องเป็นสีน้ำเงิน ผมมาเป็นเพื่อนมันตอนซื้อแล้วก็เชียร์ให้เอาสีนี้ ไข่ต้มมันก็เชื่อ แถมยังบอกว่าคิดชื่อนี้ได้ตอนมองหน้าผมอีก มีความสุขจนแทบกระอักเลยตอนนั้น แต่ดันโดนขัดความสุขเพราะสายตาแพรวพราวของไอ้พี่หนวดคนนี้แหละ

            หลังจากพี่หนวดดูอาการน้องบลูสกายบวกกับความตั้งใจแรกของไข่ต้มแล้วเป็นอันว่าพี่เขาจะลงวินโดวส์ให้ใหม่ พวกเราเลยออกมาเดินเล่นหาอะไรกินเพื่อรอเวลา ตอนลงมาชั้นสองผ่านร้านปิ้งย่างที่เพิ่งมากินเมื่ออาทิตย์ก่อนผมก็นึกถึงใครบางคนขึ้นมา

            "มึงยังคุยกับน้องซอนย่าอยู่ป้ะ"

            ไข่ต้มเหลือบตามองแล้วอมยิ้ม ดูน่ามันเขี้ยวจนผมอยากจะยื่นมือไปหยิกแก้มมันแรงๆ

            "น้องเค้ามีแฟนใหม่แล้ว"

            "แฟนใหม่?"

            "เออ น้องเค้าบอกว่าขอโทษนะคะพี่ไข่ต้ม ตอนนี้หนูมีแฟนใหม่แล้ว คงคุยต่อกับพี่ไม่ได้เดี๋ยวแฟนจะหึง" พูดเฉยๆ ไม่พอยังทำเสียงเล็กเสียงน้อยเลียนแบบ ทั้งที่คุยผ่านตัวหนังสือไม่มีทางได้ยินเสียงแท้ๆ ยิ่งมองยิ่งมันเขี้ยว

            "โคตรแก่แดดเลย"

            "เด็กอะมึง คิดไรมาก"

            "ว่าแต่มึงตกลงเป็นแฟนกับน้องเค้าด้วยเหรอวะ" สิ่งที่มันพูดสะกิดใจผมสุดๆ มีแฟนใหม่ แสดงว่าต้องมีแฟนเก่า งั้นก็แสดงว่ามันน่ะสิที่เป็นแฟนเก่า

            ไข่ต้มมองหน้าผมแล้วหัวเราะ ถึงมันจะเห็นเป็นเรื่องขำๆ แต่ผมจริงจังนะ มันจะเป็นแฟนกับใครผมต้องรู้ดิ

            "ตอบมา มีแฟนทำไมไม่บอกกู"

            "ก็แค่เล่นกับเด็กอ่ะมึง คิดไรมาก น้องเค้าไม่จริงจังอะไรกับกูหรอก"

            "แล้วถ้าเกิดเด็กมันคิดจริงจังขึ้นมาจะทำไง"

            "ไม่หรอกมึง"

            ผมมองมันด้วยสายตาเอือมระอา มันก็เป็นซะแบบนี้ ถ้าเกิดเป็นเรื่องเป็นราวเพราะความคิดเล่นๆ ตัวมันเองนั่นแหละที่จะขำไม่ออก

            "มึงจะคิดมากทำไมวะ กูก็โดนทิ้งแล้วนี่ไง"

            "เออก็ดี หัดโดนปฏิเสธซะบ้าง ทำคนอื่นมาเยอะแล้วนี่"

            "เฮ้ย อย่าว่าเพื่อนดิ"

            ผมใช้สายตาขุ่นเคืองมองหน้ามันโดยไม่พูดอะไร เพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆ เลยยังยิ้มได้อยู่แบบนี้ แต่ถ้าวันหนึ่งเกิดมีคนที่มันรักจริงๆ บอกปฏิเสธมันขึ้นมาแล้วจะยิ้มไม่ออก ผมไม่ได้อยากแช่งมันหรืออยากให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ถึงผมจะไม่สมหวัง อย่างน้อยก็ขอให้มันได้สมหวังกับใครสักคนสักที ให้วันข้างหน้าให้ผมได้มองเพียงเห็นรอยยิ้ม ไม่ใช่คราบน้ำตาบนใบหน้าของคนที่ผมรักก็พอ

            โคตรพระเอกเลยผมเนี่ย

            พอไอ้ไข่ต้มโดนทำบึ้งใส่มันก็ทำหน้างอแง ยืนประจันหน้ากับผมแล้วจ้องกลับ ก่อนมันจะยิ้มออกมาแล้วพาเปลี่ยนเรื่อง

            "ไปกินไอติกัน"

            "อยากกินเหรอ"

            ตอนออกมาจากร้านพี่หนวดเรายังไม่ได้ตกลงกันว่าจะกินอะไร เลยคิดว่าจะเดินดูไปเรื่อยๆ เจอร้านไหนอยากกินค่อยแวะ แต่ตั้งแต่เดินมายังไม่เจอร้านไอศกรีมสักร้าน ไข่ต้มมันไปเอาความอยากกินมาจากไหน

            "ก็วันนี้ชวนไปงานไอติมไม่ใช่เหรอ ไม่ได้ไปงานก็กินที่นี่แทนไง"

            ทำไมมันต้องทำตัวน่ารักแบบนี้ด้วยวะ

            ผมล่ะอยากคว้าไข่ต้มมากอดแรงๆ สักที มันก็เป็นซะแบบนี้แล้วเมื่อไรจะไปตัดใจได้ ขนาดคนไกลตัวยังหลงมาชอบ แล้วนับประสาอะไรกับคนใกล้ตัว กับคนคนนี้ ยิ่งอยู่ใกล้ก็ยิ่งหลงรักมากขึ้นทุกวัน

            "อืม ไปดิ"

 

            เข้ามาในร้านไอศกรีมได้ก็เกิดการถกเถียงกันอยู่สักพักว่าจะกินอะไรแบบไหนดี สุดท้ายเราเลยเลือกสั่งถ้วยใหญ่แล้วกินด้วยกัน เมนูนี้มีห้าลูกห้ารสชาติ ไข่ต้มมันยกหน้าที่ให้ผมเป็นคนเลือกเองทั้งหมดเพื่อเอาใจ อันนี้มันไม่ได้บอก แต่ผมคิดเอาเอง ก็เพราะมันกำลังง้อผมอยู่ไงถึงได้ตามใจขนาดนี้

            "มึงอย่ามั่วแต่พูดดิ ช่วยกูกินด้วย รสลิ้นจี่เนี่ยของมึง แต่จริงๆ ก็ของมึงหมดเลยนะ มึงเลือกเองหมดเลย"

            เพราะผมอารมณ์ดีขึ้นเยอะเลยเอาแต่พูดมากไข่ต้มมันเลยเขี่ยไอศกรีมที่เริ่มละลายแล้วมาให้ ถึงจะบอกว่าผมเลือกก็เถอะ แต่รสที่เลือกมาก็ของชอบมันทั้งนั้น

            "กูเลือกของชอบมึงนะเนี่ย"

            "ก็มึงไม่ค่อยช่วยกินอะ กูกินจนเล็บเขียวหมดแล้วเนี่ย หนาว" มันว่าแล้วโชว์มือทั้งสองข้างให้ผมดู ตรงโคนเล็บมันกลายเป็นสีเขียวอมม่วงไปแล้ว โคตรน่ากลัว

            "เล็บเน่าป้ะเนี่ยมึง"

            "เน่าบ้านมึงสิ กูหนาว รีบๆ กิน" ไข่ต้มด่าชักสีหน้า หดมือกลับไปวางบนตัก ดูท่าทางจะหนาวจริงจัง

            "ไหนยื่นมือมาใหม่ดิ๊" ผมแบมือไปตรงหน้ามัน เห็นมันหนาวก็เลยอยากจะช่วย ช่วยแบบมีแผนในใจอยู่นิดหน่อย

            "จะทำอะไร"

            "เร็วๆ"

            ไข่ต้มทำหน้าไม่ไว้ใจแต่ก็ยอมยกมือมาวางบนมือผมแต่โดยดี ความเย็นจากมือมันแผ่มาถึงผม เย็นมากอย่างกับเอามือไปจุ่มน้ำแข็งมา ผมเองก็เพิ่งเคยเห็นมันเป็นแบบนี้ครั้งแรก เลยจับมือมันไว้แล้วบีบนวดเบาๆ เผื่อความอุ่นจากมือผมจะช่วยให้มันหายหนาวได้บ้าง

            "ดีขึ้นมั้ย"

            มันมองผมบีบนวดมือให้อยู่สักพักโดยไม่ตอบ ไม่รู้ว่าผมรู้สึกไปเองคนเดียวหรือเปล่าแต่สายตาที่ไข่ต้มมันใช้มองผมดูต่างไปจากทุกที อาจจะซึ้งใจในความเป็นเพื่อนที่แสนดีของผมก็เป็นได้ แต่ปล่อยผมให้มีความสุขได้ไม่นานหรอกมันก็ชักมือกลับไป

            "ไม่เห็นจะหายหนาวเลย" บอกโดยไม่สบตา มันหยิบช้อนเขี่ยไอศกรีมในถ้วยที่ละลายรวมกันจนดูไม่น่ากินแล้ว

            "กอดมั้ยล่ะจะได้หายหนาว" ผมแซวอย่างที่นานๆ ทีจะทำ แล้วก็โดนมันทำหน้าหงุดหงิดเข้าจนได้

            "รีบกินเลยมึง จะได้รีบออกจากร้าน"

            "มันไม่น่ากินแล้วอะ"

            "งั้นก็ไม่ต้องกินแล้ว ไปจ่ายตังค์"

            และแล้วเดทไอศกรีมแสนหวานในจินตนาการของผมก็จบลงเพียงเท่านี้

            ผมจะคิดซะว่าที่ไข่ต้มมันหงุดหงิดเป็นเพราะเขิน แทนการคิดว่าเป็นเพราะผมพูดมากจนไอศกรีมละลายทำให้มันต้องกินคนเดียวจนหนาวเล็บเขียวก็แล้วกัน

 

            เราใช้เวลาอยู่ในร้านไอศกรีมประมาณครึ่งชั่วโมง บวกเวลาเดินเอ้อระเหยอีกนิดหน่อยกลับมาที่ร้านพี่หนวดก็ลงวินโดวส์ใหม่ให้น้องบลูสกายเสร็จพอดี

            ผมยืนประกบข้างไข่ต้มมองมันตรวจเช็กความเรียบร้อยในเครื่องโดยมีพี่หนวดคอยอธิบายว่าลงโปรแกรมอะไรให้บ้าง คนอื่นมองอาจจะเห็นเป็นการคุยกับลูกค้าธรรมดา แต่เพราะสายตากะลิ้มกะเหลี่ยแพรวพราวของพี่เขาทำให้ผมไม่ไว้ใจ ส่วนไอ้คนโดนมองก็ไม่ได้รู้สึกตัวอะไรเลย

            เช็กเครื่องเสร็จเรียบร้อยไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องก็เป็นอันเสร็จ ไข่ต้มเก็บน้องบลูสกายใส่กระเป๋าโดยมีพี่หนวดคอยช่วย ผมล่ะอยากพามันออกไปจากที่นี่เร็วๆ จะได้ไปให้พ้นจากสายตาที่ผมไม่ชอบสักที แล้วก็จะเป่าหูมันด้วยว่าคราวหน้าไม่ต้องมาร้านนี้อีก แต่โชคชะตามักไม่เคยเข้าข้างผมเสมอ

            "มึง เงินกูไม่พอ เมื่อกี้ลืมกด มึงมีสามร้อยป้ะ" ไข่ต้มหันมาถามหลังจากเปิดดูเงินในกระเป๋าสตางค์ ผมกำลังจะอ้าปากตอบแต่ไอ้พี่หนวดดันพูดแทรกขึ้นมา

            "แปะโป้งไว้ก่อนก็ได้นะ มารอบหน้าค่อยเอามาให้"

            "ไม่ดีกว่าพี่ ไม่รู้จะได้มาอีกตอนไหน ไม่กลัวผมหนีเหรอ"

            "อย่างน้องหนีพี่ไม่พ้นหรอก เดี๋ยวก็ตามตัวเจอ"

            "เก่งขนาดนั้นเลย"

            "ระดับนี้แล้ว"

            บทสนทนาที่เหมือนคุยกันธรรมดาๆ แต่ผมว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น ไอ้พี่หนวดต้องคิดอะไรไม่น่าไว้ใจอยู่แน่ๆ เพราะสายตามันฟ้อง ส่วนเพื่อนสนิทผมมันก็ไม่ได้เอะใจอะไรเลย เปลือกไข่ตอนนี้บางชนิดที่ว่าแค่เอานิ้วสะกิดก็แตก คุยเล่นได้อย่างเป็นกันเองเป็นธรรมชาติสุดๆ ไม่รู้เซ็นเซอร์ป้องกันคนรุกรานพื้นที่ในหัวใจของมันเสียตั้งแต่เจอน้องซอนย่าหรือยังไง

            "สรุปมึงมีให้กูยืมมั้ยเนี่ย" แล้วมันก็ใช้ศอกสะกิดถามผมอีกรอบ

            "ไม่พอว่ะ กูเพิ่งจ่ายค่าไอติมไป"

            "งั้นกูไปกดเงินแป๊บนะ"

            "อืม" ผมได้แต่พยักหน้ารับเพราะไม่รู้จะห้ามมันไปเพื่ออะไร อย่างน้อยปล่อยให้มันไปยังดีกว่าปล่อยให้มันอยู่กับพี่หนวดตามลำพังล่ะวะ

            ผมกับพี่หนวดฉีกยิ้มให้กันแล้วต่างฝ่ายก็ต่างเงียบ พี่หนวดไปทำงาน ส่วนผมก็นั่งเล่นมือถือระหว่างรอ แต่จับมือถือได้แป๊บเดียวคุณพี่เจ้าของร้านก็มายืนเท้าคางมอง

            ไม่ไปทำการทำงานต่อหรือไงวะพี่!

            "อะไรพี่" ผมเปิดประเด็นก่อนเลย อยู่ดีๆ มามองแล้วยิ้ม จะกวนประสาทกันหรือไง

            "ชอบเพื่อนหรือไงเราน่ะ" แล้วคำถามของไอ้พี่หนวดก็ทำเอาผมชะงักไปชั่วครู่

            อะไรวะ อาการผมมันแสดงออกชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอพี่เขาถึงดูออก แต่จะให้ยอมรับง่ายๆ นั้นไม่มีทางเด็ดขาด กับไอ้พี่หนวดผมก็ถือว่าเป็นศัตรู จะมาหลอกถามกันง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้

            "ชอบอะไรพี่"

            "โธ่น้อง แค่ดูสายตาก็รู้แล้ว"

            "รู้อะไรของพี่"

            "ถ้าจะมองขนาดนี้ต่อยพี่เลยมั้ย" พี่หนวดว่าแล้วหัวเราะ

            สายตาผมตอนนี้คงพร้อมบวกกับพี่เขาจริงๆ นั่นแหละ ผมไม่อยากยอมรับกับสิ่งที่พี่เขาคาดเดาแม้จะเป็นจริงตามนั้น แล้วก็ไม่อยากให้พูดเรื่องนี้ตอนนี้ด้วย ถ้าไข่ต้มมันกลับมาได้ยินจะทำยังไง

            "เออๆ อย่าคิดมาก พี่ก็แซวไปงั้นแหละ เพื่อนน้องอะน่ารักดี ถ้าชอบก็จีบเถอะพี่เอาใจช่วย"

            "พูดมากว่ะพี่"

            "พยายามเข้า" แม้จะปฏิเสธเสียงแข็งขนาดไหนพี่หนวดก็ยังอวยพรให้ด้วยรอยยิ้มที่ผมไม่ได้ต้องการมันสักเท่าไร

            บทสนทนาสั้นๆ ของเราจบลงเพียงเท่านี้เมื่อผมไม่คิดจะต่อปากต่อคำอะไรให้มันยืดเยื้อ พี่หนวดกลับไปทำงานต่อ ส่วนผมก็เล่นมือถือรอจนกระทั่งไข่ต้มกลับมา มันรีบจ่ายเงินแล้วชวนผมกลับ ก่อนจากยังจะมียิ้มให้กันอีก ยิ้มที่ไอ้พี่หนวดไม่ได้มอบให้ไข่ต้มคนเดียว แต่มอบให้ผมคนที่ปั้นหน้าบึ้งใส่พี่เขาด้วย

            เสียงเจื้อยแจ้วของเพื่อนสนิทลอยเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาตอนเราเดินไปรอรถที่หน้าห้าง ผมฟังมันแทบไม่รู้เรื่องเพราะในหัวเอาแต่คิดถึงสิ่งที่พี่หนวดพูดเอาไว้ ไม่ใช่ทั้งคำถามและคำอวยพร แต่เป็นประโยคที่บอกให้ผมลองลงมือทำ

            ประโยคนั้นที่เริ่มทำให้สิ่งที่ผมตัดสินใจไปแล้วเกิดความลังเล

            'ถ้าชอบก็จีบเถอะ'

            หรือว่าผมควรคิดเดินหน้าเรื่องนี้อย่างเป็นจริงเป็นจังสักที เลิกคิดถึงอนาคตที่ยังไม่เกิด และเปิดเผยสิ่งที่เก็บไว้ในใจออกมา ก่อนจะต้องจมอยู่กับความผิดหวังไปตลอดชีวิต


TBC


ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน เจอกันตอนหน้าจ้า


ออฟไลน์ aha_aha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 101
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-5
เพิ่งได้เข้ามาอ่าน เนื้อเรื่องน่ารักดี วิธีการเล่าก็สบายๆ อ่านเพลินๆดีจัง เป็นกำลังใจให้มาต่อตอนใหม่เร็วๆนะคะ กำลังสนุกเลย ^^

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26

ออฟไลน์ Nus@nT@R@

  • Life is Investment
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5589
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +456/-11
มีแต่คนยุให้จีบไข่ต้ม...คุณเพื่อนจะเริ่มต้นจีบเมื่อไรเล่ะ

ออฟไลน์ unicorncolour

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1001
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด