แฟนผมเป็นตำรวจ ++++
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: แฟนผมเป็นตำรวจ ++++  (อ่าน 238185 ครั้ง)

HuaTangMo

  • บุคคลทั่วไป
แฟนผมเป็นตำรวจ ++++
« เมื่อ09-03-2009 22:16:17 »

ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้

1.ห้ามละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์  และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด
โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอม

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0
 

สวัสดีครับ ผมขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ งานเขียนอาจจะไม่ดีเท่าไหร่ ยังไงช่วยพิจารณาและวิจารณ์ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
 

แรกเริ่มเดิมที

มีคนเคยบอกผมว่า ความรักมันมักจะมาตอนที่ไม่รู้ตัว และก็จะจากไปตอนที่ไม่รู้ตัวเหมือนกัน  ผมว่ามันเป็นเรื่องจริงนะ เอาเป็นว่าเหมือนชีวิตของผมแล้วกัน หลังจบมหาวิทยาลัยได้สักระยะหนึ่งแล้ว ผมก็เริ่มที่จะเริ่มออกหางานทำ ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายล่ะครับ ที่บังเอิญได้ทำงานแถวๆกลางเมือง ซึ่งไกลจากบ้านผมพอสมควร ก็เลยมีความคิดว่าจะหาบ้านเช่าอยู่ แถวๆที่ทำงาน สาเหตุที่ผมไม่เช่าอพาร์ตเมนท์หรือคอนโดอยู่ ผมไม่ค่อยชอบอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ เพราะตั้งแต่เด็กมา ผมก็อยู่กับครอบครัวที่บ้านสวนตลอด เลยเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมไม่เช่าอพาร์ตเมนต์หรือคอนโดอยู่ครับ  เลยถามเอากับเพื่อนๆ ว่าพอจะมีลู่ทางมั้ย เลยได้บ้านเช่ามาหลังหนึ่ง แถวๆที่ทำงานผมเลย ค่าเช่าก็ไม่แพงด้วย ซึ่งแต่ก่อนมันเป็นบ้านของเพื่อนผมเองล่ะครับ แต่ครอบครัวของมันทำกิจการส่งออกสินค้าจนรวย ก็เลยขยับขยายออกไปซื้อบ้านใหม่ (ที่หลังใหญ่กว่า) แถวๆชานเมือง บ้านหลังนี้ เลยปล่อยทิ้งไว้ให้คนเช่า แต่ทว่าตอนนี้ไม่มีใครมาเช่าอยู่เป็นเวลาสามสี่ปีแล้ว เพราะอะไรมันก็ไม่ยอมบอกเหมือนกัน เอาเป็นว่าผมตกลงทันทีครับ เพราะมันคิดค่าเช่าถูกมาก และสะดวกดีด้วย
   หลังจากนั้นก่อนที่ผมจะเข้าไปทำงานอาทิตย์หนึ่ง  ผมเลยจัดการย้ายของ ทำความสะอาด พ่อกับแม่ พี่สาวก็มาช่วยด้วย ผมเป็นลูกชายคนเล็ก พ่อกับแม่ก็เป็นห่วงหน่อยครับ ตอนแรกท่านก็ไม่ยอม  บอกว่าให้หางานที่ใหม่ ทำแถวๆบ้านเถอะ ผมก็เลยบอกว่าเป็นงานที่ผมอยากทำ ก็แถวๆบ้านมันไม่มีนี่ อ้อนเข้ามากๆ หน่อย ท่านก็เลยยอมให้ผมมาทำงานที่นี่ แต่มีข้อแม้ว่าต้องกลับบ้านบ่อยๆนะ ถึงจะตกลง
   หลังจากที่จัดบ้าน ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว พ่อ แม่และพี่สาวผมก็ขออยู่เที่ยวกรุงเทพสักวันสองวันก่อนกลับบ้าน  ตอนออกจากบ้านที่อยุธยา พ่อกับแม่ก็ไปสอยมะม่วงเขียวเสวยที่สวนหลังบ้านมาเป็นเข่ง เอาไว้ไปสวัสดีฝากเนื้อฝากตัวกับบ้านข้างๆ กลัวไม่มีคนช่วยดูแลลูกชายว่างั้นเหอะ หลังจากที่ครอบครัวของผมกลับอยุธยาไปแล้ว ผมก็เลยจัดแจงเอามะม่วงที่พ่อกับแม่สอยมาจากสวน เอามาแบ่งใส่ถุงไปสวัสดีเพื่อนบ้าน  แถวๆบ้านที่ผมเช่าอยู่เป็นซอยตันครับ บ้านที่ปลูกอยู่ก็เป็นบ้านที่ปลูกมานานแล้ว  มีบ้านอยู่แค่เจ็ดหลังเองทั้งซอย ผมเลยเริ่มต้นตั้งแต่ปากซอย ก่อน ไล่มาเรื่อยๆ คนแถวนี้เขาก็อัธยาศัยดีครับ เป็นกันเองแต่ส่วนมากก็จะมีแต่คนสูงอายุอยู่กัน เค้าถามว่ามาอยู่หลังไหน พอผมบอกว่ามาอยู่บ้านหลังนี้แหล่ะ พวกเค้าท่าแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ก็อวยพรให้อยู่รอดปลอดภัยแล้วกัน (เอ๊ะ ยังงัยเนี่ย)  จนมาถึงบ้านหลังสุดท้าย ซึ่งเป็นบ้านที่ปลูกข้างๆบ้านเช่าผมเอง  ผมเดินไปที่หน้าบ้าน  ชะโงกข้ามรั้วที่สูงเท่าหัวไหล่ผม ทำไมบ้านเงียบจังวะ หรือไม่มีคนอยู่  พอดีเหลือบมองไปเห็นประตูรั้วแง้มเปิดอยู่  มองดูซ้ายขวาแน่ใจไม่มีหมาแล้วนะ เลยถือวิสาสะ เดินเข้าไปแล้วเคาะประตูเรียก
   “สวัสดีครับ มีใครอยู่มั้ยครับ”
   ................................................................เงียบ
   “สวัสดีครับ มีใครอยู่มั้ยครับ”    เงียบ สงสัยไม่มีคนอยู่ เอาไว้ค่อยมาทีหลังดีกว่า
   ขณะที่ผมกำลังหันหลังเดินกลับอยู่นั้น ผมได้ยินเสียงประตูเปิดขึ้น ผมเลยหันหลังกลับไป
   “สวัส...........อุ๊บ เฮ้ย”

ผมร้องขึ้นขณะที่ผมรู้สึกได้ว่า มีชายคนหนึ่ง ลากผมเข้าไปข้างในประตูบ้าน แล้วก็กอดผมอย่างแรง  ด้วยขณะตกใจผมก็ทำอะไรไม่ถูกสิครับ ตัวแข็งไปหมด แต่ก็ได้กลิ่นเหมือนเหล้าแรงมาก และที่ผมกำลงัรับรู้ได้อีกอย่าง เขากำลังเอาจมูกของเขามาไซร้ซอกคอผมอยู่ เอาละสิ อยู่บ้านใหม่ไม่ถึงสามวัน กูกำลังจะเสียตัวให้เพื่อนบ้านแล้วเหรอเนี่ย ผมคิดอย่างนั้น พอได้สติผมก็รีบดิ้นให้หลุดออกจากแขนของเขา ดูท่าจะเมามากเหมือนกัน ดิ้นไปดิ้นมากลายเป็นว่าล้มลงไปด้วยกันทั้งคู่ โดยมีเขานอนทับผมอยู่  แทนที่เขาจะได้สติ  เขากลับเอาหน้ามาไซร้ซอกคอผมเหมือนเดิม
   “นิด อย่าทิ้งพี่ไปนะ พี่คิดถึงนิดนะ”  
   “นิดไหน กูโมว้อย ปล่อยกู๊...............”
   “นิด พี่คิดถึงนิดนะ”
   “ปล่อยกู๊...........................................” ผมดิ้นไป ร้องไป
เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานขณะที่ผมกำลังจะกลายเป็นเมียของข้างบ้านอยู่นั้น  เสียงทุ้มๆก็ดังขึ้น

*** ขออนุญาตแก้ไขคำห้อยท้ายของชื่อเรื่อง เพื่อลดความรุงรังของหัวข้อ  แต่หากผู้แต่งมีเรื่องแจ้งเพิ่มเติม ก็สามารถแก้ไขชื่อเรื่องได้ตามปกติค่ะ
 ทิพย์โมบอร์ดนิยาย

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-09-2010 21:16:28 โดย THIP »

DEVIL nures

  • บุคคลทั่วไป

HuaTangMo

  • บุคคลทั่วไป

บทที่สอง  ความรู้สึกดีบังเกิด


“เฮ้ย ทำอะไรกันน่ะ”  ผมกับเกือบว่าที่สามี มองไปตรงหน้าประตู เห็นชายคนหนึ่งแต่งตัวครึ่งท่อนสีกากี ยืนอยู่หน้าประตู  มองสลับไปมาระหว่างผู้ชายสองคน  พลางทำหน้าตาว่า อะไรกันวะเนี่ย
ขณะที่ผมกำลังมองหน้าคนที่ปล้ำผมอยู่นั้น สัญชาตญาณอย่างหนึ่งได้บอกว่าผมกำลังอยู่ในสถานการณ์ไม่ดีเอาเสียแล้ว  คือ เฮ้ย อย่า อย่าทำหน้าแบบนั้น อย่า ม่ายอ๊าววววววววววววว...............................
“อ๊วกกกกกกกกก อ๊อกกกกกกกกก แหวะ...............”   
................ฮึ่ม....................... เต็มๆตัวกูเลย  ผมรวบรวมกำลังเอาเท้าถีบเข้าที่ท้องของคนที่อยู่บนตัวผม ไปชนผนังดัง พลั่ก แล้วลุกขึ้นใส่รองเท้า ผลักผู้ชายที่อยู่หน้าประตูแล้ววิ่งออกไปกลับเข้าบ้านของผมเอง  พอเข้าบ้านได้ก็ล็อคประตู บ้านแล้วนั่งพิงอย่างหมดแรง  ผมไม่รู้ว่าน้ำตามันไหลออกมาตอนไหน เลยนั่งซบกับเข่าตัวเองอย่างนั้น  เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ ยังไม่เคยเจออะไรแบบนี้  ฮึ่ม ถึงกูจะหน้าตาไม่ค่อยดี ก็พอดูได้ ไม่ได้ใจง่ายขนาดนั้นนะว้อย จริงๆนะ ตอนนั้นผมคิดอย่างนั้นจริงๆ สาบานได้  พอนั่งได้สักพักนึง สติเริ่มกลับมา ดูเนื้อตัวตัวเองเต็มไปด้วยอ๊วก อะไรวะเนี่ย แต่ก็ยังดี ที่มีแต่เหล้า อ๊วกออกมาเลยเป็นน้ำๆ สงสัย ไม่ได้กินข้าวเข้าไปด้วย เลยไม่มีชิ้นๆออกมา อืม เพิ่งเกือบจะเสียความบริสุทธิ์มาหยกๆ ยังมีกะใจมานั่งวิเคราะห์พิจารณาอ๊วกอีก
หลังจากที่ผมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ก็ออกมานั่งเล่นข้างหลังบ้าน ซึ่งบ้านนี้ก็มีเนื้อที่พอสมควรครับ ปลูกต้นขนุน กะ ต้นจำปีไว้อย่างละต้น แล้วก็มีต้นโมกกอใหญ่พอสมควร กับต้นปีบ  ท่าทางปลูกมาหลายปีแล้วล่ะคัรบ เพราะขนุนก็เริ่ม ที่จะออกลูกออกมาลูกใหญ่พอสมควรแล้ว  ตอนนี้ก็เริ่มเย็นๆแล้ว กลิ่นดอกโมก ดอกปีบ และดอกจำปีเริ่มส่งกลิ่นมาประชันกัน สายลมของต้นเดือนมีนาคมพัดมาเหมือนจะบอกให้รู้ว่ากำลังเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว เห้อ คิดถึงบ้านจัง ตอนนี้ถ้าอยู่ที่บ้านก็คงจะลงไปว่ายน้ำในคลองให้ฉ่ำไปล่ะ มาอยู่กรุงเทพแค่สามสี่วันก็เกือบจะเสียตัวโดยไม่ได้ตั้งใจซะแล้ว แต่แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกัน แทนที่ผมจะคิดถึงหน้าคนที่กำลังปล้ำผม แต่ผมกลับไปคิดถึงหน้าคนที่ยืนอยู่ที่ประตู คิดแล้วก็เหมือนกับมีไฟฟ้าสถิตวิ่งมาที่หัวใจ นี่ผมกำลังเป็นอะไรเนี่ย  กำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้น  ผมก็รู้สึกว่าเหมือนมีคนมาตะโกนเรียกอยู่หน้าบ้าน เลยเดินออกไปดู ก็พบกับผู้ชายคนที่ยืนอยู่ตรงประตูขณะที่ผมกำลังโดนปล้ำ

HuaTangMo

  • บุคคลทั่วไป
บทที่สอง ความรู้สึกดีบังเกิด (ต่อครับ)

“เอ่อ.....................สวัสดีครับ”  เขาทักขึ้นมา พลางทำหน้าเหมือนกำลังไม่รู้จะพูดอะไรดี
“สวัสดีครับ เอ่อ........................”
“ผมเชษฐ์ ครับ อยู่บ้านข้างๆนี่แหล่ะ เอ่อ.. พี่ต้องขอโทษแทนเพื่อนพี่นะครับ มันเมามากไปหน่อย แฟนมันเพิ่งทิ้งไปน่ะครับ ก็เลยยังทำใจไม่ได้ ยังไงก็อย่าไปถือสามันนะครับ ถ้ามันตื่นขึ้นมาจะให้มันมาขอโทษอีกที”
“ไม่เป็นรัยหรอกครับ ผมเข้าใจ  แต่ก็ตกใจนิดหน่อย แต่ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ “
“ครับ ยังงัยพี่ก็ขอโทษแทนเพื่อนพี่แล้วกัน  ขอบคุณสำหรับมะม่วงด้วยนะคัรบ หืม” พี่เชษฐ์ทำหน้าแปลกใจ และเอามือมาจับดูที่ข้อศอกผม
“เจ็บมั้ยครับ เนี่ย” พี่เชษฐ์ถามผม พลางพลิกข้อศอกผมขึ้นมาดู ผมก็เพิ่งสังเกตเหมือนกันแหล่ะครับ ว่ามันช้ำขนาดนี้ ตอนอาบน้ำไม่ยักกะเห็นแฮะ
“อ๋อ ไม่เป็นรัยหรอกครับ สงสัยกระแทกตอนล้มน่ะ “
“มียาทามั้ยล่ะ ไปทายาที่บ้านพี่ก่อนมั้ย”
“ไม่เป็นรัยจริงๆพี่ ไม่ต้องห่วงหรอก ผมน่ะ ตายยากอยู่แล้ว ไม่รบกวนหรอกครับ “
“ครับ ไม่เป็นรัยก็ไม่เป็นรัย แต่ถ้ามีอะไรก็ไปหาพี่นะ เดี๋ยวพี่ขอตัวก่อนแล้วกันครับ ยังไม่ได้เช็ดอ๊วกไอ้บ้านั่นเลย เอ่อ ว่าแต่น้องชื่อรัยเหรอครับ ยังไม่รู้จักเลย”
“ผม โม ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ พี่เชษฐ์ “
“ครับ ยินดี ยังงัยถ้ามีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกนะ ไม่ต้องเกรงใจ พี่ไปล่ะ “ พี่เชษฐ์ บอกลาแล้วเดินกลับไปบ้านของเขา
ถ้าตอนนี้มีใครซักคนยืนอยู่ด้วยเนี่ย คงจะเห็นผมหน้าแดงเหมือนลูกตำลึงสุกเลยมั้งครับ ผมรู้สึกว่าหน้าร้อนผ่าวผิดปกติ ปกติคุยกับผู้ชายคนอื่นไม่เห็นเป็นแบบนี้เลยนี่หว่า   พี่เชษฐ์เท่าที่ผมดูแล้วอายุน่าจะประมาณ สามสิบต้นๆ สูง 190 ได้มั้ง เพราะเวลาผมยืนเทียบดูแล้ว สูงกว่าหน้าอกพี่เค้านิดเดียวเอง (ผมสูงแค่ 160 ครับ) ผิวออกสีแทน ตัวใหญ่ หน้าตาเข้ม  มีเคราเขียวครึ้มลงมาถึงคาง คิ้วดำหนา ผมตัดสั้นรองทรง แต่สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าพี่เค้ามีเสน่ห์ที่สุดอยู่ที่ดวงตากลมใหญ่สีน้ำตาล บอกตัวเองไม่ถูกเหมือนกันแต่รู้สึกดีครับ ที่ได้รู้จักพี่เค้า ทำให้กรุงเทพในวันต่อๆไป น่าอยู่ขึ้นเยอะ

salemon

  • บุคคลทั่วไป
เริ่มต้นด้วยความตื่นเต้นมากค่ะ

มารอปูผ้านอนอ่านอยู่นะค่ะ

มาเป็นกำลังใจให้ค่ะ  :L2: :กอด1: :L2:
+1 ให้เลยค่ะ o13

ออฟไลน์ wan

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5575
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +643/-10
 :mc4: ฉลองเรื่องใหม่ ยินดีต้อนรับครับ

+1 เป็นกำลังใจให้นะครับ น้องโม  แต่ขอให้เล่าจนจบนะครับ ได้เปล่า  :z2:

ออฟไลน์ pongsj

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6054
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +213/-9
เจิมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมค้าบ

ออฟไลน์ Vesi

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1795
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +204/-3
เข้ามาจองที่นั่งแถวหน้าครับ

โจ๊กกุ้ง

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ ï_Kiss_U♥

  • รักไม่ได้
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1132
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-2
มาเป็นกำลังใจเรื่องใหม่  :L1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






andy_kwan

  • บุคคลทั่วไป
ป้าขอลงทะเบียนอ่านด้วยคน อิอิ

sharp2

  • บุคคลทั่วไป

OT

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ YANIZAxx™

  • มิได้ประมา ท ..แต่เห นือความคาดหมา ย !
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 440
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1

hito_no_ainochikara

  • บุคคลทั่วไป

mecon

  • บุคคลทั่วไป
Re: (เรื่องเล่า) แฟน&#
«ตอบ #15 เมื่อ10-03-2009 00:42:42 »

 :z13: คนแต่งคะ

มาอยู่กรุงวันแรกก็จะได้ว่าที่ลูกเขยกลับไปฝากครอบครัวแล้ว อิอิ

อืม..แต่ว่าพี่เชษฐ์คงยังไม่รู้ตัว ว่าทำให้คนดีศรีอยุธยาตกหลุมรักเข้าให้แล้ว  :-[
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-03-2009 00:46:44 โดย mecon »

OhhO16

  • บุคคลทั่วไป
ขออกีได้มะครับ อยากอ่าน 555

yee

  • บุคคลทั่วไป
เมมก่อนไว้อ่านทีหลัง



เรื่องนี้น่าสนุกนะมาให้กำลังใจ
 :impress2:

namtaan

  • บุคคลทั่วไป
 :mc4:
มาเจิมเรื่องใหม่ด้วยค่ะ
บวก 1 เป็นกำลังใจให้นะคะ

YO DEA

  • บุคคลทั่วไป
มาต้อนรับเรื่องใหม่ด้วยคนครับบบบบ

^V^

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






Ruangwitch

  • บุคคลทั่วไป
oooooooooooooh  :haun4:
i wanna have a cop as a boyfriend as well


sounds lovely :impress2:

Donald~duck

  • บุคคลทั่วไป
 :mc4: :mc4: :mc4:

ชอบผู้ชายในเครื่องแบบ  :-[

มาต่อเร็วๆน้า  :man1:

ออฟไลน์ M150

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
เพิ่งอ่านอ่า เรื่องหนุกดี รีบๆๆมาต่อนะ

TonG_x_Zhi

  • บุคคลทั่วไป
น่าสนุกๆๆ :really2:

รออ่านตอนต่อไปนะครับ

เป็นกำลังใจให้น๊า o13

jokirito

  • บุคคลทั่วไป
Re:
«ตอบ #24 เมื่อ10-03-2009 03:47:42 »

มาทักทายครับผม

hima

  • บุคคลทั่วไป
+1 ต้อนรับเรื่องใหม่ด้วย อิอิ รออ่านนะ :D

HuaTangMo

  • บุคคลทั่วไป
โหยยยยย กำลังใจเพียบเลย ขอขอบคุณทุกๆ Reply ด้วยนะครับ รู้สึกว่าดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากพี่ๆน้องๆเพื่อนๆ ในบอร์ดนี้นะครับ ขอรับรองว่าไม่มีดองเค็มเพราะ เพราะผมได้เขียนเนื้อเรื่องเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ถ้าไม่มีอะไรขัดข้อง วันนี้ก็คงลงได้หมด พิมพ์ไปก็แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกัน เพราะไม่เคยพิมพ์เรื่องราวที่ยาวขนาดนี้ในคราวเดียวเลย (ตัวอักษร Cordial New ขนาด 14 พิมพ์ได้ 67 หน้ากระดาษ A4 กับวันพักร้อน 2 วัน) ขอขอบคุณอีกครั้ง และก็ขอให้สนุกกับการอ่านเรื่องราวของผมครับ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทที่สาม  ก่อนที่ความรักจะทักทาย

3 มีนาคม 2548
วันนี้เป็นวันทำงานวันแรกของผมครับ วันนี้ผมตื่นแต่เช้า อาบน้ำแต่งตัว พอเสร็จแล้ว ส่องกนะจกดู เหอๆๆ รู้สึกตัวเองดูดีเหมือนกันนะเนี่ย (อย่าว่าผมหลงตัวเองเลยนะคัรบ ขอนิดนึงแล้วกัน) ออกจากบ้านตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า  ทั้งๆตัวเองเข้างานเก้าโมงขึ้น (ตอนแรกๆเห่องานใหม่ก็แบบนี้แหล่ะคัรบ พอชักชินแล้ว สิบโมงยังไม่อยากเข้างานเลย)  พอเดินออกมาจากหน้าบ้าน ก็มีเสียงทักขึ้น
“อ้าว โม ไปทำงานแล้วเหรอ” พี่เชษฐ์น่ะเอง  เห็นว่ากำลังรดน้ำต้นไม้อยู่
“วันนี้วันแรกครับ เลยไม่อยากไปสาย”
“แล้วเข้างานกี่โมงเนี่ย” พี่เขาถามต่อ
“เก้าโมงครับ”
“แล้วทำงานที่ไหนเหรอ”
“ตึก XXXX นี่แหล่ะครับ นั่งรถเมล์ไปแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว”
“ก็ตรงข้ามที่ทำงานพี่นี่ แล้วไปตั้งแต่เช้า จะไปช่วยแม่บ้านเค้าทำความสะอาดด้วยเหรองัยเนี่ย “
“ก็ตื่นเต้นน่ะครับ นอนไม่หลับ แหะๆๆ “
“อ๋อ งั้นไปกับพี่แล้วกัน  รอหน่อยสิ เด๋วพี่ไปอาบน้ำแต่งตัวแป๊บ พี่เข้างานแปดโมงครึ่งน่ะ”
“อ่า งั้นก็ได้ครับ “ ผมตอบตกลงไป แล้วเดินเข้าไปนั่ง เก้าอี้ไม้หน้าบ้านพี่เชษฐ์    โดยที่ประตูหน้าบ้านพี่เชษฐ์เขาไม่ได้ปิดไว้ พอมองเข้าไปก็เห็นพี่เชษฐ์เดินถือผ้าเช็ดตัว แล้วก็เดินเข้าห้องน้ำหลังบ้าน  พออีกสักพักนึง พี่เชษฐ์ก็ออกมาจากห้องน้ำ แป๊บเดียวจริงๆ ไม่รู้ว่าวิ่งผ่านน้ำหรือเปล่าเนี่ย แต่สิ่งที่ทำให้ผมตะลึงมากกว่านั้นคือ พี่เชษฐ์เดินออกมา พร้อมกับใส่กางเกงในสีขาวแค่ตัวเดียว ผมตะลึงอยู่นั่นซักพักนึง เลยรีบหันหน้าออกไป รู้สึกว่าเสียงหัวใจผมเต้นไม่ใช่เสียง ตึก ตั่กๆ แต่เป็นเสียง ผู้ชาย โป๊ โป๊......ผู้ชาย โป๊ โป๊..... แทน ทั้งๆที่ผมเคยเห็นผู้ชายใส่กางเกงในตัวเดียวก็บ่อยไป แต่ไม่เคยเป็นแบบนี้เลย พับผ่าสิ
อีกครู่นึง พี่เชษฐ์ก็เดินออกมา แต่งตัวเต็มยศ แต่ใส่เสื้อแจ๊คเก็ตสีดำทับไว้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่เค้ายศตำแหน่งอะไร เพราะดูไม่เป็นจริง ๆ พี่เชษฐ์เดินออกมาจากบ้าน หยิบหมวกกันน๊อคให้ผมใบหนึ่ง แล้วตะโกนเข้าไปในบ้านว่า
“เฮ้ย  เหี้ย กูไปแล้วนะว้อย ออกมาปิดบ้านด้วย” อืม เพื่อนพี่เชษฐ์เค้าชื่อเพราะจัง เลยนึกไปถึงว่า ถ้าวันนั้นพี่เชษฐ์ไม่กลับมาก่อน กูจะเป็นยังงัยวะเนี่ย
ผมเลยได้ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์พี่เชษฐ์เค้ามาทำงานในวันแรกนั้น ตอนแรกผมนั่งตัวเกร็งๆเพราะว่าผมไม่ค่อยคุ้นที่จะนั่งมอเตอร์ไซด์ในกรุงเทพเท่าไหร่ครับ ( อยุธยาบ้านผมรถไม่เยอะเหมือนกรุงเทพนี่นา) ผมเลยนั่งเอามือ กอดกระเป๋าเอกสารไว้อย่างนั้น พอพี่เค้าสังเกตุเห็นผมทำแบบนั้นแล้ว พี่เค้าก็เลยจับมือผม ทั้งสองข้างไปกอดไว้ตรงเอวพี่เค้า  เอาอีกแล้ว ทำไมรู้สึกหัวใจเต้นแรงจัง แอบมองหน้าตัวเองในกระจกมองหลัง เฮ้ย หน้าเราแดงยังกะตูดลิงเลยแฮะ
ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพครับ ยังเหลือเวลาอีกนิดหน่อย พี่เชษฐ์ส่งผมลงตรงหน้าสถานีตำรวจแล้วก็ให้ผมเดินข้ามฝั่งมายังที่ทำงานของผม ผมยังสงสัยในตัวของผมเอง เจอคนมาเยอะแยะไม่ยักกะมีอาการแบบนี้ แต่ทำไมกับพี่คนนี้ ถึงได้เกิดขึ้นมา  แต่ก่อนกับผู้ชายคนอื่นไม่เคยเป็นเลยแฮะ ผมได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ คิดว่าสักวันคงมีคำตอบให้กับตัวผม

—“L•nely_l3”—

  • บุคคลทั่วไป
 :jul1:

ว้าว สนุกดีอ่า

 :mc4: มาฉลองเรื่องใหม่ครับ +1 ให้ดั้วน๊า

HuaTangMo

  • บุคคลทั่วไป
บทที่สาม ก่อนที่ความรักจะทักทาย (ต่อครับ)

วันนี้เป็นวันทำงานวันแรกครับ เลยต้องมีการแนะนำตัวกันนิดหน่อย แต่ว่าก็คงไม่ใช่ผมคนเดียวหรอกครับ ที่เข้าทำงานวันแรก ทั้งแผนกผม ถ้ารวมผมด้วย ก็พนักงานใหม่รวมกันแล้วถึงสามคน   ผมโชคดีหน่อยครับ หลังจากสองคนนั่นเค้าได้ตำแหน่งงานในออฟฟิศ แต่ผมต้องไปอยู่ในส่วนต้องติดต่อประสานงานกับทางอื่นๆ เลยได้เอกสิทธิพิเศษในด้านการเข้าเวลางานน่ะครับ อิอิ คือถ้าพูดง่ายๆก็คือ สามารถเข้างานได้ตลอดเวลาครับ ไม่ได้เน้นเข้าเก้าโมงเช้า ออกห้าโมงเย็นครับ แต่ว่าในตอนแรกๆ ก็ต้องทำงานคู่กับพี่เลี้ยง เพื่อให้พี่เขาสอนงานให้ แต่วันนี้พี่ที่ฝ่ายบุคคลบอกว่า รอพรุ่งนี้ เพราะพี่เลี้ยงลาพักร้อน พรุ่งนี้ถึงจะเข้ามาทำงาน  วันนี้ทั้งวันก็เลยมีรุ่นพี่เข้ามาทักทายทั้งวัน มีพี่คนหนึ่งพูดขำๆ(แต่เอาจริง) ว่า มีเด็กมาให้กินแล้ว อดอยากมานาน  พอห้าโมงเย็นก็ได้เวลาเลิกงาน ผมเลยเดินลงไปกะเพื่อน ซึ่งข้างล่างของสำนักงานก็จะเป็นห้างสรรพสินค้าครับ มีร้านอาหาร ร้านขนมมากมาย เห็นน่ากินเลยว่าจะซื้อไปฝากพี่เชษฐ์ แต่เอ ทำไมผมต้องซื้อไปฝากพี่เค้าด้วยล่ะ เพิ่งรู้จักกันทำไมต้องซื้อไปให้ด้วย ปรากฏว่าผมเดินวนอยู่หน้าร้านสี่ห้ารอบ เลยตัดสินใจซื้อ คิดว่าจะกินเองก็ได้ ทั้งๆที่ปกติผมเป็นคนไม่ชอบกินขนมเค้กที่มีเนยหวานๆ เท่าไหร่นัก (พ่อบอกว่าเวลาอยากให้สุนัขมันดุ ต้องให้กินของหวานมากๆ  เลยคิดว่าเป็นคนก็คงเหมือนกัน)
ผมเลยได้ขนมมาห่อนึง พอมาถึงบ้านก็เอามานั่งดู คิดว่าจะเอาไปให้ดีมั้ย เค้าจะรู้สึกยังงัย เวลาที่ผู้ชายซื้อขนมไปฝากผู้ชาย คิดไปต่างๆนานาจนในที่สุด ประมาณหกโมงเย็นกว่าๆ ผมก็ได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซด์ของพี่เชษฐ์ขับกลับเข้ามา  ผมจึงถือห่อขนมออกไปให้พี่เค้า (จนได้)
“พี่เชษฐ์  หวัดดีครับ เอ่อ....พอดีตอนจะกลับเดินผ่านร้านขนม เอ่อ....เลยซื้อมาขอบคุณที่เมื่อเช้า เอ่อ....ไปส่งที่ทำงานน่ะ เอ่อ.... คับ”  ช่วงนี้กรูเป็นอะไรหว่า ปกติพูดจนลิงหลับ แต่ทำไมวันนี่มันพูดไม่ออกวะ
พี่เชษฐ์ ทำหน้าแปลกใจนิดนึง ก่อนที่จะยิ้มออกมา แล้วพูดว่า
“หืม ขอบคุณครับ ไม่น่าลำบากเลย ยังงัยพี่ก็ต้องไปทางนั้นอยู่แล้ว เดี๋ยวเราไปพร้อมกับพี่ก็ได้ ไม่เป็นรัยหรอก”
“แหะๆ ขอบคุณครับ” ผมกล่าวคำขอบคุณ ที่จริงอยากจะพูดมากกว่านั้น แต่ในสมองมันตื้อไปหมด เลยได้แต่นิ่งๆ เกาะอยู่กำแพงเหมือนจิ้งจก มองดูพี่เชษฐ์เข็นรถมอเตอร์ไซด์เข้าไปเก็บในซอกข้างกำแพงบ้าน
“นี่เราจะเกาะกำแพงอยู่อย่างนั้นเลยเหรอ เข้ามาเล่นข้างในบ้านก่อนสิ “ พี่เชษฐ์ร้องทักและชวนผมเข้าไปในบ้านแต่ในขณะที่กำลังเปิดประตูเข้าไปในบ้านนั้น พี่เชษฐ์ก็ร้องขึ้นอย่างแปลกใจ
“ห่ะ  ไอ้ศักดิ์มันไม่ได้ล็อกประตูเหรอ เฮ้ย เหี้ย อยู่มั้ยวะ” พี่เชษฐ์ร้องตะโกนถาม แต่ไม่มีใครตอบกลับมา ผมเดินตามพี่เชษฐ์เข้าไปในบ้าน รู้สึกทะแม่งๆแล้วสิ
“บ้านก็ไม่ได้ล็อก มันไปไหนล่ะ เหี้ยเอ๊ย” พี่เชษฐ์สบถออกมา
“อยู่ข้างบนมั้งครับ” ผมออกความเห็น
“อยู่บนบ้านก็น่าจะล็อคประตูไว้นะ ขโมยขโจรเข้ามาจะทำงัยเนี่ย” นี่มันบ้านตำรวจเลยนะ ท่าทางจะขี้บ่นเหมือนกันนะ พี่เชษฐ์เนี่ย
ในขนะที่พี่เชษฐ์กำลังเดินขึ้นไปข้างบนบ้าน ผมก็เลยนั่งลงที่โต๊ะกินข้าว สักครู่หนึ่ง ก็ได้ยินเสียงพี่เชษฐ์ตะโกนลงมาว่า
“เฮ้ย ไอ้ศักดิ์ มึงอย่าเป็นอะไรนะว้อย  โม มาช่วยพี่หน่อย”

HuaTangMo

  • บุคคลทั่วไป
บทที่สี่  อีกด้านของความรัก

“เฮ้ย ไอ้ศักดิ์ มึงอย่าเป็นอะไรนะว้อย  โม มาช่วยพี่หน่อย” ผมรีบวิ่งตามเสียงนั้นขึ้นไปชั้นบน ที่ห้องของพี่ศักดิ์  ก็พบว่าพี่เชษฐ์กำลังพยุงร่างของพี่ศักดิ์ ขึ้นมาจากที่นอน  เดาจากสภาพน่าจะไม่ใช่อาการเมา แต่น่าจะเกิดจากอาการหมดสติมากกว่า ผมรีบวิ่งเข้าไปพยุงพี่ศักดิ์ แล้วพาลงมาที่ชั้นล่าง พี่เชษฐ์เชษฐ์วิ่งไปหยิบกุญแจรถที่วางไว้บนชั้นข้างๆทีวี แล้วมาช่วยพยุง พี่ศักดิ์ไปขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน ตอนนั้นผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าผมขึ้นรถมากับพี่เชษฐ์ได้ยังงัย มารู้ตัวอีกทีก็มาอยู่หน้าห้องฉุกเฉินแล้วล่ะ
เกือบจะสองทุ่มแล้ว ผมกับพี่เชษฐ์ยังนั่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน  ไม่ใช่สิ ผมคนเดียวที่นั่งมากกว่า เพราะว่าพี่เชษฐ์ก็ได้แต่เดินไปเดินมาหน้าห้องนั่นแหล่ะ พอผมล้วงกระเป๋ากางเกงก็พบเศษสตางค์อยู่นิดหน่อย เลยลุกเดินออกไปยังตู้ขายน้ำอัตโนมัติที่ชั้นล่าง  ซื้อชามาให้พี่เชษฐ์กับผมคนละกระป๋อง  พี่เชษฐ์พูดขอบคุณแล้วก็นั่งลงที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน แล้วก็เงียบไป  ผมก็ได้แต่มองหน้าพี่เค้า แต่ก็ไม่รู้จะพูดยังงัย เลยได้แต่พูดปลอบว่า
“พี่ศักดิ์คงไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ ไม่ต้องห่วงหรอก พี่เค้ายังไม่ได้มาขอโทษที่ปล้ำผมวันนั้นเลย” พอผมพูดจบ พี่เชษฐ์ก็มองหน้าผมแล้วก็ยิ้มออกมา พลางเอามือมาขยี้หัวผม สายตาที่มองผมมันรู้สึกอบอุ่นบอกไม่ถูก แต่พอสบตาพี่เค้าแล้วก็รู้สึกอายๆจนต้องหลบตาออกมา หัวใจมันก็ยังเต้นแรงไม่หยุดอยู่นั่นแหล่ะ  สงสัยจริงๆ ความรู้สึกแบบนี้เค้าเรียกว่าอะไรกันนะ พอดีคุณหมอเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน แล้วบอกว่า คนไข้กินยานอนหลับเกินขนาดไป ตอนนี้ล้างท้องอยู่ในภาวะปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง แต่ยังไม่ฟื้น  พวกเราสองคนเลยขอเข้าไปเยี่ยม คุณหมอก็อนุญาติแต่ได้แค่แป๊บเดียวเพราะต้องให้คนไข้พัก พวกเราสองคนก็รีบเข้าไปยังห้องพี่ศักดิ์ ซึ่งพยาบาลได้ย้ายออกมาที่ห้องพักฟื้นแล้ว  พี่เชษฐ์ได้เข้าไปยืนข้างเตียง มองดูพี่ศักดิ์กำลังหลับอยู่ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ผมสังเกตุได้ว่า ตาของพี่เชษฐ์ แดงๆ เหมือนกำลังจะร้องให้  ผมเลยเดินออกมารอที่หน้าห้อง สักพักนึงพี่เชษฐ์ก็เดินออกมา ด้วยสีหนาที่ดีกว่าเดิมเล็กน้อย แต่แววตาดูเศร้าเหมือนเดิม
“พี่ต้องขอโทษด้วยนะ ลำบากเราอีกแล้ว” พี่เชษฐ์พูดขอโทษผม
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ว่าแต่พี่ ไม่เป็นรัยนะ”
“อื้ม สบายใจขึ้นเยอะแล้ว เดี๋ยวถ้ามันออกมาเมื่อไหร่ พี่อัดมันแน่”
“ผมว่าถ้าพี่อัดพี่ศักดิ์ คงต้องเข้าโรงพยาบาลอีกรอบแน่นอนอ่ะครับ”
“ฮึ ทำไมเราย้อนเก่งจังเนี่ย หิวยังล่ะ ไปหารัยกินป่ะ เด๋วพี่เลี้ยง
ตกลงว่าหลังจากเราออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว พี่เชษฐ์ เขาก็พาผมไปกินข้าวที่ร้านแถวๆบ้านนั่นแหล่ะคัรบ จำได้ว่าเราสองคนสั่ง กระเพราไก่ไข่ดาวเหมือนกัน (อาหารสิ้นคิดจริงๆ) เราก็นั่งคุยกันไป กินกันไป ทำให้ผมได้รู้จักพี่เชษฐ์เขาเพิ่มขึ้นมา พี่เชษฐ์เขาเป็นตำรวจครับ ระดับร้อยตำรวจเอก หรือบ้านๆเรียกผู้กองนั่นแหล่ะครับ ชีวิตของพี่เชษฐ์เค้าก็มีพี่ศักดิ์คนนี้คนเดียวแหล่ะคัรบ ที่นับว่าเป็นญาติของพี่เค้า เพราะตั้งแต่พ่อแม่ตาย พี่เชษฐ์ก็ไม่ได้มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกเลย ซึ่งสาเหตุนั้นผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ว่าทำไม เค้าจึงถือพี่ศักดิ์เป็นญาติคนเดียวของเขา กินเสร็จเราสองคนก็พากันกลับบ้านครับ กว่าจะถึงบ้านก็สี่ทุ่มกว่าๆ พอส่งผมเข้าบ้านแล้ว ผมก็อาบน้ำเตรียมเข้านอน พอล้มตัวลงที่นอนแล้ว รู้สึกว่าหน้าของพี่เชษฐ์เค้าวนเวียนอยู่ในความคิดตลอดเลย ทำยังไงก็ไม่หายซักที จนผลอยหลับไปในที่สุด

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด