สัญญารัก สัญญาสวาท -- ตอนพิเศษ บทที่1 หลังมรสุม (After the Storm)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: สัญญารัก สัญญาสวาท -- ตอนพิเศษ บทที่1 หลังมรสุม (After the Storm)  (อ่าน 895681 ครั้ง)

ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6

 :angry2: :fire: :angry2: :fire: :angry2: :fire:
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้

1.ห้ามละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
2.ห้ามโพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสมและเกิดความขัดแย้ง
3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ
4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมลล์ บอกเมลล์ แลก msn หรือคบหาพูดคุยกันในเล้า
โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลล์ของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอม




▲▼ กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่ ▲▼



บทที่ 1 วันแห่งมหาวิปโยค ( DDD : Double Disaster Day )
“  SOS please someone help me,it’s not healthy to….” เสียงมือถือผมดังขึ้นมาตอนเช้า โอ้ววววววว์ครายโทรมาเนี่ยะ

“ สวัสดีครับ อี้พูดสายครับ “

“ เอ่อ นี่คุณอี้ที่อยู่บริษัท....ใช่ไหมค่ะ “ เสียงผู้หญิงในสายถามผมมา

“ ใช่ครับ มีอะไรให้รบกวน เอ๊ย รับใช้ไหมครับ “ ที่จริงผมอยากจะกัดเธอมากกว่า โทรอะไรย่ะตอนหกโมง รู้ไหมเนี่ยะว่าผมนอนกี่โมงเมื่อคืน

“ ดิชั้นชื่อแอ๋วน่ะค่ะ คือว่าได้เบอร์มาจากคุณบีน่ะค่ะ ตอนนี้ทางเราต้องการ.........” แล้วทางชะนีแอ๋วก้อร่ายความต้องการของเธอมาซะยืดยาว

“ ด่วนไหมครับ” ผมตอบกลับไป “ รอสักสิบโมงได้ไหมครับ คือตอนนี้ยังอยู่บ้านอยู่เลยอ่ะครับ ไว้พอผมถึงออฟฟิซแล้วจะจัดให้น่ะครับ”

“ไม่ได้ค่ะ”หล่อนตอบเสียงสูง “ทางลูกค้าต้องการเดี๋ยวนี้ รบกวนหน่อยน่ะค่ะ”

“ เอ่อออออ ขอพูดตรงๆน่ะครับ หลายๆครั้งก้ออย่างนี้ แล้วพอผมทำให้ คุณก้อเลือกแบบของที่อื่น อ้างว่าด่วนๆๆๆ แต่พอทำไป งานก้อเลื่อนออกไปอีก ผมไม่อยากเสียมารยาทน่ะครับ แต่อยากให้เข้าใจผมด้วย อีกอย่างเมื่อคืนผมเพิ่งนอนตอนตีสอง เพราะว่าทำงานเก่าๆที่ค้างๆอยู่ ผมเหนื่อยน่ะครับ”ผมตอบกลับไปด้วยอารมณ์ ที่เริ่งครุกรุ่นแล้วตอนนี้

“ งั้นเดี๋ยวขอดิชั้นคุยกับเจ้านายหน่อยน่ะค่ะ แล้วจะติดต่อกลับ ตู๊ดๆๆๆๆๆ “ อ้าววางสายไปซะแล้ว ไม่มีใครสอนเรื่องมารยาทมั่งเหรอเนี่ยะ
พูดไม่ทันจะเสร็จวางสายไปซะงั้น เป็นน้องเป็นนุ่งจับตบกะโหลกเบี้ยวเลย หลังจากนั้นผมก้อนอนต่อ ขอบอกว่าเหนื่อยมากกกกกกก

“ Kelly can u handle it,Michelle can u handle it……” เสียงมือถือผมดังขึ้น โอยยยยยยอะไรเนี่ยะเพิ่งนอนได้ไม่ถึง
ห้านาทีเลย โทรมาอีกแล้วใครเนี่ยะ เอ๊ะ เสียงนี้เราตั้งไว้สำหรับกลุ่มที่ทำงานนี่หน่า ตายแล้นนนนนน เจ้านายโทรมา

“ หวัดดีครับ พี่ติ๊บ มีอะไรเหรอครับ “ ผมพูดไปพยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด

“ นี่ชั้นโทรมาเนี่ยะ ก้อต้องมีอยู่แล้วล่ะ ว่าแต่ว่า ทำไมแกไปปฏิเสธงานลูกค้าล่ะ รู้ไหมเนี่ยะเจ้านายเค้าโทรมาด่าพี่แล้ว “เจ้านายผมพูดด้วยอารมณ์ที่
รู้เลยว่าโกรธผมมาก ตายแน่ๆอี้ จะตกงานไหมเนี่ยะ

“ ผมไม่ได้ปฏิเสธน่ะครับ แค่บอกว่าให้รอหน่อย เด๋วเข้าออฟฟิซแล้วผมจะไปทำให้นี่ครับ “ ผมพยายามใช้เหตุผลตอบเค้าไป แต่เจ้านายผมน่ะสิ เหอะๆ

“ ไม่ได้ ตื่นเดี๋ยวนี้เลย ไปทำให้เค้าเดี๋ยวนี้เลย ทีเวลาแกขอไปทำงานนอก ชั้นไม่เคยว่าเลยน่ะ  แค่ทำเพื่อบริษัทนิดหน่อยไม่ได้รึไง รู้งี้ชั้นไม่น่าขึ้นเงินเดือน กับค่าคอมฯให้เลย นี่ถ้าคนอื่นในบริษัทรู้ว่าแกได้เงินเดือนขนาดนี้น่ะ ทั้งๆที่อยู่มาแค่ปีกว่า ชั้นคงโดนเขม่นแน่เลย “ เจ้านายผมบ่นมาซะยืดยาว

“ แต่พี่ติ๊บจำไม่ได้เหรอว่า คราวที่แล้วก้ออย่างนี้ แล้วก้อปิ๋ว นี่มันหลายครั้งแล้วน่ะครับ “ ผมตอบกลับไปโดยพยายามใช้เหตุผลมากๆกับเค้า

“ ไม่มีแต่ ทำตามที่ชั้นสั่ง ไม่งั้น..... รู้ดีน่ะว่าอะไร  หึๆๆๆๆ “  แน่ะ บังคับแล้วยังมาขู่อีก อยากจะบ้าตาย

“ ได้คร๊าบบบบบบบบ บอสสุดที่เลิฟ เดี๋ยวข้าน้อยจะหอบเอาร่างเหี่ยวๆนี้ไปทำงานให้นังลูกค้ามาจากสวรรค์นั่น เดี่ยวนี้น่ะครับ “

“ ดีมาก ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์ ปั้น ผลักดัน และไว้ใจ จำไว้น่ะ ถ้าแกไม่ได้ชั้น.......” แล้วก้อพร่ามซะยืดยาวถึงคุณงามความดีที่แกได้ทำให้ผมมา จะว่าไปแล้ว พี่ติ๊บก้อเป็นเจ้านายที่ดีคนนึงเลยน่ะครับ อาจจะปากร้าย และไร้เหตุผลไปหน่อยในบางครั้ง แต่แกก้อช่วย และสอนผมหลายๆอย่าง อย่างตอนแรกๆที่ผมได้เข้ามาทำงานที่บริษัทแก ช่วงนั้นแกจะอารมณ์เสียบ่อยมาก ลงที่ผมตลอด จนผมอยากจะลาออกวันล่ะ สามร้อยรอบ แต่พออยู่ๆไป ด้วยความขยัน ความมุ่งมั่น และกระตือรือร้นของผมทำให้แกเริ่มพูดจาดีขึ้น อารมณ์เย็นลง ( คนที่ทำงานบอกว่าช่วงที่แกปี๊ดบ่อยๆอ่ะ เพราะว่าเพิ่งเลิกกะแฟน โถๆๆๆๆ) จากนั้นผมก้อเริ่มมีผลงานมากขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว  มีรายได้เข้าบริษัทมากมาย แกก้อเลยขึ้นเงินเดือนให้ผมอีก จากสตาร์ทใหม่ ให้ 30,000 บาท พอผ่านโปรฯไป 4 เดือน เพิ่มขึ้นไห้เป็น 50,000 บาท บวกกับค่าเปอร์เซนต์จากรายได้ทั้งหมดอีก 7% สรุปแล้วเดือนนึงผมได้เงิน มากโขอยู่เหมือนกัน ( ไม่รวมกับการที่ผมรับจ๊อบมากมายก่ายกอง อิๆๆๆ ) หนำซ้ำแกรู้ว่าผมเคยมีงานนอกรับจ๊อบต่างๆมากมาย แกก้อเริ่มให้ผมรับงานได้บ้าง แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องติดต่อได้ตลอด เพราะว่าลูกค้าทำงานไม่มีเวลาหยุด หรือพัก ซึ่งตรงนี้ผมก้อเข้าใจ และปฏิบัติ จากการที่เจ้านายผมทำกับผมอย่างนี้ ส่งผลไม่พอใจให้กับพนักงานคนอื่นๆเหมือนกัน บ้างก้อกัด แขวะผมบ้าง ส่วนมากผมจะไม่ค่อยตอบโต้หรอก เบื่อพวกขี้อิจฉา มีบางคนไม่รู้เป็นอะไร อยู่ดีๆก้อไม่คุยกะผมซะงั้น แต่ผมไม่สนใจหรอก อยู่ใครอยู่มันก้อได้ แล้วนี่ถ้าคนอื่นๆมารู้ว่า เจ้านายผมขึ้นเงินเดือนให้อีก 30% ตอนปีใหม่ พวกกับโบนัส อีก 4 เดือน ผมคงโดนแบนตายแน่ๆ แต่ถ้าจะพูดแล้ว เงินที่ผมได้มามันก้อคุ้มค่าน่ะครับ ผมยอมรับว่าผมทำงานหนักจริงๆ อาจจะไม่เข้าออฟฟิซเช้า แต่ผมกลับดึกเป็นประจำ บางทีตีหนึ่งตีสองยังต้องมานั่งส่งเมลล์เลย อนาจชีวิตแท้ แต่ก้อสู้ๆ เพื่อครอบครัว และ ปากท้อง

  หลังจากวางสายเจ้านายแล้ว ผมก้อต้องรีบอาบน้ำ เพื่อรีบไปทำงานให้ลูกค้าชะนีศรี ที่ถูกส่งมาจากสวรรค์นั่น ผมใช้เวลาอาบน้ำไม่นานครับ สิบนาที กับแต่งตัวอีกห้านาที แล้วก้อต้องรีบวิ่งไปนั่งมอไซค์ ไปทำงาน ปกติผมจะนั่งรถสองแถวครับ มันถูกว่ามอเตอร์ไซค์เยอะ แต่ถ้ารีบจริงๆ ก้อต้องพึ่งพี่วินฯ
( ขอเรียนสั้นๆว่าพี่วินน่ะครับหวังว่าเพื่อนๆคงเข้าใจ )   คิดดูน่ะครับ นั่งรถสองแถว เจ็ดบาท นั่งพี่วินฯ หกสิบบาท แพงกว่าเห็นๆแต่ก้อต้องยอมครับ

“ อ้าวคุณ วันนี้ไม่นั่งรถสองแถวเหรอ เห็นปกติไม่นั่งมอไซค์นี่  แล้ววันนี้ไปไหนครับ“ พี่วินคนนึงแซวผม

“ จะไปทาวน์ อิน ทาวน์ แล้วก้อไม่ต้องถามมากเลย ผมรีบ พูดมากเสียเวลาสตาร์ทรถ ถ้าลูกค้าผมด่า ผมจะมาเอาค่าปรับกับพี่น่ะ “ ผมขู่ไป สะใจจิมๆเลย

“ ครับๆๆๆๆ แหม แซวไม่ได้เลยน่ะ เดี๋ยวผมจะเร่งความเร็วสุดๆเลยน่ะครับ จะได้ไม่เสียเงินค่าปรับ อิอิ “ ผมไม่ตอบเค้าไป ขี้เกียจต่อความยามสาวความยืด ตามปกติแล้วผมจะมีมนุษย์สัมพันธ์ดีกับคนทั่วไป แต่ถ้าใครทะลึ่งตึงตัง ไม่มีมารยาท ผมก้อจะวางท่าหยิ่งๆใส่ ต้องป้องกันตัวหน่อยล่ะครับ ตอนนั่งรถไป โอ้โห อะไรมันจะขับเร็วขนาดนี้อ่ะ แซงซ้าย แซงขวา แต่ผมก้อบอกแล้วน่ะว่าไม่รีบขนาดนี้ แต่เค้าไม่ฟัง เหมือนว่ายิ่งยุแล้ว.........
เอี๊ยดดดดดดดด ปั้ง ตายๆๆๆๆ ก้อไอ้พี่วินน่ะเดะ มันดันไปสอยเอาตูดรถเบนซ์คันสีบรอนซ์ทองคันนึงให้ ตายแล้วทำไงดีเนี่ยะ

“ โอ๊ยพี่ อะไรเนี่ยะ ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าให้ระวัง นี่จะทำไงเนี่ยะ ผมยิ่งรีบๆอยู่น่ะ “ ผมพูดออกไปด้วยความโกรธ

“ โถ่น้อง ไม่เห็นเหรอก้อไอ้รถคันนี้มันเบรกกระทันหันอ่ะ พี่เลยเบรกไม่ทัน “ เขาแก้ตัว ขับซะขนาดนั้นเบรกทันก้อเจ๋งแล้ว

“ อะไรว่ะ “ เสียงเจ้าของรถพูด ขณะกำลังเดินออกมา ดูรถ “ นี่ขับประสาอะไรอ่ะ แล้วนี่มีปัญญาชดใช้ใช้ไหม “ ผมพูดกึ่งตะโกน

“ ก้อพี่ดันเบรคกระทันหันอ่ะ แล้วผมก้อเบรกไม่ทัน ขอโทษทีน่ะครับ “ พี่วินตัวดีพูดขึ้น น้ำเสียงหงอๆ

“ ไปคุยกันที่โรงพักเลย ชั้นไม่ยอมหรอก นี่ชั้นก้อรีบๆด้วย แย่ชะมัด นายด้วยน่ะ ไปด้วยกันหมดนี่ล่ะ “ เค้าพูดขึ้นแกมบังคับ

“ เกี่ยวอะไรอ่ะ ผมไม่ได้สั่งให้เค้ามาขับชนรถคุณซะหน่อย ตามกฎหมายแล้วผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ผมรีบมาก ไปก่อนน่ะ “ ผมรีบตัดบทแล้วชิ่ง
ขึ้นพี่วินอีกคันนึงที่ผ่านมา ก้อคนมันรีบนี่ ไม่ได้ไม่อยากรับผิดชอบซะหน่อย แต่มันก้อไม่เกี่ยวกับผมซะหน่อย

“ อ้าวววววว ชนแล้วหนีเหรอ เฮ้ย เดี๋ยวก่อน “ ว่าแล้วผมก้อบอกให้พี่วินรีบบึ่งรถออกไป ตอนออกไปผมเห็นเค้าพูดอะไรไม่รู้ ผมไม่ได้ฟัง แต่พี่วินตัวดีสิ ยืนตัวลีบอย่างสงบเสงี่ยม น่าสงสารอยู่หรอก แต่ทำไงได้ ใครบอกให้ขับเร็วและไม่ระวังเองนี่

.............
ตอนนี้ไม่ต้องใส่หัวเรื่องแล้วนะ ว่านิยายหรือเรื่องเล่า นอกจากเรื่องสั้น ถึงจะใส่จ้า
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-02-2020 23:21:04 โดย Alexie333 »

ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6
Re: สัญญารัก สัญญาสวาท
«ตอบ #1 เมื่อ15-02-2009 18:43:35 »

:impress3: o22 :impress3: o22
 :z2: :z10: :z2: :z10: :z2: :z10:


แนะนำ ตัวละคร
อี้ อายุ  24 ปี สูง 165 ซม. หนัก 58 กก.
รูปร่างหน้าตา  - ตัวเล็กๆ ผิวเนียนสวยสีน้ำผึ้ง  รูปร่างสมส่วนเพราะออกกำลังกายบ้าง ตาโตสวยคม ขนตาเป็นแพยาว คิ้วเข้ม จมูกโด่ง มีเขี้ยว
อาชีพ - ออร์กาไนซ์เซอร์,โมเดลลิ่ง ,ช่างแต่งหน้า,ครูสอนศิลปะป้องกันตัว,ไกด์นำเที่ยว,ครูสอนเต้น ,ล่าม ความใฝ่ฝัน อยากมีร้านอาหารเป็นของตัวเอง.
อุปนิสัย  - ร่าเริง ตลกขบขัน บางครั้งขี้วีน และอารมณ์ร้อน ตรงไปตรงมา ใจแข็ง มีเหตุผล บางทีชอบเอาชนะ ติดเพื่อน ชอบเที่ยว  เต้นรำ และดื่มมาก
พื้นฐานชีวิต – มาจากครอบครัวฐานะปานกลาง  ตอนเล็กๆพ่อไปทำงานต่างประเทศเลยพอมีรายได้บ้าง มีพี่น้องห้าคน มีพี่ชายสองคน พี่สาวสองคน อี้เป็นลูกคนสุดท้อง ตอนเรียนก้อหางานพิเศษทำเพื่อหารายได้ใช้ส่วนตัวแม้ว่าทางบ้านจะส่งเสียเป็นอย่างดี แต่อี้กลับชอบทำงานเพื่อเก็บเงินเองมากกว่า ปัจจุบันนี้พ่อได้กลับจากต่างประเทศแล้วทำให้อี้คิดว่าถึงเวลาต้องหารายได้ดูแลพ่อและแม่ ทำให้อี้รับทำงานเยอะแยะมากมาย ทั้งนี้ทั้งนั้นเนื่องจากอี้เป็นคนนิสัยดี เข้ากับคนง่ายและจริงใจ ทำให้มีคนเอ็นดูและมอบงานให้อี้ทำเสมอ ทำให้อี้มีรายได้มาเลี้ยงดูพ่อแม่อย่างพอเพียง และตอนนี้กำลังเก็บเงินสร้างบ้านโดยที่ไม่ให้พ่อแม่รู้ กะว่าจะเซอร์ไพรส์พวกท่านซะหน่อย
ประวัติความรัก – เคยมีแฟนมา 3คน คนแรกตอนอายุ 19 คบกันได้ไม่นานนักก้อเลิก จากนั้นมีอีกคน ตอนอายุ 21 คนนี้คบนานหน่อย แต่สุดท้ายก้อเลิกกัน หลังจากแฟนคนที่สองอี้ก้อไม่ค่อยได้คบใครเท่าไหร่ มุ่งประเด็นไปที่การทำงาน และเพื่อนๆมากกว่า อี้เป็นคนติดเพื่อนๆมาก  พอมาคนปัจจุบัน คบมาได้เกือบสองปีแล้ว คนนี้อี้รักมากเพราะว่า เค้าดีกับอี้มากๆ เอาใจใส่ ดูแลทุกอย่าง ถึงแม้อี้จะรักแฟนมากยังไง อี้ก้อยังไม่ทิ้งเพื่อนเหมือนที่เพื่อนๆ
ชอบทิ้งอี้เวลามีความสุขกับแฟน แต่อี้ไม่สนใจและเข้าใจเพื่อนๆดี

ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6
Re: สัญญารัก สัญญาสวาท
«ตอบ #2 เมื่อ15-02-2009 18:47:17 »

 o22 :z2: o22 :z2: o22 :z2: o22 :z2:




   พอสักแป๊บผมก้อมาถึงออฟฟิซ แล้วรีบวิ่ง สี่คูณร้อย ไปที่โต๊ะตัวเอง แล้วปั่นงานอย่างที่นังลูกค้าชะนีศรีสวรรค์ต้องการ ( เปลี่ยนชื่อตามอารมณ์ อย่าว่าผมน่ะ ก้อคนมันโกรธนี่ ) จะบ้าตาย ถ้าทำงานดึกผมไม่เคยบ่น แต่ทำงานเช้านี่สิ โอ๊ยยยย นรกชัดๆ นี่ก้อเพิ่งหกโมงสี่สิบห้าเอง ทำไปได้สักพักงานผมก้อเสร็จ แล้วจัดการส่งไปให้ชีด้วยความรวดเร็ว เฮ้ออออออเหนื่อยชะมัด

“ คุณแอ๋วใช่ไหมครับ นี่อี้น่ะครับ ผมส่งงานไปให้คุณแล้วน่ะครับ รบกวนเช็คด้วยน่ะครับ “

“ ได้ค่ะ แหม ขอบคุณมากน่ะค่ะ ไม่นึกว่าคุณอี้จะมาทำให้จริงๆ เดี๋ยวงานนี้แอ๋วจะดันให้น่ะค่ะ “ หล่อนพูดเสียงสดใส

“ ไม่เป็นไรครับ มันคือหน้าที่ ลูกค้าคือพระเจ้า สั่งอะไรมา ผมย่อมต้องทำตามอยู่แล้วครับ “ ผมแอบกัดไป “ เรื่องดันไม่ดัน ก้อสุดแล้วแต่ทางลูกค้าจะพิจารณาแล้วล่ะครับ ผมก้อได้แต่หวังว่า จะได้งานนี้จริงๆ เพราะว่าผมต้องทำงานนอกเวลาปกติ “ แอบกัดอีกแล้ว ก้อคนมันโมโหนี่นา

“ ค่ะๆๆๆๆ ยังไงก้อขอบคุณน่ะค่ะ งานนี้ถ้าได้ คุณได้เป็นล้านเลยน่ะค่ะ “ เธอตอบกลับมาเสียงหวานอย่างไม่รู้ว่าผมกัดเธอไป

“ ขอให้ได้เหอะครับ ถ้าได้เจ้านายผมคงรักผมตายเลย แค่นี้ก่อนน่ะครับ ทราบผลยังไงโทรมาบอกผมด้วยน่ะครับ “ ผมรีบตัดบท
ตู๊ดๆๆๆๆๆๆ อะไรนี่สายตัดไป ยัยนี่ไม่มีมารยาทเอาซะเลย จากนั้นผมก้อทำงานอื่นๆของผมไป ง่วงนอนชะมัดเลย แต่ก้อนอนไม่หลับอ่ะ เลยไปชงกาแฟมาดื่มซะหน่อย
   
     จากนั้นวันนั้นทั้งวัน เป็นเหมือนนรกสั่ง หรือสวรรค์แกล้งก้อไม่ปาน มีแต่ปัญหามากมายให้แก้ ผมล่ะเซ็งมากๆ เจ้านายตัวดีก้อไม่มาออฟฟิซอีก
ผมก้อต้องแก้ปัญหาแทนเค้าอีก เบื่อชะมัดยาด แล้วดันมามีงานจ๊อบนอกอีกจากพี่ก๋อม โทรเข้ามาบอกว่าให้ไปช่วยงานหน่อย วันนี้มีฟังค์ชั่นงานแสดงเพชรไม่มีคนแต่งหน้า และคนจัดเสื้อผ้า ผมไม่อยากรับ แต่พี่ก๋อมบอกว่าช่วยๆหน่อย งานนี้เค้าให้เยอะน่ะ พอพูดเรื่องเงินปุ๊บ ผมก้อรับปากทันที ก้อทำไงได้ล่ะ คนมันอยากได้เงินนี่ เสร็จแล้วผมก้อทำงานต่อไป จากนั้นช่วงบ่าย นังลูกค้าชะนีศรีสวรรค์ก้อโทรมาอีก บอกว่าจะคอมเฟิร์มงาน แต่ขอต่อราคาหน่อย เพราะว่าลูกค้าสู้ไม่ไหว ผมบอกไปว่าราคานี้ผมไม่ได้เป็นคนตั้ง ลูกค้าต่างหากเป็นคนตั้ง ชีบอกว่า ถ้าไม่ลด ลูกค้าจะเลือกของอีกที่นึง แล้วถ้าเจ้านายผมรู้ ผมก้อคงโดนด่า หรืออาจจะ...... แหมมาขู่อีก ผมเลยตอบตกลงไป อยากจะบ้าตาย ทำไมลูกค้าสมัยนี้เห็นแก่ได้ เอารัดเอาเปรียบกันจัง
นี่ถ้าเป็นสมัยก่อนน่ะ ผมไม่ยอมหรอก ถ้ารู้ว่าไม่คุ้ม  แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้แล้ว เราไม่ทำคนอื่นก้อทำ เฮ้อ ก่อนจะตกลงกันชียังมีหน้ามาบอกว่า เงินมีให้แค่นั้น แต่จะเพิ่มให้ผมต่างหากอีกห้าหมื่น ดูสิๆ มีใต้โต๊ะไป แต่ผมปฏิเสธไปเพราะว่า แม่สอนไว้ว่า คนเราจะดี จะชั่ว จะอยู่ได้นานเพราะความซื่อสัตย์นี่หล่ะ
ยัยนั่นยังมีหน้ามาบอกว่าผมเป็นคนดีจริงน๊า แหมเป็นคนอื่นคงรับไปแล้ว ผมบอกเธอไปว่า เธอไม่ควรทำอย่างนี้น่ะ ถ้าคนอื่นรู้จะเสียเอา ชีก้อหัวเราะ
ไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลย คนสมัยนี้ เงินตรามันกำหนดบัลดาลทุกอย่างได้จริงๆ ทำคนดีให้เป็นคนเลว แต่เงินน่ะ ซื้อผมไม่ได้หรอก ฮ่าๆๆๆ

 “ คำถามสุดฮอต อีหยังคึ๊ดฮอด แต่กอดบ่ได้..... “ เสียงมือถือผมดังขึ้น เสียงเพลงนี้ผมตั้งไว้กับเบอร์สุดที่รักของผม( แฟนผมชื่อ อ้วนครับ )

“ หวัดดีครับ อ้วน ว่าไงครับ “ ผมพูดออกไปด้วยเสียงหวาน  แหมขอนิดนึงเครียดมาทั้งวัน แฟนโทรมาก้อดีใจเป็นธรรมดา

“ แหมคิดถึงนี่ครับ เย็นนี้ตัวเองว่างไหม เราไปกินข้าวกันน่ะ “ แฟนผมตอบกลับมาด้วยเสียงหวานพอๆกัน ( เพื่อนๆอย่าเพิ่งอ้วกน่ะครับ )

“ เค้ามีงานรับจ๊อบตอนหกโมงอ่า เอาไงดีอยากเจอตัวเองเหมือนกัน เอางี้ไหม ตัวเองออกจากออฟฟิซเร็วหน่อยได้ไหม เจอกันซักบ่ายสี่โมงครึ่ง
แล้วเราไปหาอะไรอร่อยๆกินกินดีไหมครับ “  ผมเสนอไป เพราว่าถึงจะยุ่งยังไงก้ออยากเจอแฟนอยู่ดี

“ อืมได้ครับๆ แล้วยังไงเจอกันน่ะครับ วันนี้เค้ามีของจะให้ด้วย “

“ โอเคครับ แล้วเจอกันน่ะ อยากรู้จักว่าตะเองจะเอาอายัยให้เค้าอ่ะ แต่ตอนนี้ขอทำงานก่อนน่ะ เดี๋ยวคนแถวนี้ว่าเอา ยิ่งฟันคมๆกันอยู่ “

     พอวางสายแล้วก้อทำงานต่อ เพราะว่าไม่อยากคุยนาน  เดี๋ยวคนที่ทำงานจะแขวะเอา บางคนก้อแขวะเล่น บางคนก้อแขวะจริง ผมล่ะไม่เข้าใจเลยจริงๆ
ว่าทำไมคนเราต้องพูดเรื่องของคนอื่นด้วย ถ้าไม่พูดก้ออยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้าน เฮ้ออออ แต่เรื่องอย่างนี้มันมีทุกที่ในสังคมแหละ ทนๆเอาหน่อยล่ะกันว่าแต่ว่า ไม่ใช่ทกคนในออฟฟิซจะแย่หรอก คนเราก้อมีดีมีร้ายบ้าง ที่ออฟฟิซผมมีอยู่ สิบคน สามคนทำแผนก ต่างประเทศ สองคนทำแผนกในประเทศ คนนึงทำบัญชี คนนึงทำกราฟฟิคและถ่ายรูป คนนึงคือเมสเซนเจอร์ คนนึงเป็นแม่บ้าน และเจ้านายผม ปกติเจ้านายก้อจะทำหน้าที่เดียวกับผม หลังๆมานี้แกวุ่นวายกะน้องๆแกมากไปหน่อย เลยไม่มีเวลาทำงานซะงั้น แล้วก้อยกลูกค้าทั้งหมดมาให้ผมทำซะงั้น แกบอกว่าผมเอาลูกค้าอยู่ทำๆไปเหอะ แต่ผมว่าอีกนัยนึงแกก้ออยากให้ผมยุ่งๆ จะได้ไม่ต้องออกรับจ๊อบ แต่ผมน่ะไม่ได้หรอก ผมทำงานควบคู่กันได้ เพราะคำว่าเงินตัวเดียว

     พอสักเกือบๆเวลานัด ผมก้อขอเพื่อนๆที่ทำงานกลับก่อน ผมอ้างว่าวันนี้ผมมาทำงานแต่เช้า เค้าก้อบอกว่า แหมๆๆๆ มาเช้าหน่อยเดียวทำเป็นทวง
จะไปหาแฟนก้อไปเหอะ ผมก้อยิ้มๆแล้วรีบออกมาเจอกับแฟนที่นัด ร้านที่ผมจะไปเป็นร้านอาหารกึ่งผับ จัดที่นั่งทั้งในตัวอาคาร และมีโต๊ะจัดสวยๆ ข้างนอกร้าน  ที่ร้านบรรยากาศดีมากๆ มีวงดนตรีสดเล่นด้านหน้าร้าน ที่ร้านนี้จะตกแต่งสไตล์โมเดิร์นหน่อยๆ มีน้ำตก มีรูปปั้นโชว์เก๋ๆ ผมเลือกนั่งรอตรงโต๊ะด้านนอกตัวร้านใกล้ๆน้ำพุ โรแมนติค ค๊อดๆ ( ขออนุญาตใช้ศัพท์เฉพาะหน่อยน่ะครับ แบบว่าถ้าพูดตรงๆมันจะหยาบไปหน่อย ) ผมนั่งรอสักสิบนาทีแฟนผมก้อเดินกึ่งวิ่งเข้ามาในร้าน แฟนผมนี่ครับ ลักษณะรูปร่างก้อ ขาวๆ หน้าตี๋ๆ ท้วมๆหน่อย ( สเป็คผมเลย )

“ รอนานไหมครับที่รัก รถติดมากมายอ่ะ “ อ้วนแฟนผมพูดขึ้น

“ ไม่นานหรอกครับ อีกอย่างเค้าก้อมาก่อนเวลาด้วย ก้อมันใกล้ที่ทำงานนี่ “

“ สั่งอะไรกันกินดีล่ะ ผมหิวมากเลยน่ะ หิวข้าว แล้วก้อหิวตัวเองด้วย อิอิ เมื่อไหร่น๊า “ อ้วนพูดขึ้นขำแต่แฝงไปด้วยความทะลึ่ง

“ นี่ๆๆ น้อยๆหน่อย นี่ร้านอาหารน่ะ เก็บอาการหื่นด้วยน่ะ เดี๋ยวมาปล้ำเค้าในร้านทำไงอ่า “ ผมแย้งขึ้นมา

“ ก้อไม่เห็นสนใจเลย “ แหน่ะๆๆๆ มิได้นำพาเลย

“ พอเลย น้องครับสั่งอาหารหน่อย พี่เอา กุ้งแช่น้ำปลา ปีกไก่แช่เหล้า ปลากะพงทอดน้ำปลา เอา...... “ ผมสั่งอาหารไปแต่อ้วนเบรกเอี๊ยดดด

“ ตะเอง กินไรนักหนาอ่ะ แล้วจะกินหมดไหม”  เค้าขัดแล้วเปลี่ยนมากระซิบ “ เค้ามีเงินไม่เยอะน่ะตะเองก้อรู้อยู่ “ เค้ากระซิบเสียงค่อยมาก

“ โอ๊ยยยยย อย่างกหน่อยเลย ทีเวลาเอาไปทำอย่างอื่นยังทำ ได้เลย ไม่เป็นไร เค้าจ่ายเยอะกว่าก้อได้ เบื่อจัง “ ก้อจริงอย่างที่ผมพูดน่ะครับ แฟนผมน่ะชอบงกอะไรไม่เป็นเรื่อง แต่พอมีบางเรื่องไม่สมควรดันจ่ายซะงั้น คือผมไม่ค่อยชอบคนไม่สปอร์ต แต่อย่างอื่นเค้าดีหมด

   
     หลังจากสั่งอาหารมาแล้ว เราก้อลงมือทานอย่างเอร็ด อร่อย อาหารร้านนี้เค้าขึ้นชื่อมาก เราทานไป ก้อคุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อย  เค้าก้ออ้อนผมอย่าง
นั้น อย่างนี้ ผมน่ะก้อชอบหรอก แต่แบบว่าบางทีมันเลี่ยนไง  แบบว่าผมส่วนมากผมเป็นคนพูดตรงๆ เลยไม่ค่อยชินคำพูดอะไรอย่างนี้ ( ขอรวบรัดหน่อยน่ะครับ เนื่องจากถ้าอธิบายจริงๆแล้ว ไดอะล็อคมันค่อนข้างยาวน่ะครับ ) ทานกันเสร็จ อ้วนก้อบอกว่ามีอะไรให้ผม พร้อมกับ  หยิบกล่องสี่เหลี่ยมขึ้นมาจากกระเป๋า ใช่เลยสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ผมชอบ เครื่องสำอางนั่น ขอบอกว่าผมเป็นคนบ้าเครื่องสำอางมั๊กมากกกกก ก้อผมเป็นช่างแต่งหน้าด้วยนี่ครับ เลยสนใจเรื่องของพวกนี้ด้วย  ผมก้อขอบคุณไป ยังไม่ได้ทันของ เค้าก้อพูดว่าผมยังจำได้ไหม ว่าผมเคยสัญญาว่า ผมจะยอมเค้าจริงๆ ไม่ใช่แบบที่ผ่านๆมา คือ ผมจะเป็นคนไม่ชอบมีเซ็กส์เท่าไหร่อ่ะครับ ผมว่าคนเรารักกัน กอดกันก้อน่าจะพอ แต่ถ้าอยากปลดปล่อยก้อช่วยกันได้บ้าง  ผมน่ะในอดีตก้อเคยมีอะไรกับแฟนบ้าง แต่ไม่บ่อย บอกตรงๆผมไม่ค่อยชอบ อีกอย่างผมกลัวโรคอ่ะ แม้ว่าจะรู้ว่าแฟนผมแต่ละคนจะสะอาดแค่ไหนผมก้อกลัวน่ะครับ แล้วแต่ละครั้งผมก้อจะเป็นคนกระทำ ผมไม่ยอมเป็นฝ่ายโดนกระทำหรอก แต่อ้วนนี่สิเค้าก้อเป็นคนกระทำเหมือนกัน ที่ผ่านมาผมและเค้าก้อช่วยๆกันบ้าง แต่เค้ามักจะขอข้างหลังผมเสมอ ผมก้อบ่ายเบี่ยงมาตลอด แต่มาวันหนึ่งเค้าบอกว่าเค้ารักผมมาก ทำยังไงผมถึงจะยอมให้เค้ากระทำข้างหลังผมซักที ผมบอกว่าวันเกิดเค้าปีนี้ ไม่แน่ผมอาจจะยอม อ้วนเลยมาทางถามผม ผมเลยบอกว่าไปว่า ไว้ถึงวันเกิดเค้าค่อยว่ากันอีกที เค้าบอกว่าเค้าใจร้อนรอถึงวันนั้นไม่ไหวหรอก ขอผมก่อนคืนนี้เลย ผมบอกว่าถ้ารอไม่ไหวก้อไม่ต้องรอ หาคนอื่นไปก่อน( ปากดีอีกต่างหาก )  เค้าก้อบอกว่า เค้าไม่เคยคิดมีใคร เค้ารักผมคนเดียวอย่างนั้นอย่างนี้ ผมเลยบอกว่าค่อยว่ากัน
       
       จากนั้นผมก้อดูนาฬิกาแล้วก้อบอกเค้าไปว่า ใกล้เวลาแล้วผมต้องรีบไป ถ้ายังไงจะโทรหา แล้วผมก้อสั่งเช็คบิล สรุปแล้วผมออกเองทั้งหมด เฮ้อออออ ช่างเหอะ จากนั้นผมก้อรีบไป นั่งมอไซค์เลยครับ เพราว่ารถติดมากกกกกก วันนี้เป็นวันศุกร์สิ้นเดือนด้วย คนคงจะออกไปเที่ยวกัน แต่ทำไมต้องเป็นวันนี้ด้วย พอนั่งไปซักพักนึง โอ้ววววว์พระเจ้ายอด มันจอร์จมาก ฝนดันตกอีกหนักด้วย ตอนแรกที่วินถามว่าจะฝ่าไปไหม ผมบอกว่าผมรีบต้องฝ่า เดี๋ยวเพิ่มเงินให้ แล้วนั่งไปอีกซักหน่อยฝนก้อตกลงหนักมากๆ จนพี่วินบอกว่า ถ้าไม่พักก่อนเค้าก้อจะไม่วิ่งผมก้อเลยต้องยอม ทำไงได้ล่ะ ตอนนี้เลือกอะไรไม่ได้เลย ผมพักอยู่สักสิบห้านาที ฝนไม่มีทีท่าจะหยุด มองดูเวลาก้อเลยมาสิบนาทีได้แล้วด้วย ตายๆๆๆๆ ผมเลยบอกพี่วินว่า พาผมฝ่าไปหน่อยเหอะ เย
เดวชะตาผมขาด เค้าบอกว่ารออีก5นาทีได้ไหม ถ้าเบาลงจะพาฝ่า และแล้วสวรรค์ก้อไมได้แกล้งผมซะทีเดียว ฝนก้อตกเบาลงเป็นตกปรอยๆ พี่วินเลยพาผมขับฝ่าไป สัก 20 นาทีได้ก้อถึงที่หมาย รถติดชะมัดยาด นี่ถ้าผมมาแท็กซี่คงถึงซักสามทุ่มได้ สถานที่ที่ผมไปทำงานนี่คือสถานที่ที่หนึ่งที่พวกออร์กาไนซ์มักจะมาจัดงานโชว์ หรือแสดงสินค้าต่าง เรียกได้ว่าราคาค่าเช่าแพงมากๆ ผมเคยมาทำงานที่นี่หลายครั้ง บ้างก้อมาแต่งหน้า บ้างก้อมาช่วยเค้าจัดงานบ้าง เลยค่อนข้างคุ้นเคยกับสถานที่นี้ดี สถานที่นี้อยู่แถวๆสุขุมวิท เป็นเหมือนหอประชุมใหญ่ๆ ตกแต่งอย่างสวยงาม มีลานจอดรถที่กว้างขวางเพราะว่า คนที่มาดูการแสดงสินค้าที่นี่นั้น ส่วนมากจะเป็นคนรวย หรือคนมีรถมาชมทั้งนั้น ผมถึงที่นั่นปุ๊บ ผมก้อวิ่งด้วยความรวดเร็วเข้าไปในตัวอาคาร โดยวิ่งอ้อมไปด้านข้างเพื่อเข้าไปยังหลังตัวอาคารซึ่งถูกจัดไว้ให้เป็นที่แต่งตัว แต่งหน้า พอผมไม่ถึงปุ๊บ ยัยพี่ก๋อมก้อรอผมอยู่ข้างหน้าห้องอยู่แล้ว ท่าทางกระวนกระจาย สงสัยรอผมนานแน่ๆ พอเห็นผมพี่ก๋อมก้อถามว่าทำไมมาช้า รู้ไหมเนี่ยะเจ้าของบริษัทมาจัดงานเองเลยน่ะ เค้าโกรธมาก ผมบอกไปว่า พี่น่าจะเห็นสภาพผม อย่างกะลูกหมาชิวาว่าที่น่ารักตกน้ำ ช้าไปซักครึ่งชั่วโมงคงไม่เป็นไรหรอก พอไปถึงข้างในผมก้อโดนเลย

“ นายใช่ไหมชื่ออี้ แล้วนี่ทำไมมาช้าจัง งานนี้เป็นงานที่คุณกับผมทำด้วยกันครั้งแรกน่ะ จะไม่ทำให้ผมประทับใจหน่อยรึไง “ เจ้าของบริษัท ออร์กาไนซ์ ที่มารู้ทีหลังว่าชื่อ คุณกรณ์ ( หล่อชะมัดยาด สูง ขาว หุ่นน่ากอด หน้าตาหล่อแบบไทยๆ อินเตอร์หน่อย อายุน่าจะไม่เกินสามสิบปี แต่ทำไมไม่ยิ้มไม่แย้มเลยน่ะ ทำตัวแก่ไปได้ ) ใส่ผมเป็นชุดเลย พอดีผมกำลังจะอ้าปากพี่ก๋อมก้อตัดผมขึ้นก่อน

“ เอ่ออออ คุณกรณ์ขา คือข้างนอกฝนตกหนักมากค่ะ อี้เค้าก้อนั่งมอไซค์ฝ่าฝนมา รถก้อติดอีก ขับเร็วไม่ได้ ขอโทษทีน่ะค่ะ “ พี่ก๋อมกระเทยสาวร่างท้วมแสดงออก เอ่ยแก้ตัวแทนผม ผมจะพูดแล้วน่ะ แต่พี่ก๋อมคงรู้ว่าผมเป็นคนตรงไปตรงมา มีเหตุผล กลัวว่าผมจะเถียงเค้าไป ที่จริงผมก้อไม่ขนาดเถียงแบบไม่ลืมหู ลืมตาหรอก ถ้าผมผิดผมก้อว่าไปตามผิด และขอโทษ

“ ไม่ต้องมาแก้ตัวแทนกัน เป็นอะไรกันรึป่าว พอล่ะ พาเค้าไปเช็ดเนื้อเช็ดตัวก่อนเลย สภาพอย่างนี้ นางแบบเห็นคงขยาดแน่ๆ จะพาลนึกว่าผมจ้าง
ตัวอะไรไม่รู้มาทำงาน เสียชื่อเสียงหมด “ โอ๊ยยยยยดูเค้าพูดสิ ทำเหมือนผมฆ่า ไปแกงใครมา ว่าซะผมเสียหายเลย จากนั้นพี่ก๋อมก้อไม่ตอบอะไรลาก ผมใช้คำว่าลากเลยเพราะตอนนั้นผมเริ่มมีอารมณ์แล้วมองหน้าเค้าด้วยสวยตาโกรธ แต่ผมก้อต้องยอมให้พี่ก๋อมลากไป เดี๋ยวไม่ได้ทำงานกัน
 
     จากนั่นพี่ก๋อมก้อพาผมไปเช็ดตัว ปากก้อพลางบ่นว่า อย่าไปต่อปากต่อคำกับคุณกรณ์น่ะ คนๆนี้ไม่เคยมีใครกล้าหือ อีกอย่างเค้ามีงานเยอะ เผื่องานหน้าๆจะได้เรียกใช้อีก ผมบอกว่าไม่สนหรอก คนอะไรไม่มีเหตุผลบ้างเลย ผมไม่ได้อยากมาช้าเลยน่ะ จากนั้นเราก้อไปจัดแจงเสื้อผ้า โอ้วววว์ อะไรมันจะมากมายขนาดนี้ เดินกี่คนเนี่ยะนับดูแล้วน่าจะสามสิบชุดได้ แล้วนางแบบจะมีกี่คนเนี่ยะ จะใส่คนล่ะกี่ชุด ผมพลางคิดไปถึงเรื่องแต่งหน้า เพราะว่าผมกลัวแต่งไม่ทัน ผมใช้เวลาแต่งหน้าพอสมควรเลยล่ะครับ เพราะไม่อยากทำลวกๆเดี๋ยวงานออกมาไม่ดี จากนั้นผมก้อเตรียมชุดไป เตรียมเครือ่งมือแต่งหน้าไป วันนี้มีช่างแต่งหน้ามาแต่งงานนี้ สี่คน ก้อดีช่วยๆกันไป ทำไปพลางพี่ก๋อมก้อชวนผมคุยไป แกก้อถามนั่นถามนี่ ถามเรื่ิองฟงเรื่องแฟน แกบอกว่าหน้าตาดีๆอย่าผมน่ะ หาแฟนที่ดีกว่าอ้วนกี่คนก้อได้ นี่อะไร หน้าตาก้องั้นๆ ฐานะก้อไม่รวย และดูเหมือนแฟนผมชอบสร้างภาพ ผมก้อบอกไปว่า ผมไม่ได้รักใครที่หน้าตา หรือฐานะ ถ้าผมชอบคนอย่างนั้น แต่นิสัยไปกันไม่ได้ ก้อจบ จากนั้น.......
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-01-2020 15:53:35 โดย Alexie333 »

ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6
Re: สัญญารัก สัญญาสวาท
«ตอบ #3 เมื่อ15-02-2009 18:50:20 »

:fire: :m31: :fire: :m31: :fire: :m31: :fire: :m31:


 :call: :call: :call: :call: :call: :call: :call: :call:



“ คงจะว่างมากสิน่ะ ถึงได้มีเวลาคุยกัน นางแบบเริ่มมาแล้ว ผมว่าพวกคุณรีบไปแต่งหน้าดีกว่า เอาเวลาไปทำประโยชน์เพื่อคนที่จ้างมาบ้างเหอะน่ะ อย่าให้เค้าคิดว่า จ้างพวกคุณมาเสียเงินเปล่าๆ “ ดุๆๆๆๆ เค้าพูดสิ โอ๊ยยยยย ผมทนไม่ไหวแล้ว

“ ถ้าคุณกรณ์มีตาที่ปราศจากอคติ คุณคงจะเห็นว่าพวกผมทำงานไปด้วย แต่คนมันก้อต้องมีคุยกันบ้าง ไม่ใช่ก้มหน้าก้มตา ทำงานไปโดยที่ไม่สนใจ
ที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เอ๊ะ รึว่าคุณกรณ์เป็นคนอย่างนั้น “ ผมสวนกลับไปหมัดนึงจังเค้าเริ่มมีสีหน้าที่ยากจะคาดเดา เหมือนโกรธๆ ส่วนพี่
ก๋อมน่ะเหรอ ยืนเอ๋อรับประทานอยู่ข้างๆผม พูดไม่ออก คิดไม่ทันมั้งครับว่าผมจะกล้าตอบคุณกรณ์กลับไปอย่างนั้น

“ ขอให้การทำงานดี เหมือนปากนายก้อแล้วกัน ถ้าในงานมีอะไรผิดพลาดน่ะ ชั้นไม่จ่ายค่าจ้างนายแน่ “ เอาแล้วครับ เค้าดูจะไม่ยอมผมเหมือนกัน

“ ก้อเอาสิครับ ผมแฟร์ๆอยู่แล้ว ถ้าผมทำพลาด ถือว่าผมทำฟรี ผมไม่ชอบเอาเปรียบ( ตรงนี้ผม เน้นเสียง )นายจ้างอยู่แล้ว” สวนคืนอีกหมัดครับ

    เค้าไม่พูดอะไร แค่แสยะยิ้มแล้ว ยักไหล่แล้วก้อเดินหนีไป ตอนนี้พี่ก๋อมคงหายช็อคแล้วรวมทั้งคนอื่นในห้องด้วย ก้อเดินมาต่อว่าผมว่า ไม่น่าจะเถียงไปแบบนั้นอย่างนี้อนาคตการทำงานของเธอก้อจบอีก ผมเลยบอกไปว่า ถ้าเค้าไม่แยกแยะ พี่ก๋อมก้อไม่ต้องทำงานด้วยแล้วกันคนแบบนี้ จากนั้นไปผมก้อเดินไปเริ่มแต่งหน้านางแบบที่เริ่มเข้ามาแล้ว ตอนนั้นมารู้ว่ามีนางแบที่เดินวันนี้สิบคน เดินคนละสองชุด แต่มีอยู่คนนึงคือ หลิง หลิง ลูกสาวไฮโซเจ้าของความเว่อร์ ( พวกช่างแต่งหน้าเค้าเม้าท์มาน่ะ ) ได้เดินห้าชุด แบบว่าแม่ชีเป็นสปอนเซอร์ใหญ่ ชีอยากให้ลูกสาวชีเด่นและเริ่ดกว่าใครเพื่อน ถ้าใครได้อยู่วงการเดียวกับผมจะรู้ว่าเรื่องที่อยู่ในนิยาย กระจอกไปเลยเมื่อมาเจอชีวิตจริงแบบนี้ แต่ผมก้อไม่สนใจ ผมก้อทำงานของผมไป
 
     จากนั้นผมก้อแต่งหน้าไปเรื่อยๆ โดยผมมีความรู้สึกว่ามีสายตาคู่นึงมองผมอยู่ แต่ผมไม่สนใจหันมาหยอกล้อกระพวกกระเทยช่างแต่งหน้า ที่ชอบมาโลมเลียผมได้ทุกครั้งที่เจอกัน ผมกับพวกเค้าเจอกันตามงานบ่อยๆ ที่เป็นอย่างนี้อาจจะเป็นเพราะว่าลักษณะผมออกแมนๆหน่อย เลยเป็นที่สนใจของพวกกระเทยสาวๆเข้า แต่ผมน่ะไม่ได้รังเกียจหรอก แต่ถ้าจะให้เอามาเป็นแฟน ขอคิดอีกที เพราะว่าผมชอบแบบที่แมนๆหน่อยเวลาอยู่ต่อสาธารณะ แต่อยู่กับผม จะสาวจะแตกอะไรก้อตามใจ ผมไม่ถือ จากนั้นพอแต่งหน้าเสร็จทุกคน แต่ยังเหลืออีกนางคือหลิง หลิง นี่จะสามทุ่มแล้ว ทำไมชียังไม่มา งานเริ่มสี่ทุ่มชีน่าจะรู้นี่ จากนั้นไม่นานชีก้อมา มาถึงปุ๊บก้อสั่งว่า ขอช่างเก่งๆมาแต่งหน้าชี แล้วช่างทุกคนก้อพร้อมใจกันชี้มาที่ผม อึ้งเลยเดะ ใครจะอยากแต่งให้คนเรื่องมาก แต่ก้อจัดไม่ได้ ตอนแต่งหน้าชี ชีก้อไม่คุยไม่อะไร ทั้งๆที่ผมพยายามพูด หนำซ้ำยังมัวแต่โทรศัพท์หาแฟน ทำให้ผมแต่งหน้ายากมาก ตามปกติผมจะวีนแล้ว แต่ผมรู้วุถ้าวีนตอนนี้งานจะล่ม แล้วทุกอย่างก้อจะพัง แล้วผลที่ตามมา ไม่อยากจะคิด สุดท้ายผมก้อแต่งหน้าเธอเสร็จไปด้วยความอยากลำบาก ชีส่องกระจกแล้วก้อบอกว่า ก้อโอน่ะ โอว่าช่างคนอื่นๆ แหนะ ยังไปกัดเค้าอีก พอชีไปแต่งตัว พวกช่างแต่งหน้าเลยบอกว่า ชีเรื่องเยอะเรื่องแยะมาก ทุกคนขยาดชีหมด ชีเคยด่าไล่ช่างแต่งหน้ากลับบ้านไปแล้วหลายคน ร้ายจริงๆ ผู้หญิงสมัยนี้ จากนั้นผมก้อไปช่วยพี่ก๋อมดูแลเสื้อผ้า จนเสร็จเรียบร้อย ผมก้อมาพักหลังห้องแต่งตัวจากนั้นผมก้อเจอคนที่ผมไม่อยากเจอ จะใครล่ะครับ

“ เสร็จงานหน่อย ก้ออกมาพักเลยน่ะ ไม่คิดที่จะเก็บความเรียบร้อยรึไง “ กรณ์นั่นเอง เจอผมทำไมต้องแขวะด้วย

“ ไม่ต้องห่วงน่ะครับ ผมทำงานตามราคา ไม่ทำให้คุณเสียหน้าหรอก “ ผมพยายามตอบกลับไปอย่างสุภาพที่สุด

    เค้าไม่พูดอะไรแค่แสยะยิ้มแล้วเดินหนี ผมล่ะเกลียดท่าทีอย่างนี้จริงๆเลย จากนั้นผมก้อไปเตรียมตัวหลังเวที ตอนนี้ที่หน้าเวทีผมรู้สึกว่าคนเริ่มจะเยอะแล้ว อีกไม่นานก้อคงเริ่มเดินได้ จากนั้นพอสี่ทุ่มนิดๆ พิธีกรก้อเปิดงาน แล้วก้อประกาศว่าอีกห้านาทีจะพร้อมโชว์นางแบบ กับเครือ่งเพชรต่างๆแล้ว
ตอนแรกผมก้อว่าจะถามพี่ก๋อมหรอกว่างานชื่ออะไร แต่ผมก้อเปลี่ยนใจ ไม่รู้จะจำไปทำไม เดี๋ยวก้อลืม
 
    จากนั้นพอเริ่มการเดินโชว์ นางแบบก้อเดินกันแบบว่า ไม่เป็นงานกันเลย บางคนเดินช้าเกิน บางคนเดินเร็วเกินจนคนดูมองเพชรไม่ทัน สงสัยจะตื่นเต้น เรียกเสียงฮาเป็นอย่างมากเมื่อนางแบบนึงเดินอยู่ดีๆก้อตกเวที จะใครซะอีกถ้าไม่ใช่หลิง หลิง ขีเล่นเดินขาไขว้กันอย่างกะ ลูกเกด แต่ชีคงเดินไม่ถูกร้องเท้าชีเลยไปเกี่ยวกับชุดให้ สะดุดล้มตกเวทีซะงั้น แล่นเอาพวกสเตจ วิ่งออกไปรับแทบไม่ทัน ชีวีนมากๆ ด่าสเตจกันใหญ่ว่าทำเวทีไม่ดี ( เกี่ยวกันไหมอ่า ไม่โทษตัวเองเลย ) ผมล่ะเอน็จอนาจใจกับคนอย่างนี้จริงๆ ว่าแล้วชีก้อเดินเข้ามาเปลี่ยนชุดแล้วบอกทีมงานว่าส้นรองเท้าหัก ให้หามาให้ใหม่ด่วน ไม่งั้นชีจะไม่เดิน พี่ก๋อมรีบวิ่งมาหาผมแล้วบอกว่า ไปเอากระเป๋าของแกให้หน่อย มันอยู่กระโปรงหลังรถ ในนั้นมีรองเท้าอยู่ให้ยกมาหมดกระเป๋า ผมก้อรีบวิ่งไปที่รถแกกลัวไม่ทัน ด้วยความรีบมากทำให้ผมวิ่งจนไม่ดูทาง กระเป๋าของพี่ก๋อมดันไปเกี่ยวกับชุดสูทใครคนหนึ่ง ( อะไรจะซวยขนาดนี้นี่ )

“ โอ๊ยยยย อะไรกันเนี่ยะ เดินยังไงกระเป๋ามาเกี่ยวสูทชั้น เฮ้ยยย นายนี่หว่า “ ตายแล้วครับ ผมเจอโจทก์เก่า จะใครซะอีกล่ะ ถ้ายังำได้ก้อคือคนที่พี่วินสุดที่รักของผม ขับรถไปสอยตูดเบนซ์เค้าไง วันนี้เป็นวันอะไรของผมนี่

“ เอ่อ ขอโทษครับ คือผมรีบ เลยไม่ทันระวัง เดี๋ยวผมแกะให้น่ะ “ หลังจากนั้นผมก้อเดินเข้าไปจะช่วยแกะ แต่ไอ้หมอนี่มันดันสะบัดตัวหนีผมไป จนชายเสื้อสูทหลุดขาดจากกระเป๋า ในระหว่างนั้นร่างผมก้อเซตามแรงเหวียงไปชนกับคนที่ถือตู้กระจกใบไม่ใหญ่มากที่ใช้สำหรับโชว์ในนั้นมีถ้วยรางวัล เป็นแก้วคริสตัลและมันได้ตกลงพื้นแตกกระจาย เอาไหมล่ะ ซวยเต็มที่เลย สวรรค์คงเกลียดผมมากเลยน่ะเนี่ยะ

“ โอ๊ย ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ “ ผมบอกคนที่ผมดันไปชนเข้า เค้าโวยวายใหญ่เลย บอกว่ารู้ไหมว่าตู้นี้ราคาเท่าไหร่ และคริสตัลนี่ ราคามันรวมแล้วเกือบห้าแสนเลยน่ะ ผมหน้าซีดเลยครับ เลยบอกเค้าไปว่า ขอผมเอาของไปให้คนข้างในก่อน แล้วจะมาเคลียร์ให้

“ เฮ้ยยยย นี่ทำผิดแล้วจะหนีอีกเหรอ นายนี่มันน่าเกลียดมาก เคยรับผิดชอบอะไรไหม “ ไอ้โจทก์เบอร์หนึ่งของผมมันว่าผมให้

“ ผมไม่ได้หนี แต่ตอนนี้ผมรีบ และข้างในนั้นก้อต้องรีบใช้ของด้วย เดี๋ยวผมจะกลับมา “ว่าเสร็จแล้วผมก้อรีบวิ่งเอากระเป๋าไปให้พี่ก๋อม พอพี่ก๋อมเห็นผมก้อบ่นอีกว่าทำไมไปนานจัง ผมบอกว่าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยว่าแล้วก้อส่งกระเป๋าให้พี่ก๋อมเพื่อเอารองเท้าไปให้หลิง หลิงใส่ จากนั้นผมก้อรีบออกไปดูสถานที่ที่ผมทำเรื่องเอาไว้ เหตุมันเกิดตรงลานจอดรถ ใกล้ๆกันประตูเออกด้านหลังตัวอาคาร ผมต้องไปดูซะหน่อยแล้วว่าผมจะต้องทำอะไรบ้างเนี่ยะ ทำไมชีวิตโหดร้ายอย่างนี้ ( เพื่อนๆอย่าเพิ่งเบื่อผมน่ะครับ ผมเศร้าจิมๆ )

     พอผมออกมาก้อเห็น กรณ์ยืนคุยอะไรกับโจทก์เบอร์หนึ่งของผมอยู่ไม่รู้ ( มารู้ทีหลังว่า ไอ้โจทก์เบอร์หนึ่งของผมนี่ ชื่อว่าดิว จะว่าไปหน้าตาของ
ดิวก้อนับว่าหล่อจัดมากๆ สูง ขาว หุ่นล่ำ มีกล้ามเนื้อ รอยยิ้มกระชากใจ ทั้งสาวแท้ และสาวเทียม )  คุยๆไปพอเห็นผมเดินมาเท่านั้นล่ะ

“ นั่นไงมาแล้วคนทำผิด แกต้องจัดการให้ชั้นน่ะ รู้ไหมสูทนี่ราคาเป็นแสนเลยน่ะ ชั้นจะเรียกร้องค่าเสียหาย “ ดิวพูดแบบใส่อารมณ์เต็มที่

“ อ๋อนายนี่เองเหรอ อืมได้เดี๋ยวชั้นจัดการให้ เค้าทำงานให้ชั้นเองล่ะ เรื่องค่าเสียหายของแกชั้นจะจ่ายให้เอง “ ผมหูฝาดไปรึป่าวเนี่ยะ
กรณ์เค้าออกรับแทนผมเหรอ เป็นไปไม่ด้ายยยยยยยย

“ นี่แกออกรับแทนมันเหรอ แต่ไม่เอาอ่ะ ชั้นไม่อยากได้เงินแก ชั้นอยากได้เงินไอ้หมอนี่ แล้วนี่ นายเป็นอะไรรึป่าวว่ะ รึว่าเปลี่ยนใจจากชอบผู้หญิงมาชอบผู้ชายว่ะ เอ๊ะ รึว่าเกย์ ดูท่าแมนๆไม่น่าจะใช่น่ะ ดูให้ดีน่ะเว้ย ไปคว้าอะไรมาระวังจะซวย ฮ่าๆๆๆๆ “ ดูมันพูดให้ผมเสะ น่าเตะปากมากๆเลยไอ้นี่

“ แกนี่นิสัย และจิตใจ รวมถึงความคิดยังต่ำไม่เปลี่ยนเลยน่ะ การศึกษา และครอบครัวดีๆนี่ มันไม่ช่วยอะไรเลยใช่ไหม “ โอ้ววววว์ สองคนนี้น่าจะรู้จัก
กันมาก่อนน่ะ แต่ทำไมเหมือนโกรธเกลียดกันมาแต่ชาติปางไหน

“ เฮ้ยยยยย ปากดีนักใช่ไหมว่ะ ยังดีกว่าพวกไม่มีครอบครัวแล้วกัน “ พูดจบแล้วกรณ์ก้อพุ่งเข้าหาดิวทันที แต่ผมเร็วกว่าวิ่งเข้าไปแทรกกลางแล้วห้าม

“ พอครับ พอๆอย่าทะเลาะกัน เดี๋ยวผมจะชดใช้ให้น่ะครับ  “

“ ก้อดี ดูซิว่า น้ำหน้าอย่างนายจะมีปัญญาจ่ายค่าเสียหายชั้นได้ไหม แล้วยังแก้วคริสตัลราคาครึ่งล้านอีกล่ะ จะมีปัญญาแค่ไหนนัก ชิ ทำงานกระจอกๆอย่างนี้ จะได้ซักกี่ตังเชียว “ นี่ผมพยายามจะห้ามน่ะโดนไอ้บ้าดิวดูถูกซะงั้น แต่คนที่ทนไม่ได้เป็นกรณ์มากกว่า

“ แกดูถูกแต่คนอื่น คนอย่างแกมันดีตรงไหนว่ะ แกอย่างมากก้อแค่รวย แต่นิสัยไม่ต่างอะไร กับไพร่ดีๆนี่เอง “ กรณ์สวนไป

“ เฮ้ยยยย ไอ้นี่มันมากไปแล้วน่ะ ไพร่แล้วไงว่ะ ยังดีกว่าลูกกำพร้า “ เอาแล้วสองหนุ่มก้อเริ่มเดินเข้าหากัน ผมต้องดันตัวกรณ์ให้ออกมาอีกทาง ส่วนดิวน่ะเหรอ ตอนนี้มีชะนีหลิง หลิง ไม่รู้มาจากไหน มาดึงไปแล้ว

“ พอเถอะค่ะดิว อย่าไปแลกกับคนพวกนี้เลย ชั้นหมายถึงไอ้ลูกจ้างกระจอกนี่น่ะ ไม่ใช่กรณ์ “ อ้าวนังนี่ มันน่านักน่ะ ตาผมบ้างแล้วที่โมโห

“ นี่คุณ กรุณาให้เกียรติผมด้วย คุณเองก้อมีชาติตระกูลที่ดี ไม่น่าพูดอะไรต่ำๆออกมาเลย “ เป็นไงล่ะโดนบ้าง สะใจไหมล่ะ นังชะนีหลิง หลิง กรี๊ดดด
ซะเสียงดัง แต่ก่อนที่จะมีคนมาดูมากกว่านี้ กรณ์เลยตัดบทว่า เด๋วเรื่องคริสตัลเค้าจะจัดการกับผมเอง ส่วนเรื่องเสื้อเค้าจะชดใช้ให้ ผมบอกว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมหาเงินมาใช้ให้ จากนั้นกรณ์ก้อเรียกให้ผมเดินตามมาหาที่ห้องหลังห้องแต่งตัว มารู้ทีหลังว่า สถานที่นี้ เป็นของกรณ์เอง โอ้วววว์ กรณ์คงรวยมากสิน่ะเนี่ยะ พอเข้าไปในห้องทำงานเค้าที่อยู่ถัดจากห้องแต่งตัวไปหน่อย เค้าก้อให้ผมเล่าความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้น ดูเค้าท่าทางไม่น่ากวนประสาทเหมือนตอนแรกที่เจอเลย ผมก้อเล่าไปตามความจริง แล้วผมก้อขอโทษเค้าที่ทำให้ลำบาก เค้าพูดขึ้นว่า

“ ไม่เป็นไรหรอก นี่ชั้นนะไม่อยากเห็นนายโดนไอ้บ้านั่นมันเอาเปรียบ อีกอย่างจากที่ฟังมา นายก้อไม่ได้ผิดซะทีเดียวนี่ ไอ้ดิวมันก้อผิดเหมือนกัน
ถึงแม้นายอาจจะคิดน่ะว่าชั้นไม่มีเหตุผล แต่บางครั้งชั้นก้อไม่แย่ขนาดนั้นหรอก เรื่องคริสตัลชั้นไม่เอาความหรอก เสียแล้วก้อเสียไป แต่นายจะไปเอาเงินมาจากไหนไปจ่ายค่าเสียหายให้สูทไอ้ดิวมัน ราคามันคงแพงมาก แล้วงานนี้นายได้เงินไปแค่สองหมื่นเอง จะไปพอเหรอ “ เค้าพูดด้วยความเป็นห่วง ผมล่ะเชื่อเลยว่าเค้าจะเปลี่ยนแปลงอารมณ์ได้เร็วขนาดนี้

“ ไม่เป็นไรหรอกครับ เรื่องนั้น ผมจะหาเงินมาใช้จนได้แหละครับ ไม่อยากติดค้างไปจนชาติหน้า  ส่วนเรื่องคริสตัล ให้ผมทำงานใช้ก้อได้น่ะครับ หรือให้ผมผ่อนก้อได้น่ะ ผมเกรงใจน่ะครับ ราคามันคงแพงน่าดู “ ผมพูดพรางรู้สึกผิดไปด้วย

“ เอออออ งั้นนายก้อมาทำงานกับชั้นบ่อยๆแล้วกัน หรือว่าจะรับประจำเลยม่ะ นายทำงานใช้ได้เลยน่ะ ชั้นชอบ แม้ว่าจะปากดีไปหน่อย แล้วก้อมาสายด้วย แต่ชั้นแยกแยะออกน่ะ เดี๋ยวนายจะหาว่าชั้นจิตใจคับแคบ ไม่น่าทำงานด้วย “ ตายแล้วนี่เค้าแอบได้ยินผมด่าเค้าหรือเนี่ยะ

“ อืม ผมคงรับได้เป็นจ๊อบๆน่ะครับ เพราว่าผมทำงานประจำอยู่แล้ว ยังไงก้อขอบคุณน่ะครับที่กรุณา ว่าแต่ว่าคุณไม่หักเงินผมเหรอครับ ทำงานคุณเสียหายอ่ะ อีกอย่างทำให้คุณต้องทะเลาะกับ....คุณดิวด้วย “

“ ช่างมันเหอะ ไอ้นี่มันกัดไปทั่ว ระรานเค้าไปทั่ว ขนาดพ่อแม่มันเองยังเอือมเลย แต่เรื่องหักเงิน ชั้นไม่หักหรอก นายทำงานดีเลยน่ะ แล้วเรื่องที่เกิดมันก้อไม่ได้ทำให้งานชั้นเสียงานด้วย แต่ถ้าชั้นหักนายจะเอาอะไรกินล่ะ ไม่เป็นไร คราวหน้าก้อระวังหน่อยแล้วกันน่ะ “เค้าดูเป็นคนดีมากอ่ะ ไม่อยากเชื่อเลย
พูดเสร็จ ผมก้อขอตัวไปเก็บงานก่อน

     แต่ก่อนจะไปผมรู้สึกปวดห้องน้ำมาเลยขอไปเข้าก่อน ห้องน้ำนี้ปกติจะเข้าข้างหลัง แต่ผมไปดูแล้วคนเยอะมาก เลยแอบเข้าของลูกค้าด้านข้างลานจอดรถ ต้องแอบน่ะครับ เดี๋ยวมีคนเห็นผมจะโดนด่า ดีน่ะในห้องน้ำไม่มีคนเข้าเยอะมาก พอผมทำธุระเสร็จก้อล้างมือ ขณะล้างมือผมเหลือบไปเห็น ผู้ชายคนนึงกำลังเดินมาล้างมือเหมือนกัน ผมตะลึงเลยครับ คนอะไรน่ารักมากกกกกก หุ่นสูง ผิวขาวจั๊วะ หน้าสไตล์ตี๋ที่กำลังอินเทรนด์อยู่ตอนนี้ หุ่นล่ำหนา น่ากอด ที่สำคัญพอเค้ารู้ว่าผมมองเค้า เค้าก้อยิ้มกลับมาให้ผมทีหลัง ตายแล้ววววว มีลักยิ้มด้วย น่ารักค๊อดๆๆๆๆ เสป็คผมมากๆไม่นึกเลยว่าจะมาเจอในห้องน้ำอย่างนี้ ผมก้อยิ้มกลับไป เค้าก้อก้มหัวให้ทีนึง แล้วก้อเดินอ้อมไปไปเข้าห้องน้ำที่มีประตู  ผมก้อเดินเหม่อมาจนชนกับใครบางคนเข้า

“ โอ๊ยยยยยย เดินไงนี่ไม่มองเลย เฮ้ นายอีกแล้ว ทำไมวันนี้ทั้งวัน ชั้นซวยอย่างนี้ว่ะ เจอนายทีไรมีแต่เรื่อง “ ดิวเองแหละครับ ผมดันไปเดินชนมันเค้า

“ เอ่อๆๆ ขอโทษน่ะ ผมไปล่ะ “ พูดเสร็จผมก้อรีบเดินออกไปเหม่อต่อ โดยไม่ฟังเสียงของดิวที่บ่นว่าผมตามหลังมา ทำไงได้คนกำลังมีความสุขเมื่อได้มาเจอหนุ่มในฝันเข้า ผมลืมทุกอย่างไปชั่วขณะเลยล่ะครับ

    จากนั้นผมก้อไปเก็บของข้างหลังช่วยพี่ก๋อม พี่ก๋อมเองคงรู้เรื่องที่ผมปะทะกับดิวมา เลยถามใหญ่ ผมก้อบอกไปตามความจริง พี่ก๋อมบอกว่า ดิวนี่น่ะเสน่ห์แรงมาก ผู้หญิงแท้ และเทียมกรี๊ดกันใหญ่ แต่ส่วนมากเค้าไม่ค่อยสนใจใคร คบและเปลี่ยนคนบ่อยมาก นิสัยจะวีนๆหน่อย แต่ก้อหล่อดี ตอนนี้มาคบกับนังชะนีหลิง หลิง เห็นว่าเพิ่งควงกันได้ไม่นาน เพราะว่าหลิง หลิง ตามดิวอยู่นานมากว่าจะได้ควง ผมเลยถามพี่ก๋อมว่ารู้เรื่องเค้าดีจังน่ะ  พี่ก๋อมบอกว่า แกเป็นแฟนคลับเงียบๆของดิว และมีกระเทย เกย์หลายคนก้อเป็นแฟนคลับดิวเหมือนกัน ผมเลยพูดไปว่า ไม่นึกเลยว่าคนนิสัยแย่ๆอย่างนั้นจะมีคนชอบ พี่ก๋อมเลยว่า แต่กับพวกพี่ก๋อม กระเทยนางอื่นๆ ดิวทำตัวน่ารักมาก ออดอ้อน เล่นหูเล่นตา พี่ก๋อมบอกว่าถ้าแกผอม แกจะจีบให้ดู ผมล่ะอดขำไม่ได้กับท่าทีของพี่ก๋อมที่มุ่งมั่นในการชอบดิวคลั่งไคล้ดิวนัก เป็นผมน่ะไม่เอาหรอก แหวะ คิดแล้วสยอง จากนั้นผมก้อเก็บของจวนจะเสร็จแล้ว เวลาก้อล่วงเลยมาจนตีหนึ่งแล้ว ผมเลยขอตัวกลับบ้าน และพี่ก๋อมก้อบอกให้ผมไปรับต่าตัวกับกรณ์ที่ห้องทำงานข้างหลัง สงสัยพี่ก๋อมคงไปเอามาแล้ว

“ อืม ขอบใจน่ะอี้ นายขยันมาก ดูสิคนอื่นๆเค้ากลับหมดแล้วนายยังอยู่ทำจนเสร็จ ใครได้เป็นเจ้านายคงดีใจแย่ “ แล้วเค้าก้อยิ้มให้ผมทีนึง ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นยิ้มที่ออกมาจากปากอันเรียวงามของเค้า ดูอบอุ่นและจริงใจดีจัง เวลากรณ์ยิ้มนี่น่ารักดีเหมือนกันน่ะครับ ว่าไป !!!!!

 “ อ๋อครับ ผมก้ออยากให้มันเสร็จทุกอย่างถึงจะกลับได้ อยากให้คนจ้างเราประทับใจและเรียกใช้เราอีก “ ผมตอบกลับไปแบบสุภาพ

“ อืม เสียดายนายมีงานประจำทำแล้ว ไม่งั้นผมจ้างนายมาทำประจำแล้ว เอ๊ะหรือว่านายสนใจจะทำประจำ บอกชั้นได้น่ะ ค่าตัวเท่าไหร่ชั้นก้อสู้ คนมีความสามารถ ทำงานเก่ง และทำได้หลายอย่างอย่างนี้ ชั้นชอบ “ เค้าชมซะผมตัวลอยเลย

“ ยังไงก้อขอบคุณน่ะครับ แต่ผมยังรักงานที่ผมทำอยู่ ขอรับงานจากคุณเป็นจ๊อบๆแล้วกัน “

“ อืม โอเคๆ ไว้ค่อยว่ากันแล้วกันน่ะ กลับบ้านได้แล้วล่ะ นายกลับยังไง ให้ชั้นไปส่งไหม “ เค้าถามผมเชิงเป็นห่วง

“ ไม่เป็นไรครับ ผมคงติดรถพี่ก๋อมไปแล้วคงลงใกล้ ขอบคุณน่ะครับ เอ่อออออ คุณ กรณ์ “

“ เรียกชั้นว่าพี่กรณ์ก้อได้ นายอายุน่าจะน้อยกว่าชั้น งั้นไว้เจอกันคราวหน้าน่ะ ทิ้งเบอร์นายไว้ด้วยน่ะ เอ้านี่รับเช็คไปสิ  “ พูดเสร็จพลางชื่นเช็คมาให้ผม
โหๆๆๆๆ ตอนแรกเค้าบอกว่าให้สองหมื่น ทำไมให้ผมสามหมื่นห้านี่ เค้าบอกว่า งานนี้กำไรเยอะ อีกอย่างผมทำงานดีมาก เค้าเลยให้ติ๊ป แล้วยิ้มมาให้ผมทีนึง มองไปมองมาเค้าก้อน่ารักดีเหมือนกันน่ะ ถ้ายิ้มตลอดนี่ผมแทบละลายได้เลยน่ะ ก่อนกลับเค้าถามผมอย่างนึงว่าผมเป็นอะไรกับพี่ก๋อม ทำไมแกดูสนิทกับผมจัง ทั้งยังเชียร์ให้ผมมาทำงานออกนอกหน้าตั้งหลายครั้ง จนครั้งนี้ผมว่างถึงมาทำได้ ผมบอกไปว่าพี่ก๋อมเป็นรุ่นพี่ในมหาลัย นิสัยดีมาก และเราก้อสนิทกันมานาน ร่วมงานกันมาหลายครั้งรู้จักนิสัยใจคอกันดี ผมไว้ใจและเคารพพี่ก๋อมมาก เค้าก้อไม่ถามต่อ แค่ยิ้มๆ แล้วผมก้อลาแล้วดินออกไป

    ระหว่างที่เดินจะกลับออกไปหาพี่ก๋อมที่รอผมอยู่ที่ลานจอดรถนั่น ตอนนี้แทบไม่มีคนเหลืออยู่ในสถานที่นั้นแล้ว แล้วผมก้อเห็นผู้ชายคนที่ผมเห็นผมเห็นในห้องน้ำนั่นแหละ เทพบุตรของผมกำลังคุยกับผู้หญิงคนหนึ่ง ท่าทางการแต่งตัวดูมีอายุแล้ว น่าจะเป็นแม่เค้าแน่ๆเลย เอ๊ะหรือว่าจะเป็นแฟนที่ อายุเยอะกว่า ไม่หรอกน่า หล่อๆอย่างนี้หาได้ ดีกว่านี้เยอะน่า เค้าคุยกันพลางผู้หญิงคนนั้น ยื่นกระเป๋าถือให้เค้าถือให้ ดีจริงๆ จากนั้นผมก้อเห็นชายคนนึงถืออะไรไม่รู้ผมไม่แน่ใจว่าเป็นอะไรในมือ ผมว่าน่าจะเป็นไม้ แล้วฟาดไปที่หลังเค้าอย่างแรงสองที เทพบุตรของผมร่วงลงกับพื้นทันที แต่คงยังไม่สลบ จากนั้นมันก้อกระฉากกระเป๋านั้นไป ผมซึ่งยืนอยู่ห่างไม่น่าจะเกินห้าเมตร แต่ไอ้คนร้ายคงไม่เห็นผมเพราะตรงนั้นค่อนข้างมือเพราะตรงนั้นได้ปิดไฟไปแล้วบางดวง จากนั้นผมก้อวิ่งตามไอ้คนร้ายไป ขอบอกนิดนึงว่าผมเป็นนักกีฬาวิ่งมาก่อน แล้วก้อมีวิชาป้องกันตัวติดตัวด้วย เพราะผมก้อรับจ๊อบสอนวิชานี้เหมือนกัน ผมก้อวิ่งไปตะโกนไป แต่หมอนั่นไม่หยุด มันวิ่งหลบเข้าไปตรงซอกข้างๆลานจาดรถ ผมก้อวิ่งตาม จากนั้นผมก้อวิ่งทันมัน แล้วก้อกระโดดถีบที่หลังมันเข้าอย่างแรง จนมันล้มลง มันก้อลุกขึ้นฟาดไม้มาที่ผม แต่ผมหลบทัน และเตะไปที่ลำตัวมันทีนึง แล้วมันก้อฟาดไม้มาที่ผมอีกที ตอนนั้นผมหลบไม่ทัน โดนเต็มๆที่แขนซ้าย แต่ผมมีสติ เตะไม้ในมือมันให้หล่น แล้วแต่ก้านคอมันไปอีกที คราวนี้มันล้มลงไป ผมเลยกระชากกระเป๋าใบนั้นคืนมา มันก้อกระเสือกกระสนรีบวิ่งหนีไปตามทางซอกนั้น ผมคิดว่าเอากระเป๋าไปคืนเจ้าของดีกว่า  ไอ้คนร้ายนั่นมันคงหนีไปแล้วล่ะ ระหว่างที่ผมเดินออกมาจากซอกนั่นผมก้อเห็นใครไม่รู้วิ่งมาสามสี่คน น่าจะเป็นยาม กะใครอีกคนผมเห็นไม่ชัด

“ นี่ไงๆ ไอ้คนร้าย เฮ้ยยยยย นายอีกแล้วเหรอ กะแล้วว่าไม่ใช่คนดี ยามจับมันเลย “ อ้าวไอ้ดิวนี่นา มันกล่าวหาผมทั้งๆที่ยังไม่ได้ถาม ส่วนพวกยามก้อโง่นัก ดันไปฟังมันแล้วมาจับผมซะงั้น ผมก้อดิ้นแล้วอธิบายไป แต่ไอ้ดิวมันบอกว่าไปคุยกันที่โรงพัก

“[/color]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-02-2020 03:48:00 โดย Alexie333 »

ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6
Re: สัญญารัก สัญญาสวาท
«ตอบ #4 เมื่อ15-02-2009 18:51:26 »

กรณ์ อายุ 28 ปี สูง 178 ซม. หนัก 70 กก.
รูปร่างหน้าตา – รูปร่างสมส่วนพอดี  ผิวขาวไม่มีกล้ามเนื้อเพราะว่าไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ตาโตหวาน ปากเรียวเล็กสีชมพู จมูกโด่ง
อาชีพ - เจ้าของบริษัทออร์กาไนซ์เซอร์อันดับหนึ่งของประเทศไทย,เจ้าของโรงงานส่งออกเสื้อผ้าขนาดใหญ่ของไทยและส่งออกทั่วโลก,รวมทั้งเป็นหุ้นส่วนในหลายๆบริษัททั้งในและนอกประเทศ ความใฝ่ฝัน อยากเปิดโรงแรมริมทะเลสวยๆสักแห่ง
อุปนิสัย – เคร่งขรึม จริงใจ จริงจัง ตรงไปตรงมา ยุติธรรม มีเหตุผล และไม่เชื่อคนง่าย บางมุมเป็นคนเปลี่ยวเหงา ไม่ชอบสุงสิงกับใคร
พื้นฐานชีวิต – มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยมาก ในอดีตพ่อแม่ของกรณ์ มีกิจการหลายอย่าง ทำให้ร่ำรวยขึ้นมาได้ กรณ์เป็นลูกชายคนเดียว พ่อแม่จึงรัก กรณ์มาก แต่เมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว พ่อแม่ของกรณ์ ได้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในระหว่าง ไปทำงานต่างจังหวัด กรณ์โศกเศร้าเสียใจมาก ทางญาติๆพอเห็นว่า
กรณ์ต้องรับผิดชอบกิจการทุกอย่างโดยลำพังก้อ เข้ามาช่วยแต่หวังผลประโยชน์และพยายามโกงกรณ์อยู่หลายครั้ง พอกรณ์รู้เรื่องก้อไม่ให้ญาติมายุ่งกับงานของตนอีก มุ่งมั่นทำงานเอง และเรียนไปด้วย ทำให้กรณ์เริ่มไม่มีเพื่อน จากกรณ์ คนที่เคยอบอุ่น อ่อนโยน เข้ากับคนง่าย ได้เปลี่ยนกลายเป็นคน เก็บกด เข่งขรึม จึงทำให้เพื่อนๆของกรณ์หายไปทีละคน  ปัจจุบัน กรณ์มุ่งมั่นในการทำงานมาก เพื่อหวังว่าชีวิตในวันข้างหน้าต้องดียิ่งๆขึ้น โดยลืมเรื่องชีวิตส่วนตัวไป กรณ์แทบไม่มีเพื่อนเหลืออยู่เลย ยิ่งกว่านั้น กรณ์ไม่ได้มีเวลาหาแฟนให้กับตัวเองซักที
ประวัติความรัก – ไม่เคยมีแฟนมาก่อนในชีวิต ตอนเรียนมหาลัยเคยแอบชอบรุ่นพี่ แต่รุ่นพี่ดันไม่สนใจ กรณ์เลยไม่มองใครอีก หลังจากนั้นเมื่อ สามสี่ปีก่อน กรณ์ซึ่งเครียดกับการทำงานมาก ได้เข้าไปหาเพื่อนในเว็ปไซต์ และได้รู้จักกันคนๆหนึ่ง ซึ่งคุยถูกคอกันมาก แต่คุยได้ซักพักก้อห่างหายกันไป และกรณ์ก้อไม่ได้สนใจที่จะหาแฟนหรือเพื่อนอีกต่อไป มุ่งมั่นทำงานสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตอย่างเดียว ไม่ใช่ว่าไม่มีคนเข้าหากรณ์ แต่กรณ์มักจะคิดว่า ผู้หญิงพวกนั้นคบกับตนเพื่อหวังเงิน หวังผลประโยชน์จากตนทั้งนั้น เลยทำให้กรณ์ไม่ได้คบใคร และเป็นที่ซุบซิบของคนทั่วไปต่างๆนานา ว่ากรณ์เป็นเกย์รึป่าว ? ซุกแฟนแต่ไม่ออกมาเปิดเผยรึป่าว ? มากถึงขนาดว่ากรณ์เป็นโรคจิตรึป่าว ? แต่กรณ์ก้อหาสนใจไม่ ว่าใครจะคิดยังไง ตนรู้ตัวเองก้อพอแล้ว

ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6
Re: สัญญารัก สัญญาสวาท
«ตอบ #5 เมื่อ15-02-2009 18:53:45 »

:pighaun: :jul1: :pighaun: :jul1: :pighaun: :jul1:

 :jul1: :pighaun: :jul1: :pighaun: :jul1: :pighaun:



“ นี่ไงๆ ไอ้คนร้าย เฮ้ยยยยย นายอีกแล้วเหรอ กะแล้วว่าไม่ใช่คนดี ยามจับมันเลย “ อ้าวไอ้ดิวนี่นา มันกล่าวหาผมทั้งๆที่ยังไม่ได้ถาม ส่วนพวกยามก้อโง่นัก ดันไปฟังมันและมาจับผมซะงั้น ผมก้อดิ้นแล้วอธิบายไป แต่ไอ้ดิวมันบอกว่าไปคุยกันที่โรงพัก

“ ไม่ใช่เค้าน่ะดิว เค้ามาช่วยชั้น ไอ้คนที่ทำทำร้ายชั้นคงหนีไปแล้ว ปล่อยเค้าได้แล้ว “ โอ้ววว์ เทพบุตรของผมมาช่วยไว้จริงๆ

“ แกแน่ใจได้ไงต้ง มันอาจจะสมคบคิดกันก้อได้ หน้าตาดีๆไม่น่าเป็นโจรเลย “ ดิวพูดจบหันมาเบ้ปากใส่ผม ผมกำลังจะโต้ตอบ

“ มีอะไรกันน่ะ วุ่นวายไปหมด แล้วนั่นจับอี้ไว้ทำไม อ้าวนั่นแล้วยามลากตัวใครอีกคนมา “ กรณ์นั่นเอง พูดพลางเดินมาทางพวกผมและพยักเพยิดให้ทกคนดูตามเค้า ปรากฏว่า ยามอีกสองนายกำลังจับผุ้ชายคนนึงมา ต้องเรียกว่าลากสิเพราะว่าไอ้นั่นไม่ได้เดิน ผมมองด้วยสายตาห่างๆก้อรู้เลยว่าคนที่ยามลากมากคือคนร้ายที่มันเพิ่งต่อสู้และหนีผมไปนั่นเอง

“ ผมเห็นมันวิ่งหนีไปข้างๆซอกตรงลานจอดรถครับเลยสงสัย พอดีมีวอมาว่ามีคนกระชากกระเป๋า แขกวีไอพี ผมเลยวิ่งไปจะถามว่าวิ่งหนีอะไร มันดันถีบผม ผมเลยต้องเรียกเพื่อนยามอีกคนช่วยไปจับมัน ก้อเลยพามาให้คุณดูตัวน่ะครับ “ ยามคนนึงตอบกรณ์ไป

“ ใช่ๆ คนนี้แหละ ชั้นจำได้ ชั้นรู้สึกว่ามันด้อมๆมองๆอยู่นานแล้ว แต่ไม่ได้สนใจอะไร จับส่งตำรวจเลย “ เทพบุตรของผม ซึ่งมารู้ว่าชื่อ ต้ง บอกยามไป

“ ไหนๆก้อจะไปแล้วก้อไปโรงพักทั้งหมดนี่แหละ เอาเจ้านี่ไปด้วยไปสอบปากคำสิ เผื่อจะเป็นพวกเดียวกัน “ ดิวเสริมขึ้นมา มันคงเกลียดผมมาน่ะเนี่ยะ

“ นายเลิกคิดว่าคนอื่นจะเลวทรามเหมือนนายสักทีได้ไหม ไม่มีใครเค้าคิดหรือทำอะไรเลวๆไปซะทุกคนอย่างที่นายพูดหรอก “ กรณ์ช่วยผมพูดขึ้น

“ พอๆๆๆ เลิกทะเลาะกันได้แล้ว ชั้นว่าอย่างกรณ์นั่นแหละ ปล่อยเค้ากลับบ้านเหอะ “ ต้งพูดพลางให้ยามปล่อยผม

“ ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีไป เพื่อความบริสุทธ์ใจ จะใส่กุญแจมือผมไว้ก้อได้น่ะครับถ้ากลัวผมหนี “ ผมพูดประชดขึ้น

     จากนั้นกรณ์จะค้านแต่ผมบอกว่าไม่เป็นไร ตอนนั้นผมรู้สึกว่าคุณผู้หญิงเจ้าของกระเป๋านั้น จะเดินมาที่เกิดเหตุแล้วกอดกับต้ง พร้อมกับพูดอะไรไม่รู้
ทั้งต้งยังหอมแก้มผู้หญิงคนนั้นด้วย จะว่าไปผู้หญิงคนนั้นก้อดูไม่แก่มากน่ะ น่าจะซักสิบกว่าปี ไม่น่ะๆ  คงไม่ใช่อย่างที่ผมคิด

     จากนั้นพวกเราก้อเดินทางไปยังโรงพักแถวๆทองหล่อ หลังจากการสอบสวนก้อทราบว่า คนร้ายเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่บริษัท แสง สี เสียงจ้างมาทำงาน มันยังไม่กลับบ้านเพราว่าอยู่เคลียร์งานและกำลังจะกลับ มันสารภาพว่าเล็งกระเป๋าใบนี้มานานแล้ว คาดว่าเงินน่าจะเยอะ แต่ไม่มีโอกาส เพราะคนอยู่เยอะ พอดีจังหวะที่ผู้หญิงคนนี้เผลอแล้วเอากระเป๋าฝากต้งไว้ เลยเอาไม้ไปตี และกระฉากกระเป๋ากะจะหนีไป แต่เผอิญว่ามาเจอผมซะก่อนเลยอดไป และกำลังจะหนีไปดันมาโดนยามจับได้อีก  มันเลยไปไหนไม่รอด จากนั้นตำรวจก้อนำตัวคนร้ายเข้าคุกตามระเบียบ จากนั่นผู้หญิงคนนั้นก้อมาขอบคุณผมซะยกใหญ่ ทั้งยังจะเขียนเช็คให้ผมอีก ผมบอกว่าผมไม่รับ ผมทำไปไม่ได้หวังอะไร

“ รับไปเหอะน่า อย่ามาแอ๊บ ฉันรู้นายอยากได้ อย่างนายหาเงินไม่ได้ขนาดนี้หรอก “ ไอ้ดิวมันว่าผมมา แหมๆมันจงเกลียดจงชังผมอะไรนักหนาเนี่ยะ

“ ไม่เป็นไรหรอกครับ ถึงผมจะไม่รวยเหมือนใคร แต่ผมก้อมีศักดิ์ศรี เอาเป็นว่าผมขอบคุณน่ะครับ “ ผมตอบกลับไปพลางทำตาเขียวใส่ไอ้ดิว ( ขอเรียกว่าไอ้น่ะครับ เพราะว่าตอนนั้นมันร้ายกับผมมาก ) มันไม่สะทกสะท้าน ซ้ำยังแสยะยิ้มมาที่ผมอีก ฮึ่มๆๆๆ ฝากไว้ก่อนแล้วกัน จากนั้นผู้หญิงคนนั้นก้อคะยั้นคะยอให้ผมรับเงิน แต่ผมปฏิเสธไป ผมอยากได้เงินน่ะ แต่ต้องมาจากการทำงานเท่านั้น พอเธอรู้ว่าผมไม่รับเธอก้อบอกว่า งั้นให้ต้งไปส่งบ้านแล้วกัน ดึกแล้วที่บ้านจะเป็นห่วง ผมบอกว่าไม่เป็นไร ผมอยู่คนเดียวและผมกลับแท็กซี่ได้ ( พี่ก๋อมหายไปไหนไม่รู้ รักกันมากกกก ) แต่เธอไม่ยอม ผมเลยต้องรับปากไปอย่างเสียไม่ได้

“ คุณ ผมจะให้ดิวไปส่งน่ะ เด๋วผมไปส่งเอ่อออ คุณอี้ใช่ไหม อืม น่ะครับ รอเค้าที่บ้านน่ะ “ โหๆๆๆไมพูดกันหวานขนาดนี้ ตายแล้วคงเป็นแฟนกันแน่ๆ

“ เฮ้ยยยย ไรว่ะ ชั้นง่วงแล้วน่ะ ชั้นจะกลับบ้าน นายก้อไปส่งเองสิ ไปทั้งสามคนนั่นแหละ “ดิวมันพูดขึ้น

“ ไม่เป็นไรต้ง ลูกน้องชั้น ชั้นไปส่งเอง นายกลับไปกับคุณเหอะต้ง อย่าไปรบกวนคุณชายเลย นี่คงนัดสาวไว้สินะ “ กรณ์พูดแทรกขึ้น

“ ไม่เป็นไร ให้ต้งไปส่งคุณอี้เหอะ เด๋วคุณกลับกับดิวก้อได้  " คุณหันไปพูดกับกรณ์
" ไม่ต้องมาหน้างอ เด๋วคุณฟ้องพ่อดิวน่ะ “ ไอ้ดิวมันหน้าหงิกแบบไม่พอใจ แต่ก้อขัดไม่ได้
แปลกแหะคนอย่างไอ้ดิวมันกลัวพ่อมันด้วยเหรอ สงสัยพ่อมันจะดุมากๆ ส่วนกรณ์ ต้งก้อบอกให้กลับบ้านได้ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้มีงานต้องคุยกันที่ออฟฟิซ
กรณ์เลยกลับไป พร้อมทั้งบอกผมว่า ดูแลตัวเองดีๆน่ะ
 
    จากนั้นพวกเราก้อแยกย้ายกันกลับ ต้งไปส่งผม ไอ้ดิวมันไปส่งคุณทูนหัวของเทพบุตรผม ก่อนต้งจะแยกกลับมีหอมแก้มกันด้วย โอ๊ยยยยย อิจฉา ก่อนไอ้ดิวมันจะขึ้นรถ ซึ่งคืนนี้มันขับซีตรองซ์มา สวยเชียวราคาท่าจะแพงโข มันบ่นว่าคืนนี้คุณนั่งคันนี้ไปแล้วกันน่ะ รถที่มันขับประจำของมันโดนหมามันชนแล้วหนี แหน่ะๆๆยังมีหน้ามากัดผมอีก ผมไม่ตอบโต้อ่ะ เกลียดมันมากกกกก เลยเดินออกมาขึ้นรถกับต้ง ต้งน่ารักมากครับเดินมาเปิดประตูรถให้ผมด้วย รถที่ต้งขับ เป็นเบนซ์สปอร์ตเปิดประทุน รุ่นใหม่ล่าสุด ดูก้อรู้ว่าคงจะรวยโข เอ๊ะหรือว่ารถของคุณกันแน่ ไม่อยากคิดๆ
 
    ระหว่างทางต้งก้อชวนผมคุยเรื่องต่างๆนานา ต้งเป็นคนคุยสนุกมากเลย ดูอบอุ่นด้วย ยิ้มน่ารักอีกต่างหาก อยากได้เป็นแฟนถ้าไม่ติดว่าต้งมีแฟนแล้วเป็นคุณ และตัวผมเองก้อมีอ้วนอยู่ทั้งคน ตัดใจๆๆ ผมบอกกับตัวเองน่ะ เค้าก้อถามว่าผมมาทำงานที่นี่ได้ไง ผมก้อตอบๆไป เค้าก้อบอกว่าขอนามบัตรด้วยน่ะ เดี๋ยวคราวหน้ามีงานเค้าจะเรียกผม ผมก้อหยิบนามบัตรออกมาจากกระเป๋าตังค์ แล้วยื่นให้เค้า เราคุยกันไปสักพักหนึ่ง ก้อใกล้จะถึงบ้านผมก้อมองไปยังร้านขายส้มตำที่อยู่ปากซอยหน้าคอนโดผม ต้งถามว่าผมหิวเหรอ เดี๋ยวเค้าพาผมไปกิน ผมบอกว่าไม่หิวหรอก ผมง่วงมากกว่า จากนั้นต้งก้อมาส่งผมถึงหน้าตึก พอผมจะลงต้งก้อเปิดไฟในรถขึ้น พอเปิดไฟเท่านั้นแหละ ผมก้อเห็นรอยเลือดตรงท้ายทอยต้ง ผมเลยตกใจและบอกว่าให้ต้งลงไปทำแผลก่อน ต้งว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวไปทำที่บ้าน ผมบอกว่าต้องลงเดี๋ยวนี้ เค้าก้อยอมลงไปทำแผลที่ห้องผม ตอนทำแผลผมก้อคุยไปถามไปว่า ดูต้งกับคุณรักและห่วงกันดีน่ะต้งไม่ตอบครับได้แต่ยิ้ม ผมทำแผลเสร็จผมก้อบอกให้ต้งไปทำแผลกับหมอที่โรงพยาบาลพรุ่งนี้ เด๋วจะติดเชื้อ ต้งบอกว่าไม่ติดเชื้อหรอก จะติดใจมากกว่า พูดออกมาตอนนั้นผมหน้าแดงเลย ไม่รู้ว่าเค้าพยายามบอกอะไรผม พูดเสร็จแล้วก้อยิ้มแบบมีเลศนัย โอ๊ยยยย อย่าๆๆ  ผมจะละลายแล้วครับ แล้วหลังจากนั้นต้งก้อกลับบ้านไป คืนนั้นกว่าผมจะได้นอนก้อปาเข้าไปตีสี่กว่า โอ๊ยยยยยย พรุ่งนี้จะตื่นกี่โมงเนี่ยะ ต้องพานางแบบไปทำงานด้วย เซ็งชะมัดยาด แต่ก้อคุ้มน่ะได้อยู่ใกล้ๆต้งผมก้อรู้สึกดีมากๆ พอแล้วๆๆๆๆๆ เรามีแฟนแล้วน่ะ อย่าโลภ ง่วงจังอ่ะ หลับดีกว่า ผมเองไม่รู้หรอกว่าหลังจากวันที่ผมคิดว่าเป็นวันมหาวิปโยคของผมนั้น มันจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป เรื่องราวๆต่างๆเกิดขึ้นมากมายเลยล่ะครับ อิอิอิ

                                                                          ----------------      จบตอนที่ 1      ------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-02-2020 03:55:10 โดย Alexie333 »

ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6
Re: สัญญารัก สัญญาสวาท
«ตอบ #6 เมื่อ15-02-2009 18:56:10 »

:oni1: :oni1: :oni2: :oni2: o15 o15


     สวัสดีครับ

       ผมเป็นนักเขียนหน้าใหม่น่ะครับ เอาเรื่องที่เขียนไว้มาลงให้อ่าน
    ถ้าชอบก้อเม้นต์มาเป็นกำลังใจกันหน่อยนะครับ ผมจะได้เอามาลงให้อ่านเรื่อยๆ
   ติชมกันได้ตามแต่สมควรน่ะครับ
   
   Alexie

ออฟไลน์ [N]€ẃÿ{k}uñĢ

  • ~ῲเจ้าแม่Dramaῴ~
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5186
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +740/-5
Re: สัญญารัก สัญญาสวาท
«ตอบ #7 เมื่อ15-02-2009 18:57:36 »

 :mc4: :mc4: :mc4:
มาเจิมเรื่องใหม่คราบ +1 ให้กำลังใจน๊าอิๆ
เรื่องนี้น่าสนใจดีนะเนี่ย เรื่องของตัวพระยังมะกล้าฟันธงให้ชัวสักเท่าไร แต่ที่แน่ๆตัวนายเอกเนี่ย อี้ ชัว
โดยรวมเขียนดีมาแล้วอ่านได้ลื่นไหลมากๆ การบรรยายสมบูรณ์พอควร มีเขียนผิดเล็กน้อยนะ
ส่วนในเนื้อคงต้องรออ่านต่อไปว่าจะเป็นไงแล้วค่อยมาว่ากันน๊า
ปล. บอกที่หัวกระทู้ด้วยนะคราบว่า เรื่องนี้เป็น เรื่องสั้น นิยาย เรื่องเล่า หรือ fiction
และ เอากฎของบอร์ดมาลงให้ด้วยนะคราบเพื่อเป็นการทำตามระเบียบ อิๆ
แล้วจะรออ่านต่อน๊า ว่าแต่คนเขียนชื่อไรเนี่ย
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-02-2009 19:11:47 โดย newykung »

ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6
Re: สัญญารัก สัญญาสวาท
«ตอบ #8 เมื่อ15-02-2009 19:01:02 »




    จะแก้ไขที่หัวกระทู้ยังไงอ่ะครับ
   ผมเพิ่งมาเว็ปนี้ครั้งแรกทำไม่เป็น
   เรื่องนี้เป็นนิยาย กึ่งชีวิตจริง เอามาผสมปนเปกัน
  ยังไงลองอ่านไปเรื่อยๆน่ะครับ

ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6
Re: สัญญารัก สัญญาสวาท
«ตอบ #9 เมื่อ15-02-2009 19:02:27 »

 :mc4: :n1: :mc4: :n1:


 :pig2: :man1: :pig2: :man1:


บทที่ 2 ศัตรู / มิตรภาพ ( Enemy / Friend )
( ผมขอรวบรัดประโยคการพูดหน่อยน่ะครับ เพราะว่ามันยาวจริงๆ เอาไว้ผมเขียนเป็นหนังสือจะลงให้ทุกคำพูดเลยน่ะครับ สัญญาๆ )

วันนี้ผมตื่นสายมากกกกกกกก ตื่นสิบเอ็ดโมง แล้วลืมไปว่าตัวเองต้องพานางแบบไปถ่ายงานตอนเที่ยง ทำยังไงดีกลัวว่าจะไม่ทัน ผมเลยโทรไปหาตู่
( เพื่อนชะนีที่ทำงาน คนนี้นิสัยดีมากกกก ดีจริงๆครับ ) ให้พานางแบบไปแทน ตู่เค้าก้อดีครับ รับปากว่าจะไปพา จากนั้นผมก้อรีบอาบน้ำแต่งตัว
แล้วรีบขึ้นพี่วินไปทำงาน วันนี้ผมถามพี่วินอีกคนว่า พี่วินคนที่ผมนั่งด้วยเมื่อวานไปไหน แกบอกว่า ไม่รู้หายไปไหน ไม่บอกไม่กล่าว ผมกะว่าแกคงกลัวความผิดละมั้งเลยหนีไป แต่ผมว่าน่ะ มาคิดดูดีๆ รถไอ้บ้าดิวก้อราคาคงแพงน่าดู ประกันคงไม่ใช่กระจอก มันคงเคลมได้ แล้วมันจะมาเอาผิดอะไรกับคนหาเช้ากินค่ำอย่างคนขับวินมอเตอร์ไซค์ แต่ไม่แน่หรอก ไอ้นี่มันร้ายนัก มันกล่าวหาผมและผมยังไม่ได้เอาเรื่องมันเลย คำขอโทษก้อไม่มีสักคำ สักพักนึงผมก้อมาถึงออฟฟิซโดยสวัดิภาพ พี่วินคนนี้ขับดีครับ แต่......เอ๊ะ กระเป๋าตังค์ผมไปไหน่ะ ทำไงดี ผมเลยค้นในกระเป๋าผม ไม่มีครับ มีแต่เช็คใบที่พี่กรณ์ให้ผมมา ผมเลยต้องบากหน้าวิ่งขึ้นมาออฟฟิซ ขอยืมเงินกับตู่ ( เพื่อนคนนี้ดีมากๆครับ ขอย้ำอีกที ) เอาไปจ่ายพี่วิน เฮ้อ โล่งไป
   
      วันทั้งนั้น ผมก้อทำงานไป นั่งคิดไปว่า ผมลืมกระเป๋าตังค์ไว้ที่ไหน คิดไม่ออกซะที เดี๋ยวเลิกงานกลับไปดูที่บ้านดีกว่า ว่าแต่ตอนนี้เอาเช็คไปขึ้นก่อนดีกว่าจะได้มีเงินใช้ งานวันนี้ไม่มีอะไรมากแค่เคลียร์เอกสารนิดหน่อย พอบ่ายๆก้อมีคนโทรมาหาผม

“ สวัสดีครับ ขอสายอี้ครับ “

“ อี้พูดสายครับ ไม่ทราบว่าจากทีไหนครับ “ ผมตอบกลับไป

“ ลืมกันเลยเหรอ ว๊าๆๆๆๆ ผมเจ้านายคุณไง แต่เป็นเจ้านายชั่วคราว “ เค้าตอบกลับมา

“ เอ่ออออ ผมมีแต่เจ้านายถาวรน่ะครับ คุณพอจะบอกให้กระจ่างได้ไหม “ ผมเริ่มหงุดหงิดแต่พยายามใจเย็น

“ อ่ะๆๆๆ ไม่รับมุขเลย ผมพี่กรณ์ไงครับ น้องอี้ “ โหๆๆๆใครจะคิดว่าอย่างเค้าจะมีมุขเหมือนกัน

“ แหมๆๆๆๆ ขอโต๊ด ก๊าบบบบบ ผมจำม่ะได้ครับ เผอิญว่าโทรศัพท์ผมมันไม่ได้โชว์หน้าพี่อ่ะครับ เลยไม่รู้ “ ผมกวนกลับไป

“ เดี๋ยวคราวหน้าก้อถ่ายไว้ดิ เวลาพี่โทรไปจะได้รู้ว่าพี่โทรมา “ น้ำเสียงเค้าดูแปลกไปจิมๆ

“ มีอะไรให้ข้าน้อยรับใช้เหรอครับ Temperaly Bossy “( แปลว่า เจ้านายชั่วคราว เป็นคำพูดกัดๆหน่อยอ่ะครับ )

“ ช่วงนี้งานพี่จะมีเยอะมาก ทั้งงานอีเว้นต์ งานรับรองลูกค้าที่มาลงทุนจากต่างประเทศ งานแฟชั่นโชว์  และตอนนี้คนที่ทำกับพี่เค้าเพิ่งลาไปแต่งงาน
พี่ก้อเลยต้องหาคนใหม่ เราสนใจจะมาช่วยพี่ไหม ค่าตัวเท่าไหร่เรียกมาได้เลยน่ะ ไม่อั้น พี่ชอบคนทำงานเก่งๆ อย่างอี้ “ เค้าเริ่มเข้าเรื่อง

“ ผมอยากรับน่ะครับ แต่คงทำได้บางวัน เพราะผมก้อต้องทำงานประจำ วันเสาร์กลางวันผมก้อมีสอน ศิลปะป้องกันตัว วันอาทิตย์ผมว่างวันนึง แต่ถ้าพี่ให้ทำช่วงเย็นๆหรือกลางคืน ผมพอช่วยได้ พี่ว่ายังไงอ่ะครับ “ ผมต้องบอกไปตามตรงทั้งที่จรงอยากรับแต่ก้อต้องเกรงใจเจ้านายผม

“ นายนี่มันเป็นลูกน้องที่ดีจริงๆ  ใครได้เป็นเจ้านายคงรักตาย ไม่เป็นไร เราเอาตารางงานเรามาให้พี่ดูแล้วกัน พี่จะได้จัดตารางให้เรา “

“ ได้ๆครับพี่ แต่พี่ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก้อได้ ไว้เป็นจ๊อบๆก้อดีน่ะครับ ผมเกรงใจอ่ะ ผมมีเพื่อนๆเก่งๆเยอะน่ะครับ พี่สนใจไหม “ ผมเสนอ

“ ไม่ดีกว่า พี่ไม่อยากเริ่มใหม่ พี่เบื่อกับการที่ฝึกใคร สอนใคร แล้วพอเค้าเก่งก้อมาหนีพี่ไปทำที่อื่น เราอ่ะไม่ต้องสอนมาก เป็นงาน ขยัน มีสปิริต
มันหาไม่ง่ายเลยน่ะสมัยนี้ ไม่ต้องคิดมาก เดี๋ยวพี่ดูเองน่ะ “ เค้าตัดบทผมไปเลย อะไรจะขนาดนั้น แต่ผมว่าเค้าคงเข็ดจริงๆแหละครับ

“ ได้ๆๆ ครับ ไว้ว่างๆผมจะเอาไปให้ดูแล้วเราจะได้คุยกันน่ะครับ “

“ คืนนี้ว่างไหม ไปอะไรทานกัน แล้วจะได้คุยงาน “ เค้าเสนอมา

“ เอ่ออออ คือ ผมมีนัดกับแฟนน่ะครับ ขอโทษที มันสำคัญด้วย พรุ่งนี้ได้ไหมครับ “ ผมบอกเค้าไป ที่จริงคืนนี้ผมนัดกับแฟนไปทำธุระให้แม่เค้าแล้วเราก้อจะเลยไปทำบุญกันด้วย วันนี้ผมกะจะเอาข้าวของที่ไม่ใช้และเงินที่รวบรวมกับเพื่อนๆไปบริจาคให้มูลนิธิน่ะครับ

“ อ้อ ไม่เป็นไร น่าเสียดายจัง งั้นพรุ่งนี้พี่จะโทรหาอีกทีน่ะ พี่ไม่รบกวนเราแล้ว แล้วคุยกันครับ สวัสดี“  พูดเสร็จแล้วพี่กรณ์ก้อวางสายไป ไอ้งานผมก้ออยากคุยน่ะ แต่มันดันไม่ว่างนี่ ทำไงได้ พอซักบ่ายสี่โมง อ้วนก้อโทรมาบอกว่าคืนนี้ขอเลื่อนไปก่อน เค้าต้องไปบ้านญาติที่ฝั่งธนแล้วจะค้างนู้นด้วย ไว้วันหน้าค่อยไปกัน แล้วยังลงท้ายด้วยว่า รักเสมอน่ะ ผมล่ะเอียนมาก อ้าวทำไงดี พี่กรณ์ผมก้อปฏิเสธไปแล้ว เซ็งเป็ดเลย กะว่าจะไปดูหนังคนเดียวก้อได้ เอ๊ะ หรือว่าไปหาเพื่อนๆชะนีผมซะหน่อย ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ไปเม้าท์ซะหน่อยว่าแล้วผมก้อโทรหาป้อม เพื่อนซี้ชะนีผาดโผนของผม

“ โหลๆ เฮ้ยยย คืนนี้ว่างป่าว ไปเม้าท์มอยกันที่บ้านเอ๋ยดีม่ะว่ะ วันนี้กรูว่างในรอบสองเดือนน่ะเว๊ยยย “

“ เอออออ ดีเลยว่าจะโทรหา วันนี้เอ๋ยมันเครียดๆ เราไปหาไรกินกันม่ะ เดี๋ยวกรูโทรตามเพื่อนๆ เอาแฟนมาด้วยก้อได้น่ะมรึง “ ป้อมตอบผมกลับมา

“ อ้วนมันไม่ว่างว่ะ ไปหาญาติ เออ กรูเอาเพื่อนคนนึงไปได้ม่ะ พอดีจะไปคุยงานด้วย จะได้รู้จักกันไว้ ที่จริงไม่ใช่เพื่อนหรอก เจ้านายกรูนี่แหละ “

“ เออๆ จะเอาใครมาก้อเอา แล้วเจอกันที่ร้าน..... ตอนทุ่มตรงน่ะ ”

“ ออเค เจอกัน บาย “ พูดเสร็จผมก้อโทรหาพี่กรณ์บอกว่าคืนนี้ผมว่างแล้ว นัดทานข้าวกับเพื่อนๆเลยจะชวนพี่กรณ์มาทานด้วย แล้วบอกเค้าว่า ทานเสร็จแล้วก้อคงคุยงานกันต่อ กันต่อ พี่เค้าก้อลังเลอยู่แป๊บนึงเพราะว่าเค้าไม่ค่อยไปไหนกับคนเยอะๆ แต่เค้าบอกว่าไม่เป็นไร จะได้รู้จักเพื่อนๆของผมไว้
เสร็จแล้วก้อนัดเวลาและสถานที่กับพี่กรณ์ เค้าบอกว่าเค้าอาจจะไปถึงเร็วกว่านิดนึงเผื่อจะได้คุยงานก่อน ผมก้อตกลง
     
      พอถึงเวลาใกล้จะหกโมงผมก้อโทรบอกพี่กรณ์ว่าผมจะไปรอที่นั่นตอนหกโมง เค้าบอกว่าอีกห้านาทีเค้าจะถึงแล้ว เดี๋ยวเค้าจองโต๊ะไว้รอ อะไรจะรีบขนาดนั้นนี่  ร้านที่ผมจะไปอยู่แถวๆเรียบทางด่วน เอกมัย รามอินทรา ตกแต่งเป็นร้านโล่งๆ บรรยากาศสบาย มีส่วนที่เป็นห้องแอร์อยู่ด้านหลังติดกับห้องน้ำ ด้านหน้าจัดโต๊ะแบบไม่สูงมาก ดูธรรมดา แต่คลาสสิคไม่น้อย ออกแนวธรรมชาติ มีการจัดแต่งให้เหมือนสวนด้วย และยังเอาเต้นท์มากางให้ดูเหมือนรีสอร์ทต่างจังหวัด พอผมถึงก้อเข้าไป ผมก้อเดินเข้าไปหาพี่กรณ์ที่นั่งรอผมอยู่แล้วตรงโต๊ะบริเวณติดกับผนังฝั่งตรงข้ามทางเข้า

“ รอนานไหมครับ ขอโทษที่ให้รอ ที่จริงอี้อยู่ไม่ไกลหรอก แต่หารถมายากซะหน่อย “ ผมกล่าวขอโทษไป

“ นายผิดนัด ผิดเวลาอย่างนี้บ่อยไหม แล้วอย่างนี้จะทำงานด้วยกันได้เหรอ “ เค้าพูดสีหน้าจริงใจ ตายแล้วหว่า อะไรกันเนี่ยะ????

“ เอ่ออออ ขอโทษครับ ถ้าพี่กรณ์ไม่พอใจ ก้อไม่เป็นไรครับ งั้นถือซะว่าวันนี้มาทานข้าวแล้วกันน่ะครับ “ ผมเอ่ยด้วยสีหน้าหงอๆสักหน่อย

“ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ หน้านายเวลาหงอนี่น่ารักเหมือนกันน่ะ พี่ล้อเล่น พี่มาก่อนเวลาเองล่ะ เราก้อมาตามนัดนี่ นั่งๆๆ “

“ ............ “ เอ๋อรับประทานครับ ใครจะนึกอารมณ์พี่ทั่นออก

“ โอ๋ๆๆๆ อย่างอนๆๆๆๆๆ เดี๋ยววันนี้พี่เลี้ยงเหล้า เต็มที่ เลี้ยงเพื่อนเราด้วย “ พี่กรณ์พูดไปหัวเราะไป แกล้งผมนี่มันสนุกมากใช่ไหม

“ เลี้ยงข้าวด้วย เลี้ยงบ่อยๆด้วย โทษฐานแกล้งผม ผมมันหน้าแกล้งนักใช่ไหมครับ “ ผมแหวใส่บ้าง

“ นั่งๆๆ สั่งข้าวก่อน พี่หิว แล้วค่อยมาคุยกัน เพื่อนเราจะมากี่คนล่ะ “

“ 5 6  คนมั้งครับพี่ พวกนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้ มาเท่าไหร่ก้อเท่านั้น ผมปลงแล้ว “[/b][/color]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-01-2020 16:19:58 โดย Alexie333 »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: สัญญารัก สัญญาสวาท
« ตอบ #9 เมื่อ: 15-02-2009 19:02:27 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6
Re: สัญญารัก สัญญาสวาท
«ตอบ #10 เมื่อ15-02-2009 19:03:50 »

:pigha2: :laugh: :pigha2: :laugh:

จากนั้นผมก้อสั่งอาหารมา 5 6 อย่าง เลือกเอาแต่อันแพงๆแกล้งเค้าซะหน่อย พี่เค้าบอกว่าเต็มที่ แต่ต้องกินให้หมด ผมบอกว่า เพื่อนผมมาไม่มีเหลือ เค้าบอกว่า ไม่ได้ ใครสั่งต้องรับผิดชอบ ผมโต้กลับไปว่าพี่ต้องกินช่วยด้วย เพราะพี่เค้าไม่ได้สั่งอะไรเลย แล้วพี่เค้าก้อหัวเราะ สะใจที่ได้แกล้งผมอีกแล้ว
เราก้อทานไป คุยกันไป เรื่องส่วนมากจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวผมมากกว่า ถ้าจะเป็นเรื่องงานก้อมีน้อยมากจะเป็นเรื่องงานผมมากว่า พี่กรณ์ก้อถามว่า ผมเป็นคนที่ไหน เรียนที่ไหนมาก่อน ทำงานที่แรกที่ไหน เหมือนสัมภาษณ์งานซะมากกว่า แต่ดูพี่กรณ์ผ่อนคลายผิดจากคราวแรกที่คุยกันซะอีก พูดให้ความสนิทผมมากเลย มุขแพรวพราว แม้จะเสี่ยวๆไปหน่อยก้อตาม ชอบแกล้งผมอีกต่างหาก แล้วที่พี่ก๋อมบอกว่าเค้าไม่ค่อยมีเพื่อน ไม่คบกะใคร น่ะจริงเหรอ ดูท่าทางพี่เค้าอัธยาศัยดีออก พี่ก๋อมก้อพูดเกินไป พอทานเสร็จผมถามเรื่องงาน พี่เค้าก้อบอกว่า ให้ผมเอาตารางมาให้พี่เค้าดู แล้วจะไปจัดการเอง เค้าบอกว่าเพิ่งรู้ว่าผมทำงานที่นี่ เพราะว่าเค้าเคยทำงานกับเจ้านายผม มีอะไรจะได้คุยกันง่ายๆ จากนั้นก้อคุยไปเรื่อยๆ เปื่อยๆ มองๆดูหน้าพี่กรณ์เค้าก้อเป็นคนที่จัดว่าหล่อ ว่าน่ารักคนนึงเลยน่ะ เวลายิ้มเค้ามีเสน่ห์มาก ยิ้มหวานๆ ตาเชื่อมๆ เห็นแล้วแทบละลาย แต่ผมก้อต้องหักใจ เพราะว่าตัวผมเองน่ะมีแฟนแล้ว เราไม่ควรไปคิดกะคนอื่นอย่างนั้ อีกอย่างดูท่าเค้าจะเป็นผู้ชายไม่ใช่แบบผมซะหน่อย

“ อี้พี่ถามอะไรหน่อยสิ เราเป็นเกย์ใช่ไหม พี่ดูท่าทางเราเข้มๆ แต่บางทีก้อดูอ่อนหวาน เลยสงสัยน่ะ “ โอ้โหบทจะถามก้อโพล่งแบบว่าไม่มีปี่ ไม่มีขลุ่ย

“ ใช่ครับ ทำไมเหรอครับ อย่าบอกน่ะว่าแอบชอบผม “ ผมแซวเค้าไป

“ ไม่หรอก เราก้อมีแฟนแล้วนี่ อีกอย่างพี่ก้อไม่ใช่ เอ่อออ เกย์แบบเราด้วย “ เค้าตอบแบบน้ำเสียงเหมือนกั๊ก

“ ล้อเล่งๆๆ พี่ไม่เอาผมจริงๆหรอก ถ้าเอาผมก้อไม่เอาพี่ คนอะไรวันล่ะร้อยอารมณ์ ฮ่าๆๆๆๆ “ ผมกัดไปทีนึง

“ เอาไว้พี่จะเอาจริงๆน่ะ ก้อค่อยมาว่ากัน เอ้อ แล้วนี่เพื่อนเราเมื่อไหร่จะมา นี่มันทุ่มกว่าแล้วน่ะ “ พี่กรณ์ถามขึ้น

“ ผมชินแล้วพี่ นัดพวกนี้ต้องเผื่อเวลาไว้ เอาอะไรมากไม่ได้ พี่อย่าเครียดเดะ ไม่ได้เรียกมาทำงานซะหน่อย “ ผมตอบกลับไป

“ เออๆๆๆ พี่ลืมไป ติดนิสัยมาจากที่ทำงานน่ะพี่ไม่ชอบคนผิดเวลาน่ะ พี่ดูไม่รับผิดชอบยังไงไม่รู้ “ พี่กรณ์พูดขึ้นมา

“ ผมว่าพี่ควรจะแยกแยะเรื่องงานกะส่วนตัวออกน่ะครับ คือผมไม่อยากสอนน่ะครับ เวลาผมเห็นพี่ทำงานแล้วพี่เครียดๆนี่มันไม่น่าดูน่ะ ส่วนเรื่อง
เวลาน่ะ บางคนเค้าก้อมีเหตุผลของเค้าน่ะครับ น่าจะรับฟังเค้าบ้าง “ ผมพูดกึ่งๆสอนเล็กน้อย

“ จริงๆเหรอ มิน่าล่ะลูกน้องถึงไม่มีใครกล้าพูด กล้าเล่นกันพี่เท่าไหร่ ขอบใจน่ะที่เตือน พี่คงแย่มากใช่ไหมในสายตาเรา “

“ ไม่ๆๆๆ ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ พี่ลองคิดดูน่ะว่า ถ้าเราทำงานไป ผูกสัมพันธ์ไป งานจะออกมาดีแค่ไหน ความรู้สึกมันต่างกันน่ะครับ ไม่ใช่ว่าเราจะ
ก้มหน้า ทำงานๆอย่างเดียว เราเปลี่ยนมาพูดคุย ซักถาม หยอกล้อบ้างแต่การทำงานก้อต้องเนี๊ยบเหมือนเดิมนี่ มันคงจะดีไม่น้อยน่ะครับ “

“ อืมๆๆ น่าสนน่ะ ไว้พี่จะลองทำดูน่ะ เราก้อช่วยๆพี่หน่อยแล้วกัน ถ้าเห็นพี่เครียดเกินก้อเตือนๆหน่อยน่ะ อ้ะ นั่นเพื่อนเราป่าวพี่เห็นมองนานแล้ว “

     ใช่จริงๆ เพื่อนผมชะนีสามนาง เกย์สาวหนึ่งนาง ว่าแต่ว่ามันมัวยืนดูอะไรอยู่ไม่ยอมโทรมาบอกว่าถึงแล้ว หรือเดินเข้ามาหา แล้วผมก้อเรียกให้พวกมันมานั่งที่โต๊ะ ที่มาแล้วตอนนี้มีสี่คนคือ ป้อม ชะนีร่างท้วมห้าวอมเปรี้ยวเป็นตัวแม่ของกลุ่ม พูดจาขวานผ่าซาก แต่งตัวอย่างกะหลุดมาจากแมกกาซีน แต่มันมักจะให้ผมเป็นผู้นำ ผมล่ะเบื่อจริงๆ  คนต่อมาคือ เอ๋ย ชะนีสวยใส มั่นใจ เจ้าชู้( แต่ตอนนี้ชีว่าชีเลิกแล้วตั้งแต่เจอแฟนคนนี้ ) ทำงานเป็นพริตตี้ทั่วโลก ต้องบอกว่าทั่วโลกเพราะชีไปมาหลายประเทศมาก คนต่อมาคือ แม๋ม ชะนี( ที่คิดว่าตัวเอง ) ไฮโซ สวยเริ่ด เชิ่ด หยิ่ง แต่กับคนภายนอกเท่านั้นน่ะ กะเพื่อนๆชีจะเสร่อมาก อีกคนนึงคือจินเกย์สาวผมยาว มีหน้าอก ชีเป็นควีนที่เทิดทูนในความรักมาก ยอมทุกอย่างแม้ว่าผู้ชายจะดี เลว ทรามแค่ไหน เหลืออีกสามคนคือ ดี้ แอนและโอม สองคนนี้เป็นแฟนกันที่จริงแล้วแอนเป็นเพื่อนพวกเรา แต่หลังๆมาโอมจะมาเที่ยวด้วยบ่อยๆเลยจับเข้ากลุ่ม แอนเป็นชะนีที่สวย อึ๋ม ร้าย ฉลาด จอมวางแผน ทำงานเป็นพริตตี้บ้าง ขายของบ้าง ว่างๆก้อมารับจ๊อบทำผมให้ผมบ้าง ชีหาเงินเก่งมากกกก ส่วนโอเป็นผู้ชายหน้าตี๋ๆ สูงๆ ขาวทำงานฟิตเนสชื่อดังแห่งนึง เราก้อกลัวว่าโอมจะเปลี่ยนเพศก้อคราวนี้ และก้ออีกคนคือ ดี้ คนนี้เป็นชะนีร่างเล็ก สวย อึ๋ม ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้านไปทุกเรื่อง แล้วเอาไปประมวลความคิด แล้วเอาไปเม้าท์ต่อ ดี้มักจะเป็นคนที่เพื่อนๆไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่ก้อต้องทนคบไปเพราะชีไม่มีคนคบเท่าไหร่ ชีมักจะมาสายตลอด สายแบบไม่ให้อภัย เคยนัดชีบ่ายสอง แล้วชีมาหกโมง อ้างว่ารถติด ผมล่ะเบื่อมากๆ ส่วนมากเพื่อนๆผมจะเป็นผู้หญิงซะส่วนใหญ่ ผมไม่ค่อยมีเกย์เป็นเพื่อนหรอก ผมเจอมาเยอะ นิสัยเข้ากันไม่ค่อยได้ แต่ที่คบกะจินเพราะว่า ชีนิสัยประหนึ่งเป็นชะนี เรียบร้อย ไม่ชอบนินทา ไม่ชอบจิ๊กของ ไม่หมกเม็ด เป็นนิสัยของเกย์ที่ผมไม่ชอบเลยให้ตายสิ

     พอเสร็จแล้วพวกมันก้อสั่งอาหาร ผมบอกว่าเอาเลยเต็มที่ วันนี้มีเจ้ามือหน้าใหม่มาเป็นเหยื่อ แล้วผมก้อหัวเราะ แต่พี่กรณ์สิ หน้าตาเคร่งขรึมเชียว มิน่า
ล่ะเพื่อนผมนั่งเงียบกันมาก มันคงอึดอัดกัน ตายล่ะว๊า อารมณ์ไหนอีกเนี่ยะ พวกมันเลยสั่งตามปกติที่พวกมันกินกัน 3 4 อย่าง สงสารเพื่อนผมจังเลย

“ กินแค่นี้จะอิ่มเหรอ เลี้ยงทั้งทีกินเยอะไปเลย โทษฐานที่มาช้าต้องกินเยอะๆ มานี่พี่สั่งเอง น้องครับ เอา ปลากะพงเผาเกลือ ปูเนื้ออบวุ้นเส้น เอาตัวโตๆน่ะ ปลาหมึกไข่ยัดไส้ ปลาหิมะย่างซอสอิตาลี่ ขาหมูเยอรมัน แล้วก้อเอาชีวาสมาขวดนึงน่ะ มาให้คุณอี้เค้า “ พูดจบก้อยิ้มทีนึง ทุกคนอึ้งงงงงงงง

“ อารมณ์ไหนอีกเนี่ยะ คุณ เพื่อนผมช็อคตายพอดี สนุกมากไหมเนี่ยะ “ ผมแหวไปนิดนึง

“ โอ๊ยๆ ผมขอโต๊ด ก๊าบ ทุกทั่น แค่แหย่ๆหน่อยเดียวเอง  เอาน่ารู้จักกันครั้งแรก ขำๆน่ะ วันนี้เต็มที่เลยน่ะครับ พี่เลี้ยง อี้จ่าย “ อ้าวววซวยผมแล้ว

“ ก้อได้ ผมจ่ายก้อได้ เอาเป็นว่าเราเจอกันครั้งนี้ครั้งเดียวน่ะครับ งานผมก้อไม่ทำกับพี่แล้ว ไม่รักษาคำพูด “ ผมทำเป็นเข้ม

“ แน่ะๆๆๆๆ อย่ามาแอ๊บเข้ม เอาน่า อย่าทำหน้าบึ้งเลย ยิ่งหน้าแก่ๆอยู่จะแก่หนักกว่าเดิมน่ะ “ กัดผมอีกจนได้

“ ก้อแล้วแต่พี่น่ะครับ ถ้าไม่เลี้ยงผมก้อมีเงินจ่าย จริงไหมเพื่อนๆ “ ผมถามเพื่อนๆผมไป

“ ..................... “ ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ทั่นเรียก เพื่อนๆคงช็อคอยู่มั้งว่าอีพี่กรณ์นี่จะอารมณ์ไหน

“ พอๆๆๆๆ อี้ ไม่เล่นแล้ว พี่บอกว่าเลี้ยงก้อเลี้ยงสิ เยอะแยะจัง เสร็จแล้วไปเที่ยวต่อน่ะ พี่อยากไปเที่ยวอ่ะ ไม่ได้ไปมาหลายปีแล้ว ปล่อยหนุ่มซะหน่อย นี่ยิ่งได้ไปกะพวกน้องนี่น่ะ พี่คงดูดีมากๆเลย อิอิอิ จริงไหม “ พูดเสร็จทุกคนก้อฮากัน จากนั้นบรรยากาศก้อดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อนผมก้อดูผ่อนคลายมีการแซว หยอกล้อกันขึ้น ผมดูท่าทางแล้วพี่กรณ์เค้าสนุกมากเลย ยิ่งพอตอนเหล้าเข้าปาก แล้วยิ่งเผยธาตุแท้ออกมา คือ หัวเราะเสียงดัง แล้วก้อบ้าจี้ ดูน่ารักไปอีกแบบ นางเอ๋ยเพื่อนสาวผมจากที่เพื่อนๆบอกว่าเครียด ตอนนี้ก้อดูร่าเริงขึ้น ดูท่าทางแล้วเอ๋ยคงชอบพี่กรณ์แน่ๆเลย ยัยแม๋มด้วย เห็นเชิ่ดหน่อย แป๊บนึงฟอร์มหลุดแล้ว ชมพี่กรณ์ว่าหล่ออย่างนั้นอย่างนี้ มีแฟนยัง พี่กรณ์ก้อบอกว่า

 :z10: :z10: :z10: :z10:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-01-2020 16:24:29 โดย Alexie333 »

ออฟไลน์ nana

  • 아주마 애기 두명 ㅋㅋ
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2759
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-2
Re: สัญญารัก สัญญาสวาท
«ตอบ #11 เมื่อ15-02-2009 19:04:19 »

 :z13:



มาให้กำลังใจ :L2:

ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6
Re: สัญญารัก สัญญาสวาท
«ตอบ #12 เมื่อ15-02-2009 19:05:17 »

:o12: :o8: :o12: :o8: :o12: :o8:


“ ยังครับ ยังไม่มี ชีวิตพี่ยังไม่เคยคบใครหรอก จีบใครไม่เป็น เคยมีชอบๆน่ะแล้วก้อแห้ว แล้วก้อไม่คิดอีก พี่มีแต่เรียนแล้วก้อทำงานเลย ลืมช่วงเวลาวัยรุ่นไปเลย วันนี้จะได้ปล่อยเสียที ไปเที่ยวไหนกันดีอ่ะ เอาที่สนุกๆน่ะ “ พี่กรณ์ถามแม๋ม

“ ไม่เชื่อหรอกว่าไม่เคยมีแฟน หน้าตา ฐานะอย่างพี่ มีแต่ผู้หญิงจะวิ่งกรูเข้ามา ไม่เป็นไร วันนี้เดี๋ยวแม๋มจัดให้ “ ชีพูดขึ้นพร้อมสายตามีเลศนัย

“ พี่ระวังไว้น่ะค่ะ นังนี่มันชอบทำอะไรแบบแอบแฝง ผู้ชายในสต็อกหล่อนไม่พอหรือไงย่ะ ถึงมาจกเอาพี่เค้านี่ “ ป้อมแทรกขึ้นมา สองคนนี้เค้าเป็นไม้เบื่อไม่เมากันตลอด ไม่ว่าจะพูดอะไร ป้อมจะขัดตลอด  แต่ก้อเป็นสีสันอีกอย่างนึงเลยครับ

“ อย่ามาปรักปรำชั้นน่ะย่ะ พี่กรณ์อย่าไปเชื่อน่ะค่ะ ตอนนี้แม๋มโสดมากๆค่ะ “ แม๋มแก้ตัวเสียงสูงปี๊ดดดด

“ นี่ๆ น้อยๆหน่อย แล้วไอ้พี่วัตร พี่เมธอ่ะ เอาไปไว้ไหนจ้ะ ยัยคนสวย หรือว่าจะพี่....” ผมพูดบ้าง หมั่นไส้มัน

“ พอๆๆๆๆๆ เลิกเหอะ ว่าแต่ว่าพี่กรณ์ชอบแดนซ์ไหมค่ะ เราไปเอกมัยกันดีกว่า ร้านนี้คนเยอะ น่ารักๆทั้งนั้นเลย “ แม๋มเปลี่ยนเรื่อง

“ ที่ไหนก้อได้ครับ พี่ได้ยินมาว่าอี้นี่ขาแดนซ์ ขาดริ๊งค์ใช่ไหมครับ คงต้องให้เค้าแนะนำแล้วล่ะครับ “ พี่กรณ์พูดขึ้นพรอ้มเหล่ตามาทางผม

“ โอ๊ยยยยย พี่ขา อี้นี่แบบว่าขั้นเทพแล้วค่ะ แดนซ์กระจาย ผู้ชงผู้ชายมาคุยก้อไม่สน เมาและเต้นอย่างเดียว “ ป้อมพูดขึ้นมาบ้าง

“ เดี๋ยวนี้สิค่ะ ไม่ค่อยมีเวลาให้เพื่อน อ้างทำงานๆ แล้วก้ออยู่กับแฟน ไม่รู้ว่าทำงานรึป่าว  นี่ตกลงได้กันรึยังเนี่ยะ “ นังแม๋มกัดผมบ้าง

“ พอเหอะๆ เลิกขายกรูได้แล้ว แหม ไปเที่ยวน่ะเว๊ย ไม่ได้ไปหาคู่ รำคาญมาคุยไรกันหนักหนา คนจะเต้น  แล้วที่ไม่ว่างก้อทำงานจริงๆ ช่วงนี้งานเยอะ อีกอย่าง แฟนก้อไมได้เจอทุกวัน ส่วนเรื่องอื่นกรูไม่ขอตอบ ไม่มีความจำเป็น อย่ามาสาระแน “ ผมกัดมันกลับไป

“ ค่ะ สวย เลือก ได้ สวย เลือก เอา ตะ หลอด “ เพื่อนๆทั้งสี่คนพร้อมใจกันพูด พี่กรณ์สิขำผมใหญ่เลย แหมๆๆ เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดมากๆ

   ผ่านไปสองทุ่มกว่าๆ แอน กะ โอมก้อมาถึงร้าน สองคนนี้มาถึงไม่พูดพร่ามทำเพลง ทักทายใคร สั่งอาหารมากินก่อน จากนั้นพวกมันก้อกินของที่ยังพอมีอยู่ในโต๊ะ พี่กรณ์นั่งหัวโด่ก้อไม่ทักทายเค้า

“ เอ่อ น้องครับ พี่ชื่อกรณ์น่ะครับ ลืมไปรึป่าวว่ามีพี่อยู่ ว่าแต่ว่า ไม่เคยกินข้าวเหรอครับ เห็นกินซะ “ เอาแล้วพี่กรณ์ตัวจริงมาแว้ววววว

“ อื้มมมมม ขอโทษค่ะ ลืมเห็นหนูชื่อแอนน่ะค่ะ นี่โอม แฟนหนู พี่น่ารักจัง ไม่มีแฟนจีบแล้ว หนูกินต่อน่ะค่ะ “ มันพูดไปกินไป มูมมามดีแท้

“ นี่ไม่เกรงใจแฟนเลยเหรอแอน ตาเขียวแล้วน่ะ “ เอ๋ยพูดขึ้นบ้าง

“ อูยยยยยย ไม่มีอะไรหรอกตัวเอง ขำๆน่า “ แอนเฉไปจนได้ จากนั้นอีกครึ่งชั่วโมงนังชะนีดี้ก้อโผล่มา เป็นแบบนี้ประจำ มาไม่เคยตรงเวลา นิสัยไม่เคยเปลี่ยน เพื่อนๆเอือมสุดๆ มาถึงก้อส่งสายตาให้พี่กรณ์สุดฤทธ์

“ สวัสดีค่ะ ชื่อดี้น่ะค่ะ ขอโทษที่ให้รอ พวกแกไม่บอกชั้นเลยว่าจะมีแขกมา ด้วย “ มาถึงก้อสะตอเลยเพื่อนผม

“ อย่ามาสะตอดี้ นั่งลง แล้วเอาข้าวยัดใส่ปากซะ มาช้าแล้วยังจะมาหาเรื่องอีก “ จินพูดบ้างหลงัจากนั่งนิ่งมานาน จินกะดี้เค้าจะกัดกันตลอดเลยครับ

“ นี่แก พูดกับผู้หญิงให้มันเพราะๆได้ไหม นี่ต่อหน้าคนอื่นน่ะ อ้อลืมไปว่าแกไม่ใช่ผู้หญิง “ ดูปากมันสิ


“ จะนั่งดีๆหรือว่าโดนถีบไปนั่งที่สวนหน้าร้าน เลือกเอา รำคาญเต็มที่แล้วน่ะ “ ผมรำคาญเลยด่าไป

    จากนั้นเราก้อทานไป ดื่มไป ตอนนี้พี่กรณ์เป็นที่หมายปองของหลายคนในโต๊ะ โอ้ มายก๊อด ผมพากวางมาให้เสือขยุ้มซะแล้ว แต่ดูพี่กรณ์เค้าไม่รู้สึกอะไรกับใครเลยน่ะครับ ยิ่งดึกยิ่งคุยสนุก ปล่อยมุขบ้าง ส่วนมากจะแป๊ก ขำคนเดียว มีหลายครั้งทีผมเห็นเค้าแอบมองมาทางผม แต่ผมก้อไม่ได้คิดอะไร เค้าคงมองคนอื่นๆด้วยแหละ จากนั้นเราก้อเปิดประเด็นว่าเอ๋ยมีปัญหาอะไร เอ๋ยบอกว่า แฟนเก่าเอ๋ย เค้าเอาเรื่องเอ๋ยไปพูดให้แฟนใหม่เค้าฟัง ซึ่งนังแฟนใหม่นี่ ทำงานคล้ายๆกับเอ๋ย เลยเอาไปโพนทะนา ใส่สีตีไข่สารพัด เอ๋ยมันเลยอายไม่ค่อยกล้ารับงาน แล้วมันก้อร้องไห้ พี่กรณ์ก้อเลยยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เอ๋ย ผมกะแอนพอได้ยินน่ะของขึ้นเลยครับ ผมสองคนจะเป็นคนที่รัก และ เจ็บแค้นแทนเพื่อนมากๆ ใครมาทำอะไรเพื่อนผมไม่ได้ พวกผมไม่ยอมกัน ผมเลยบอกเอ๋ยว่า ไปทำงานตามปกติเหอะ เดี๋ยวผมกับแอนจะหาทางวางแผนจัดการนังชะนีแนน( ชื่ออีนังชะนีที่ก่อเรื่องนี่ล่ะครับ )

    จากนั้นเราก้อเปลี่ยนเรื่องคุยกันไปเรื่อยๆ จนเรากินเสร็จเราก้อไปต่อกัน สรุปพี่กรณ์จ่ายตามระเบียบ โหๆๆๆ ค่าอาหาร บวกค่าเหล้าตั้งหมื่นกว่าบาทแน่ะ นี่ถ้าผมจ่ายเองคงอานไปแล้ว เหล้า สองขวด อาหารอีกยี่สิบกว่ารายการ สมควรแล้วล่ะครับ พอจะขึ้นรถไปเที่ยวต่อ นังเอ๋ย นังแม๋ม นังดี้ แย่งกันนั่งรถพี่กรณ์ ตรงด้านข้างคนขับ แบบเอาเป็นเอาตายมากๆ เอ๋ยเพิ่งแสดงออกว่าชอบพี่กรณ์ก้อตอนที่นี้แหละ ผมเลยตัดปัญหา ว่าทุกคนไปขึ้นรถแอน กับรถเอ๋ย ( ที่จริงเอ๋ยมันก้อมีรถน่ะแต่ตอนที่มันทะเลาะแย่งกันนั้น มันโดนกุญแจให้ผมซะงั้น )  แล้วผมจะนั่งกับพี่เค้าเอง ผมขึ้นเสียงดังพวกมันเลยไม่กล้า เดินไปนั่งรถอย่างเรียบร้อย พอขึ้นรถพี่กรณ์ก้อชวนพูด ชวนคุยไปเรื่อยๆ แต่ดูเหมือนพี่แกจะชอบวางมือแก ใกล้ๆมือผมน่ะ คิดไปเองไหมเนี่ยะ

“ ขอบคุณน่ะอี้ ที่มานั่งกะพี่ ไม่งั้นพี่คงปวดหัวแย่เลย พี่ไม่ได้รังเกียจเพื่อนเราน่ะ น่ารักดี แต่พี่ว่าพี่ไม่ไหวหรอก ฮ่าๆๆๆๆ “ พี่กรณ์พูดแล้วก้อขำ

“ เพื่อนผมรู้คงเสียใจแย่ อย่าหลงตัวเองให้มากนัก “ ผมขัดไป

“ คนที่พี่จะสนใจน่ะ เค้าไม่สนใจพี่หรอก เพราะว่าเค้ามีแฟนแล้ว ถึงเค้าไม่มีแฟนแล้วก้อไม่รู้ว่าเค้าจะชอบพี่ไหม “ พูดเสร็จพี่กรณ์ก้อมองหน้าผม

“ แหนะๆๆอย่าบอกน่ะว่าชอบผม ไหนบอกไม่ใช่เกย์ไง แอ๊บรึป่าวเนี่ยะ “ ผมตลกกลบเกลื่อนไปทั้งๆที่ตัวองเขิลจะตาย

“ อี้ครับ ถ้าพี่จะรักใคร พี่ไม่มองเค้าที่เค้าเป็นเพศอะไรหรอก พี่ต้องดูนิสัยใจคอ ดูจิตใจ มันสำคัญกว่าน่ะ “ พูดเสร็จเค้าก้อมาจับมือผม

“ ปล่อยเหอะครับพี่ ผมจั๊กกะจี้ เล่นอะไรนี่ “ แล้วผมก้อดึงมือออก

“ เห็นม่ะ อี้รังเกียจพี่จริงๆ ให้โอกาสพี่หน่อยไม่ได้เหรอครับ “ พี่กรณ์เริ่มพูดจริงจังขึ้น

“ ไม่ได้รังเกียจน่ะครับ แต่ผมไม่คิดว่าพี่จะคิดจริง คิดจัง ผมเจอมาเยอะแล้วประเภทนี้ เรารู้จักกันอย่างนี้ดีกว่า “ ผมรีบตัดบทไป

“ สักวันน่ะครับ สักวัน “ พี่กรณ์พูดเสร็จก้อหันไปตั้งใจขับรถต่อ ผมล่ะรู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้ ผมก้อเลยถามพี่เค้าว่ารู้ได้ไงว่าผมชอบเที่ยยว ชอบดื่ม และยังรู้ยี่ห้อเหล้าที่ผมชอบอีก เค้าบอกว่าเค้าถามจากพี่ก๋อม แล้วทำไมต้องถามพี่ก๋อมด้วย พี่ก๋อมน่ะก้อไม่บอกอะไรเราเลย หมกเม็ดจริงๆ

     พอถึงร้านพวกเราก้อเข้าไปหาที่นั่ง ร้านนี้เป็นผับชื่อดัง  แถวเอกมัย ร้านเค้านัดได้เก๋ไก๋ดี สีสันจัดจ้านมากๆ วันนี้นี่เรามาคนไม่เยอะเท่าไหร่ เพราะว่ามันเป็นคืนวันอังพฤหัสบดีเลยได้ที่ดีหน่อย จากนั้นก้อสั่งเหล้ามาดื่มกัน วงดนตรีเล่นกันมันส์มาก ผมเต้นกระจายไม่ยั้ง หลังจากที่เก็บกดมานานไม่ได้เที่ยวห้าเดือน ส่วนชะนีเอ๋ย แม๋ม ดี้ ก้อวนเวียนเต้นกับพี่กรณ์ น่าสงสารพี่กรณ์มาก แต่เค้าก้อดูสนุกดี ระหว่างเต้นก้อมีโต๊ะข้างๆมาชนแก้ม มาชวนคุยกันผมมากมาย แต่ผมไม่สนใจ ขี้เกียจคุย ผมไม่ได้หยิ่งน่ะ แค่อยากเต้นอย่างไม่ต้องสนใจคุยกับใคร ผมก้อเต้นสักพักเริ่มมึนๆ เลยขอไปเข้าห้องน้ำ ผมเริ่มมึนหน่อยๆเดินเซนิดๆ เลยไปชนใครเข้า ใครว่ะ มายืนขวางทางอยู่ตรงนี้ พระจ้าววววววว ไอ้บ้าดิวนั่นเอง ซวยอะไรขนาดนี้นี่

“ นี่เดินให้มันดูทางหน่อยได้ไหม รึว่าตั้งใจเดินชนคิดว่าเป็นผู้ชาย เลยคิดจะจับ ชั้นว่านายไปเก็บแถวโต๊ะนายดีกว่า หรือว่าชอบแถวหน้าห้องน้ำ ถูกใจจะได้พากันไป Brokeback กันซะเลย “ อ้าววววว ปากมันนี่น่าเตะชะมัด เอ๊ะที่มีนพูดอย่างนี้แสดงว่ามันก้อต้องเห็นผมข้างในสิ แต่ทำไมผมไม่เห็นมันล่ะ หรือว่าผมเต้นเพลินจนลืมมองคนรอบโต๊ะไป

 :beat: :beat: :beat: :beat: :beat:

ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6
Re: สัญญารัก สัญญาสวาท
«ตอบ #13 เมื่อ15-02-2009 19:07:33 »

:z3: :z6: :z3: :z6: :z3: :z6: :z3: :z6:


 :z13: o22 :z13: o22 :z13: o22 :z13: o22


“ ชาติที่แล้ว นายไปฆ่าหมาขี้เรื้อนตายยกคอกรึไง ปากถึงได้เน่าขนาดนี้ “ โดนผมบ้างเป็นไง

“ ปากดีนักน่ะ อยากโดนรึไง “ มันง้างหมัดขึ้น

“ ก้อเอาเดะ กรูกลัวมึงตายแหละ “ ผมก้อไม่ยอม ง้างหมัดบ้าง ขอบอกว่าผมเป็นมวยน่ะครับ

“ อะไรกันน่ะดิว ว๊ายย นี่แกอย่ามาทำอะไรต่ำๆแถวนี้น่ะย่ะ “ นั่นไงนังะนีหลิง หลิง

“ ผมว่าไอ้นี่ต่างหากมันหาเรื่องอี้ก่อน คุณนี่สวยอย่างเดียวไม่มีสมองแยกแยะเลยเหรอ “ พี่กรณ์ตามมาช่วยผมพอดี

“ ออกรับแทนกัน เอ๊ะอย่าบอกน่ะว่าได้กันแล้ว อะไรกันเจอกันไม่นาน เรียบร้อยแล้วเหรอว่ะ ฮ่าๆ “ ไอ้บ้าดิวมันหัวเราะขึ้น

“ เหมาะกันจริงๆเลยคู่นี้ หญิงก้อปากร้าย ชายก้อปากเน่า เหมาะกันประหนึ่ง อีเหม็นๆกับส้วมพังๆเลยแหละ “ ผมด่ากลับไป

“ ไปกันดีกว่าอี้ เหม็นของเหม็นเน่า ฮ่าๆๆๆ “ ว่าแล้วพี่กรณ์ก้อดึงตัวผมหลบออกไปเข้าห้องน้ำ นังหลิง หลิง หน้าแดง ตัวสั่นด้วยความโกรธ พอผมข้าห้องน้ำเสร็จก้อเห็นพี่กรณ์ยืนเฝ้า เค้าคงกลัวพวกนั้นมาหาเรื่องผมมั้ง ผมไม่กลัวหรอก จะซัดให้คว่ำทั้งคู่ จากนั้นพวกเราก้อไปเต้นต่อ พอผมเข้าไปก้อเห็นว่าโต๊ะไอ้บ้าดิวมันอยู่ห่างจากโต๊ะผมไปทางซ้ายมือสามสี่โต๊ะ มิน่าล่ะผมถึงไม่เห็น เพราะว่ามันมีเสาบังนี่เอง จากนั้นไม่นานก้อมีใครไม่รู้ว่าขอชนแก้วกับผม ตอนนั้นผมเริ่มสร่างแล้ว เพราได้กัดกะพวกหมาบ้าเลยของขึ้น ดูๆไปคนที่มาชนแก้วก้อน่ารักดีน่ะครับ ไม่สูงมาก ตาตี่ๆ แต่เวลายิ้มน่ารักมาก มีเขี้ยวเหมือนผมด้วย ตอนแรกผมก้อชนแล้วก้อเต้นต่อไป แต่ไอ้นี่ไม่ยอมแพ้ครับ ชวนผมคุย ผมก้อหันหน้าหนี มันก้อเดินตามจนเพื่อนๆผมเริ่มรำคาญผมแล้วเลยไล่ให้ผมออกไปคุยกะมันข้างนอก ผมรำคาญเลยลากไอ้หมอนี่ออกมา

“ ว่ามาจะคุยอะไร จะไปเต้นต่อ “ ผมพูดด้วยอาการหงุดหงิด

“ เอ่อ ผมชื่อ ป็อบน่ะครับ เห็นนายเต้นมันส์ดีเลยอยากรู้จัก ถ้าผมทำให้รำคาญก้อขอโทษด้วยน่ะครับ ไม่กวนแล้วก้อได้ “ พูดแล้วทำหน้าหงอๆ

“ ไม่ได้ว่าอะไร ผมไม่ชอบเต้นไปคุยไป มันน่ารำคาญ ถ้านายจะเต้นด้วยก้อต้องไม่คุย เข้าใจไหม “ พูดเสร็จผมก้อเดินเข้าในร้าน ป๊อบก้อเดินตามผมเข้าไปในร้าน จากนั้นป๊อบก้อสงบเสงี่ยมมาก ไม่ชวนคุยแต่เต้นกับผมสะบัด ส่วนพี่กรณ์เหรอ ตอนนี้โดนชะนีสามนางกักตัวไว้อยู่ เค้าคงเห็นผมเต้นกับใครไม่รู้เลย เดินมาเต้นกับผมด้วยแล้วถามผมว่าใคร ผมบอกว่าไม่รู้ เค้ามาขอเต้น แล้วพี่กรณ์ก้อส่งสายตาแปลกๆไปให้ป๊อบ

     จากนั้นเกือบตีหนึ่งพี่กรณ์บอกว่าต้องกลับก่อน และขอโทษที่ไม่ได้อยู่จนเลิก เพราะว่าเค้ามีประชุมเช้า ผมเลยเดินมาส่ง นังชะนีสามนางจะตามกลับ เลยโดนป้อมขาใหญ่สกัดไว้ ชีเลยจ๋อยไปตามระเบียบ ตอนมาถึงรถ พี่กรณ์ก้อยื่นบัตรให้ผมบอกว่าเอาไว้จ่ายค่าเหล้า ผมบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวพวกผมหารกันเอง พี่กรณ์ไม่ยอมบอกว่า ผมทำให้เค้าเป็นคนผิดสัญญา ผมเลยต้องรับไว้ แล้วก้อกำชับว่าไม่ให้ผมไปใกล้พวกไอ้ดิว เดี๋ยวมันหาเรื่องเอา ผมบอกว่าไม่กลัวหรอก ลองมันมาหาเรื่องผมดูสิ จะจัดการให้ดู พี่เค้าบอกว่าเอาน่าถือว่าพี่เค้า ผมเลยต้องรับปากไป แล้วบอกให้เค้ารับรถดีๆ จากนั้นผมก้อเข้าไปเต้นต่อจนผับเลิก ป๊อบก้อบอกว่าให้เค้าไปส่งผมไหม เค้าอยากรู้จักและจะพาไปหาอะไรทานด้วย ผมบอกว่าผมจะกลับกับเพื่อน ป๊อบบอกว่าบอกเพื่อนๆผมแล้ว ไอ้เพื่อนตัวดีก้อรู้งาน รีบกลับกันไปไหนไม่รู้ ผมเลยต้องยอมเพราว่าป๊อบมันตื๊อมากๆ พอป๊อบพามาขึ้นรถเท่านั้นแหละ อึ้งครับ

“ นี่มันรถไอ้ดิว และไอ้ดิวนั่งในรถนี่ นี่มันอะไรอ่ะป๊อบ “ ผมเอ่ยเมื่อเดินไปถึงรถที่ป๊อบบอกว่าจะพาไปส่งแล้ว

“ เอาน่าพอดีรถผม เพื่อนผมมันยืมไป เดี๋ยวไอ้ดิวมันขับไปส่งให้ มันใจดีจะตาย “

“ ไม่เอาอ่ะ เราเกลียดมัน นายไปเหอะ “ ผมพูดเสร็จ พลางเดินหนี

“ กลัวชั้นรึไง ถึงเดินหนี โห่ นึกว่าจะกล้ามากเหมือนปากของนาย “ ไอ้ดิวครับ มันลงจากรถมาว่าผม

“ ช่วยแยกแยะความกลัว กับ ความขยะแขยงด้วยน่ะครับ มีสมองพอแยกแยะไหม ? “ ผมด่ากลับไป

“ งั้นก้อขึ้นมาสิ ถ้าไม่ได้กลัว อย่ามาเรื่องมาก “ ดูไอ้ดิวมันพูดสิ

“ มาเหอะครับ น่ะๆๆๆ เดี๋ยวผมไปส่ง “ เสร็จแล้วก้อลากผมขึ้นรถ ผมล่ะไม่อยากไปแต่เห็นหน้ากวนๆของไอ้ดิวแล้วอดไม่ได้ ดูสิมันจะมาไม้ไหน วันนี้มันขับซีตรองซ์ตคันเมื่อวานมา เบนซ์ที่มันว่าคันโปรดคงจะยังซ่อมไม่เสร็จ อิอิ สมน้ำหน้า

     พอขึ้นรถผมก้อเห็นชะนีหลิง หลิง นั่งหน้างออยู่เบาะหน้า รอบนี้มันไปกัดผมเลย ก้อดีผมล่ะรำคาญจะตาย จากนั้นมันก้อขับรถไปเรื่อยๆ ดูท่าแล้วจะไม่ใช่ทางบ้านผม มาถึงบางอ้อตรงที่ว่า มันมาส่งหลิง หลิง ครับ พอถึงนังชะนีนั่นก้อเปิดประตูออกไป แล้วก้อปิดประตูกรแทกอย่างแรงแล้วป๊อบก้อให้ผมไปนั่งข้างหน้า มันบอกว่าไม่ชอบนั่งข้างหน้า ผมเห็นหน้าไอ้ดิวแล้วหมั่นไส้ มันยักคิ้วกวนๆมาทีหนึ่ง กรูไม่ได้กลัวเว๊ย ว่าแต่ไปนั่งก้อได้  จากนั้นผมรู้แล้วว่าไอ้ดิว กับ หลิง หลิงคงทะเลาะกัน เพราะตอนขึ้นรถ มันสองคนไม่คุยกันเลย แต่ป๊อบนี่สิ ถามนั่น ถามนี่ ถามว่าผมมีแฟนยัง ผมบอกว่ามีแล้ว มันบอกว่ามันมีโอกาสมากน้อยแค่ไหน ผมก้ไม่ตอบ จากนั้นก้อบรรยายสรรพคุณตัวเองต่างๆนานา เสร็จแล้วมันก้อไปจอดแถวประตูน้ำ

“ ป่ะ ไปหาไรกินก่อน กรูหิว “ ไอ้ดิวมันพูดขึ้น

“ ไม่กิน พวกนายไปกิน ชั้นจะกลับบ้าน “ ผมพูดพลางเปิดประดูเดินออกไป

“ อดทนอีกหน่อยไม่ได้รึไง ชั้นก้อไม่ได้อยากกินกะนายเท่าไหร่หรอก  อย่าเรื่องเยอะ รึว่าเขิลชั้น “ ดูไอ้ดิวมันหลงตัวเอง

“ แหวะ หลงตัวเองไปเหอะ ไปก้อได้ นายเลี้ยงน่ะชั้นไม่จ่าย “ ผมตอบกลับไป จากนั้นเราก้อไปกินข้าวมันไก่ร้านตรงหัวมุม คนเยอะดี กินไปป๊อบก้อชวนผมคุยไป ผมตอบบ้างไม่ตอบบ้าง ส่วนไอ้ดิวมันก้อชอบมองมาที่ผม พลางแสยะยิ้มมุมปาก ผมเกลียดท่าทีมันมาก ระหว่างกินอยู่ แม่ป๊อบโทรมาตามให้กลับบ้านด่วน ตีสามแล้วยังไม่ถึงบ้าน แม่มันหวงมันมาก มันเลยฝากให้ไอ้ดิวมาส่งผม ผมปฏิเสธ แต่ได้ดิวมันบอกว่า ผมคงกลัวมัน ผมเลยต้องกลับกันมัน ก่อนกลับป๊อบไม่ลืมที่จะขอเบอร์ผม ผมก้อให้ๆไปรำคาญมันตื๊อจัง จากนั้นไอ้ดิวก้อพอผมไปขึ้นรถ

“ บ้านนายอยู่ไหน “ ไอ้ดิวมันถาม

“ แถวๆห้วยขวาง ตรง........... “ ผมตอบ

“ ใกล้ๆ สลัมใช่ไหม “ มันแดกผมมา

“ ...... “ ผมไม่ตอบ ง่วงมาก เบื่อกวนประสาทกับมัน เสร็จแล้วมันก้อโน้มตัวมาจับสายเข็มขัดนิรภัยมารัดให้ผม ผมก้อตกใจ ตอนที่มันโน้มมา เหมือนมันจงใจแกล้งทับผม ผมเลยดันมันออก ขนลุกเลยครับ ไอ้บ้าเนี่ยะ จากนั้นระหว่างทางมันก้อพูดไปเรื่อยเปื่อย ผมเองก้อไม่ไดฟัง รำคราญและง่วงด้วย ง่วงมากเลยเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้สึกเหมือนมีอะไรเย็นๆมาโดนหน้า เฮ้ยยยยยย

“ นี่นายทำอะไรอ่ะ “ ผมผลักมันออก รู้สึกเหมือนโดนหอมแก้ม

“ อย่าคิดมาก ฉันไม่ได้พิศวาสเกย์ อย่างนายแน่นอน “ มันโต้กลับมา

“ งั้นชั้นไปล่ะ “ ผมจะเปิดประตูลง แต่มันไม่ปลดล็อคให้ผม

“ ปลดล็อคด้วย ชั้นจะลง “

“ นายอยู่ที่นี่เหรอ ดูแออัดดีน่ะ สลัมดีๆนี่เอง “

“ นี่ถ้านายไม่ชอบชั้นก้อปล่อยให้ชั้นลง จะได้ไม่ต้องเจอกัน รู้ไว้เลยน่ะ เห็นหน้านายแล้วชั้นรู้สึกเหมือนเห็นขี้ “ ผมด่ามันไป

“ ปากดีนักใช่ไหม อยากลองชิมดูสิว่า มันจะหวาน หรือ ขม หรือ รสชาติแปลกๆกันแน่ “ มันพูดกลับมา

“ ก้อลงองดูสิ จะอ้วกใส่ให้ดู “ พูดเสร็จมันก้อดึงตัวผมเข้าไปจูบปากกับมัน ผมตกใจครับทำอะไรไม่ถูก มันพยายามเอาลิ้นดันเข้ามา ผมก้อพยายามดันมันออก แต่ผมสู้แรงมันไม่ไหว ทุบแล้วอะไรแล้วมันก้อไม่ปล่อย ที่มันแคบผมทำอะไรมากไม่ได้ สักพักมันก้อปล่อยผม

“ ก้อหวานดีนี่หว่า แหน่ะๆๆ ไม่เห็นนายจะอ้วกเลย แล้วนั่นหน้าแดกใช่ไหม “ ไอ้ดิวมันพูดยั่วผม
ผลัวะ !!!! ผมตบมันไป แล้วก้อโน้มตัวไปจะปลดล็อคเอง ผมปลดได้พอดี จังหวะนั้นไอ้ดิวมันจับตัวผมกดลงเบาะตัวที่ผมนั่งแล้ว มาจูบผมอีกครั้ง คราวนี้มันรุนแรงมาก และดันเอาลิ้นเข้ามาในปากผมอีก ผมเลยตัดสินใจกัดปากมันให้

“ โอ๊ยยยยย จะบ้าเหรอมากัดปากชั้น ดีน่ะเลือดไม่ไหล “

“ ไอ้เลวววว “ พูดเสร็จผมก้อผลักมันแรงๆจนตัวมันติดกับกระจกรถอีกด้านนึง แล้วผมเปิดประตูออกไป มันออกมาตะโกนพูดว่า ปากผมหวานดีน่ะ ชอบจังแล้วหัวเราะออกมาดังๆ ผมล่ะวิ่งเข้าตึก ทั้งอาย ทั้งแค้น ไอ้บ้าเอ๊ย เลวชะมัด อย่าให้เจออีกน่ะ พ่อจะเล่นให้หนักๆ แล้วผมก้อเข้าห้อง เปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำเตรียมจะนอน ก่อนนอนลืมไปว่า ลืมโทรหาอ้วน แต่ไม่เป็นไรพรุ่งนี้ค่อยโทร คือผมกับแฟนจะไว้ใจกันครับ ผมจะไม่โทรจิกเค้า และเค้าก้อจะไม่โทรจิกผม คบกันแบบสบายๆน่ะครับ ตอนนอนผมก้อนอนคิดเรื่องไอ้บ้าดิว แม่ม ทำไมมันถึงทำอย่างนี้กับผมน่ะ โกรธมันมากๆๆ แล้วสักพักผมก้อผล็อยหลับไปด้วยความเพลีย

                                                                       ---------------------  จบตอนที่ 2 -------------------------

 :man1: :man1: :man1: :man1: :man1: :man1:[/color]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-01-2020 16:14:25 โดย Alexie333 »

ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6
Re: สัญญารัก สัญญาสวาท
«ตอบ #14 เมื่อ15-02-2009 19:08:14 »

ดิว อายุ 28  ปี สูง 180 ซม. หนัก 72 กก.
รุปร่างหน้าตา – สูง ขาว ล่ำมีกล้ามเนื้อเพราออกกำลังกายบ่อยๆ ตาโต หวานชวนฝัน ปากอวบอิ่ม จมูกโด่ง ยิ้มสวย
อาชีพ – เปิดเว๊ปไซต์ ขายของแต่งรถ ซึ่งได้เงินดีมาก เค้าขายทั้งใน และนอกประเทศ นอกจากนี้ ก้อทำงานบริษัท รับเหงาก่อสร้างขนาดใหญ่ของเอเชีย กับทางบ้าน และ ยังเดิมพันแข่งรถอีก ความใฝ่ฝัน อยากมีบริษัทผลิต ตกแต่ง รถยนต์เป็นของตัวเอง
อุปนิสัย – รักสนุก ใจร้อน ชอบหว่านเสน่ห์ เอาแจ่ใจตัวเองและชอบบงการในบางครั้ง รักเพื่อนฝูง ชอบท้าทาย และเอาชนะ จริงใจ อ่อนไหว
พื้นฐานชีวิต – มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยมาก พ่อเป็นเจ้าของธุริกจก่อสร้างขนาดใหญ่ ของเอเชีย และมีธุรกิจอื่นๆอีกมากมาย มีแม่เป็นคุณหญิง เพราะว่าในอดีต แม่ของดิวเป็นนายพลหญิง เกษียรก่อนกำหนด เพื่อมาบริหารธุรกิจเครื่องเพชรของตนเอง จะเป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่างสักหน่อย พ่อของดิวเป็นนักธุรกิจที่ประสบควาสำเร็จมาก เคร่งขรึม เอาจริงเอาจัง  ดิวมีพี่น้อง สี่คน ดิวเป็นคนที่สาม มีพี่ชายหนึ่ง พี่สาวหนึ่ง และมีน้องสาวอีกหนึ่ง แต่ก่อนดิวชอบหาเงินเองโดยการทำธุรกิจซื้อขายอุปกรณ์แต่งรถยนต์เล็กๆกับเพื่อน จนปัจจุบันนี้เป็นธุรกิจที่หารายได้ดีทีเดียว  ตอนนี้ดิวเริ่มมาทำงานบริษัท กับทางบ้านซึ่งทางพ่อของดิวอยากให้ดิวมาทำด้วยตั้งนาน แต่ดิวบ่ายเบี่ยงมาตลอด จนมาคราวนี้พ่อยื่นคำขาดว่าต้องทำไม่งั้นจะไม่ให้ใช้นามสกุล ดิวกับพ่อมักจะมีปากเสียงกันอยู่เรื่อยๆ เนื่องจากดิวมักจะคิดว่าพ่อชอบบังคับ และสั่งให้ดิวทำในสิ่งที่พ่อต้องการ จึงทำให้ดิวไม่อยากอยู่บ้าน มาติดเพื่อนๆ
ประวัติความรัก – ดิวเคยมีแฟนมาแล้วมากมาย แต่ไม่ได้คบใครจริงจังเท่าไหร่ เพราะว่าดิวอยากสร้างฐานะให้ตนเองให้มั่นคงเสียก่อน เลยตั้งใจทำธุรกิจของตัวเองอย่างมากแต่ก้อมีผู้หญิงมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตดิว แล้วก้อผ่านไป ซึ่งการเลิกราแต่ละครั้ง ดิวไม่ได้เสียใจเลย เพราะดิวชอบคิดว่า ผู้หญิงมีมากมาย เดี๋ยวก้อหาใหม่ได้ และด้วยความหลงตัวเอง ว่าตัวเองหล่อ และบ้านรวย มีงาน มีเงิน ทำให้ดิว มักจะไม่ค่อยแคร์ผู้หญิงคนไหนๆ และชอบดูถูกคนด้วย แม้ว่าลึกๆแล้ว ดิวยังแอบหวังว่าจะหาใครซักคนที่รักเค้าจริงๆ มาอยู่เคียงข้าง

anna1234

  • บุคคลทั่วไป
Re: สัญญารัก สัญญาสวาท
«ตอบ #15 เมื่อ15-02-2009 19:08:45 »

 :z13: จิ้มไว้
ขยันเน้อ อ่านไม่ทันเลยดิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-02-2009 19:13:49 โดย ไต๋ »

ออฟไลน์ [N]€ẃÿ{k}uñĢ

  • ~ῲเจ้าแม่Dramaῴ~
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5186
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +740/-5
Re: สัญญารัก สัญญาสวาท
«ตอบ #16 เมื่อ15-02-2009 19:15:44 »


จะแก้ไขที่หัวกระทู้ยังไงอ่ะครับ
ผมเพิ่งมาเว็ปนี้ครั้งแรกทำไม่เป็น
เรื่องนี้เป็นนิยาย กึ่งชีวิตจริง เอามาผสมปนเปกัน
ยังไงลองอ่านไปเรื่อยๆน่ะครับ

การแก้หัวกระทู้นะคับหน้าแรกเนี่ย บริเวณที่เม้นแรกของกระทู้นี้อะคับด้ายซ้ายมือ
จะมีคำว่า Modify คลิกไปเลยครับ แล้ว ไปแก้ที่ช่อง หัวข้อได้เลย
อยากบอกว่าเรื่องนี้ลงถี่สุดยอดอะ จะอ่านทันมะเนี่ย อิๆ

เฮ้ออ่านทันละเนื้อเรื่องเริ่มจะมันแล้วนะเนี่ยดูท่าตัวพระคงเป็นนายดิวชัวละ
ส่วนเรื่องของสัญญารักก็ไม่รู้เมื่อไหร่ถึงจะเกิดขึ้น อิๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-02-2009 19:26:18 โดย newykung »

ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6
:really2: :really2: :really2: :really2: :กอด1: :กอด1: :กอด1: :กอด1:



บทที่ 3 ยั่วประสาท ( Tempting and Teasing )
    วันนี้ผมก้อตื่นมาด้วยความเหนื่อยเพลีย เมื่อคืนไม่ใช่แค่นอนดึก แต่ตอนนอนก้อคิดนั่นนี่นู้นไปเรื่อยเปื่อย ส่วนมากจะเป็นเรื่องไอ้ดิวมากกว่า ว่ามัน
ทำอย่างนี้ทำไม บอกตามตรงว่าผมไม่ได้ชอบเลย ตอนนั้นเกลียดมันมาก แค่ไม่เข้าใจเท่านั้นเอง มันคงอยากแกล้งผมมากกว่าล่ะมั้ง ว่าแล้วก้อสลัดความคิดนั้นทิ้ง รีบอาบน้ำไปทำงานดีกว่า วันนี้ไม่รีบมาก นั่งรถสองแถวไปดีกว่า เดินผ่านวินมอไซค์ พวกนั้นก้อร้องเพลงแซวประมาณว่า พวกมันหมดความหมายก้อทิ้งมันไปหาสิ่งที่ดีกว่าอะไรประมาณเนี่ยะ ดูเดะปากพวกมัน แล้วจะไม่ให้ผมวางตัวถือตัวกับมันได้ไง นี่ขนาดวางตัวแล้วยังมาทะลึ่ง แล้วถ้าไม่วางตัวล่ะ มันคงขี่คอผมเลยมั้ง วันนั้นผมก้อไปทำงานปกติ ว่าจะโอนเงินให้แม่ซะหน่อย อ้าว กระเป๋าตังค์หายนี่นา เมื่อเช้าก้อลืมหา แย่จริงๆเลยผมเนี่ยะ ไว้ไปหาอีกทีดีน่ะยังพี่เงินที่พี่กรณ์ให้ไว้ยังพอมี เดี่ญวไปโอนแบบฝากดีกว่า ถ้ากระเป๋าหายจริงๆคงต้องไปทำบัตรต่างๆใหม่ วุ่นวายอีก เบื่อความเสบอะสะบ๊ะของตัวเองจริงๆเลย กระเป๋าตังค์ผมหายบ่อยมาก จนมีช่วงนึงผมไม่พกประเป๋าตังค์อยู่หลายปีเลยครับ แต่พอมาทำงานมันต้องพกนี่ครับเลยต้องกลับมาพกอีก นั่งทำงานสักพักมีโทศัพท์เข้ามา เบอร์แปลๆแหะ

“ สวัสดีครับ นี่เบอร์ของอี้รึป่าวครับ “ เสียงในสายพูดมา เป็นเสียงผู้ชาย เสียงนุ่มมากๆ

“ ใช่ครับ ไม่ทราบว่าผมพูดสายกับใครอยู่น่ะครับ “ ผมตอบกลับไป

“ ผมต้งน่ะครับ จำได้ไหมที่คุณช่วยผม ที่โดนกระชากกระเป๋าเมื่อสองวันก่อนน่ะครับ “ อ้าวเทพบุตรผมโทรมาเหรอนี่

“ อ๋อๆๆ จำได้แล้วครับ มีอะไรให้อี้ เอ๊ย ผมรับใช้เหรอครับ “ เขิลลลลจนเผลอ เรียกชื่อตัวเองแทนซะงั้น ผมจะไม่พูดชื่อตัวเองแทนตัวกับคนมาสนิท

“ เรียกตัวเองว่าอี้ ก้อน่ารักดีน่ะครับ งั้นผมขอเรียกตัวเองว่าต้งน่ะครับ คืออย่างนี้ครับ ตอนเที่ยงอี้พอจะว่างไหมครับ ต้งอยากนัดออกมาทานข้าวหน่อย พอดีต้งมีงานจะให้อี้ช่วย คงต้องขอรบกวนเวลานิดนึงน่ะครับ “ เขินจังเลยอ่า เรียกชื่อตัวเองแทนตัวว่าต้งด้วย กิ๊วๆๆๆ

“ ได้ๆๆครับผมว่างพอดี ให้ผมไปหาที่ไหนล่ะครับ “
“ ไม่ต้องมาหาต้งหรอกครับ ต้งไปหาอี้เองดีกว่า แถว ทาวน์อินทาวน์มีของกินเยอะแยะ ผมเคยไปแถวนั้นบ่อย “ ต้งชวนผม

“ ได้สิครับ คุณ เอ๊ย ต้งมาทางนี้น่ะครับ ....... “ ผมบอกทางไป

“ โอเคครับ อีกยี่สิบนาทีเจอกัน พอดีตอนนี้ต้งอยู่แถวลาดพร้าวพอดี บายครับ “ พูดเสร็จก้อวางสายไป ว๊าย ว๊าย ตื่นเต้นจังอ่ะครับ มีชายในฝันมาชวนทานข้าวด้วย ไม่เอาๆๆๆๆ ท่องไว้ลูกๆ มีแฟนแล้วๆๆๆๆ แล้วเค้าก้อมีแฟน( แก่ ) แล้วด้วย เสียดายจังเลย หลังจากนั้นประมาณสิบนาทีต้งก้อมาถึงที่
ออฟฟิซผม ผมก้อลงไปหา พอเค้าเดินออกมาจากรถ โอ้ววว พระเจ้า ทำไมน่ารักอย่างนี้อ่า แต่งตัวน่ารักมากกกกก ใส่เสื้อยืดคอวีสีขาวขนาดพอดีตัว สกรีนเก๋ๆลนเสื้อเป็นรูปกราฟฟิคน่ารักดี ใส่กางเกงยีนสีกรมท่าขาเดฟ รองเท้าผ้าใบสีเทาเท่ห์ๆ โอ๊ยยยยย ที่สำคัญ ต้งใส่แว่นด้วย เสป็คสุดๆ ผมมองหน้าตี๋ๆยิ้มหวานๆมีลักยิ้ม ผมสไลด์สวยๆ อยู่นานจนต้งต้องเรียกผมซ้ำอีกที

“ อี้ เป็นอะไรครับ ผมแต่งตัวไม่ดีเหรอครับ ก้อไม่ได้ไปไหนอ่ะครับ เลยแต่งแบบนี้มา แฮ่ะๆๆๆ “ ไม่ใช่ไม่ดี ไม่ดีมากต่างหาก ไม่ดีต่อจิตใจผมตอนนี้

“ ป่าวๆๆๆๆ ครับ ไม่มีอะไร ไปกินข้าวเหอะ ผมหิว “ ผมรีบตัดบทแก้เขินไป จากนั้นเราก้อไปหาข้าวทานกัน ผมชวนต้งไปทานแถวๆที่ทำงานผมตรงหัวมุมจะมีศูนย์การค้า ประมาณว่าเจ อเวนิวสมัยนี้  เพิ่งสร้างใหม่ แต่มีร้านอาหาร ร้านค้าอยู่เต็มแล้ว ผมเลือกร้านอาหารร้านนึง บรรยากาศดีทีเดียว แต่คนในร้านไม่ยักเยอะ สงสัยเพิ่งเปิด เพราะว่าศูนย์การค้านี้ เพิ่งเปิดได้สองวัน คนเลยยังบางตา ร้านที่ผมเลือกเป็นร้านอาหารไทยครับ ผมเดินไปนั่งโต๊ะริมหน้าต่าง ด้านในสุด ตอนผมเข้าไป มีคนมาทานก่อนหน้าผมอยู่แล้วซัก สามสี่โต๊ะเอง จากนั้นพวกผมก้อเรียกเด็กมารับออร์เด้อ เด็กก้อน้อย มีเด็กเสริฟอยู่สองคนเห็นจะได้ เด็กที่มารับออร์เด้อเป็นเด็กผู้หญิงครับ อายุน่าจะไม่เกินยี่สิบปีเห็นจะได้ ท่าทางยังใหม่มากๆ เดินเงอะๆ เงิ่นๆมาหาพวกผม  รับออเดอร์ไป ก้อผิดๆถูกๆ สงสัยจะใหม่จริงๆ ส่วนต้งเค้ายกหน้าที่สั่งอาหารให้ผมครับ แหมๆ กินแรงผมจิมๆ ไม่ช่วยกันเล้ยยยยยย

“ น้องครับ ที่ร้านนี้มีอะไรแนะนำไหมครับ “ ผมถามไป

“ เอ่อออ ร้านเพิ่งเปิดใหม่อ่ะค่ะ เลยยังไม่มี “ น้องเค้าตอบ ท่าทางตะกุก ตะกัก

“ แล้วอาหารไหน คนสั่งเยอะๆล่ะครับ “ ผมถามไปอีก

“ หลายอย่างน่ะค่ะ หนูเองก้อไม่ค่อยรู้ เดี๋ยวหนูไปถามเค้าใหน่ะค่ะ “ อะไรจะใหม่ขนาดนี้เนี่ยะ ไม่รู้เรื่องซักอย่าง

“ น้องๆ พี่ว่าน้องเรียกกัปตันมาดีกว่า ท่าจะรู้เรื่องกว่าน่ะ “ ผมบอกไปแบบเบื่อๆ แล้วอย่างนี้ถ้าเจอลูกค้าแรงๆคงตายไปแล้ว ดีน่ะผมใจดี อิอิ จากนั้นไม่นานก้อมีผู้ชายคนนึงเดินมา หน้าตาดีเหมือนกัน แต่ผมไม่ได้มองมากขนาดนั้น ท่าทางแต่งตัวดีคงเป็นกัปตันที่นี่

“ มีอะไรให้รับใช้เหรอครับ “ ชายคนนี้พูด ด้วยน้ำเสียงที่สุภาพละดูมั่นใจกว่าเด็กคนเมื่อกี้เยอะ

“ เป็นกัปตันใช่ไหมครับ เอ่ออออ ที่ร้านนี้มีอาหารแนะนำไหมอ่ะ “ ผมถามขึ้น

“ มีหลายอย่างครับ ถ้าชอบอาหารรสจัดหน่อย ผมขอแนะนำ ยำโจรสลัดครับ อันนี้ทางร้านเพิ่งทำขึ้นมา แต่ถ้าชอบรสอ่อนๆหน่อย ก้อต้อง ตำแซ่บน้ำจืด ฮ่าๆๆๆ งงใช่ไหม ถ้าเป็นพวกผัด ก้อต้อง ผัดอะไร ชื่อนี้ผมคิดเองเลยครับ ว่าแต่ว่าคุณชอบแบบไหนครับ “ เค้าตอบผมท่าทางมั่นใจมากๆ

“ อืมมมม งั้นเอามาทั้งสามย่างน่ะครับ ท่าทางน่าอร่อย ขอตินิดนึงน่ะ ร้านคุณดูน่าเข้าน่ะ น่าจะจ้างพนักงานที่เป็นงานเหมือนคุณนี่มาทำ ผมไม่ได้ติน้องคนเมื่อกี้น่ะ แต่มันจะดีมากถ้าได้อย่างที่ผทบอก ผมบอกด้วยความหวังดีน่ะครับ อย่าโกรธน่ะ “

“ ไม่เป็นไรครับ ทางเรายินดีน้อมรับทุกคำแนะนำ รอสักครู่น่ะครับ เดี๋ยวผมจะนำอาหารมาให้ “ เขาพูดพลางเดินเอารายการอาหารไปส่งให้ที่ครัว ส่วนต้งน่ะเหรอครับ นั่งยิ้มเล็กยิ้มน้อยอยู่ ไม่คิดจะช่วยผมตัดสินใจอะไรเล้ยยยยยยย

     จากนั้นไม่นาน อาหารก้อมาถึง พอผมลองทานดู อืมมมม รสชาตดีทีเดียว นี่ถ้าทุกอย่างเพอร์เฟ็คน่ะ ร้านนี้คงขายดีไม่น้อย พวกผมก้อทานไปพูดคุยกันไป เรื่องที่ต้งจะคุยกับผมคือ ช่วงนี้เค้ามีงานเปิดตัวสินค้าใหม่บ่อยๆ อยากให้ผมมาทำเป็น สไตลิสต์ควบกับช่างแต่งหน้าให้กับเค้า ผมบอกไปว่า ผมมีงานประจำอยู่แล้ว อีกอย่างผมก้อเพิ่งรับงานพี่กรณ์ไป ต้งบอกว่าถ้าว่างก้ออยากให้มา งานของเค้าส่วนมากจะทำเย็นๆ แล้วเรื่องธีมของงานก้อสามารถเอามาคิดเป็นการบ้าน ถ้าเสร็จแล้วก้อสามารถสั่งทีมงานจัดได้ พอพูดแบบนี้ผมก้อไม่รู้จะปฏิเสธยังไง ต้งบอกว่าถ้าทำประจำเค้าจ่ายให้ครั้งละสองแสน ผมนี่อึ้งเลย ไม่เคยทำงานได้เงินเยอะขนาดนี้ เดือนนึงอย่างมากผมก้อได้แค่แสนห้าถ้างานเยอะ ถ้าไม่เยอะก้อรวมๆแปดเก้าหมื่น ( รวมทั้งงานประจำ และงานรับจ๊อบ มันก้อมาเพียงพอที่ผมจะดูแลพ่อแม่ผมได้สบายๆ แล้วยังมีเงินเหลือเก็บไว้ปลูกบ้านอีก ) เค้าบอกว่าเค้าจ้างแพงก้อจริง แต่ขอให้ทำงานคุ้มกับค่าจ้างก้อพอ ผมเลยบอกว่าเอาไว้ใกล้จะถึงวันงานจริงๆค่อยมาว่ากันอีกที

   จากนั้นต้งก้อชวนผมพูดคุยไปเรื่อยเปื่อย ส่วนมาจะคุยกันเรื่องส่วนตัวผมมากกว่า ขอบอกว่าต้งเป็นคนคุยสนุกมาก สุภาพด้วย ไม่ติดว่าทั้งผมและเค้ามีแฟนแล้วน่ะ ผมจะจีบเลยน่ะเนี่ยะ คนอะไรจะน่ารักได้ขนาดนี้  ทาอาหรเสร็จสักพัก กัปตันคนเดิมก้อน้ำของว่างมาเสริฟ เป็นข้าวเหนียวมะม่วง ผมก้อบอกไปว่า ผมไม่ได้สั่ง แต่เค้าบอกว่า เป็นอภินันทนาการจากทางร้าน ผมก้อเลยต้องรับไว้ รสชาตของข้าวเหนียวมะม่วง ก้ออร่อยดีเหมือนกันน่ะ ทานเสร็จผมก้อสั่งคิดเงิน ต้งก้อจ่ายครับ เค้าไม่ยอมให้ผมออกเลย ผมล่ะไม่ชอบเลยจริงๆ คือไม่ชอบเอาเปรียบใครน่ะครับ ถ้าจะกินจะทานอะไรก้อมักจะแชร์กันมากกว่า มันสบายใจกว่าน่ะครับ จากนั้นก้อเดินออกไปจากร้าน ก่อนออกกัปตันคนเดิมนำใบแสดงความคิดเห็นมาให้ผมกรอก พร้อมกับเบอร์โทร และอีเมลล์ เพื่อใช้ในการติดต่อ หรือส่งข่าวสารข้อมูลของทางร้าน ผมเพิ่งรู้ว่าร้านนี้ เป็นร้านที่มีสาขามากมาย และจะขยายออกไปอีก หลายสาขา ผมก้อกรอกลงไป เสร็จแล้วก้อกลับออฟฟิซไปทำงานต่อ แต่ต้งสิครับบอกว่าวันนี้เค้าไม่มีงาน เลยขอนั่งเล่นอยู่ออฟฟิซผมสักพัก เป็นไปอย่างที่คิด สาวๆที่ออฟฟิซผมแซวกันใหญ่ว่าเดี๋ยวนี้ผมคิดจะมีกงมีกิ๊กเหรอ ผมบอกว่าเพื่อน พวกนั้นก้อเลยบอกว่า ถ้าไม่ใช่กิ๊ก ขอจีบได้ไหม ผมบอกว่าตามสบาย แล้วชะนีก้อรุมทึ้งต้งใหญ่เลย ถามนั่นถามนี่ งานการก้อไม่ทำ ผมระเหี่ยใจจริงๆ ส่วนต้งเค้าก้อน่ารักน่ะครับ พูดจาหยอกล้อกับสาวๆเป็นอย่างดี ระหว่างที่ผมทำงาน ผมก้อทำของผมไปเรื่อย แต่รู้สึกเหมือนต้งแอบมองอยู่เลยมองกลับไป จริงๆด้วยครับ ผมมองผมแล้วยังส่งยิ้มหวานๆมาอีก คนอาร๊ายยยย น่ารักเป็นบ้า ผมก้อเขิลสิครับ ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป พยายามไม่สนใจเค้า แต่ต้งกลับนั่งมองหน้าผมอยู่อย่างนั้น ผมเลยแก้เก้อด้วยการถาม

ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6
:fire: :m31: :fire: :m31: :fire: :m31:

“ ต้ง นี่ไม่ยังไม่กลับเหรอ จะนั่งจนผมเลิกงานเลยรึไง “ ผมถามไป

“ ไม่ต้องรีบไล่หรอกครับ ก้อที่นี่แอร์มันเย็นดีนี่ครับ แหมๆๆๆ หมดประโยชน์ก้อรีบไล่เลยน่ะ “ ต้งพูดน้ำเสียงงอนๆเล็กน้อย

“ ไม่ต้องรีบหรอกค่า อยู่นานๆก้อได้ นี่ไม่ใช่ออฟฟิซอี้มันคนเดียวน่ะ อยู่เหอะ เราชอบมองหน้าคนหล่อ ฮิ้ววววววววว “ ชะนีนางนึงในออฟฟิซเอ่ยขึ้น

“ เออๆๆๆ เอาเข้าไป บ้าผู้ชายกันมาก จะอยู่ก้ออยู่น่ะ เดี๋ยวผมอกไปหาลูกค้าข้างนอกดีกว่า “ ผมพูดขึ้นน้ำเสียงเซ็งๆ ( เซ็งชะนีมากกว่า )

“ ไปไหนล่ะ เดี๋ยวต้งไปส่ง “

“ มันไกลน่ะ อย่าเลย อยู่เป็นเพื่อนชะนีหื่นๆแถวนี้ดีกว่า “ ผมแย้งขึ้น

“ ไม่เป็นไรครับ น่ะๆๆๆ วันนี้เหงาๆอ่ะ อยากมีเพื่อน ผมสัญญษว่าจะไม่รบกวนอี้เวลาทำงาน “ ต้งขอร้องผม

“ ไม่ต้องไปหรอกต้ง อยู่ที่นี่กับเราน่ะๆ “ มะเดีย (  เพื่อนในออฟิซ ) เอ่ยขึ้น

“ เอาไว้วันหน้าผมแวะมาเล่นใหม่แล้วกันครับ วันนี้พาอี้ไปหาลูกค้าก่อนน่ะครับ ตอนนี้รถติดหาแท็กซี่ยาก ไปกันเถอะอี้ เดี๋ยวลูกค้ารอนาน “ แหนะมารู้ดีกว่าผมได้ไง ผมขี้เกียจขัดเค้าก้อเลยต้องตกลง ก่อนออกมาชะนีนั่งตาละห้อย อาลัยอาวรณ์กันมาก จากนั้นพวกผมก้อมานั่งที่รถ ต้งเหมือนเดิมครับ ไม่ลืมที่จะเปิดประตูให้ผมทุกที น่ารักจังเยยยย พอๆๆๆ จากนั้นพวกเราก้อขับรถไป ไม่ใช่สิต้งขับคนเดียว ผมนั่งฟังเพลงไปเรื่อยๆ ระหว่างทางต้งก้อชวนผมคุยนั่นคุยนี่ไปเรื่อยๆ ผมก้อแอบมองหน้าต้งบ่อยๆ แบบลืมตัว ต้งก้อไม่ได้ทักท้วงอะไร ได้แต่ยิ้มๆอยู่คนเดียว แล้วจากนนั้นไม่นานพวกผมก้อมาถึงสถานที่นัด คือสยาม สแควร์นั่นเอง ผมนัดลูกค้าไว้ห้าโมงเย็นนี่เพิ่งบ่ายสี่โมงเอง ผมเลยชวนต้งไปนั่งรอในร้านอาหารที่นัดกับลูกค้า ระหว่างนั่งรอผมก้อสั่งอาหารมากินฆ่าเวลา 2 3 อย่างแก้เซ็ง ทานไป รอไป ต้งก้อชวนคุยไปเรื่อยๆ เพิ่งรู้น่ะเนี่ยะว่าต้งคุยเก่งขนาดนี้
     
       สักพักลูกค้าผมก้อมา ต้งเลยขอตัวไปนั่งโต๊ะตัวอื่นเพื่อที่ผมจะได้สะดวกในการพูดคุย ลูกค้าที่ผมนัดมาเนี่ยะ เค้าเป็นเกย์ รู้สึกว่าเพื่อนที่ทำงานของผมเค้าจะเคยบอกว่า ลูกค้าคนนี้แอบชอบผมอยู่ แต่ผมไม่เล่นด้วยหรอกครับ ท่าทางเจ้าชู้จะตาย หน้าตา ทาทางก้อดีด้วย ถ้าผมอยู่ด้วยคงช้ำใจตายแน่เลย เค้าก้อพูดๆเรื่องงานไปด้วย ตาก้อจ้องผมอย่างกับจะกลืนกินผมทั้งตัว ผมล่ะไม่ชอบสายตาอย่างนี้เลยให้ตายสิ ที่จริงคุยงานทางโทรศัพท์ก้อได้ไม่รู้ว่าจะนัดผมออกมาทำไม เสียเวลา เสียค่ารถป่าวๆ จากนั้นผมรู้สึกปวดฉี่เลยขอตัวไปเข้าห้องน้ำ และแอบเหล่ไปทางต้งนิดนึง เค้าก้อยิ้มมองมาทางผม น่ารัก ค๊อดๆๆ พอผมทำธุระเสร็จก้อเดินกลับมาที่โต๊ะ แอบเห็นต้งยิ้มเล็กยิ้มน้อยอยู่อะไรไม่รู้คนเดียว พอผมกลับมานั่ง ไม่รู้ว่าลูกค้าผมเป็นอะไร หน้าบึ้งๆ แล้วก้อรีบสรุปงาน และขอตัวกลับซะงั้น อะไรหว่า เง็งชะมัดเลย จากนั้นผมก้อบอกต้งว่าให้ต้งกลับไปก่อน คืนนี้ผมมีรับจ๊อบที่ผับแห่งนึงแถวทองหล่อ เค้าบอกว่าเดี๋ยวเค้าไปส่งพอดีบ้านญาติอยู่แถวนั้นพอดี จะแวะไปเยี่ยมญาติสักหน่อย ผมเลยตอบตกลงไป กลัวเสียน้ำใจ ก่อนจะเดินกลับเค้าก้อขอร้องให้ผมช่วยเค้าเลือกเสื้อผ้าให้เค้าด้วย ผมก้อพาเค้าไปดูหลายๆร้าน ต้งน่ารักมากเลย เวลาซื้อของอะไรให้ตัวเองก้อจะซื้อให้ผมด้วย บอกว่าเป็นค่าจ้าง ทีแรกผมจะไม่รับเค้าบอกว่าถ้าไม่รับเค้าก้อจะไม่ใส่เสื้อที่ผมเลือกให้ แหนะมาขู่ผมอีก ซื้อของไปผมก้อแนะนำการแต่งตัวไป สนุกดีเหมือนกัน เดินซื้อของเสร็จพวกเราก้อเดินทางไปที่ผับที่ผมจะทำงาน แหมข้าวของผมเยอะมากเลย ซื้ออะไรมากมายนี่น่ะต้ง คิดไปคิดมา ถ้าไม่มีแฟนแล้วได้ต้งเป็นแฟนคงจะดีไม่น้อย ระหว่างการเดินทาง เราก้อพูดคุยกันเล็กน้อย

“ เออต้งครับ ถามหน่อยเดะ ตอนอยู่ในร้านนั่งยิ้มอะไรคนเดียว อย่าบอกน่ะว่าเจอสาวๆถูกใจ เดี๋ยวผมฟ้องคุณน่ะจะบอกให้ “ ผมถามปนแซวๆ

“ ไม่มีอะไรหรอกครับ พอดีลูกค้าของอี้เดินมาถามผมว่า ผมเป็นแฟนกับอี้เหรอ “ ต้งตอบผม

“ แล้วต้งตอบว่าไงล่ะครับ “ ผมถามกลับไป

“ ผมก้อบอกว่า กำลังจีบ อยู่ไม่รู้จะติดไหม พูดเสร็จเค้าก้อเดินกลับไปที่โต๊ะหน้าตาบอกบุญไม่รับ คงไม่พอใจมั้ง  “ ต้งเฉลยให้ผมฟัง

“ โหๆๆๆ ไมไปตอบอย่างนั้นล่ะครับ มิน่าล่ะลูกค้าถึงมีท่าทางแปลกๆ คืออีตาคนนี้เค้าแอบชอบผมอยู่น่ะครับ โทรมาตื๊อให้ไปเที่ยวด้วยบ่อยๆ อ้างว่าจะหางานให้ แต่ผมไม่ค่อยไปหรอก ครั้งนี้ที่มาเพราะว่าเค้าชวนมาสยามหรอกน่ะ ผมล่ะไม่ชอบเลย พวกชอบเอางานมาล่อ “ พูดเสร็จต้งดูสะอึกเล็กน้อย

   หลังจากพูดเสร็จแฟนผมก้อโทรเข้ามาหาผมบอกว่าคืนนี้จะมาค้างด้วย ผมเลยอบกว่าคืนนี้ผมทำงาน แต่เลิกประมาณเที่ยงคืน รอได้ก้อรอ แฟนผมเลยบอกว่าจะรอหน้าตึกผมตอนตีหนึ่งผมก้อตอบตกลงไป ที่จริงไม่ใช่ผมไม่สนใจเค้าหรอก บางอารมณ์ผมก้อจะพูดเหมือนรัก บางอารมณ์ก้อจะพูดเหมือนไม่แคร์ ผมเป็นคนแปรปรวนเล็กน้อย อิอิ แต่ผมก้อรักแฟนผมน่ะ ไม่รู้ว่ามากแค่ไหน แต่ผูกพันกันพอสมควรเลยแหละ เพื่อนฝูงรับรู้ ทางบ้านรับรู้ ตอนคุยเสร็จผมแอบมองต้งไปนิดนึง หน้าเค้าดูเคร่งๆยังไงไม่รู้ ไม่พูดไม่จา อารมณ์ไหนกันแน่ เมื่อกี้ยังอารมณ์ดีๆอยู่เลย เฮ้ออออ ผมก้อทำเป็นไม่สนใจครับ พอส่งผมเสร็จเค้าก้อกลับเลยครับ ไม่ทันที่ผมจะได้กล่าวลาเลย ตามอารมณ์ไม่ทันจิมๆเลย

    จากนั้นผมก้อเดินเข้าไปในผับเพื่อเตรียมตัวที่จะทำงาน วันนี้ที่ผมมารับจ๊อบคือ งานโปรโมชั่นของเหล้ายี่ห้อนึง หน้าที่ของผมก้อคือต้องจัดการละเล่นต่างๆแลกของรางวัลเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าสนใจ วันนี้มีคนมาทำงานร่วมกับผมอยุ่อีก 6 คน เป็นผู้ชาย 2 คน ผู้หญิง 4 คน ซี่งคนเหล้านี้ผมก้อคุ้นเคยอยู่แล้วเพราะว่าเคยร่วมงานกันบ่อยๆ เราจึงไม่ต้องมาเริ่มใหม่มากมาย แค่บรีฟว่าคืนนี้มีโปรโมชั่นอะไร มีของรางวัลอะไรบ้าง คืนนี้ผมต้องเล่นเกมส์กับลูกค้าตรงทางเข้าของร้าน เกมส์ก้อไม่มีอะไรมากครับ เด็กๆเล่นกันคือ เกมส์ โยนห่วงให้ลงตรงแผ่นผ้าให้โดนกับรู)สินค้าที่กำหนด และอีกเกมส์คือเกมส์ตอบคำถาม ซึ่งก้อไม่มีอะไรมากมาย ส่วนมากจะเป็นคำถามง่ายๆเกี่ยวกับสินค้า และรอบสองผมต้องไปเล่นเกมส์บนเวทีเพื่อให้ลูกค้าร่วมเล่นกับทีมงานบนเวที ไม่มีอะไรมากมาย เหมือนที่เคยๆทำกันมา จากนั้นพวกผมก้อนั่งพักกันรอเวลาสามทุ่มถึงจะออกไปเล่นเกมส์ได้

    พอใกล้จะถึงเวลาสามทุ่มผมก้อออกไปรอข้างนอก เตรียมตัวรอเล่นเกมส์กับลูกค้า วันนี้เป็นคืนวันศุกร์สิ้นเดือนครับ ลูกค้าเลยเข้าร้านเร็ว และเยอะมาก ร้านนี้เป็นร้านที่ดังมากในหมู่วัยรุ่น มีลูกค้าหลายคนเลยครับมาเล่นเกมส์กับผมอย่างสนุกสนาน ผมก้อแฮปปี้ครับเพราะว่าเราทำให้ลูกค้ามีความสุข เล่นไปบ้าง แกล้งลูกค้าไปบ้าง หยอดมุขไปบ้าง เป็นที่ชื่ออกชื่นใจของเจ้าของร้านเป็นอย่าวดี นี่คือเหตุผลที่เค้าจ้างผมมาทำงานด้วยบ่อย จ่ายผมราคาดีด้วย ดีกว่าคนอื่นๆอีก แต่เจ้าของร้านบอกว่า ถ้าคนอื่นถามให้บอกว่าได้เท่ากัน เดี๋ยวจะมีปัญหา ผมก้อรับปาก
 
     พอผ่านไปซักตอน  4 ทุ่มกว่า ผมก้อเห็นต้งเดินเข้ามาในร้าน หน้าตาเคร่งขรึมมากกกก แต่โอ้โห เค้าใส่ชุดที่ผมเลือกให้ทั้งหมด ตั้งแต่แว่นตากรอบสีเหลือง เสื้อยืดสีเทาเข้ารูปสกรีนเป็นรูปดอกไม้เก๋ๆ กางเกงยีนขาเดฟสีเขียวขี้ม้า และรองเท้าผ้าใยสีน้ำเงิน แล้วขอบอกว่าพี่ทั่นไปเข้าร้านทำผมที่ไหนไม่ทราบ สงสัยไปตัดผมแถมทำไฮไลท์มาทั้งหัว แล้วยังเซ็ทผมเท่ห์มาอีก ขอบอกว่าน่ารักมากกกกกกกก เห็นผมแล้วจะเป็นลม เลือดกำเดาแทบพุ่งออกมา แต่เค้าก้อทำเป็นเหมือนไม่รู้จักกับผม ผมชวนให้เล่นเกมส์ก้อไม่สนใจ ดันไปจ๊ะจ๋ากับน้องผู้หญิงอีกคน แล้วก้อเดินเข้าไป โกรธอะไรผมนักหนาเนี่ยะ เอ๊ะแต่แปลกมาก ทำไมมาคนเดียว สงสัยมากับเพื่อน ไม่ก้อเดี๋ยวเพื่อนๆคงตามมา และแล้วคนที่ผมไม่อยากเห็นก้อมาจนได้ ทายสิครับ ว่าใคร

“ อ้าวเฮ้ย นายมาทำอะไรที่นี่อ่ะ อย่าบอกน่ะว่ามาทำงาน นี่ยากจนขนาดต้องทำงานทุกอย่างเลยเหรอ ฮ่าๆๆๆๆ “ ไอ้ดิวนั่นเอง มันกัดผมมา มันเดินมากับเพื่อนมันอีกคนที่ชื่อป๊อบอ่ะครับ จำคนที่เคยจีบผมที่ผับเมื่อวานได้ไหมเอ่ย  ส่วนทีมงานคนอื่นๆก้อ เอ๋อ รับประทานครับ

“ ก้อมาทำงานน่ะครับ ว่าแต่ว่าคุณสนใจจะเล่นเกมส์กับทางเราไหมครับ “ ผมตอบกลับไป พยายามสุภาพสุดฤทธิ์

“ ไม่อ่ะ ไร้สาระ ไอ้ของพวกนี้ชั้นไม่อยากได้หรอก กระจอกจริงๆ นี่ทางร้านเค้าไม่มีคนจ้างรึไง ถึงเอาคนห่วยๆอย่างนายมาทำงานเนี่ยะ “ แป่วววววว อะไรของมันเนี่ยะ กัดผมอีกดอก
 
“ ของรางวัลแล้วมีเสื้อยืด..... ลายสวยน่ะครับ หรือจะเป็น ไฟฉายเล็กน่ารักๆ ลองเล่นดูไหมครับ “ ผมพยายามข่มใจสุดๆ

“ ไม่เอาอ่ะ ชั้นอยากได้อยากอื่นมากกว่า “ พูดเสร็จแล้วมันก้อจับไปที่ริมฝีปากมัน พร้อมยักคิ้วให้ผมทีนึง

“ พอเลยๆไอ้ดิว ไหนบอกว่าคนนี้มึงให้กูไง เอ้อ อี้ครับวันนี้ไปแดนซ์กับผมอีกได้ไหมครับ นายแดนซ์มันส์ดี ผมชอบ “ ป๊อบพูดแทรกขึ้นมา

“ อยากได้ก้อเอาไปสิ ใครจะสนใจ ชิ ผู้หญิงก้อไม่ใช่  “ ดูไอ้ดิวมันพูดสิครับ

“ ถ้าไม่เล่นเกมส์รบกวนหลีกทางให้ลูกค้าทั่นอื่นด้วยน่ะครับ อ้าวเ! เชิญทางนี้เลยครับ “ผมพูดเชิงไล่ให้มันไปไกลๆ ก่อนที่ผมจะระเบิด มันก้อทำเป็นไม่สนใจเดินเข้าไปในร้าน แต่ป๊อบสิหันมาคุยกับผมบอกว่า จะรอน่ะ เอออออออ รอไปเหอะ ไม่ไปหรอก เกลียดไอ้ดิว แม่มมมมมม

   พอผมเล่นเกมส์จนถึงเวลาประมาณเกือบๆเที่ยงคืน ก้อถึงเวลาที่ผมต้องไปอวยพรวันเกิดให้ลูกค้าที่เกิดวันนี้ที่เวที รวมทั้งเล่นเกมส์เพื่อแจกรางวัลกับลูกค้าด้วย พอผมเดินเข้าไปในร้านผมก้อเห็นต้งนั่งอยู่คนเดียวตรงโต๊ะมุมๆ ด้านในร้าน เอ๊ะแต่ว่าทำไมมาคนเดียว พอถึงเวลาเที่ยงคืน นักร้องก้อร้องเพลง Happy Birthday ขึ้น จากนั้นพวกนักดนตรีก้อมองหน้าที่บนเวทีให้พวกผม การขึ้นเวทีครั้งนี้มีผม ไปกับน้อวผู้หญิงอีกคน เราทำงานเข้าคู่กันมาก ผมก้ออวยพรลูกค้าที่เกิดวันนี้ไป มีแอบแซวด้วยว่าขอให้แฮปปี้ๆๆ แต่อย่าปี้บ่อยน่ะครับ ( แอบลามกเล็กน้อย ) เรียกเสียงฮาได้ลั่นร้านเลยล่ะครับ จากนั้นผมก้อเชิญลูกค้าขึ้นมาเล่นเกมส์ ซึ่งเกมส์ที่เล่นคือเกมส์ ดื่มให้หมด เพราะผมจะมีเหล้ายี่ห้อที่ผมทำโปรโมชั่นอยู่แบ่งให้ลูกค้าคนละขาด เป็นขวดเล็กน่ะครับ ให้ดื่มให้หมด ถ้าใครหมดก่อน จะได้เหล้ายี่ห้อนี้ไปดื่มๆฟรีๆ 1ขวดลิตร ผมก้อเรียกให้ลูกค้าขึ้นมา 5 คน เอาอีกแล้วครับ ไอ้ดิวกับไอ้ป๊อบมาแทรกคนขึ้นมาคนแรกเลย จากนั้นก้อมีคนอื่นๆตามขึ้นมาจนครบ  5 คน จากนั้นไอ้ดิวมันก้อเดินมาแย่งไมค์ผมไป

“ เอ่อออ ถ้าผมชนะผมไม่เอาเหล้าได้ไหมครับ ขอเป็นอย่างอื่นแทน “ มันพูดออกไมค์

“ ทางเรามีแต่เหล้าจะแจกให้น่ะครับ อย่างอื่นคงไม่ได้  “ ผมตอบกลับไป
 
“ มันไม่มีอะไรมากหรอก แค่นายไปชงเหล้าให้ผมเท่านั้นเอง นี่ผมก้อสั่งเหล้ายี่ห้อนี้ดื่มพอดีเลยน่ะ เดี๋ยวนี่จะสั่งเพิ่มอีก เป็นการโปรโมทสินค้าไปในตัวไง คนอื่นว่าดีไหมครับ “ มันถามลูกค้าคนอื่นๆในร้านไป ทุกคนพูดพร้อมกันเลยว่า ดี !!!!!!! จากนั้นมันก้อเดินมากระซิบผม

“ นายจำได้ไหมว่านายทำเสื้อสูทราคาร่วมแสนของชั้นเสียหาย ชั้นไม่เอาเงินก้อได้ แต่นายต้องมาชงเหล้าให้ให้ชั้นทั้งคืนทำได้ไหม “ มันพูดขึ้นมา

ผมเลยพูดออกไมค์ไปว่า “ ถ้าเป็นความต้องการของลูกค้าชั้นดี ผมยินดีทำตามที่ขอมาเป็นกรณีพิเศษ ถ้าดื่มแล้วเมาเราก้อยินดีพาไปอ้วก ซ้ำยังแถมบริการพิเศษ เรียกปอเต๊กตึ๊งให้ฟรี กรณีกลับบ้านไม่ไหว  “ ผมแอบเหน็บมันไป เรียกเสียงฮาได้ตรึม

      จากนั้นเราก้อเริ่มแข่งกัน นั่น ! โอ๊ะๆๆๆๆๆๆ นี่ไอ้ดิวมันคิดว่าในขวดเป็นน้ำหรือป่าวเนี่ยะ ซดอึ๊กๆๆๆๆๆๆเข้าไปแบบไม่หายใจ และแล้วไอ้ดิวมันก้อซดเหล้าจนหมดเป็นคนแรก เรียกเสียงเฮฮาได้เป็นอย่างดี มีลูกค้าคนนึงครับ ดื่มไม่ไหว อ้วกคาเวทีเลย ร้อนถึงพวกเด็กเสริฟต้องมาเช็ดกันให้วุ่นวาย จากนั้นไอ้ดิวมันก้อเดินมาบอกผมว่า อย่าลืมทำตามคำพูดล่ะ ผมน่ะสิครับเซ็งมากกกก เบื่อสุดๆ สวรรค์กลั่นแกล้งผมอะไรนักหนาเนี่ยะ
 
:fire: :m31: :fire: :m31: :fire: :m31:

ออฟไลน์ [N]€ẃÿ{k}uñĢ

  • ~ῲเจ้าแม่Dramaῴ~
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5186
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +740/-5
 :เฮ้อ:
ลงไวมากๆงะแต่เราก็ไวนะนั่งอ่านตามทันจนดะ อิๆ
 :impress2: :impress2: :impress2:
คนเขียนชื่อใจเนี่ยเล่นลงถี่ไม่มีชะลอเลย มานโดนในจีดๆ
 :L2: :L2: :L2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6
คนเขียนชื่อ อเล็กซ์ครับ
ขอบก้อเม้นต์มาเยอะๆน่ะครับ


:laugh: :angry2: :laugh: :angry2: :laugh: :angry2:



     ก่อนที่ผมจะเดินไปโต๊ะไอ้ดิวซึ่งมันชี้บอกผมว่า อยู่แถวๆโซน  V I P ผมก้อแวะไปนั่งคุยกับต้งแป๊บนึง รวบรวมความกล้าแทบตายกลัวต้งไม่คุยด้วย พอผมไปนั่งต้งก้อพูดขึ้น

“ นึกว่าจะไม่มานั่งด้วยซะแล้ว เหงาน่ะเนี่ยะ กินเหล้าคนเดียว “ ต้งพูดขึ้นผมส่งสายตาเจ้าชู้มาให้ผมทีนึง

“ อยากนั่งด้วยน่ะ แต่ผมต้องไปทำตามที่พูดไว้กับไอ้ เอ่ออออ กับดิวอ่ะครับ “

“ ได้ๆครับ ไงแวะมาหาต้งบ่อยๆหน่อยน่ะครับ เค้าเหงาอ่ะ แล้วคืนนี้ต้งไปส่งน่ะครับ น่ะๆๆๆ “ พูดพร้อมกับทำหน้าอ้อนๆ ผมล่ะแทบจะละลายแล้ว

    ผมก้อไม่ปฏิเสธครับ จากนั้นก้อดื่มไปแก้วนึงเป็นเพื่อนต้งซะหน่อย แล้วก้อเดินไปหาไอ้ดิว ที่โต๊ะมันมากับเพื่อนมันประมาณ  5 6 คน ในนั้นมีนังชะนี หลิง หลิงอยู่ด้วย โซนที่ไอ้ดิวมันอยู่เป็นโซนพิเศษครับนั่งได้เฉพาะลูกค้าพิเศษเท่านั้น มีโต๊ะว่างอยู่ประมาณ ห้าโต๊ะเห็นจะได้ มีคนนั่งอยู่เต็มทุกโต๊ะ พอผมเดินไปถึงมันทำหน้าไม่พอใจเหมือนผมไปทำให้มันโกรธมาแต่ชาติปางไหน เวรกรรมอะไรของผมเนี่ยะ

“ ช้าจัง ชั้นรอตั้งนาน มัวแต่ไปอ่อยไอ้ต้งอยู่รึไง ทำไม กลัวไม่ได้ใครกลับไปกกที่ห้องรึไง “ พูดแล้วมันก้อดึงมือผมให้เดินไปตรงสเตชั่นที่วางเหล้า

“ ชั้นเอาเหล้าเยอะๆ กับโซดาน่ะ ส่วนคนอื่นๆเอา......... “ มันสั่งผมครับ สั่งเยี่ยงทาสเลย ผมก้อไม่ตอบโต้ครับ ตอนนี้ยอมรับว่าโกรธมันมากๆ แต่ไม่อยากทำอะไรที่ไม่ดี เด๋วทางเจ้าของร้านจะเสีย


                                                                 -------------------------  จบตอนที่ 3  ------------------------------



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-02-2009 20:44:20 โดย Alexie333 »

anna1234

  • บุคคลทั่วไป
สรุปเรื่องนี้วันเดียวจบป่ะ
สงสัยอย่างแรง หุหุ :haun5:

ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6
:z6: :beat: :z6: :beat: :serius2: :z6: :beat: :z6: :beat: :serius2:
บทที่ 4 สติแตก ( Mind Explosion )
   ตอนนั้ผมก้อไม่ได้คิดอะไร พยายามชงๆให้มันจบๆ แต่ไอ้ดิวสิครับ คอยวนๆเวียนๆมาแกล้งผมบ้าง มาเต้นใกล้ๆผมบ้าง แกล้งกระแทกผมบ้าง บางทีก้อให้เพื่อนๆมันฟอร์มว่าผมชงเหล้าดี เอาเงินมาแล้วก้อเหน็บให้ผมตามส่วนต่างๆของตัวผมบ้าง ซอกคอเสื้อบ้าง ขอบกางเกงบ้าง ผมล่ะพยายามเก็บกดอารมณืไว้ ทั้งๆที่ปกติใครมาทำอย่างนี้กับผม ได้เละกันไปข้างนึงแล้ว ส่วนนังชะนี หลิง หลิง นั่งเบ้ปากใส่ผมตลอด บ้างก้อเดินมาเหยียบเท้าผมบ้าง แกล้งเดินชมผมบ้าง ผมก้อพยายามเก็บอารมณ์สุดๆเช่นกัน ส่วนป๊อบก้อดีครับ มาคอยกันพวกนี้ออกไปจากผมบ้าง แต่ก้อไม่ได้ตลอดเพราะว่าโดนดึงไปเต้นกันเพื่อนมันอยู่บ้าง ผมเลยต้องเผชิญชะตากรรมคนเดียว เบื่อมาก เมื่อไหร่จะตีสองก้อไม่รู้ ร้านจะได้ปิด จะได้กลับๆบ้านเสียที ว่าแต่ เอ่ออออ ลืมไปว่านัดแฟนไว้ที่หน้าอพาร์ทเม้นต์ ป่านนี้คงรอผมเหงกเลย ว่าจะโทรหา แบตมือถือผมก้อหมดซะงั้น ตายแล้วๆ แฟนผมโกรธแย่เลยแน่ๆ

    จนมาถึงตอนที่ผมเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว ก้อไอ้ดิวมันเล่นเอาเหล้ามากรอกปากผม มันหาว่าผมแกล้งมันด้วยการชงเหล้าเข้มๆให้มัน มันเลยเอาเหล้ามากรอกปากผม ผมงี้แทบสำลักเลย ผมสาบานเลยว่าผมชงให้ตามที่มันบอกทุกอย่าง ไม่มีแกล้งด้วย ผมงี้แทบเซเลย เหล้าในแก้วเข้มจริงๆ ปกติผมก้อกินเหล้าเก่งอยู่แล้ว แต่มันเข้มจริงๆนี่ แล้วนังชะนีหลิง หลิง ก้อเดินมาแกล้งผมอีก คราวนี้มันแกล้งเดินชนผม จนผมเซ แล้วยังสาดเหล้าใส่ผมอีก ผมทนไม่ไหวแล้วครับ ผมเอาน้ำแกงกับแกล้มที่พวกมันสั่งกัน สาดใส่หล่อนทันที ( แกงนั่นคงเย็นแล้วล่ะครับ มันสั่งกันมาตั้งนานแล้วนี่ ) หล่อนกรี๊ดดดดด เสียงดังมาก แต่ไม่มีโต๊ะอื่นสนใจ เพราะในผับเสียงเพลงดังมาก ผมยังไม่สะใจ เอาน้ำแข็งในถังซึ่งในนั้นมีน้ำอยู่ด้วยราดหัวหล่อนอีก ก่อนที่หล่อนจะง้างมือมาตบผม ไอ้ดิวมันไวกว่าครับ มันกระชากแขนผมไป แล้วเหวี่ยงผมไปอีกทาง

“ นี่นายทำอะไรหลิง หลิงน่ะ ทำไมป่าเถื่อน ต่ำทรามอย่างนี้ “ พอมันพูดจบ ผมก้อปี๊ดแตกอีกรอบ กระทุ้งเข่าเข้าไปที่เป้ามัน จากนั้นก้อเอาเหล้าใครไม่รู้มาสาดใส่หน้ามัน พลันไม่รู้ต้งมาจากไหน สงสัยเห็นเหตุการณ์ เดินเข้าดึงผมออกไปจากวงนั้น แล้วเพื่อนไอ้ดิวก้อกรูเข้ามาจำทำร้ายผม มีบางคนบ้างที่โดนป๊อบดึงไว้ แต่ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย พี่อั้นเจ้าของร้านก้อเข้ามา


“ หยุดๆๆๆ ได้แล้ว มีอะไรกัน ดิว อี้ บอกพี่มาสิ “ พี่อั้นตะโดนเสียงดังทีเดียว

“ ก้อเด็กพี่น่ะสิ มันทำร้ายหลิง หลิง แล้วยังมากระทุ้งเป้าผมอีก “ ไอ้ดิวมันพูดไป มันยืนตรงๆไม่ได้ เพราะคงเจ็บจากการที่ผมกระทุ้งเข่าไป พูดไปทำหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อผม

“ ไม่จริงซะทุกอย่างหรอก ผมเห็นเหตุการณ์ตลอด อี้โดนแกล้งตลอดเลยครับ ผมเป็นพยาน “ ต้งพูดขึ้นช่วยผม ส่วนผมไม่พูดอะไร เพราะว่าตอนนั้นโกรธมาก พูดไปกลัวจะอดอารมณ์ไม่ไหว วิ่งเข้าไปใส่มันอีกที

“ นี่ต้งเข้าข้างมันเหรอ มันทำร้ายเราน่ะ เราจะฟ้องแม่ต้ง “ นังะนีหลิง หลิง แหวใส่ต้ง

“ เราพูดไปตามความจริง เราเห็นทุกอย่าง เธอจะฟ้องใครก้อเชิญ เราไม่สน เราพูดไปตามความจริง “ ต้งแหว กลับ นังชะนีกำลังจะกรี๊ด

“ พอได้แล้วหลิง ทุกคนด้วย ไม่ต้องพูดแล้ว ดิว กับ อี้ มาหาพี่ที่ห้องหน่อย “ พี่อั้นพูดเสร็จแล้วพลางเดินนำหน้าไป สถานการณ์ตอนนั้น ไม่มีโต๊ะอื่นสนใจพวกผมเลยว่ามีอะไรกัน เต้นไป ดื่มไป ร้องเพลงไป ตามประสาคนเมา

“ เรารออี้อยู่หน้าร้านน่ะ “ พูดเสร็จ ต้งก้อเดินออกไปรอผมหน้าร้าน ส่วนผมกับไอ้ดิวก้อเดินตามพี่อั้นไป นังชะนีหลิง หลิง ตอนั้นไม่รู้หายไปไหนแล้ว ช่างมันเหอะ หาเรื่องใส่ตัวเอง รู้จักอี้ น้อยไปซะแล้ว สะใจเป็นบ้าเลย

“ คืนนี้คงมีความสุขสิน่ะ มีผู้ชายหล่อๆไปส่งที่บ้าน ส่งกันถึงสวรรค์ชั้น 7 เลยมั้ย “ ไอ้ดิวมันพูดกับผมระหว่างเดินไปห้องพี่อั้น

“ ถามจริงเหอะ ชั้นไปทำอะไรให้นายโกรธ นายเกลียดชั้นนักหนาว่ะ ถึงได้ตามราวีกันขนาดนี้ “ ผมเหลืออดเลยพูดออกมา

“ ก้อป่าว ชั้นไม่ได้เกลียด ชั้นชอบนายจะตายไป ชอบที่จะแกล้งให้นายโกรธ มีปัญหาอะไรไหม “ ไอ้ดิวมันพูด ผมก้อไม่ตอบโต้ ไอ้นี่มันต้องโรคจิตแน่ๆ ไม่อยากเอาตัวไปเกี่ยวข้างด้วย

     พอถึงห้องพี่อั้น พี่อ้นก้อถามขึ้น

“ ไหนเล่ามาสิอี้ ทำไมทำอย่างนั้น “ พี่อั้นถามเสียงเข้ม

“ ผมขอโทษครับพี่อั้น ผมอดไม่ไหวจริงๆ ผมโดนพวกนี้แกล้งตลอด พยายามไม่ตอบโต้ แต่มันสุดๆแล้วน่ะครับ ขอโทษอีกครั้งที่ทำให้เสียหาย งานวันนี้ผมไม่เอาค่าตัวครับ ถือซะว่าชดใช้กันไป คราวหน้าถ้าพี่จะไม่เรียกใช้ผมอีก ผมก้อเข้าใจครับ ขอโทษจริงๆครับ “ ผมพูดไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ โอ้โห แมน เข้มมาก แล้วจะเอาเงินที่ไหนใช้ล่ะเนี่ยะ ถ้าไม่รับค่าจ้าง หยิ่งซะด้วย เว๊ยยยย “ ไอ้ดิวมันแซวผม

“ ดิว พี่ยังไม่ให้เราพูดเลย แล้วนี่เป็นอะไรไปแกล้งอี้มัน ถึงนายจะเป็นลูกค้า V I P ก้อช่างเถอะ ชั้นมีสิทธิ์ตักเตือน หรือห้ามไม่ให้นายเข้าร้านได้เหมือนกันน่ะ อย่าลืมน่ะว่า แถวนี้อิทธิพลพี่ขนาดไหน “ พี่อั้นตวาดมันเสียงเข้ม สะใจมั๊ก ม๊ากกกกกกกก

“ ไม่มีไรหรอกพี่ เด็กพี่มันน่ารักดี ผมอดไม่ไหวเลยยั่วไปหน่อยเดียวเอง ไม่นึกว่าจะดุขนาดนี้ ผมไม่เอาเรื่องเค้าหรอก ขำๆกันไปน่ะจ้ะที่รัก “ ดูมันพูดเดะ

“ ใครที่รักนาย !!!!! “ ผมตะคอกไป

“ เห็นไหมพี่ นี่ถ้าเป็นที่รักของผมจริงๆ ผมคงน่วมไปแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ “ มันไม่สะทกสะท้าน แต่ผมนี่สิกำหมัดแน่น

“ พอได้แล้วดิว ไม่เอาเรื่องก้อดีแล้ว แล้วๆกันไป นายออกไปได้แล้ว พี่จะคุยกับอี้ก่อน “ พี่อั้นไล่ไอ้ดิวกลับ

“ ครับๆๆๆ ระวังน่ะพี่ จะหลงเสน่ห์ไอ้หมอนี่เหมือนกับผม น่ะคร๊าบบบบบบ ฮ่าๆๆๆ “ มันไม่ออกไปดีๆ มันยังมีหน้ามากวนประสาทผมอีก

“ เอาล่ะอี้ พี่ไม่เอาเรื่องเราหรอก พี่เข้าใจ เงินพี่ก้อไม่หัก แต่คราวหน้าก้อเลี่ยงๆมันหน่อยแล้วกัน ไอ้นี่มันบ้า  แล้วเรื่องงานพี่ก้อจะจ้างเราต่อ เราทำงานดีมากน่ะ ลูกค้าชอบเรามากเลย มันยากน่ะที่จะหาคนที่เอนเตอร์เทนลูกค้าเก่งๆ ตกลงตามนี้น่ะ “ พี่อั้นพูดกับผม

“ ครับ “ ผมตอบออกไปสั้นๆ ผมเป็นคนไม่ค่อยชอบแก้ตัว เวลามีคนมาใส่ร้าย เพราะผมคิดว่า ความจริงก้อคือความจริง หนีกันไม่พ้นหรอก

“ จะกลับรึยังล่ะ ไปกินข้าวกับพี่ก่อนไหม พี่ออยากกินส้มตำแถวห้องอี้อ่ะ เห็นพวกทีมงานที่อี้พาพวกเค้าไปกินคราวที่แล้ว เค้าบอกว่าอร่อยดี พี่หิวแล้วด้วย น่ะๆ พี่จะได้ไปส่งเราด้วยไง “ พี่อั้นเอ่ยชวนผม

ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6


 :z1: :z1: :z1:
 :3125: :3125: :3125:



เรื่องที่ผมเขียนนี่ ไม่จบง่ายๆหรอกครับ
ที่จริงผมลงไว้อีกเว็ปนึงได้ถึงกลางเรื่องแล้วกำลังสนุกเลย ( คนอ่านเค้าพูดมาน่ะครับ )
แล้วยังไงผมจะมาลงให้อ่านเรื่อยๆน่ะครับ
มาเป็นกำลังใจให้ด้วนนะคับ


 :mc4: :mc4: :mc4: :mc4:
 :mc4: :mc4: :mc4: :mc4:
 :mc4: :mc4: :mc4: :mc4:

ออฟไลน์ [N]€ẃÿ{k}uñĢ

  • ~ῲเจ้าแม่Dramaῴ~
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5186
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +740/-5
 :impress2: :impress2: :impress2:
ลัลล๊าได้อ่านรัวเลยนะเนี่ย
จะเอาจนจบเลยหรอ เก็บในสต๊อกไว้มั้งก็ได้น๊า
เด่วคนอื่นมาจะได้อ่านตามๆกันทันเรื่องนี้สนุกดีด้วย
ดิวก็ร้ายมา อี้ก็แรงไป แต่เท่าที่สังเกตนะ จะมีคนคอบหนุนหลังอี้ประจำเลยอะ
ท่าทางจะน่าร๊ากจริงๆแฮะ  :o8:

ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6
 :oo1: :jul3: :oo1: :jul3: :oo1: :jul3:



“ คืนนี้ผมขอตัวน่ะครับพี่ เพื่อนผมรอผมอยู่นอกร้านน่ะครับ คราวหน้าสัญญาว่าจะยอมพี่ทุกอย่างเลยครับ “ ผมตอบกลับไป

“ ยอมทุกอย่าง จริงๆเหรอครับ “ พี่อั้นพูดพลางทำหน้าหื่นๆ พร้อมเลียริมฝีปากด้วย

“ เท่าที่อี้ทำได้น่ะครับ มากเกินไป อี้คงไม่สามารถ “ ผมตอบกลับไป ที่จริงผมพอรู้ๆมาอยู่ว่า พี่อั้นต้องไปคิดกับผมไม่ปกติแน่ๆ เค้าชอบมาพูดคุยกับผม ไม่พูดเฉยๆ ถึงมือ ถึงไม้ด้วย ผมก้อพยายามหลบเลี่ยงบ้าง แต่ไม่ให้น่าเกลียดมาก ที่จริงพี่อั๋นเค้าก้อหน้าตาใช้ได้เลยน่ะครับ รูปร่างไม่สูงมาก หน้าเข้มๆ เจ้าเนื้อนิดๆ ยิ้มสวย ใจดีอีกต่างหาก บางทีก้อมีโหดบ้าง จะมาทำตัวหน่อมแน๊มคงไม่ไหว เป็นเจ้าของผับหลายแห่ง ย่านทองหล่อ และสุขุมวิท มีอิทธิพลพอตัว เพราะว่ามีพ่อเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่  เพื่อนๆทีมงานผมบอกว่า พี่อั้นนี่เจ้าชู้มาก เค้ารวยมากนี่ครับ หน้าตาก้อโอเค มีสาวๆมากมายห้อมล้อม แต่พี่เค้าดีอย่างนึงคือ พี่เค้าไม่จีบพนักงาน หรือเพื่อนร่วมงานหรอกครับ คงมีแต่ผมคนเดียวมั้งที่โชคดีขนาดนี้ แต่ไม่เป็นไร ทำเพื่อนงาน เพื่อเงิน ผมพยายามท่องไว้
     
จากนั้นพี่อั้นก้อยื่นเงินให้ผม ผมนับเงินดู ดูเหมือนมันมากกว่าคราวที่แล้ว

“ พี่ครับ ทำไมมันมากอย่างนี้น่ะครับ ปกติพี่ก้อให้ผมมากกว่าคนอื่นอยู่แล้วนี่ครับ นี่อะไรตั้งสองหมื่น “ ผมตกใจที่พี่อั้น ให้เงินผมเยอะขนาดนี้

“ เอาๆไปเหอะ อี้มีภาระเยอะนี่ วันนี้พี่อารมณ์ดี ลูกค้าก้อเยอะด้วย ที่เกินมาถือว่าพี่ติ๊บอี้แล้วกัน นายทำถูกใจพี่มาก พี่หมั่นไส้ไอ้ดิวมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสเล่นแม่มสักที ถือเป็นโอกาสดีน่ะเนี่ยะ ถ้าปกติเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่อี้ทำ หรือเป็นลูกค้าคนอื่น พี่ก้อคงเลิกจ้างหรือไล่ออกไปแล้ว เงินพี่ก้อไม่จ่ายด้วย “ พี่อั้นพูดในสิ่งที่ผมสงสัยออกมา อย่างนี้นี่เอง ไอ้ดิวนี่มีคนไม่ชอบมันเยอะเหมือนกัน ก้อคนมันเกเร แล้วพาลอย่างนั้น คงมีแต่คนรักมันหรอก ถ้าไม่ใช่เพื่อนมัน

   จากนั้นผมก้อลาพี่อั้นกลับ ตอนออกมานั้นตีสองพอดี ลูกค้าเลยเริ่มทยอยกลับแล้ว ลูกค้าคนอื่นๆคงไม่รู้หรอกว่า เมื่อกี้มีการวางมวยกันเกิดขึ้น ส่วนพวกของไอ้ดิว ตอนนี้ผมไม่เห็นแล้ว สงสัยกลับกันหมดแล้ว จากนั้นผมก้อเดินออกมานอกร้าน เจอต้งนั่งรอผมอยู่หน้าร้าน จากนั้นต้งก้อพาผมไปขึ้นรถ เดินทางกลับบ้าน ระหว่างทางเราไม่ได้พูดอะไร ผมทนไม่ไหวกำลังจะเอ่ย

“ ขอบคุณน่ะ “

“ ขอโทษน่ะ “ ต้งกับผมพูดขึ้นมาพร้อมกัน ผมเลยเงียบให้ต้งพูดก่อน

“ คือเรา เอ่ออออ ต้งขอโทษอี้ด้วยน่ะ ที่ตอนเย็นเรามึนตึงใส่อี้ เราไม่รู้เป็นบ้าอะไรเลยทำอย่างนั้น พอเรารู้สึกตัว ต้งก้อเลยอาบน้ำแต่งตัว ชุดที่อี้เลือกให้ จากนั้น ก้อไปเข้าร้านตัดผม ทำผมใหม่ซะหน่อย ตามที่อี้เคยแนะนำ กะจะมาเซอร์ไพรส์อี้ซะหน่อย ตอนเดินเข้าร้านที่อี้ ชวนผมเล่นเกมส์น่ะ ต้งอยากคุยกับอี้จะตาย แต่ผมยังอยากวางฟอร์มไว้นิดนึง แต่พออี้เดินมานั่ง มาพูดคุยกับต้งตอนอยู่ในผับ เลยทำให้ต้งรู้ว่า อี้ไม่โกรธต้งเลย มีแต่ต้งที่บ้าอยู่คนเดียว ต้งขอโทษน่ะที่ทำให้รู้สึกไม่ดี ไม่โกรธต้งน่ะ “ ต้งพรั่งพรูออกมา ผมล่ะอึ้งเลย คิดไปขนาดไหนเนี่ยะ

“ เอ่อออ แล้วพอจะบอกได้ไหม ว่าไม่พอใจอะไรผม เอ๊ย อี้ จะได้ระวัง ไม่ทำอีก “ ผมเอ่ยขึ้น

“ อี้ไม่ได้ทำอะไรหรอก ต้งต่างหาก หลังจากที่.....แฟนอี้โทรมา ต้งก้อรู้สึกแปลกๆ มันบอกไม่ถูกน่ะ “ ต้งพูดแบบอายๆ

“ เอ่ออออ อย่าบอกน่ะว่าต้ง ชอบ เอ่อออ “ ผมกำลังจะพูด

“ ไม่รู้เหมือนกันครับ ไม่ใช่หรอก มันเป็นไปไม่ได้นี่นา นายเองก้อมีแฟน เอ่อออ อยู่แล้ว “ ต้งพูดติดๆขัดๆ

“ ไม่รู้สิ อี้ก้อคิดกับต้งเหมือนเพื่อน เหมือนพี่ชายคนนึง แล้วต้งก้อมีคนอื่นอยู่แล้วนี่ คุณไง มันเป็นอย่างนี้ดีอยู่แล้วนี่ “ ผมพูด

“ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ “ ต้งขำครับ

“ ขำอะไรต้ง ตรงไหนที่มันตลก “ ผมเริ่มงอนน่ะ ขำอะไรเนี่ยะ

“ อย่างนี้นี่เอง ไม่มีอะไรหรอก ต้งก้อบ้าบอเรื่อยเปื่อย อย่าโกรธต้งน่ะ “ ต้งเริ่มง้อผม

“ ยังไงก้อขอบคุณน่ะครับ ที่พยายามช่วยอี้ อี้ ซึ้งอ่ะ “ ผมพูดพรางเขิลๆ

“ เอ่ออออ หิวไหมต้ง กินส้มตำไหม ร้านหน้า อพาร์ทเม้นต์ อี้ อร่อยมากเลยน่ะ “ ผมเอ่ยชวนต้งทานข้าว ตัดบทไป เพราะคอนนั้นเริ่มรู้ตัวว่า ผมเขิลต้งมาก

“ เอ่ออออ ปกติก้อไม่ทาน น่ะครับ แต่นี้อุตส่าห์อี้ชวนคงต้องลองสักหน่อยแล้ว “
     
     จากนั้นต้งก้อขับรถ ไปจอดไว้หน้าอพาร์ทเม้นต์ผม แล้วเราก้อเดินมาที่ร้านส้มตำ ร้านส้มตำร้ายนี้จะขายอยู่หน้าร้านๆหนึ่ง ตอนกลางวันจะเปิดรับ ตัด เย็บ เสื้อผ้าสตรี หลังจากบ่ายสี่ก้อจะมีร้านส้มตำมาตั้งขายข้างหน้า ขายตั้งแต่บ่ายสี่โมง ถึง ตีสี่ เวลาผมไปเที่ยว หรือ ทำงานมาดึกๆ ถ้าหิว ผมก้อจะมาทานร้านนี้ประจำ ผมค่อนข้างสนิทกับแม่เค้าร้านนี้มาก เวลาคุยกันผมก้อจะพูดภาษาอีสาน ลืมบอกไปว่าผมเป็นคนอีสาน แต่มาเรียนและทำงานที่ กรุงเทพ ส่วนแม่ผมปกติก้ออยู่ต่างจังหวัด แต่พอดีพ่อผมกลับมาจากทำงานที่ต่างประเทศ ประจวบกับพี่ชายคนที่สองของผมเพิ่งจะมีลูก พ่อกับแม่ผมเลยต้องย้ายมาอยู่ที่จังหวัด ชลบุรี ที่พี่ชายผมทำงานอยู่ เพื่อเลี้ยงหลาน

     พอถึงร้าน ผมก้อทักทายแม่ค้าเป็นภาษาบ้านเกิดผม เค้าก้อทักทายกลับ ทั้งยังแซวว่าต้งเป็นแฟนใหม่เหรอ แฟนคนเก่าไปไหน ผมก้อเล่นมุขว่า เบื่อแล้วของเก่า ของใหม่ๆ น่ากินกว่าเยอะ วันนี้กะจะไม่ให้หลุดรอดไปได้ พูดเสร็จผมก้อหัวเราะกับแม่ค้า  ผมหันกลับมามองต้งที่โต๊ะ ก้อเห็นต้งนั่งยิ้มอะไรไม่รู้คนเดียว ไม่หรอกน่า ต้งคงฟังภาษาอีสานไม่ออกหรอก จากนั้นผมสั่งอาหารมา 3 4 อย่างมาทาน ผมถามต้งว่าทานเนื้อวัวได้ๆไหม ต้งบอกว่าทานได้ทุกอย่าง จากนั้นไม่นานอาหารก้อมา ผมสั่ง ตำซั่วปู ปลาร้าใส่กากหมูด้วย เผ็ดแต่ไม่เปรี้ยว ( อันนี้เป็นเมนูหลักที่ผมจะต้องสั่งทานทุกครั้ง ) , น้ำตกเนื้อ , เนื้อลวกจิ้ม แล้วก้อน้ำยาขนมจีนเอาแต่ตีนไก่ พออาหารมา พวกผมก้อทานอย่างเอร็จอร่อย พูดคุย ขำกันไปด้วย ต้งน่ารักมาก บางทีผมมองหน้าตี๋ๆ หวานๆ พร้อมทรงผมที่มีไฮไลท์สวยๆนั้นจนเพลิน ต้งเองก้อคงรู้ว่าผมมอง ก้อมองกลับ พร้อมส่งยิ้มหวานๆมาให้ผมอีกหลายที พอได้แล้วววว

ไม่นานพวกผมก้อทานเสร็จ จากนั้นก้อนั่งพูดคุยกันเล็กน้อย เกิดเรื่องจนได้ครับ

“ มีความสุขมากใช่ไหม นั่งกินข้าวกับผู้ชายคนอื่น ปล่อยให้แฟนตัวเองนั่งรอ ก้อได้ อ้วนไปก้อได้ รู้อย่างงี้ไม่น่ามานั่งรอตั้งนานหรอก โทรไปก้อปิดเครื่อง “ เอาไหมล่ะครับ ก้อจะใครซะอีก แฟนผมมันเดินมาจากไหนไม่รู้ มันมาถึงก้อใส่ๆผม แล้วก้อเดินหนีไป ผมก้องง จะว่าไป ผมเองล่ะครับที่ผิด ที่ไม่ได้บอกว่าวันนี้อาจจะกลับดึก ก้อตอนนั้นมันมีเรื่องนี่ครับ ผมเลยลืมแฟนผมซะสนิทเลย กำลังจะเดินตามไปง้อ อ้วนมันก้อขึ้นแท็กซี่ออกไปแล้ว ผมยืมมือถือต้งโทรตาม อ้วนก้อปิดเครื่อง ซวยๆๆๆๆๆ นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ยะ ปกติแฟนผมไม่ใช่คนขี้งอนน่ะครับ เค้าจะมีเหตุผลกับผมเสมอ ส่วนมากผมน่แหละที่งี่เง่า วีนอ้วนตลอด แต่ครั้งนี้ผมรู้สึกผิดมากๆ

     เมื่อง้อไม่ได้ผล ผมก้อกลับมานั่งกับต้ง ต้งก้อขอโทษผมที่ทำให้ทะเลาะกับแฟน แต่ผมบอกว่าไม่เกี่ยวกับเค้าหรอก ผมต่างหากที่ผิดเอง จากนั้นเราก้อจ่ายเงินแล้วเดินกลับไปที่อพาร์ทเม้นต์ผม มาเดินมาถึงรถ ต้งขอผมเข้าห้องน้ำในห้องหน่อย ผมก้อยินดี ห้องของผมไม่ใหญ่อะไรมากมาย ขนาดพอดีๆ อยู่คนเดียวหรือสองคนสบายๆ ราคาก้อไม่แพงมาก ไม่กี่พัน เพื่อนๆผมมักจะหาว่าผมงก เงินเดือนมากมายไม่เอามาเช่าห้องดีๆอยู่ ผมบอกว่าทำไมต้องเอาเงินไปจ่ายอะไรแพงๆด้วย ห้องแค่นี้ผมก้ออยู่ได้ ห้องผมเป็นห้องพัดลมครับไม่มีแอร์ มีเตียงขนาด 6 ฟุต วางอยู่กลางห้อง มีตู้เสื้อผ้าอันใหญ่ อยู่มุมซ้ายของห้อง มีทีวี มีตู้เย็น แค่นี้ห้องผมก้อเต็มแล้วครับ เพราะว่าข้าวของอื่นๆผมเยอะมาก ไหนจะเครื่องสำอางที่เอาไว้แต่งหน้า ชุดที่ใช้ในการแสดง ( บางทีผมก้อรับจ๊อบ เต้นโชว์ในงานต่างๆ ) ข้าวของอื่นๆอีกมากมาย วางเกลื่อนเต็มห้อง แหะๆ ผมไม่ค่อยมีเวลาน่ะครับ เลยไม่ค่อยได้เก็บข้าวของ เห็นแล้วอายต้งจริงๆ

“ ห้องอี้ เล็กๆ กะทัดรัดน่ารักดีน่ะครับ พอดีกับการอยู่คนเดียว “ เหมือนต้งพยายามจะปลอบใจผม

“ ก้อพอได้ซุกหัวนอนแหละต้ง จะเอาอะไรมากมาย เราเก็บเงินไว้ทำอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์มากกว่านี้ดีกว่า “ ผมตอบกลับไป

“ ถ้าต้งมีห้อง ราคาไม่แพงมาก แต่ดีกว่านี้ อี้อยากจะไปอยู่ไหมครับ “ ต้งถามผม

“ ต้องดูก่อนน่ะว่า ไกลจากที่ทำงานไหม หาของกินง่ายกว่า อี้ชอบแถวนี้อ่ะ เดินทางไปทำงานสะดวก ของกินอร่อยๆเพรียบ “ ผมตอบกลับไป

“ คือเพื่อนต้งเค้ามีห้องให้เช่าเยอะไง ไว้จะพาไปดูน่ะ อยากให้อี้มีห้องใหญ่ๆ ดีๆอยู่ รับรองราคาไม่แพงกว่านี้หรอก “ ต้งเค้าบอกผม
 
ผมก้อตอบตกลงไป แหมถ้าได้อย่างนั้นก้อดีสิครับ แต่มันจะมีจริงเหรอ ดีกว่า ใหญ่กว่า แต่ถูกกว่า สาธุ

“ ผมมีอะไรมาคืนอ่ะ ว่าจะให้ตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้ว แต่ดันลืม ทำนั่นทำนี่ไป แหะๆ “ ต้งพูดพรางยื่นกระเป๋าตังค์คืนผม

“ เฮ้ยยยยยย ไปอยู่กับต้งได้ไงอ่า ขอบคุณมากๆที่เก็บไว้ให้ นี่ถ้าต้งไม่เอามาคืน อี้คงต้องไปทำบัตรใหม่หมดเลยน่ะเนี่ยะ แต่นี่ก้อต้องทำบัตรเอทีเอ็มใหม่หมด เพราะว่า อายัติไว้หมดแล้ว เบื่อจริงๆเลย เบื่อความเบ๊อะบ๊ะของตัวเองจัง “

“ ต้งผิดเองแหละที่จริง ต้งเห็นตั้งแต่เช้าวานนี้แล้วน่ะ แต่เมื่อวานต้งยุ่งๆเลยลืมไปสนิทเลย ขอโทษน่ะครับที่ทำให้อี้ลำบาก งั้นเดี๋ยวต้งไถ่โทษด้วยกัน พาอี้ไปทำบัตรต่างๆเองทุกใบ อี้บอกมาได้เลย “

“ เกรงใจอ่ะ แต่ก้อดี มีเพื่อนพาไปทำ จะได้ไม่เบื่อๆเวลาไปนั่งรอทำบัตร “ ผมตอบกลับไปพลางยิ้มให้เค้าหนึ่งที เค้าก้อยิ้มตอบกลับมา เป็นยิ้มที่หวานมาก

“ งั้นต้งขอตัวกลับก่อนน่ะ อี้จะได้พักผ่อน นี่ก้อตีสามกว่าแล้ว พรุ่งนี้ไปไหนไหมอ่ะ ว่าจะรบกวนให้ช่วยเหลือหน่อย “ ต้งพูดเชิงขอร้องผม

“ พรุ่งนี้สายๆ ผมมีสอนศิลปะป้องกันตัวน่ะ เลิกบ่ายสอง บ่ายสามไปซ้อมเต้นให้ลูกค้า เย็นๆน่ะพอว่าง ไหวไหมอ่ะ “ ผมสนอ

“ ได้ครับ ไว้เจอกันน่ะ เดี๋ยวต้งโทรหาอี้เอง ไปล่ะน่ะ หลับฝันดีน่ะครับ ฝันถึงต้งบ้างล่ะ “ โอ๊ยยย มาหยอดอะไรนักหนานี่ ไม่กระโดดจูบต้ง ก้อบุญแล้ว พูดเสร็จแล้วผมก้อจะเดินออกไปส่งต้งที่จอดรถ ตอนแรกต้งไม่ยอมให้ไปส่ง บอกว่าเกรงใจผม ผมเลยขู่ว่าถ้าไม่ให้ไปส่ง จะไม่ไปไหนด้วย เค้าก้อเลยยอม พอมาถึงที่จอดรถ ผมก้อโบกมือบ๊าย บายให้ต้งหน่อย ต้งยิ้มหวานกลับมา ถ้าตาผมไม่ฝาดเหมือนต้งส่งจูบกลับมาให้ผมด้วย ว๊ายๆๆๆๆ

      จากนั้นผมก้อกลับห้องแล้วอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวจะนอน คืนนั้น ก่อนหลับผมก้อมีเรื่องให้คิดมากมาย ตั้งแต่เรื่องอ้วน ที่พรุ่งนี้ผมไม่รู้จะหาข้อแก้ตัวยังไง ผมแคร์เค้ามากน่ะครับ เค้าดีกับผมจริงๆ ต่อมาคือเรื่องต้ง ผมรู้สึกว่าต้งแปลกๆกับท่าทีที่ปฏิบัติกับผม ผมไม่อยากเข้าข้างตัวเอง แต่ก้อรู้สึกดีไม่น้อย ทำไมเจอกันให้เร็วกว่านี้หน่อยก้อไม่ได้ จะจีบให้ดู อีกเรื่องคือเรื่องไอ้ดิว ตกลงมันจะเอาไงกับผมกันแน่ ทั่งยั่ว ทั้งแกล้งผม มันต้องการอะไรกันแน่ โอ๊ยยยยยยยย ปวดขมอง ขอนอนดีกว่า พรุ่งนี้มีอะไรทำเยอะแยะเลย


                                                         --------------------------  จบตอนที่ 4 --------------------------------


 o13 o13 o13 o13 o13 o13[/color]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-02-2020 23:21:34 โดย Alexie333 »

ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6
ต้ง อายุ 27 ปี สูง 183 ซม.  หนัก 75 กก.
รูปร่างหน้าตา – สูง ผิวขาวมาก  หุ่นล่ำ หนา เพราะออกกำลังกายประจำ ตาตี่แบบเทรนด์ เกาหลี จมูกโด่ง ฟันเรียงสวย มีลักยิ้ม ผมบ๊อบสไลด์สวยๆ
อาชีพ – ทำธุรกิจ ออกแบบตกแต่งภายในอันดับต้นๆของประเทศกับทางบ้าน และเปิดบริษัทของตัวเองคือ บริษัทลงทุนกับเครือข่ายต่างประเทศในการส่งออก และนำเข้าสินค้าแบรนด์เนมต่างๆมากมาย ความใฝ่ฝัน อยากเป็นเจ้าของสิ้นค้าที่ตัวเองตั้งแบรนด์ขึ้นมาเอง
อุปนิสัย – อารมณ์ดี ใจเย็น มีน้ำใจ จริงใจ เข้ากับคนอื่นง่าย  ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่บางทีเก็บกด และเคร่งขรึมบ้าง
พื้นฐานชีวิต – มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยมากเหมือนกัน คุณตาของต้งเป็นคนจีนที่ขยันทำงานมาก ทำธุรกิจมาหลายอย่าง จนตอนนี้ลูกหลานมีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย ต้งมีพี่น้องสามคน มีพี่ชายหนึ่งคน มีน้องสาวหนึ่งคน ต้งเป็นลูกคนกลาง ที่บ้านต้งเป็นครอบคัวที่อบอุ่น มีพ่อเป็นข้าราชการชั้นสูงระดับ อธิบดี มีแม่เป็นนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จสูงจากธุรกิจความสวยความงาม และเพชรพลอย ทั้งพ่อและแม่ต้งเป็นคนติดดิน และ สมถะ  เนื่องจากต้งมีครอบครัวที่ดีอย่างนี้ เลยทำให้ต้งเป็นคนจิตใจดี โอบอ้อมอารี ต้งเคยทำงานหาเงินเองตอนที่อยู่เมืองนอก พอกลับมาเมืองไทยก้อทำธุรกิจเล็กๆกับเพื่อน และเข้ามาทำงานกับทางบ้าน ในตำแหน่งคณะกรรมการบริหาร
ประวัติความรัก – ต้งไม่เคยมีแฟนมาก่อน มีแต่แอบๆชอบแล้วก้อแห้วเพราะว่าไม่กล้าไปจีบเค้า ถึงแม้จะมีผู้หญิงหลายคนผ่านเข้ามาในชีวิตต้ง แต่ต้งก้อให้ได้แค่ความเป็นเพื่อน หรือ พี่น้อง ทางบ้านเองก้ออยากให้ต้งมีแฟนเพราะกลัวว่าต้งจะเหงา แต่ต้งกลับคิดว่า แฟนดีๆหายาก ตอนนี้ขอสนุกกับการทำงาน และกับเพื่อนๆดีกว่า ต้งเลยไม่ค่อยสนใจที่จะมีแฟนเท่าไหร่

ออฟไลน์ [N]€ẃÿ{k}uñĢ

  • ~ῲเจ้าแม่Dramaῴ~
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5186
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +740/-5
 :กอด1:อเล็กซ์ถี่ได้ใจจริงๆน๊า
อ่านจนเหนื่อย  :เฮ้อ: แต่ก็มันอิๆ
ตอนนี้ ต้ง น่าณ๊ากจังเลยอะ ไมน่ารักขนาดนี้นะ  :-[ :-[ :-[
อยากได้ๆบ้าง

ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6
:z2: :a5: :z2: :a5: :z2: :a5: :z2: :a5:
     บทที่ 5 สับสน ชุลมุน !!!  ( Upside Down !!! )
     วันนี้ผมก้อตื่นตามปกติ ตามปกติผมคือ ประมาณ 10 โมงเช้า  ก้อแต่งตัวเตรีมตัวจะไปโรงเรียนสอนศิลปะป้องกันตัว แถวๆ อโศก ซึ่งผมใช้เวลาเดินทางไม่นาน การคมนาคมสมัยนี้สะดวกดีน่ะครับ ไม่ถึงสิบห้านาทีผมก้อถึงที่หมาย ระหว่างที่เดินทาง ผมก้อไม่ลืมที่จะโทรหาอ้วน แต่อ้วนไม่ยอมรับสายผมสักที ผมผิดมากขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยะ พอผมถึงสถานีอโศก ผมก้อเดินออกจาสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เดินไปยังตึกสี่ชั้น ที่อยู่ใกล้ๆกันสถานี้รถไฟฟ้าใต้ดิน ตัวตึกนี้ไม่สูงมาก ตึกนี้ เจ้าของเปิดทั้ง ศูนย์สอนภาษาชั้น 1 และชั้น 2 ส่วนชั้น 3 ทำเป็นห้องโล่งๆ มีกระจกเงา อยู่รอบห้อง ไว้สำหรับ ใช้สอน ศิลปะป้องกันตัว ส่วนชั้นบนสุด และดาดฟ้า ทำเป็นบ้านพักของครอบคัวพี่นพ มีห้องพักอยู่  4 ห้อง ห้องนึงของพี่นพ กับพี่มด อีกห้องของน้องแมน อีกห้องของน้องเมธ และอีกห้องเอาไว้รับรองแขก มีบางครั้งที่ผมเหนื่อยๆผมก้อขึ้นไปนอนห้องนี้เหมือนกัน ที่นี่จะรับนักเรียนไม่เยอะนัก คอร์สที่ผมสอนเป็นคอร์สพื้นฐานทั่วไป เวลาเจอสถานการณ์คับขันต้องทำอย่างไร เราไม่แนะนำให้มาเรียนเพื่อเอาไปทำร้ายคนอื่น ถ้าเราตรวจสอบแล้วทราบ ทางเราจะขอยกเลิกสัญญาการเรียน และริบเงินประกัน ตั้งแต่โรงเรียนเปิดมาสิบกว่าปี มีแค่สองรายเท่านั้น ที่โดนยกเลิกสัญญา ส่วนคนอื่นก้อปฏิบัติ อย่างเคร่งคัด ที่นี่มีอาจารย์สอนศิลปะป้องกันตัวอยู่  4 คน ผลัดเวียนกันไป ผมได้เวรวันเสาร์ 11 โมง ถึง บ่าย  2 โมง

       วันนี้มีนักเรียนมาเรียน 20 กว่าคน ผมก้อบอกให้ทุกคนไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แบบฟอร์มที่ผมให้ใส่คือ เสื้อยืดคอกลมสีเทา กับกางเกงวอร์มสีดำ พร้อมด้วยรองเท้าผ้าใบ เป็นชุดที่ง่ายและก้อไม่ทำให้เปื้อนง่ายๆด้วย เนื่องจากบางที ก้อต้องมาทุ่ม มีเตะกันบ้าง ครั้นจะให้ใส่สีดำทั้งหมด ก้อจะดูเป็นชุดไว้ทุกข์ไป ไม่ดีๆ  นักเรียนจะติดผมมาก เพราะพวกเค้าบอกว่าผมสอนสนุก ไม่เครียด ปล่อยมุขกระจายเลยทำให้มีคนมาเรียนกับผมเยอะพอดู เจ้าของที่นี่เอ็นดูผมมาก เค้ามีชื่อว่า พี่นพ เค้าเป็นชายวัยกลางคนที่ใจดีมากๆ เราเจอกันในเน็ต ประมาณ  4 ปีได้แล้วมั้ง รู้สึกว่าตอนนั้นผมจะเข้าไปคุยในเว็ป Martial Art ( ผมสนใจวิชานี้ตั้งแต่ตอนเรียน ม.ปลายแล้วน่ะครับ ตั้งใจเรียนมาก และผมยังชอบดูหนังบู๊ หนังจีนกำลังภายในอีก เลยทำให้มีเริ่มฝึกศิลปะป้องกันตัว ) อะไรซักอย่างนี่ล่ะ เราคุยถูกคอกันมาก เลยทำให้สนิทกัน เค้าชวนผมมาช่วยสอนนักเรียน เพราะว่าเค้าขาดคน ตอนแรกผมก้อไปฝึกงานอยู่ประมาณ 3 อาทิตย์ เค้าก้อให้สอนจริง เพราะเค้าบอกว่าผมหัวไว และสอนสนุก นักเรียนเลติดผมเยอะหน่อย ผมก้อทำมาเรื่อยๆน่ะครับ ถือเป็นงานอดิเรก แล้วพี่นพก้อให้ค่าตอบแทนที่สูงจริงๆ
ถ้าอาทิตย์ไหนผมไม่ว่าง ผมก้อสามารถลาเค้าได้ เพราะพี่นพเข้าใจว่าผมมีงานเยอะ แต่ผมมักจะไม่ลา ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เพราะนักเรียนติดผมมาก

     ตัวผมยังสนิทกับภรรยา แล้วลูกๆเค้าอีก พี่นพมีครอบครัวที่น่ารักมา มีภรรยาชื่อ พี่มด เป็นคุณครูสอนภาษา เยอรมัน ที่โรงเรียนนี้เหมือนกัน ลูกๆ 2 คนคือ คนโต น้องแมน เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 19 ปี เรียนอยู่ มหาวิทยาลัยพชื่อดังแห่งนึง  คณะ พละศึกษา ว่างๆจากการเรียนก้อมาช่วยพ่อ แม่ทำงาน ที่โรงเรียน หน้าตาน่ารัก สูงมาก ผิวขาว หน้าตี๋ๆ จมูกโด่งๆ หน้าคล้ายๆพี่มด นิสัยดี สุภาพ  มีนักเรียนเด็กๆที่มาเรียนที่นี่มาชอบตรึม แต่ผมไม่เห็นน้องแมนจะสนใจใคร และน้องแมนมักจะมาช่วยผมสอนประจำ ทำให้เราสนิทกันมาก จนพี่มดบอกว่า พี่มดต้องได้ผมมาเป็นลูกเขยแน่ๆ ผมล่ะอายจริงๆ แต่ผมก้อรู้สึกดีจริงๆ ที่พี่นพ และพี่มด ไม่รังเกียจที่ผมเป็นเกย์ ( ถึงแม้ว่าผมจะดูห้าวๆ บางทีคนก้อดูไม่ออกก้อตาม แต่ก่อนจะมาสอนผมบอกพี่เค้าแล้วว่าผมเป็นเกย์ รับได้ไหม ซึ่งพี่ทั้งสองก้อรับได้ )  อีกคนนึงชื่อ น้องเม่น อายุประมาณ 16 ปี เป็นผู้ชายเหมือนกัน หน้าตาก้อน่ารักดี แต่ผิวจะคล้ำหน่อย หน้าตาคมเข้มเลยดีเดียว คนนี้หน้าจะกล้ายๆพี่นพ ลูกสองคนนี้หน้าตาไม่เหมือนกันเลย สีผิวก้อต่างกัน นิสัยก้อต่างกัน น้องเม่นนี้จะห้าวๆหน่อย แต่เวลาอยู่ต่อหน้าพอแม่เค้า จะไม่ค่อยห้าว น้องเม่นจะชอบมาแกล้งผมอยู่ประจำ ส่วนผมก้อจะแกล้งน้องเม่นกลับคืนตลอดและแมนก้อจะมาช่วยผมแกล้งน้องเม่นเสมอ  น้องเม่นเรียนอยู่โรงเรียนมัธยมมีชื่อ แถวๆ สุขุมวิท ว่างๆก้อจะมานั่งช่วยแม่สอนหนังสือ และแอบเหล่สาวๆไปด้วย น้องเม่นมีแฟนเยอะมาก บางทีน้องเม่นก้อจะจีบนักเรียนที่มาเรียนภาษา หรือเรียนศิลปะป้องกันตัวที่โรงเรียนทีเหมือนกัน  น้องเม่นนี่ เจ้าชู้พอตัวเลย พี่มดยังบ่นเลยว่า ไม่รู้เจ้าชู้เหมือนใคร ทั้งๆที่ พี่นพก้อเป็นคนรักครอบครัว ขยันทำมาหากิน นอกจากโรงเรียนนี้ พี่นพยังมีธุรกิจอื่นๆอีกมากมาย เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว นับว่าครอบครัวพี่นพนี่ เป็นครอบครัวที่มีความสุขครอบครัวนึงเลยทีเดียว มีความรัก ความเข้าใจกันดีภายในครอบครัว และอีกอย่างพวกเค้าปฏิบัติกับผมเหมือนเป็นคนในครอบครัวคนหนึ่ง ผมเลยรักครอบครัวนี้มาก

     วันนี้ผมสอนเสร็จประมาณ บ่าย 2 พอดี น้องแมนชวนผมให้พาเลือกซื้อชุดหน่อย เค้าจะประกวด ดาวเดือนคณะ ผมเลยต้องพาไป เพราะว่าที่ที่ผมสอนเตนให้ลูกค้าอยู่สยามพอดี ผมเดินเลือกไม่นานก้อได้ชุดที่สวยเหมือนกัน งานประกวดดาวเดือน ที่คณะน้องแมน ธีมงานจะเป็นเหมือน อินเดียน่าโจนส์ ให้นักศึกษาแต่งตัวเหมือนนักล่าสมบัติ ประมาณตัวเอกในเรื่อง อินเดียน่าโจนส์เลยน่ะครับ ออกแนวคาวบอยหน่อยๆก้อได้ ชุดที่ผมเลือกให้เป็นชุดหนังเข้ารูปสีเทาดำ มีรูปแบบตัดเย็บที่ไม่เหมือนใคร ส่วนจะกางเกงก้อจะเป็น กางเกงหนังรัดรูป ตรงส่วนด้านในขากางเกงเป็นสีน้ำตาล ด้านริมนอกกางเกงเป็นสีเทาดำ เข้ากับชุดมากๆ ตรงขอบขากางเกง มีการตกแต่งด้วยหนังสีน้ำตาล ตัดเป็นริ้วๆสวยงาม รองเท้าเป็นรองเท้าหนังหัวแหลมสีดำ กำลังอินเทรนด์ พอดี มีหมวกหนังสีน้ำลายลายฉลุสวยๆ ขนาดพอดีๆ กับแส้หนัง ขนาดความยาวพอดีๆ และปืนเด็กเล่นขนาดกระทัดรัด  มาเป็นพร็อบด้วย น้องแมนดูจะชอบใจมากกับชุดนี้ ขอบคุณผมเป็นการใหญ่ ยังบอกอีกว่า รสนิยมผมดีจัง คราวหน้าจะขอให้ผมมาช่วยเลือกเสื้อผ้าอีก ผมบอกว่า ถ้าว่างพี่ก้อจะมาช่วยน่ะ น้องแมนเลยบอกว่า จะขอตามผมไปดูซ้อมเต้นด้วย เผื่อเลิกสอนแล้ว เค้าจะเลี้ยงหนัง กับเลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทนที่ผมช่วยเค้าเลือกชุด ผมบอกว่าวันนี้ผมไม่ว่าง ต้องไปธุระกับเพื่อนต่อเรื่องงาน เค้าก้อว่าง่ายครับ บอกว่าคราวหน้าผมห้ามปฏิเสธผมน่ะ ผมก้อเลยต้องรับปากไป แต่เค้าขอไปดูผมสอนเต้นแล้วกัน เค้าสัญญาว่าจะไม่รบกวนผม ผมก้อตกลง ระหว่างที่เดินไปหาลูกค้าดังที่สถานที่ที่นัดไว้นั้นผมก้อพยายามโทรหาอ้วน แต่เค้าไม่รับสายผมเลย ผมล่ะเครียดจริงๆ น้องแมนถามว่า

“ พี่อี้ทะเลาะกับแฟนเหรอครับ เห็นท่าทางที่พี่กดมือถือหาเค้าแล้วเหมือนเค้าไม่รับสาย พี่ดูกระวนกระวายใจจัง “ น้องแมนเอ่ยถามผม

“ ไม่มีอะไรหรอก เด็กน้อยจะมารู้อะไร เรื่องของผู้ใหญ่ ไม่มีอะไรหรอก “ ผมตอบกลับไป

“ ผมไม่เด็กแล้วน่ะครับพี่ กลางเดือนหน้าผมก้อ 20 แล้วน๊า อย่าลืมมางานวันเกิดผมให้ได้น่ะครับ เอาของขวัญมาให้ผมด้วยน่ะครับ “ เค้าพูดออกมาอย่างกระตือรือร้น ผมล่ะชอบท่าทางแบบนี้จริงๆ มันน่ารักแบบใสๆดี

“ อืมๆๆๆ จะพยายามว่างเพื่อน้องรัก เดี๋ยวพี่จะเอาตัวเอง ผูกโบว์ ไปเป็นของขวัญให้เลยดีม่ะ “ ผมพูดแซวๆไป

“ นั่นแหละคือสิ่งที่ผมต้องการ สัญญาว่าจะทะนุถนอม ของขวัญชิ้นนี้ของผมอย่างดีที่สุด ไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรได้เลยน่ะครับ “ ไม่พูดป่าว น้องแมนมาจับมือผม พร้อมทำตาซึ้งใส่ผมอีก

“ นี่ๆๆๆ อย่ามาทะลึ่ง เดี๋ยวโดนเตะ พี่ไม่ชอบกินหญ้าอ่อนอ่ะ ไม่อยากสอน ฮ่าๆๆๆ “ ผมพูดแก้เขินไป พร้อมดึงมือผมกลับ

“ ใครบอกพี่ว่าผมอ่อน พี่ลองดูสักครั้งไหมแล้วจะติดใจ “ น้องแมนพูดขึ้นท่าทางจริงจัง

“ พอๆๆๆ พี่ไม่พูดเล่นแล้วน่ะ รีบไปดีกว่า เดี๋ยวลูกค้าพี่รอ “ ผมรีบตัดบท

ออฟไลน์ Alexie333

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-6
:jul3: :oo1: :m31: :jul3: :oo1: :m31: :jul3: :oo1: :m31:
“ ผมพูดจริง “ น้องแมนพูด ด้วยน้ำเสียงจริงจัง พลันจับมือผมทั้งสองข้างอีกทีพร้อมทั้งส่งสายตา เชื่อมๆมาให้ผม ผมก้ออึ้ง เกร๊งงงงง ระฆังช่วยชีวิต ต้งโทรมานั่นเอง  ผมเลยถือโอกาสผละมือจากน้องแมนมารับสายต้ง เค้าโทรมาบอกว่าตอนนี้เค้าว่างแล้ว เค้ามาหาผมได้ไหม ผมบอกว่าต้องซ้อมเต้นก่อน ห้าโมงครึ่งน่าจะว่าง เค้าเลยขอมาดูผมซ้อมเต้น ตอนแรกผมบอกว่าผมเขินๆ เลยไม่อยากให้มา ต้งบอกว่า เค้าจะไม่พยายามมอง ตอนนี้เค้าเบื่อมาก อยากมานั่งรอผม ผมทนลูกตื๊อไม่ไหว เลยยอมให้เค้ามา ก้อดีเหมือนกัน น้องแมนจะได้มีเพื่อนคุย ต่างคนจะได้ไม่เหงา
 
      ซัก 20 นาที ต้งก้อมาถึงสถานที่ที่ผมนัดลูกค้า มันอยู่ตึกแถว ในสยามนั่นล่ะครับ สถานที่นี้เจ้าของมีไว้ให้เช่า ทำกิจกรรมต่างๆ แล้วแต่ลูกจ้าจะเช่า ทางลูกค้าผมเค้าเช่าห้องโล่งๆ ที่มีกระจกรอบด้านไว้ซ้อมเต้น งานต้องรับคณะกรรมการผู้บริหารชุดใหม่ ผมแนะนำต้งให้รู้จักกับน้องแมน จากนั้นผมก้อให้ทั้งสองไปนั่งรอ ผมอยู่มุมห้องอีกด้านนึง เพื่อที่ผมจะได้สะดวกในการซ้อมเต้น จากนั้นไม่นานลูกค้าของผมทุกคนก้อมาถึง การเต้นที่ผมจะซ้อมนี้ ลูกค้าผมเลือก เพลง My Humps ของวง Black Eyes Peas ซึ่งเป็นเพลงที่ดังมากช่วงนั้น ดังนานด้วย มีคนเต้นทั้งหมด 12 คน เป็น ผู้ชาย 6 คน ผู้หญิง 6
คน ผมจัดแถวเป็นรูปตัว M ให้ผู้หญิงกับผมชายจับคู่ เต้นด้วยกัน ซึ่งผมก้อซ้อมให้ลูกค้ากลุ่มนี้มา 8 ครั้งแล้ว วันนี้เป็นวันรองสุดท้ายที่จะซ้อม ผมเลยไม่เหนื่อยมาก แค่เก็บไลน์การเต้นเล็กน้อยก้อน่าจะได้แล้ว ระหว่างที่สอนไป ตาผมก้อเหลือบไปดู ต้ง กับน้องแมนเป็นพัก ช่วงแรกๆก้อเห็นเค้าคุยกันบ้าง แต่หลังๆมานี้ เห็นน้องแมนเอา Walkman ขึ้นมาฟังแล้ว ส่วนต้งก้อเล่นเกมส์ในมือถือซะงั้น ผมก้อไม่สนใจ ปล่อยเค้าสงอคนทำอะไรก้อตามใจ แล้วหันมาสนใจการสอนต่อ ขอบอกว่าการสอนกลุ่มนี้เล่นเอาผมเหนื่อยหอบเหมือนกัน เพราะว่าแต่ละคนไม่มีพื้นฐานการเต้นเลย พอจะมีบ้างอยู่ไม่กี่คน ปกติผมจะคิดค่าสอนเต้น ครั้งละ 3,500 – 4,000 บาทต่อครั้ง ครั้งละ 2 – 3 ชั่วโมง แต่กลุ่มนี้ผมขอคิดเพิ่ม เป็น 5,000 บาทต่อครั้ง เพราะว่าผมเหนื่อยกว่าปกติ ซึ่งทางลูกค้าก้อยอมโดยดี เพราะว่ากับบริษัทนี้ ผมร่วมงานด้วยมานานแล้ว เลยไม่มีปัญหาอะไรมากมายในการต่อรองราคา เค้าเชื่อในความสามารถของผม การทำงานของผม จะทำการบ้านมาอย่างดีว่าเพลงนี้เป็นเพลงแนวไหน ต้องเต้นท่าประมาณไหน บางทีถ้าเอาท่ามาใส่กับคนเต้นแล้วไปกันไม่ได้ ผมก้อต้องกลับไปคิดท่ามาใหม่ ใครว่างานสบายครับ มันเหนื่อยเหมือนกันน่ะครับ

      ผมสอนไปได้สัก เกือบๆ 3 ชั่วโมง การเก็บไลน์ท่าเต้นทุกอย่างเริ่มลงตัวแล้ว ผมนัดลูกค้าว่า เสาร์หน้าเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่จะได้ซ้อมเต้นด้วยกัน ฉะนั้นผมขอให้ทุกคนเก็บท่าเต้นไปซ้อมเป็นการบ้าน ถ้าคราวหน้าทุกคนเต้นได้ดี ผมจะมีรางวัลให้ ลูกค้าหลายคนไม่อยากให้การซ้อมเต้นสิ้นสุดลง เพราะว่าพวกเค้าชอบผม มีลูกค้าในกลุ่มบางคนบอกว่าเคยเรียนกับที่อื่น บอกว่าเครียดมาก เรียนกับผมสบายๆ และผมก้อพยายามทำความเข้าใจลูกค้าทุกคน ทำให้ลูกค้าไม่เกร็ง พอพูดคุยสักพัก ผมก้อปล่อยลูกค้ากลับ พอผมมองไปทางต้ง กับน้องแมน อ้าวไหงเป็นงั้นไป ตอนแรกนั่งติดกัน แต่ตอนนี้สิ ต้งไปนั่งรอผมที่มุมห้องอีกฝั่งนึง ส่วนน้องแมนก้อไปนั่งฝั่งตรงข้าม ผมเลยเดินไปหาน้องแมนก่อน

“ แมนครับ ทำไมมานั่งคนเดียวล่ะ งอนกับต้งเหรอ อิอิ “ ผมแซวน้องแมนไป

“ ป่าวครับ ผมแค่อยากนั่งพิง เหยียดแข้งเหยียดขาสบายๆ เลยขอมานั่งตรงนี้เอง “ น้องแมนแก้ตัวขึ้นมา ไม่เนียนเลยน้อง หน้าน้องบอกบุญไม่รับมากๆ จากนั้นต้งก้อเดินมาทางผมและน้องแมน ผมเลยแซวต้งไปว่า

“ ต้งไปว่าอะไรน้องแมนรึป่าว ดูสิ งอนตุ๊บป่องไปแล้ว “

“ ป่าวนี่ครับ คุยๆกันอยู่ดีๆ น้องเค้าก้อเดินมานั่งตรงนี้อ่ะ “ ต้งแย้งผมขึ้นมา

“ ไม่มีอะไรหรอกครับ พวกพี่ๆถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนน่ะครับ เดี๋ยวที่บ้านเป็นห่วง “ น้องแมนพูดน้ำเสียงแบบไม่ค่อยพอใจ

“ เดี๋ยวสิครับน้อง ไปทานข้าวกับพวกพี่ก่อนไหม นี่พี่ก้อหิวพอดี พี่เลี้ยงเอง “ ต้งชวนน้องแมน

“ ไม่ดีกว่าครับ เห็นพี่อี้บอกว่า พวกพี่จะคุยงานกันนี่ ผมไม่รบกวนดีกว่า “ น้องแมนตอบแบบงอนๆ

“ ไปด้วยกันก้อได้ งานของพี่ไม่มีอะไรมากหรอก นายนั่งฟังด้วยก้อได้ กินข้าวหลายๆคนน่าสนุกดีน่ะ “ ต้งไม่ยอม ยังตื๊อน้องแมนต่อ

“ น่าน้องแมน ไปทานด้วยกันน่ะครับ พี่ต้งเค้าบอกว่าไม่มีอะไรก้อไม่มีอะไรสิ เสร็จทุกอย่างแล้วพี่ไปดูหนังกับแมนก้อได้ ส่วนเรื่องทางบ้าน เดี๋ยวพี่โทรบอกให้ พ่อแมนคงไม่ว่าหรอก ถ้ามากับพี่ โอเคมั้ย “ ผมพยายามชักจูงน้องแมน

“ ก้อได้ครับพี่อี้ ถ้าพี่อี้ต้องการอย่างนั้น งั้นแมนเลือกหนังที่จะดูได้ไหมครับ แมนอยากดูหนังรักอ่ะ “ น้องแมนเอ่ยขึ้น ด้วยน้ำเสียงที่ดีขึ้นเล็กน้อย

“ ดีเลยครับ พี่ขอไปด้วยน่ะ ไม่ได้ดูหนังนานแล้ว “ ต้งเอ่ยขึ้นมา น้องแมนก้อไม่ได้ว่าอะไร แต่ผมแอบเห็นน้องแมนทำตาเขียวๆใส่ต้งไปทีนึง ไม่รู้ว่าต้งสังเกตรึป่าว จากนั้นเราก้อเดินไปหาอะไรทานๆ ที่มาบุญครอง เพราะผมคิดว่า ที่นี่อาหารมีให้เลือกมากกว่า สยาม ดิสคัฟเวอรี่ หรือถ้าเป็นแถวๆสยามสแควร์ ผมก้อทานมาเกือบทุกร้านแล้ว อีกอย่างเบื่อรอคนเยอะๆด้วย จากนั้นระหว่างเดินไปมาบุญครอง พี่กรณ์ก้อโทรเข้ามามือถือของผม

“ อี้อยู่ไหนอ่ะครับ พี่จะชวนทานข้าวเย็นซักหน่อย พอดีจะคุยเรื่องงานด้วยน่ะครับ “ พี่กรณ์พูดขึ้นมา

“ พอดี อี้อยู่มาบุญครองน่ะครับ พอดีมาทานข้าวและคุยธุระกับต้งอ่ะครับ “ ผมตอบไป

“ พี่ไปทานด้วยได้ไหม พอดีตอนนี้พี่อยู่แถว สามย่านพอดี น่ะๆๆ บอกไอ้ต้งด้วยว่าพี่จะไปทานด้วย อีก 15 นาทีเจอกันน่ะครับ บาย “ แป่วววววว พี่กรณืไม่ปล่อยให้ผมพูดอะไรเลย ผมเลยบอกต้งไป ซึ่งต้งก้อไม่ได้ว่าอะไร

     เราเลยเดินหาร้านอาหารกัน เลือกตั้งนานไม่รู้จะทานอะไรกันดี เพราะว่าทั้งต้งและน้องแมนพร้อมใจกันให้ผมตัดสินใจ พวกเค้ายังไงก้อได้ โอ้วววว เป็นผู้นำกันมาก สุดท้ายผมก้อตัดสินใจทานอาหารญี่ปุ่นกัน เลือกฟูจินี่แหละ ไม่ได้ทานมานานแล้ว จากนั้นเราก้อรอเข้าคิวหน้าร้านหน่อย เพราะวันนี้เป็นวันเสาร์ มีลูกค้าค่อนข้างเยอะ ระหว่างรอไม่นาน ก้อมีบุคคลไม่พึงประสงค์โผล่มาทักทาย

“ อ้าวววววว ต้งมาทำไรแถวนี้ว่ะ แล้วนี่ใคร อ้าวนายนี่เอง อย่าบอกน่ะว่าทำงานที่ร้านนี้อ่ะ “ ไอ้ดิวสิครับ จะใคร มันเดินมากับหลิง หลิง และ ป๊อบ ไอ้ดิวมันแต่งตัวหล่อทีเดียว เสื้อยืดสีขาว เข้ารูป กางเกงสกินนี่ยีนส์สีกรมท่า ส่วนนังหลิง หลิง แต่งเว่อร์มาก เดินห้าง ยังใส่แจ็คเก็ทขนสัตว์มา กับกระโปรงสั้นๆ

“ ก้อมาทานข้าวอ่ะ พอดีอี้เค้าเพิ่งทำงานเสร็จเลยชวนกันมา แล้วนายล่ะมาทำอะไร “ ต้งตอบไอ้ดิวไป

“ ก้อมาหาไรกิน ตอนแรกจะกินอาหารฝรั่ง เปลี่ยนใจแล้ว กินอาหารญี่ปุ่นดีกว่า ขอนั่งด้วยน่ะ “ ไอ้ดิวมันตอบกลับมา พลันหันมายักคิ้วให้ผมทีนึง

“ พอดีเราจองไว้  4 ที่ คงไม่มีที่เหลือให้คนอื่น “ ผมพูดขึ้นมาลอยๆ ไม่ได้มองหน้ามัน

“ เอ๊ะ จองไว้ 4 แต่นี่เห็นมาแค่ 3ใครอีกคนใครน๊อออ ขอเดา ไอ้กรณ์แน่ๆเลย “ ไอ้ดิวมันพูดขึ้น

“ ไม่เอาอ่ะดิว  หลิง กินไม่หลงหรอก เห็นหน้าแล้วคลื่นไส้ ไปที่อื่นดีกว่า “ นังหลิง หลิงมันกัดผมมา พร้อมมองหน้าเหมือนขยะแขยงผม

“ ร้านนี้เค้าก้อไม่ให้เอาสัว์เลี้ยงเข้าร้านเหมือนกัน กรุณาอ่านป้านหน้าร้านด้วย “ ผมกัดไป พร้อมมองหน้าตากวนๆใส่มัน

“ กรี๊ดดดดดดด แกว่าชั้นเหรอ “ นังหลิง หลิง มันกรี๊ดใส่ผม

“ ป่าวนี่ ถ้าเธอไม่ได้แต่งตัว หรือทำตัวเหมือน เอ่อออ สัตว์เลี้ยงอ่ะ “ ผมพูดเสร็จแล้วทำเบ้ปาก

“ ปากร้ายมาก ชั้นกะแล้วว่าแกต้องไม่ใช่ผู้ชาย ร้ายยิ่งกว่ากระเทยอีก ดิวไปที่อื่นเหอะค่ะ หลิงไม่ชอบพวก วิปริต “ หลิงพูดขึ้นพลาง ดึงแขนไอ้ดิวไป

“ ไปเลยน่ะ ไปทั้งสองตัวนั่นแหละ เดี่ยวอดไม่ไหว จะจับอีนังชะนีปากเน่านี่ฆ่ายัดส้วม หรือว่ายังไม่เข็ด ชั้นพร้อมเสมอน่ะ “ ผมด่ามันไป

“ หลิงไปเหอะ วันนี้ผมจะทานกับต้งมัน คิดถึงมันไม่ได้คุยมานาน โทษทีน่ะ ที่ไม่ได้ไปด้วย ผมติดไว้ก่อนแล้วกัน แล้วจะพาไปทานใหม่ เฮ้ย ป๊อบ มากินกะกูไหมว่ะ “ ไอ้ดิวมันหน้าด้านมาก ยังมีหน้ามาชวนป๊อบอีก

“ เอาเดะ กูก้ออยากกินอาหารญี่ปุ่นเหมือนกัน ชอบ อร่อยดี “ ป๊อบมันพูดพลางมาทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่ผม

“ เชอะ จำไว้เลยน่ะดิว หลิงจะฟ้อง แม่ดิว ว่าดิวทิ้งหลิงไปอยู่กะพวกวิปริตนี่ “ พูดแล้วนังชะนีหลิง ก้อเดินเชิ่ดไป ผมอยากกระโดถีบมันจังเลย

“ ต้งนายจองไว้กี่ที่ เพิ่มอีกสองได้ไหม วันนี้ชั้นเลี้ยงเอง “ ไอ้ดิวมันถามต้ง

“ ต้งนั่งทานกับพวกเค้าไปแล้วกัน อี้ไปทานกับน้องแมน สองคนก้อได้ เนอะแมนเนอะ “ ผมหันไปพูดกับต้งแล้วหันหน้ามาหาน้องแมน น้องแมนยิ้มออก

“ เดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นเด็กตั้งแต่เมื่อไหร่อ่ะ สงสัยเบื่อคนแก่ๆ รวยๆ โง่ๆ แล้วมั้ง “ ไอ้ดิวมันกัดผมมา ผมกำลังจะด่าตอบ

“ งั้นผมไปนั่งทานด้วยคนน่ะครับอี้ ผมอยากจะขอโทษเรื่องวันนั้น น่ะๆๆๆ “ ป๊อบมันอ้อนผม

“ นั่งด้วยกันทั้งหมดนี่ล่ะ นายอย่างเรื่องมากได้ไหม เกลียดชั้นขนาดนั้นเลยรึไง วันนี้สัญญาว่าจะไม่แกล้ง หรือว่านายกลัว “ ไอ้ดิวมันพูดท้าทายผม

“ เกลียดมากกกก แต่ไม่ได้กลัวสักนิดว่านายจะแกล้ง ก้อเอาสิ จะดูสิว่าใครจะทนได้มากกว่ากัน “ ผมตอบไป พลางไปบอกพนักงานว่าขอเพิ่ม 2 ที่
   
    จากนั้นไม่นานก้อมีที่ว่างให้พวกเรา แล้วพนักงานก้อเดินนำพวกผมเข้าไปที่นั่ง ที่ที่เราได้ เป็นที่นั่งติดริมหน้าต่าง สำหรับหกที่ เป็นที่แบบที่ต้องถอดรองเท้าแล้วคลานขึ้นไปนั่ง แล้วหย่อนเท้าลงตรงช่องใต้โต๊ะ ผมนั่งริมสุด ติดมาด้วย น้องแมน และต้งนั่งริมติดทางเดินฝั่งทางผม ส่วนฝั่งตรงข้าม ไอ้ดิวมันรีบเบียด
ป๊อบเข้ามานั่งตรงข้ามกับผมพอดี ให้ตายสิ ไม่อยากเห็นหน้ามันเลย ส่วนป๊อบก้อนั่งตรงข้ามน้องแมน อีกที่นึงที่เหลือ พี่กรณ์คงต้องนั่งตรงนั้น พอนั่งแล้วเราก้อสั่งอาหารกัน ไอ้ดิวมันหน้าใหญ่บอกว่า สั่งไม่อั้น มันเลี้ยงเอง ผมเลยพูดว่า มีปัญญาจ่ายกันเอง แค่ได้มานั่งทานด้วยก้อเป็นเกลียดดดดดดดดด มากด้วยแล้ว
เดี๋ยวจะติดค้างกันไปถึงชาติหน้า ไอ้ดิวก้อไม่ได้พูดอะไร สักพัก พี่กรณ์ก้อโทรถามว่าผมนั่งอยู่โต๊ะไหน ผมก้อบอกไป พอพี่กรณ์เดินมาที่โต๊ะ เห็นไอ้ดิวเข้า เค้าสองคนก้อจ้องหน้ากันเหมือนไปโกรธไปแค้นกันมาแต่ชาติปางไหน พี่กรณ์พยายามเก็บอารมณ์แล้วนั่งลงตรงที่นั่งตรงข้ามกับต้ง ผมนึกว่าหวิดจะเกิดมวยซะแล้ว ว่าแต่ว่า สองคนนี้เค้าเคยรู้จักกันมาก่อนเหรอ เหมือนมีอะไรในใจกันยังไงไม่รู้ จากนั้นพี่กรณ์ก้อสั่งอาหารมาทาน พร้อมชวนผมพูดคุยไปเรื่อย ผมเลยแนะนำให้ทุกคนรู้จัก น้องแมน ว่าเป็นใคร เราก้อพูดคุยกันไป ผมทำเป็นเหมือนไม่มีไอ้ดิวนั่งอยู่ด้วย มันพุดอะไรมา ผมก้อเฉไปเรื่องอื่น

“ นี่เห็นชั้นเป็น อากาศธาตุรึไง ชั้นพยายามพูดดีด้วยแล้วน่ะ “ ไอ้ดิวมันเรื่มโมโหผมแล้ว สะใจจิมๆ

“ ก้อไม่ได้อยากให้มานั่งทานด้วยอยู่แล้ว บอกแล้วไง ทนได้ก้อทนไป “ ผมย้อนกลับไป

“ เฮ้ยยยย มรึงจะไปหาเรื่องเค้าทำไมว่ะ ไม่มีใครคุยก้อคุยกะกูก้อได้ “ ป๊อบพยายามช่วยผม

“ ก้อด้ายยยยย แล้วเจอกัน “ ไอ้ดิวมันพูดเสร็จ มันก้อ กินๆๆๆของมันไป กระแทกช้อน เอาเท้ามาเตะขาผมบ้าง ผมพยายามไม่ตอบโต้มัน 

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด