So what : ตกลงเอาไง :: ตอนที่พิเศษ 1 : 20-11-2015 (Page.47)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: So what : ตกลงเอาไง :: ตอนที่พิเศษ 1 : 20-11-2015 (Page.47)  (อ่าน 682868 ครั้ง)

ออฟไลน์ Snufflehp

  • It feels like nobody ever knew me until you knew me
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 574
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +978/-17
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************
 

สารบัญ

ตอนที่ 1
ตอนที่ 2
ตอนที่ 3
ตอนที่ 4
ตอนที่ 5
ตอนที่ 6
ตอนที่ 7
ตอนที่ 8
ตอนที่ 9
ตอนที่ 10
ตอนที่ 11
ตอนที่ 12
ตอนที่ 13
ตอนที่ 14
ตอนที่ 15
ตอนที่ 16
ตอนที่ 17
ตอนที่ 18
ตอนที่ 19
ตอนที่ 20
Special Inside Extra
ตอนที่ 21
ตอนที่ 22
ตอนที่ 23
ตอนที่ 24
ตอนที่ 25
ตอนที่ 26
ตอนที่ 27
ตอนที่ 28
ตอนที่ 29
ตอนที่ 30
ตอนที่ 31
ตอนที่ 32
ตอนที่ 33
ตอนที่ 34
ตอนที่ 35
ตอนที่ 36
ตอนที่ 37
ตอนที่ 38
ตอนที่ 39
ตอนที่ 40
ตอนที่ 41
ตอนที่ 42
ตอนที่ 43
ตอนที่ 44
ตอนที่ 45
ตอนที่ 46
ตอนที่ 47
ตอนที่ 48
ตอนที่ 49
บทส่งท้าย


Special มายด์+ฟิว Ch1
Special มายด์+ฟิว Ch2
Special : TheTenth
Special : Loy Krathong Festival
Special เต้+แม็ค Ch1
Special เต้+แม็ค Ch2
Special มายด์+ฟิว Ch3
Special มายด์+ฟิว Ch4
Special มายด์+ฟิว Ch5


ชี้แจง
..............................Thank you...........................................
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-11-2015 20:09:26 โดย Snufflehp »

ออฟไลน์ Snufflehp

  • It feels like nobody ever knew me until you knew me
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 574
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +978/-17
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 1 :: 16-08-2013
«ตอบ #1 เมื่อ16-08-2013 19:10:06 »

สวัสดีค่ะ  :-[
ก็เขินๆ ยังไงไม่รู้ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ฝากติชมด้วยนะคะ
 o22 พูดไม่ค่อยเก่ง

ตอนที่ 1

ผมคิดว่าเป็ดเป็นสิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์อย่างหนึ่ง เดินก็ได้ ลอยน้ำก็ได้ มีปีกบินได้อีกด้วย ต่อให้จะว่ายน้ำไม่เก่งเท่าปลา บินไม่เก่งเท่านก หรือเดินเป๋ไปเป๋มาก็เถอะ ผมก็ชอบมองอยู่ดี

“โดดเรียนอีกแล้วนะมึง จารย์ต่อฝากมาบอกว่าครั้งหน้าถ้ามึงไม่โผล่หัวไปเรียน มึงมสแน่”

ผมละสายตาจากเป็ดน้อยตรงหน้า หันไปมองเจ้าของเสียงที่ยืนอยู่กับผู้หญิงมาดเท่

“ก็วันนี้มันไม่มีอารมณ์”

“กูก็ไม่มี แต่เหี้ยฟิวแม่งบังคับ”

ไอ้กัสหรือที่แม่มันชอบเรียกว่ากัสจังทำหน้าเอือมใส่ไอ้ฟิวแล้วเดินมานั่งข้างผม ไอ้กัสนี่เป็นผู้หญิงแค่เพียงกายแต่ใจนั้นชายเกินร้อย หน้าตาก็ไม่ธรรมดา ผู้ชายบางคนยังหล่อไม่เท่ามัน ส่วนไอ้ฟิวเป็นชายหนุ่มร่างเล็ก ตัวเตี้ยผิวขาวปากแดงนัยน์ตาแฝงความขี้อ้อน รวมๆ คือความเป็นชายมีน้อยกว่าไอ้กัส แถมยังจู้จี้จุกจิกเป็นที่หนึ่ง  สองคนนี้เป็นเพื่อนสนิทของผม ตั้งแต่หัดเดินผมก็มีพวกมันอยู่ด้วยแล้ว

“พวกมึงจะทำอะไรให้มันมีขอบเขตบ้าง โตๆ กันแล้วทำไมยังให้กูบ่น เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาตลอด ไม่เคยมีหรอกที่จะทำตัวให้พ่อแม่เบาใจ ทีเรื่องเหี้ยๆ นี่ขยันทำกันเหลือเกิน”

“กูล่ะสงสารคนที่จะได้มึงไปทำเมียจริงๆ”

“ห่าาาาา กูเป็นผู้ชาย”

“พวกไม่ยอมรับความจริง เทอมที่แล้วหมาไหนอกหักเพราะผู้ชายวะ หึหึ”

“ไอ้เหี้ยกัส ไอ้จัญไร”

สองคนนี้เถียงกันประจำ ถ้าไอ้ฟิวเป็นแม่ ไอ้กัสก็เป็นลูกชายคนโตที่ไม่เอาอ่าวอะไรสักอย่าง เถียงคำไม่ตกฟากประมาณนั้น

“หุบปากเถอะน่าฟิว ไม่ใช่มึงคนเดียวที่บ่นจนเบื่อ พวกกูก็เบื่อ เออ ไอ้เท็น แล้วคืนนี้ตกลงว่าไง ไปป้ะ” ไอ้กัสหันมาลากผมเข้าสู่บทสนทนา ไอ้ฟิวเลยรีบเสนอหน้าเข้ามาสอดทันที

“พวกมึงจะไปไหนกันอีก พรุ่งนี้มีควิซแล็ปนะ แปดโมงเช้า แค่พวกมึงไม่ออกไปแรดที่ไหนก็ตื่นกันจะไม่ทันอยู่แล้ว คืนนี้กูห้าม สั่งห้ามเด็ดขาด”

ผมทำหูทวนลม พยักหน้าพร้อมให้คำตอบกับไอ้กัส

“ไปดิ พวกไอ้เต๋อมันจะไปรอที่ร้านตอนสองทุ่ม”

“โอเค งั้นไปเจอกันที่ร้าน ครั้งนี้เท่าไหร่”

“สองหมื่น”

“รับเละแน่งานนี้ หึหึ”

“นี่พวกมึงฟังกูกันบ้างมั้ยห้ะ! ออกไปคืนนี้กูล็อคบ้านไม่ให้เข้าจริงๆ ด้วย”

“เรื่องของมึง”

คำตอบของไอ้กัสทำเอาไอ้ฟิวกระทืบตีนเร่าๆ คงขัดใจมาก แต่ทำไงได้ นัดกับพวกไอ้เต๋อไว้แล้ว ไม่ไปก็เสียหน้าแย่ แถมช่วงนี้เบื่อๆ ไปเล่นสักหน่อยคงจะหายเซ็ง ผมเป็นพวกเบื่อง่าย งานอดิเรกเลยมีเยอะ เป็นคนไม่ค่อยมีไฟ เลยต้องหาอะไรที่ตื่นเต้นทำไปเรื่อย มีไอ้กัสเป็นตัวหนุน และไอ้ฟิวเป็นตัวรั้ง รั้งอยู่บ้างไม่อยู่บ้างตามเรื่องตามราว

“เท็น มึงหัดทำตัวให้ปกติอย่างชาวบ้านเขาบ้างไม่ได้ไงวะ แม่มึงจะบ้าตายวันละสิบแปดรอบอยู่แล้ว” ถึงคราวที่อะไรก็รั้งไม่ได้ ไอ้ฟิวจะอ้างแม่ขึ้นมาทันที

“แม่กูไปเที่ยวกับเพื่อนที่ปารีส คงไม่เครียดอะไรเท่าไหร่หรอก” ผมตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ มองการเคลื่อนไหวของเจ้าเป็ดน้อยไปด้วย

“เอออออ ถึงอย่างงั้นก็เถอะะะะะะะ”

“หึหึ”

ไอ้กัสแสยะยิ้มอย่างชอบใจ เพราะไอ้ฟิวไม่เคยต่อปากต่อคำกับผมได้เกินสามประโยค

“วันนี้แดกข้าวร้านเดิมป้ะ” ไอ้กัสถาม คุ้ยหาขนมในกระเป๋าสะพายใบใหญ่ของผม

“เปลี่ยนบ้าง กูอยากแดกหมูจุ่ม” ไอ้ฟิวตอบ คว้าเยลลี่รสบลูเบอร์รี่ที่ไอ้กัสเพิ่งหยิบออกจากกระเป๋าผมไป

“เหี้ยนี่นิสัย เออ งั้นพวกมึงไปรอที่ร้าน กูแวะรับเด็กแล้วตามไป”

“เหมียวล่ะ” เหมียวที่ไอ้ฟิวพูดถึงนี่เป็นแฟนคนล่าสุดของไอ้กัสที่เพิ่งพามาเปิดตัวกับพวกผมเมื่อสามวันก่อน

“ไปดูหนังกับเพื่อน”

“แล้วเด็กที่มึงว่านี่ใคร”

“น้องรหัสกูน่า ไม่มีไรในกอไผ่”

“เดี๋ยวมึงก็ทำให้มันมีเองแหละ”

พวกผมรู้นิสัยไอ้กัสดีว่ามันใช้ผู้หญิงเปลืองขนาดไหน แถมแฟนแต่ละคนของมันก็สวยชนิดที่ว่าผู้ชายมองตามจนเหลียวหลัง แต่ก็ไม่มีผลอะไรกับผมเท่าไหร่ เพราะนอกจากตัวเองแล้วผมก็ไม่คิดว่ามีใครน่าสนใจอีก ผมเลยเป็นคนเดียวในกลุ่มที่ไม่เคยมีแฟนมาตั้งแต่เล็กจนโต คู่นอนก็มีบ้างตามประสาคนชอบหาอะไรตื่นเต้นทำ ไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษกับใคร

“เท็น เก็บของ มึงนั่งมองเป็ดมาเกือบสามชั่วโมงแล้วนะ”

ถึงปากไอ้ฟิวมันจะบอกให้ผมเก็บ แต่มันก็เป็นคนเก็บให้ ผมลุกขึ้นยืนให้มันพับเสื่อ และเก็บถุงขนมกับขวดชาเขียวที่หมดแล้วไปทิ้ง

“มึงไม่เข้าใจหรอก กูกำลังหาแรงบันดาลใจ”

“แรงบันดาลใจห่าไร เพิ่งเปิดเทอม งานอะไรก็ไม่มี”

“แรงบันดาลใจในการมีชีวิตอยู่”

“เออ ไอ้เหี้ย ไม่โดดน้ำตายไปเลยล่ะควาย”

“โดดไปก็ไม่ตาย น้ำตื้น แล้วกูก็ว่ายน้ำเป็น”

“เออออออออออออ เรื่องของมึงเหอะะะะะะะะะะ!”

ผมสะพายเป้ที่ใส่ขนมที่ผมชอบจนเต็มไว้บนหลัง แล้วเดินตามไอ้ฟิวที่ไม่รู้ว่าโกรธอะไรนักหนาถึงได้เดินกระทืบเท้าไปตลอดทาง

.
.
.

“วันนี้ห้ามสั่งหมู กูจะแดกไก่” ผมบอกพลางยื่นเมนูข้ามโต๊ะไปให้ไอ้ฟิว

“ไอ้เหี้ย นี่ร้านหมูจุ่ม” ไอ้ฟิวแยกเขี้ยวกลับมาให้ มองๆ ไปก็เหมือนหมาชิวาว่ากำลังขู่ หึ เอาเท้าบี้ก็แบนติดพื้นละตัวเธอ

“กูรู้ว่าร้านอะไร แต่กูจะแดกไก่ ถ้ามึงสั่งหมู มึงต้องไปนั่งอีกโต๊ะ”

“เออ ประชาธิปไตยมากชีวิตกู แค่สั่งมาอีกชุดมันจะไปยากไรวะ”

“โนๆๆๆๆ ถ้ากูเผลอไปตักที่หม้อมึงล่ะ ห้ามสั่งหมู เอาปลาหมึก กุ้ง เต้าหู้ แล้วก็ไข่มาด้วย น้ำซุปเอาแบบต้มยำมาชุดหนึ่ง ที่เหลือรอไอ้กัส”

ไอ้ฟิวหมดสิทธิ์คัดค้านเลยสั่งตามที่ผมบอก ระหว่างรอไอ้กัสกับของที่สั่งไปมันก็นั่งสาปแช่งผมไม่หยุด แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจมันหรอก เดี๋ยวมันเหนื่อยก็หยุดไปเอง

“นั่นเมลนี่หว่า มากับใครวะ”

ผมมองตามสายตาไอ้ฟิวไปจบที่ผู้ชายคนหนึ่งเดินควงแขนมากับผู้หญิงหน้าตาสะสวย ผมคุ้นหน้ามันอยู่เพราะเห็นตามป้ายตามวีดีโอแนะนำมหาลัยบ่อยๆ แต่เพิ่งเห็นตัวจริงเป็นครั้งที่สองเองมั้ง ครั้งแรกเห็นตอนมันประกวดเดือนมหาลัยเมื่อปีก่อน

“เฮ้ย นั่นเหมียว” ไอ้ฟิวตาโต หันมาบอกผมเสียงตื่น

“หืม แฟนไอ้กัสหน้างี้เหรอวะ” ผมถามอย่างสงสัย ตอนไอ้กัสพามาแนะนำผมไม่ได้สนใจ

“เออ สนใจโลกภายนอกบ้างนะมึง ว่าแต่เมลมันไม่รู้ไงวะว่าที่มันควงนั่นแฟนไอ้กัส”

“มึงไปถามมันสิ”

“เรื่องเหรอ กูว่าเปลี่ยนร้านเหอะว่ะ เดี๋ยวไอ้กัสมาเห็นแล้วจะยุ่ง”

ผมยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ถือว่าไม่ใช่เรื่องของผม ไอ้กัสก็คงไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้นเท่าไหร่หรอก อย่างมากก็แค่เสียหน้า แล้วคนอย่างมันก็ไม่โง่พอจะไปต่อยกับใครแย่งผู้หญิง ยิ่งเป็นผู้หญิงใจโลเลแบบนั้นด้วยแล้ว

พอพนักงานเอาของที่สั่งมาเสิร์ฟไอ้ฟิวก็จัดการยัดทุกอย่างลงหม้อ ส่วนผมรอกินอย่างเดียว แอลกอฮอล์หมดไปสองก้อนไอ้กัสกับน้องรหัสมันก็โผล่มา เห็นมันเหลือบไปมองที่โต๊ะของไอ้หล่อนั่นอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่เห็นว่าอะไร

“พี่เท็นคะ เพื่อนแนงฝากมาให้ค่ะ”

ผมรับช็อกโกแล็ตราคาแพงที่ผูกริบบิ้นติดโบว์ไว้อย่างดีมาใส่กระเป๋าสะพาย ก่อนจะยื่นกระดาษที่มีเบอร์โทรของผมส่งให้น้องแนง

“ฝากให้เพื่อนด้วย”

“อ้ายยยยยย ขอบคุณค่ะพี่”

ผมพยักหน้าแล้วจัดการจิ้มปลาหมึกตัวอ้วนที่ไอ้ฟิวลวกแล้วเอามาใส่ในถ้วยให้ลงน้ำจิ้มซีฟู้ด ก็พอดีกับที่เหมียวกับไอ้หล่อนั่นเดินมาที่โต๊ะ แต่เหมือนฝ่ายหญิงไม่ค่อยเต็มใจมาเท่าไหร่ ผิดกับฝ่ายชายที่หน้าระรื่นทีเดียวเชียว

“อ้าว ฟิว ไอ้กัส มานานยังวะ” ไอ้หล่อนั่นทัก

“สองชั่วยามละเพื่อนเอ๋ย แล้วมึงพาใครมาด้วยวะ เมียใหม่” ไอ้กัสถาม แสยะยิ้มมุมปาก

“เพื่อนน่ะ มึงก็น่าจะรู้จักดี หึหึ อ้าว เหมียว เป็นไรครับ หน้าซีดเลย”

เออ กูพอจะเดาได้ละว่าพวกมึงเล่นห่าไรกัน ผมเลยรีบแดกแล้วรีบชิ่งหนีออกมาจากสถานการณ์ที่อาจนำพาความวุ่นวายมาให้ตัวเอง ส่วนตัวผมแล้วไม่รู้จักมักจี่อะไรกับไอ้หล่อนั่นหรอก ไอ้ฟิวกับไอ้กัสคงรู้จักอาจถึงขั้นสนิทเพราะไอ้สองตัวนี่ก็ดังใช่เล่น รู้จักคนเยอะและคนรู้จักพวกมันก็เยอะ

ผมมาถึงร้านที่นัดกับพวกไอ้เต๋อไว้ ไม่ลืมที่จะไลน์ไปบอกไอ้กัสให้รีบตามมา เพราะยังไงไม้คิวของผมก็อยู่ที่มัน ไม้ของทางร้านมันไม่เหมาะมือผมเท่าไหร่

“สวัสดีครับพี่ คนเยอะป้ะวันนี้” ผมยกมือไหว้พี่เจ๋งเจ้าของร้านโต๊ะสนุ๊กที่ผมเคยมาสิงอยู่ช่วงหนึ่ง แต่พักหลังๆ ก็นานๆ มาทีตามประสาคนเบื่อง่ายหน่ายเร็วอย่างผม

“ก็เหมือนทุกวัน แล้วมึงหายหัวไปไหนมาไอ้เท็น กูนึกว่าตายห่าไปแล้วซะอีก” พี่เจ๋งยังปากหมาเหมือนเดิม แต่เอาเถอะ ให้อภัยเพราะช่วงที่มาสิงที่นี่พี่แกเลี้ยงเบียร์ผมบ่อย

“ผมก็ล่องลอยอยู่แถวหลังมอนี่แหละพี่ หาแรงบันดาลใจ แล้วนี่พวกไอ้เต๋อมายัง”

“ไอ้เต้ ไอ้คิม ไอ้แม็คมาแล้ว แต่ไอ้เต๋อยังไม่เห็น”

ผมพยักหน้ารับรู้ ดื่มเบียร์ที่พี่เจ๋งส่งมาให้เข้าไปอึกใหญ่

“แล้วน้องกัสกูอ่ะ ไม่มาด้วยกันเหรอวะวันนี้” พี่เจ๋งแกแอบชอบไอ้กัสครับ แถมยังปิดหูปิดตาไม่รับรู้ว่าไอ้กัสมีเมียด้วย ความรักมันทำให้คนเป็นควายได้จริงๆ

“เดี๋ยวมันตามมา วันนี้พลาดไม่ได้ วางเงินไปแล้ว”

พี่เจ๋งขมวดคิ้วแล้วตบหัวรับขวัญผมไปหนึ่งที “หาคุกหาตะรางมาให้กูอีกแล้วนะพวกมึง คราวนี้เท่าไหร่ล่ะ”

“หึ มัดจำไปแล้วหมื่นหนึ่ง ถ้าคืนนี้กวาดหมดโต๊ะก็ได้อีกสองหมื่น รวมค่ามัดจำของทั้งเขาทั้งเราด้วยก็สี่หมื่น”

“เล่นหนักนะไอ้ห่า งั้นมึงไม่ต้องแดกเยอะ เดี๋ยวแทงไม่ลงสักลูกจะหมดตูดเอา”

ผมหัวเราะกับท่าทีกระวนกระวายของพี่เจ๋ง หนึ่งในงานอดิเรกของผมก็คือแทงสนุ๊ก แทงเฉยๆ ไม่สนุกมันต้องมีเงินมากระตุ้น จะได้รู้สึกแพ้ชนะได้ชัดเจนหน่อย

นั่งฟังพี่เจ๋งโม้เรื่องสาวที่แกได้ให้ฟังอยู่ไม่นานไอ้กัสก็โผล่หัวมาพร้อมกับกล่องเก็บไม้คิวของผม ที่ตามหลังมาคือน้องแนงและไอ้หล่อที่หน้าซีกซ้ายมีรอยนิ้วมือห้านิ้วแดงเป็นปื้น

“ไอ้เหี้ยเท็น ชิ่งหนีมาก่อนตลอดนะมึง ไม่อยู่ช่วยกันบ้าง” ไอ้กัสมาถึงก็โวยใส่ผม เอ้า อยู่ช่วยทำไม เรื่องกูก็ไม่ใช่ แถมยังมีเรื่องกับผู้หญิง กูไม่ตีเพศแม่

“คนนี้เหรอที่ฟิวพูดถึงบ่อยๆ ชื่อเท็นใช่ป่ะมึง กูชื่อเมล” ไอ้หล่อทักผม ผมเลยพยักหน้า แล้วยื่นแก้วเบียร์ในมือให้มัน มันยิ้มแฉ่งจนเห็นเขี้ยวซี่สวยมุมปากและรับไปดื่มจนหมด

“ไอ้เมลเรียนภาคไฟ มันเป็นเดือนมหาลัยปีเราไง มึงโดดเรียนบ่อยเลยไม่ได้เจอมัน” ไอ้กัสบอกข้อมูล

“เออ มึงนี่ก็กว้างขวางดีนะ รู้จักคนดังระดับเดือนด้วย”

แล้วไอ้กัสก็เล่าให้ฟังว่ารู้จักไอ้เมลตอนเรียนวิชาทูล จากนั้นก็เริ่มมาสนิทกันในวิชาแคลคูลัส เรื่อยมาจนถึงฟิสิกส์ เคมี ดรออิ้ง หรือวิชาห่าไรก็ตามที่วิศวะเขาเรียนรวมกันพวกมันก็เสร่อมานั่งเรียนใกล้ๆ กัน และที่ผมไม่รู้จักมันเพราะผมไม่ชอบเข้าเรียนเลคเชอร์ คือกูก็เข้าบ้างตามอารมณ์ ส่วนชั่วโมงแล็ปก็ถูกแบ่งกลุ่มตามที่อาจารย์ท่านจัดให้ เลยไม่มีโอกาสได้เจอมันเลย

“ฟิวบ่นให้กูฟังว่ามึงขี้เกียจแต่เรียนเก่ง” ตอนนี้ไอ้เมลนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ ผม ส่วนไอ้พี่เจ๋งพอไอ้กัสมามันก็ทิ้งภาระหน้าที่เจ้าของร้านทั้งหมดให้ลูกน้องแล้วตัวมันเองก็ไปนั่งป้อไอ้กัสที่กำลังม่อน้องแนงอยู่เช่นกัน

“มันไม่บอกเหรอว่ากูหน้าตาดีด้วย”

“หึหึ ถึงมันบอกกูก็ไม่เชื่อ ต้องเห็นเองกับตา”

“มึงเห็นแล้วนี่ คิดว่าไง”

ไอ้เมลไม่ตอบ แต่อมยิ้มได้โคตรกวนตีน ผมเลยเลิกสนใจมันมามองไอ้เนลูกน้องรองมือรองตีนพี่เจ๋งที่ตอนนี้กำลังผสมเครื่องดื่มให้ลูกค้าคนอื่นอยู่ อืม...ผมว่างานแบบนี้ก็น่าสนใจดีเหมือนกัน ไว้ขอมาช่วยงานพี่เจ๋งซักวันสองวันดีกว่า ช่วงนี้ก็ว่างๆ อยู่ด้วย

“มึง ช่วยติวแคลให้กูหน่อยดิ แคลสามนี่สุดตีนกูจริงๆ เลคเชอร์แม่งก็ฟังไม่รู้เรื่อง มึงว่างอยู่ใช่ป่ะช่วงนี้” ไอ้เมลเหมือนอ่านใจผมออก ทั้งๆ ที่ผมเพิ่งจะคิดในใจว่าจะหาอะไรมาทำฆ่าเวลา

ผมหันไปมองหน้าหล่อๆ ของไอ้เมล พิจารณาดูดีๆ แล้วหน้าแม่งก็ไม่ได้โง่สักหน่อย

“กูไม่ว่าง” เรื่องไรกูจะทุ่มเวลาในชีวิตกูไปยุ่งกับเรื่องของชาวบ้านล่ะ

“เออ งั้นก็ไม่เป็นไรว่ะ โทษที่ถาม กูเรียนไม่รู้เรื่องจริงๆ จารย์แม่งพูดเร็ว สูตรเดียวแม่งพิสูจน์สามหน้า กูจะบ้าแล้ว”

ดูๆ ไปแม่งก็น่าสงสาร ไอ้กัสที่ติดเอฟสามตัวเมื่อเทอมก่อนยังไม่ทำหน้าเครียดเท่ามัน ถ้าไม่ช่วยเหมือนผมจะทำบาปรังแกเพื่อนร่วมโลกทั้งๆ ที่ไอ้ที่รังแกมันเป็นวิชาที่ไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้คิดค้นขึ้นมาแท้ๆ

“ก่อนสอบมิดเทอมมึงมาติวกับพวกกูละกัน”

ไอ้เมลกระดิกหางทำหน้าระรื่นทันที เหมือนเมื่อกี้มันจะเฟคใส่ผม แต่เอาเถอะ ยังไงผมก็ต้องอ่านเลคเชอร์ที่ไอ้ฟิวอุตส่าห์จดมาให้อ่านอยู่แล้ว แถมไอ้กัสยังต้องเกาะชายกางเกงผมให้พ้นการรีไทร์ด้วย เพิ่มไอ้เมลไปอีกคนกางเกงผมคงไม่หลุดหรอกครับ

“ไอ้เท็น ไอ้เต๋อไลน์มาบอกว่ามันอยู่ที่โต๊ะแล้ว ขึ้นไปได้เลย” ไอ้กัสตะโกนบอกก่อนมันจะพาน้องแนงเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองของร้านที่เปิดเป็นโต๊ะสนุ๊ก ผมเลยสะพายเป้เดินตามมันไป ไม่ลืมวางเงินสำหรับค่าเครื่องดื่มของผมกับไอ้เมลให้ไอ้เนเก็บเข้าเก๊ะ

“กูเลี้ยง” ผมบอกเมื่อเห็นไอ้เมลรีบควักกระเป๋าตังค์เตรียมส่งเงินมาให้ผม

“ขอบใจว่ะ งั้นมึงเอานี่ไป”

ผมรับนามบัตรสีสวยมาไว้ในมือ จ้องหน้าไอ้เมลอยู่สักครู่ เหี้ยนี่ยิ้มหล่อก็จริงแต่กวนตีนอยู่ไม่น้อย แล้วนี่มันคงคิดว่าผมอยากได้มากล่ะสิ เบอร์โทรมันเนี่ย

“แล้วกูจะโทรหาทุกคืนก่อนนอนละกันไอ้ห่า”

“กูจะรอ :)” ไม่ได้รู้ตัวเลยว่ากูประชด

.
.
.

เมื่อคืนไม่รู้ว่ากลับบ้านถูกได้ยังไง เพราะหลังจากอยู่ฉลองเงินสี่หมื่นกับพวกไอ้เต๋อแล้วสติสตังผมก็เหมือนจะหลุดออกไปนอกโลก ไม่เคยแดกเหล้าแล้วโดนเหล้าแดกอย่างนี้มาก่อน มารู้ตัวว่านอนอยู่บันไดทางขึ้นชั้นสองก็ตอนที่ไอ้ฟิวมาแว้ดๆ ใส่หูนี่แหละ ส่วนไอ้กัสแม่งหายไปกับน้องแนงที่มันนั่งยันนอนยันว่าเป็นแค่น้องรหัส กระชับสายแนบแน่นคาตากูเมื่อคืนขนาดนั้นคงเชื่อลงหรอกมึง -*-

“ไอ้เท็น กูจะโทรไปฟ้องแม่มึง กูจะฟ้องแน่ๆ ล่ะคราวนี้ แล้วนี่ไอ้กัสหายไปไหน ยังไงแม่งก็เป็นผู้หญิงทำไมมึงไม่ดูแลมัน ไปด้วยกันทำไมไม่กลับด้วยกันห้ะ ห้ะะะะะะะ! จำบ้าง คิดบ้าง มีสมองไว้คั่นหูรึไงไอ้พวกควายเผือกกกกกกกก!”

“โอ้ยยยยยยยย หูจะขาดแล้ว” ยังดันทุรังเขย่งเท้ามาบิดหูกูอีกนะไอ้สั้นนนนนน

“ให้พิการไปเลย กูว่ากูบ่นอะไรไม่รู้จักฟัง กูจะฟ้องแม่มึง ฟ้องป๋ามึงด้วย แล้วไอ้กัสนะ กลับมาเมื่อไหร่โดนดีแน่ มอง มองทำไม ไปอาบน้ำ จะได้ไปเรียน”

กูขอป๋าไปอยู่คอนโดยังทันมั้ยวะ เหี้ยฟิวเริ่มเหมือนแม่เข้าไปทุกวัน แม่กับป๋าผมยังไม่เคยทำร้ายร่างกายผม ด่าผม โขกสับผมเท่ามันอ่ะ บ้านหลังนี้มีผม ไอ้ฟิว ไอ้กัส อยู่ด้วยกัน ไม่รวมแม่บ้านอีกสองคน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อิสระอย่างที่คิดหรอกครับ ไอ้ฟิวพอถึงคราวมันระเบิดผมก็ขี้เกียจจะต่อกรกับมันเหมือนกัน ไม่อยากมากความด้วย น่าเบื่อ

ผมอาบน้ำเสร็จก็โดนลากมามหาลัย สมุดเลคเชอร์กับสมุดจดผลแล็ปของไอ้ฟิวถูกยัดมาใส่มือ

“นั่งอ่านไป เดี๋ยวกูไปหาซื้อข้าวเช้ามาประเคนให้”

“กูเอาโจ๊กหมูนะ หมูไม่เด้งไม่เอา”

“เออ เรื่องมากอีกไอ้สัด”

ผมยักไหล่ ยังรู้สึกง่วงๆ อยู่ แถมหัวก็มึนนิดหน่อย เมื่อคืนเหมือนกูคลุกวงในกับใครสักคน เสียน้ำไปเยอะเหมือนกัน ดีที่ไม่ถูกทำประตูหลัง

อ่านจบไปหนึ่งรอบไอ้กัสก็โผล่หน้ามึนๆ อึนๆ ของมันมาที่โต๊ะหินอ่อนที่ผมนั่งอยู่

“ไอ้เหี้ยฟิวไปไหนวะ” ไอ้กัสถาม ก้มอ่านสมุดในมือผมหน้ายุ่ง

“ซื้อข้าว กูอ่านจบแล้ว มึงเอาไปอ่านซะ คะแนนน้อยเดี๋ยวไอ้ฟิวบ่นอีก”

“เออ แม่งโทรไปด่ากูตอนหกโมงเช้าอ่ะ มันบ้ามากกูพูดจริงๆ” ไอ้กัสบ่นเซ็งๆ ก่อนจะตาโตร้องเสียงดัง “อื้อหืออออ ไอ้สัด เยอะชิบ ถ้าจะออกขนาดนี้กูว่ามิดเทอมไม่ต้องสอบเหอะควาย”

ผมควักไอโฟนขึ้นมาเล่นเกมฟังไอ้กัสบ่นไปพลางๆ เก็บเหรียญได้เกือบสองพันไอ้ฟิวก็กลับมาพร้อมของกินนอกเหนือจากโจ๊กหมูที่ผมสั่ง เห็นไอ้เมลเดินทำหน้าหล่อตามหลังมาด้วย ปกติเวลานี้ผมไม่เจอมันเลยนะ พูดจริงๆ

“แปลกมากที่เจอมึงเวลานี้ อืมมมม เพิ่งเจ็ดครึ่ง ไม่ใช่เวลาลงจากเตียงนี่หว่า หึหึ” ดูเหมือนไม่ใช่แค่ผมที่สงสัย ไอ้กัสก็ใคร่รู้เหมือนกัน

“กูเจอแม่งยืนหล่อซื้อถุงยางในเซเว่น หน้าไม่ด้านกูว่าทำไม่ได้” เออ กูก็เห็นด้วยกับมึงนะฟิว ดูแม่งเดินถือกล่องถุงยางมาเหมือนถือถ้วยรางวัล มึงไม่คิดจะให้พนักงานเขาใส่ถุงอะไรให้เลยไงวะ

“ถุงหมดกูเลยถือโอกาสชิ่งมา ขับผ่านเซเว่นพอดีเลยแวะซื้ออ่ะ ให้กดจากตู้ใต้หอกูไม่เอาหรอก มีแต่แบบธรรมดา ไม่ชอบ” ไอ้เมลตอบเหมือนเรื่องธรรมดามาก ก่อนจะเดินมานั่งข้างๆ ผม หน้าหล่อๆ ของมันยื่นเข้ามาใกล้จนผมต้องเบี่ยงหลบ

“เล่นไรวะ สนุกเหรอ ไม่ทักกูเลย”

“หวัดดี”

“แค่เนี้ย เมื่อคืนกูอุตส่าห์แบกมึงไปส่งที่บ้าน”

ผมกดหยุดเกมแล้วหันมามองหน้าหล่อๆ ของมัน นี่ถ้าผมเป็นผู้หญิงแล้วเห็นในระยะประชิดอย่างนี้คงได้ระทวยบ้างแหละ หืมมม เอ๊ะ เออ ใช่มัน เห็นระยะนี้กูก็นึกออกละว่าเมื่อคืนเกือบได้เสียกับใคร

“ขอบใจ แล้วนี่มึงมาทำไร”

“มาเอาคำว่าขอบใจจากมึงไง หึหึ”

“ประสาท”

“อะแฮ่ม! แดกข้าวได้แล้วไอ้เท็น”

ผมรับโจ๊กหมูจากไอ้ฟิวที่มองผมกับไอ้เมลแปลกๆ อาจจะเพราะไอ้ห่าเมลที่นั่งควบขากับม้าหินอ่อนหันหน้ามาทางผมก็ได้

“รอยดูดเห็นชัดเลยนะมึง ไปเสียท่าให้ใครทำรอยไว้ล่ะ” ไอ้กัสถามไอ้เมลพลางโยนสมุดลงบนโต๊ะแล้วหันไปหยิบขนมปังมากิน

“ความลับ” ตอนมึงพูดว่าความลับนี่ทำไมต้องมองหน้ากูแล้วยิ้มกริ่มด้วยวะ ไม่ค่อยอยากให้ใครจับพิรุธมึงได้เลยนะ เหอะๆ

“หึ กูว่ากูพอจะรู้ ฝากปลาย่างไว้กับแมวจริงๆ”

ไอ้ฟิวทำหน้างง มองไอ้กัสกับไอ้เมลสลับกัน ส่วนผมก็ไม่ได้สนใจ รอยที่คอไอ้เมลไม่ได้มาหนักสมองส่วนไหนของผม ต่อให้ผมจะจำได้ลางๆ ว่าผมเป็นคนทำก็เถอะ

ไอ้เมลอยู่กวนได้สักพักก็ขอตัวกลับไปนอน ส่วนพวกผมก็ขึ้นตึกเรียนเตรียมควิซแล็ป ที่จริงมันก็ไม่ได้ยากหรอกครับ ถ้าผมเข้าเรียนคงพอมีคะแนนเก็บบ้าง แต่นี่มีกูคนเดียวที่ช่องคะแนนควิซโล่งซะน่ากลัว ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่กังวลเท่าไหร่ เพราะคะแนนพวกนี้เก็บเป็นพันแต่ส่วนหารเป็นหมื่น สิบคะแนนเต็มสำหรับคนทำได้และเข้าทุกคาบ ฮ่าๆ ควิซแล็ปเสร็จก็นั่งฟังอาจารย์ดริฟแล็ปอีกครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็ล่องลอยตามยถากรรมของเซลล์สมอง รู้ตัวอีกทีก็เลิกคลาสแล้ว เหมือนไม่ได้เรียนอะไรเลยนะเนี่ยผมน่ะ

..............................To be continue...............
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-08-2013 19:27:26 โดย Snufflehp »

ออฟไลน์ Snufflehp

  • It feels like nobody ever knew me until you knew me
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 574
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +978/-17
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 2 :: 16-08-2013
«ตอบ #2 เมื่อ16-08-2013 19:16:23 »

ตอนที่ 2

“เมล เมลทำอย่างนี้กับฝนไม่ได้นะ”

“.......”

“เมลพูดอะไรบ้างสิ ฝนไม่ยอมนะ เราคบกันไม่ใช่เหรอเมล ทำไมเมลทำอย่างนี้”

“.......”

“เมลใจร้าย!”

เพียะ!

พวกมึงเลือกโลเคชั่นทะเลาะกันได้ใจกูมาก ทำเอาเป็ดน้อยที่แสนน่ารักของกูตกใจตีปีกพั่บๆ เลยดอกกกกกก เสียงผู้หญิงนี่จะแหลมไปไหน นี่ล่ะที่ผมไม่อยากมีแฟน เสียงดัง น่าเบื่อ

“ไอ้เหี้ย เจ็บชิบ มือหรือตีนวะนั่น” ไอ้เมลบ่นหลังจากที่ฝ่ายหญิงเขาวิ่งหนีไปไกลแล้ว อ้อ นี่มึงคงเลิกเป็นใบ้แล้วสินะ

“เขาไม่ให้มึงอมตีนก็บุญแล้วสัด เงียบได้กวนส้นตีนมาก” ผมพ่นควันออกจากปาก ยักคิ้วให้ไอ้เมลที่ดูจะตกใจที่เห็นผม

“มึงมายืนอยู่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ห่า ต้นไม้บังจนมิด”

“ที่ประจำกู แล้วมึงไม่วิ่งตามไป เผื่อเหมือนในหนังอินเดีย วิ่งตามง้อกันแล้วส่ายคอยึกยัก”

“ตลก”

ไอ้เมลหน้าบึ้ง เดินมาดึงบุหรี่ออกจากปากผมแล้วเอาไปสูบแทน ผมส่ายหน้ามองมันเอือมๆ

“โดดเรียนอีกแล้วสิมึง ไม่เห็นในห้อง” มันกล่าวหา แถมยังมองผมเหมือนฆาตกรโรคจิต แค่กูโดดเรียนเนี่ยต้องถึงขนาดมองกันอย่างนี้เลย?

“มึงก็โดด”

“เปล่า แม่งลากกูออกมาจากห้องเรียน นึกว่ามีเรื่องอะไร ที่แท้ชวนมาทะเลาะ ผู้หญิงแม่งน่าเบื่อ”

“มึงทำตัวไม่ดีเอง จะไปโทษผู้หญิงเขาก็ไม่ถูก”

“กูทำตัวไม่ดีตรงไหน”

“จะรู้เหรอ กูไม่ใช่แฟนมึง”

“งั้นก็เป็นสิ”

“ส้นตีน”

“หึ”

ผมเงียบมองลูกเป็ดว่ายน้ำตามแม่ ดูน่ารักน่าชังดี เห็นเด็กผู้ชายห้อยป้ายสีเขียวสองสามคนให้อาหารพวกมันอยู่อีกฟากหนึ่งของบึง คงเป็นเด็กปีหนึ่งคณะเกษตรฯ ผลัดเวรกันมาให้อาหารเพราะผมไม่คุ้นหน้าเลยสักคน

“เท็น เย็นนี้กูไปหาที่บ้านนะ”

ผมละสายตาจากลูกเป็ดมามองไอ้เมลอย่างแปลกใจ ปกติแม่งก็มาอยู่แล้ว ทำไมต้องขอ

“แปลกนะ มึงมีมารยาท ปกตินึกจะมาก็มา”

“คำตอบล่ะ”

“อยากมาก็มา เย็นนี้ไอ้ฟิวจะทำยำทะเล มึงซื้อเบียร์มาด้วยละกัน”

“งั้นเย็นนี้เจอกัน กูไปเรียนละ”

ผมพยักหน้ารับ ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเมื่อไอ้เหี้ยเมลมันก้มหน้าลงมาหอมแก้มผม ไม่ทันจะได้ด่าอะไรมันก็วิ่งไปนู่นแล้ว ไอ้นี่ชักจะประสาทเข้าทุกวัน ถือสามันผมอาจจะบ้าตาม

.
.
.

ท้องฟ้าตอนเย็นน่ามองไม่แพ้ตอนใกล้รุ่ง ความงามตามธรรมชาติไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลกก็คงเห็นไม่ต่างกัน แต่ผมว่าอาจเปลี่ยนได้ถ้าได้มองจากบนฟ้า กูอยากนั่งบอลลูนมองมากตอนนี้ แสงได้ลมได้จริงๆ

“เท็น ทำไรวะ อาบน้ำยัง” ไอ้เมลที่ไม่รู้ว่าโผล่มาได้ยังไงแล้วมาตอนไหนถามขึ้น ผมเหลือบตามองมันเล็กน้อย ไอ้ห่านี่ใส่เหี้ยไรก็หล่อไงวะ แค่เสื้อยืดกางเกงบอลมึงก็หล่อได้แล้วเหรอ -_-

“มึงมานานยัง” ผมถามพลางลุกขึ้นนั่ง นี่กูมานอนสังเคราะห์แสงที่ระเบียงนานเท่าไหร่แล้ววะ

“มาตอนสี่โมง พวกไอ้เต๋อก็มา เสียงดังอยู่ข้างล่าง”

“เออ เดี๋ยวกูอาบน้ำแล้วตามลงไป”

“งั้นกูรอ”

“เออๆ เล่นเกมรอกูก็ได้ กูอาบน้ำแป๊บเดียว”

ผมเป็นคนอาบน้ำตามอารมณ์ วันไหนนึกอยากขัดทุกซอกทุกมุมของร่างกายก็นานหน่อย แต่ไม่บ่อยหรอกครับแบบนั้น เพราะส่วนใหญ่ผมขี้เกียจ ออกจากห้องน้ำก็เห็นไอ้เมลนอนเหยียดแข้งเหยียดขาอยู่บนเตียง

“มองไร” จะไม่ให้ถามได้ไง เล่นมองกูตาไม่กะพริบ

“มึงขาวว่ะ” เหตุผลน่าฟาดด้วยส้นตีน

“มึงก็ขาว”

ผมหาเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นมาใส่ อยู่บ้านก็แต่งตัวสบายๆ ดีกว่า

“เท็น ทำไมมึงตัวเล็กจังวะ” ถ้าตามึงไม่บอดกูก็ขนาดตัวตามมาตรฐานที่กูกำหนดไว้นะ อีกอย่างกูสูงกว่าไอ้ฟิวละกัน

“ทำเหี้ยไรของมึง” ผมถามไอ้เมลพลางจ้องมันผ่านกระจก ไอ้นี่สูงกว่าผมอยู่ไม่น้อย ดูจากที่ผมสูงถึงแค่ปลายคางมัน แถมแขนที่กอดรอบคอผมก็คนละขนาดกับแขนผมเลยทีเดียว

“มึงอาจจะลืมเรื่องคืนนั้น แต่กูลืมไม่ได้ ทำไมมึงไม่ถามอะไรกูเลยวะเท็น”

ไอ้เมลตัดพ้อ แถมหน้าหล่อๆ ก็แฝงความน้อยใจจนผมทำหน้าไม่ถูก

“กูไม่ได้ลืม แต่กูก็ไม่เห็นว่ามันจะสำคัญตรงไหน มึงเมา กูก็เมา แล้วมันก็ไม่ได้มีอะไรเกินเลย”

ไม่รู้ว่าไอ้เมลต้องการอะไร อยากรับผิดชอบผม หรือให้ผมรับผิดชอบมัน? แค่เกือบได้เสียกันผมไม่ถือ คือกูก็เต็มใจ จะให้เรียกร้องไรวะ แม่งก็แฟร์ๆ ด้วยกันทั้งคู่

“มึงใจร้ายว่ะเท็น ตั้งแต่คืนนั้นกูก็คิดถึงแต่มึง อยากกอดมึง อยากจูบมึง”

“หมกมุ่นไอ้สัด”

“กูยอมรับ แต่มึงจะให้กูทำไงวะ แค่เห็นหน้ามึงกูก็คิดถึงแต่เรื่องคืนนั้น”

คือ มึงพูดเหมือนกูเสียตัวให้มึงแล้วอะไรประมาณนั้น ทั้งๆ ที่ความจริงแค่น้องนางทั้งห้าของกูเองที่มึงได้เสีย

“เงี่ยนมากนักก็หาเมียมาเอาสักคนสิวะ มาลำบากอะไรกูเนี่ย”

“คืนนั้นก็เพราะมึง เล่นจนถุงยางกูหมด”

“พูดให้มันดีๆ ไม่ได้หมดเพราะกูไอ้เหี้ย”

“โธ่ ถ้าคืนนั้นมึงไม่หลับไปซะก่อนก็ต้องหมดเพราะมึงนั่นแหละ ชิงหลับไปก่อนปล่อยให้กูค้างอยู่คนเดียว”

“แต่มึงก็หาที่ลงได้ไม่ใช่ไง”

“แต่กูอยากทำกับมึงมากกว่า”

ไอ้หล่อที่เถียงข้างๆ คูๆ นี่น่าถีบมาก ในเมื่อมันกอดผมจากด้านหลังผมจึงถีบมันไม่ได้ ผมเลยกัดแขนไอ้เมลแรงๆ ด้วยความหมั่นไส้แทน มันร้องโอดโอยแต่ก็ไม่ยอมปล่อยผม

ปึงๆๆๆๆ

“ไอ้เหี้ยเท็น ลงไปข้างล่างได้แล้ว ต้องให้กูจุดธูปเชิญมั้ยไอ้ควายยยยย”

ไอ้เมลผละออกจากตัวผมไปที่ประตูทันที แรงทุบจากไอ้ฟิวอาจพังประตูเข้ามาได้ ไอ้สั้นแคระนั่นมันพลังเหลือเฟือจริงๆ แถมเสียงก็ไม่ได้น่ารำคาญน้อยไปกว่าผู้หญิงเลย ไอ้เมลเลยรีบเปิดประตูให้มัน ไอ้ฟิวมองหน้าไอ้เมลก่อนจะมองมาที่ผมอย่างสงสัย

“ทำไรกันวะ ทำไมต้องล็อคประตู”

“กูล็อคประตูห้องตัวเองนี่แปลกเหรอ”

ไอ้ฟิวทำหน้าเหมือนโดนใครเหยียบตีน “ปกติมึงไม่ล็อค”

“วันนี้กูมีอารมณ์ล็อค” ผมยักไหล่เหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งๆ ที่ไอ้ตัวที่ล็อคคือไอ้เมล แม่งคิดห่าไรไม่รู้ล็อคประตูห้องกูโดยไม่ปรึกษา

“เออ ช่างแม่ง ลงไปได้แล้ว เมล เดี๋ยวเมลออกไปซื้อน้ำแข็งกับฟิวนะ”

ไอ้เมลพยักหน้าอย่างว่าง่าย ผมเลยเดินตามพวกมันลงมาชั้นล่าง เห็นไอ้เต้กำลังเต้นเป็นลิงเป็นค่างอยู่หน้าทีวีมีไอ้คิมกับไอ้แม็คคอยช่วยเหยียบปุ่มลูกศร พวกแม่งไปขุดเอาเกมเต้นมาจากไหนวะ

“ไอ้คิมมมม ซ้ายบน ซ้ายบน เออออออ นั่นแหละๆ โอ้ยยยยย ไอ้คิมเหยียบตีนกูไอ้ควายยยยย”

ไอ้เต้ร้องเสียงดังลั่นผมเลยเดินไปถีบมันด้วยความหมั่นไส้เต็มประดา

“เกมใครวะ สมัยนี้เขาเลิกฮิตไปแล้วมั้งน่ะ” ผมถามไอ้เต๋อที่นั่งปาถั่วใส่พวกไอ้เต้อยู่ที่โซฟา

“ของน้องเตย ไอ้เต้จิ๊กของน้องมันมา” ไอ้เต๋อตอบ ส่งแก้วเบียร์มาให้ผม ผมรับแก้วไว้แล้วนั่งลงมองไอ้พวกสมองกำลังพัฒนาทั้งเต้นทั้งหอบอยู่หน้าทีวีอย่างสมเพชใจ

“แล้วนี่ไอ้กัสไปไหน”

“พาเมียไปแดกไอติม”

“เออ ช่วงโปร แม่งดูแลเทคแคร์ดียิ่งกว่าบุพการีตัวเอง ว่าแต่ไอ้ซิงมันสั่งของให้กูยัง”

“สั่งแล้ว เมื่อคืนกูอยู่ช่วยมันเช็ครายการสั่งของอยู่”

“เออดี เมล ซื้อซาลาเปามาให้กูด้วย หน้าปากซอยอ่ะ”

ไอ้เมลหันมาพยักหน้าให้ก่อนจะเดินตามไอ้ฟิวออกไป หน้าปากซอยทางเข้าหมู่บ้านผมมีซาลาเปาเจ้าอร่อยอยู่เจ้าหนึ่งครับ ผมชอบมาก ถ้ามีโอกาสก็จะซื้อกินทุกเย็น ความจริงฝากไอ้ฟิวก็ได้หรอก แต่ผมอยากให้ไอ้เมลซื้อมาให้มากกว่า หึหึ

นั่งแดกเบียร์กับไอ้เต๋อไปพลางมองไอ้พวกบ้าคลั่งเกมเต้นไปพลาง ยิ่งเมาไอ้พวกเวรนั่นก็ยิ่งมั่ว เหยียบเท้ากันแหลกลานจนไม่มีใครสนใจลูกศรแล้วด้วยซ้ำ ตบตีกันอยู่นานพวกมันก็เลิกเล่นด้วยสำนึกถึงสังขารตัวเอง

“พอแล้ว กูเหนื่อย กูไม่ไหวแล้วเบเบ้” ไอ้เต้โซซัดโซเซเข้ามา ยกแก้วของมันที่น้ำแข็งละลายแล้วละลายอีกขึ้นดื่มอึกใหญ่

“กูว่าถ้าน้องมึงเล่นทุกวันมีสิทธิ์ผอมอ่ะแสรด” ไอ้คิมที่เดินตามมาออกความเห็น

น้องเตยเป็นน้องสาวที่น่ารักมากครับ อาจจะมีเนื้อมีหนังมากไปหน่อย ผมเคยให้น้องขี่คอ คอแทบหัก -_-

“ก่อนน้องผอมกูว่าแป้นเหยียบพัง” ไอ้แม็คออกความเห็นด้วยอีกคน ไอ้เต้พยักหน้าเห็นด้วยแต่ก็ตบหัวไอ้แม็คคู่หูไปฉาดใหญ่

“อย่าว่าน้องกู”

“พี่ชายดีเด่นมากอ่ะมึง แล้วหมาไหนล้อน้องว่าหมูอ้วนๆ เกือบทุกวัน”

ไอ้เต้ทำไม่ได้ยิน เลยโดนไอ้แม็คถีบไปเต็มๆ ตีน ผมส่ายหัวแล้วถือแก้วออกมายืนที่ระเบียง ตอนนี้ไม่มีแสงอาทิตย์แล้ว ต้นวาสนาในสวนก็เอนไปเอนมาเล่นลมอย่างน่ามอง อืมมมม จิบเบียร์ไปด้วยนี่สุนทรีย์จริงๆ

“ทำไมมึงชอบเหม่อจังวะ อ้ะนี่ ซาลาเปา แถมขนมจีบด้วย” เสียงของไอ้เมลดังใกล้ๆ ผมหันไปมองก็เห็นมันชูถุงใส่ซาลาเปากับขนมจีบให้ดู

“กูไม่ได้เหม่อ แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย”

“เถอะ ล่องลอยอย่างกะวิญญาณออกจากร่าง ไม่ได้เหม่อเลยเนอะ อ่ะ กินตอนร้อนๆ จะได้อร่อย”

ผมดึงกระดาษออกก่อนจะกัดซาลาเปาเข้าปากไปครึ่งลูก อื้มมมมมม อร่อยมากกกกกกกกก หมูสับไข่เค็มนี่แหละของโปรดผมเลย

ไอ้เมลอมยิ้มแล้วขยี้หัวผม “อย่าลืมกินขนมจีบด้วย กูตั้งใจซื้อมาให้”

“หึ หล่อระดับมึงนี่ ยังต้องใช้มุกนี้เหรอ”

“แล้วมึงชอบมั้ย”

“ก็แดกได้”

ผมยักคิ้วให้ ไอ้เมลเลยผลักหัวผมก่อนจะกัดซาลาเปาที่ผมยื่นให้ไปคำใหญ่

“กูรู้หรอกว่ามึงอยากให้ซื้อขนมจีบให้ด้วย หึหึ”

“ไม่ได้โง่เหมือนหน้ามึง นับว่ากูคิดถูก”

“ปากมึงนี่นะ”

ผมยักไหล่ไม่ใส่ใจกับหน้าบึ้งๆ ของมัน ไอ้เมลผลักหัวผมอีกทีแต่ผมจับมือมันไว้ได้ทัน ไอ้นี่ยิ่งมองยิ่งหล่อ ในชีวิตผมเป็นครั้งแรกที่ชมคนอื่นนอกจากตัวเอง เอาจริงๆ ถ้าได้ลองคบดูก็ไม่เลว ผมไม่เคยคบกับผู้ชายด้วย เออ ผู้หญิงก็ไม่เคยนั่นแหละ แต่ก็น่าจะมีอะไรต่างกันอยู่ ไอ้เมลก็ดูจะอยากรู้อยากลองกับผู้ชายอยู่ไม่น้อย

“มึงก็น่าสนใจดี เอาไงเมล แก้เบื่อกับกูสักพักมั้ย”

“หึ เหลือเกินนะมึง”

“สนมั้ยล่ะ”

“ไม่มีเหตุผลจะปฏิเสธ”

ผมจิ้มขนมจีบเข้าปาก ไอ้เมลโน้มหน้าเข้ามาใกล้ ผมเลยยัดขนมจีบใส่ปากมันไปหนึ่งลูก ได้ยินไอ้เต๋อกับไอ้ฟิวไอเสียงดังเหมือนมีส้นตีนติดคอ ไอ้เต้ ไอ้คิม ไอ้แม็คก็โห่รับกันเป็นทอดๆ คือพวกมึงไปรับจ้างนำหน้าขบวนขันหมากได้เลยนะ กูพูดจริงๆ

..............................To be continue...............
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-08-2013 18:36:06 โดย Snufflehp »

ออฟไลน์ Snufflehp

  • It feels like nobody ever knew me until you knew me
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 574
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +978/-17
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 3 :: 16-08-2013
«ตอบ #3 เมื่อ16-08-2013 19:18:24 »

วันนี้ลงแค่นี้ก่อนนะคะ แฮ่ๆ  :o8:

ตอนที่ 3

“ไอ้เหี้ยยยยยยยยยยยยยยยยเท็นนนนนนนนนนนนนนน กูไม่ได้ให้มึงมานั่งเฝ้าประตู ควายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย รับลูกสิวะ รับลูกกกกกกกกกกกกก หยุดก่อน กรรมการ กรรมการ ไอ้เหี้ยกรรมการ กูขอเวลานอก!!!!”

ไอ้เหี้ยเต๋อตะโกนโหวกเหวกมาจากอีกฟากของสนาม แม่งพลังเสียงสุดยอดจริงๆ มันวิ่งมาหยุดตรงหน้าผมแล้วทำหัวฟัดหัวเหวี่ยงใส่

“กูไม่มีอารมณ์ กูจะแดกขนมชมนกก็เรื่องของกู” ผมเบ้ปากใส่มันอย่างรังเกียจ เหี้ยนี่มีแต่เหงื่อก็มาสะบัดหัวใส่ผมอยู่ได้

“ไอ้เท็น มึงฟังกูนะ ฟังกูให้ดีๆ เราฟอร์มทีมกันมาเพื่อวันนี้ วันที่เราจะได้แก้แค้นพวกไอ้เจน นัดประวัติศาสตร์ล้างตาเลยนะเว้ย ถ้าวันนี้เราแพ้ เราเสียหมื่นห้า มึงได้ยินมั้ยไอ้คว้ายยยยยยย”

ไอ้เจนภาคโยธาเป็นศัตรูคู่แค้นทางเกมกีฬาฟุตบอลของพวกผมมาตั้งแต่สมัยปีหนึ่งตอนแข่งกีฬารวมเกียร์ ดวลกันมาหลายนัดผลัดกันได้ผลัดกันเสียมาก็หลายรอบ แต่ไม่มีนัดไหนที่กูเซ็งเท่านัดนี้ ไอ้เหี้ยเต๋อก็ทำอย่างกะนัดชิงแชมป์ลีกอังกฤษ กูบอกเลยว่ามึงผิดเองที่ไม่ให้กูไปนอนดูรายการโปรด วันนี้ดาราขวัญใจกูมาด้วย ลากกูมาอย่างน่ารังเกียจมาก บอกตรงๆ

“ไอ้เจนนนนนนน กูขอเปลี่ยนตัวได้มั้ยวะ ขออีกคนเดียว”

“เหี้ยเต๋อ ทีมมึงเปลี่ยนตัวเกินโควต้าแล้วไอ้ห่า เล่นบอลนะเว้ยไม่ใช่เปลี่ยนผ้าอนามัย”

“ใช่ซี้ มึงนำแล้วนี่”

“ไม่ใช่ความผิดกูที่ไอ้เท็นเอาแต่นั่งพิงเสาโกล์แดกขนม”

ใช่ ไม่ใช่ความผิดมึงหรอกไอ้เจน ความผิดเหี้ยเต๋อมันที่ขัดขวางการดูทีวีของกู

“กรรมการฝ่ายมึงก็แจกใบเหลืองทีมกูเป็นว่าเล่นไอ้เหี้ย เชี่ยแดนวิ่งสะดุดอากาศเองก็มาโทษทีมกูหายใจเสียงดัง ไม่รู้แหละ มึงต้องให้กูเปลี่ยนตัว!”

“เออออออออออออ กูไม่รู้เว้ยเรื่องนั้น กูไม่ใช่กรรมการ”

ทั้งกรรมการทั้งไลน์แมนเป็นของภาคโยธาหมด คือต่อให้พวกผมเล่นสะอาดแค่ไหนก็โดนใบแดงอยู่ดีอะครับ แม่งโกงได้น่าเกลียดมาก เออ เมื่อนัดที่แล้วพวกผมก็โกงย่อยยับเหมือนกัน แต่เอาเถอะ นี่ไม่ใช่เวลามาว่าใครถูกใครผิด รายการโปรดกูจะจบแล้วไอ้เหี้ยยยยยยยย

“ไอ้เท็น มึงนะมึง ออกไปเลยไป เอาถุงขนมมึงไปด้วย แล้วไปเรียกไอ้ซิงมาเป็นโกล์ให้กู”

“มึงคิดได้อย่างนี้ตั้งแต่แรกก็ไม่เสียประตูหรอกไอ้ควาย”

ไอ้เต๋อแทบถลาเข้ามาตบหัวผม แต่ผมไหวตัวทันเลยเดินออกจากสนามมาบอกไอ้ซิงให้ลงไปแทน ไอ้ซิงนี่ก็เล่นเกมอยู่ได้ อีกไม่นานผมทำนายได้เลยว่ามันคงประกาศแต่งงานกับสาวทูดี

ผมเดินสะพายเป้มาถึงรถที่จอดไว้ใต้ต้นจามจุรีใกล้สนามฟุตบอล เห็นไอ้หน้าหล่อยืนเก๊กอยู่ใกล้ๆรถก็ต้องรีบสำรวจกระจกข้าง แม่งกูเพิ่งเอาไปเปลี่ยนมาใหม่หลังจากที่ไอ้กัสยืมไปขับแล้วเสือกเอาไปนัวเนียกับประตูบ้านเด็กเก่ามัน อย่าคิดขโมยเชียว นี่ของนอก กว่าจะลงเรือข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกมาหากูได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะมึง

“เสียงไอ้เต๋อเรียกชื่อมึงดังไปถึงตึกภาคกู นึกว่ามึงโดนมันจับหัวโขกพื้นสนามไปแล้วนะเนี่ย” ไอ้เมลที่ยืนมือล้วงกระเป๋ากางเกง หลังพิงต้นจามจุรีอย่างเท่บอกผม หน้าหล่อๆ ของมันก็ยิ้มอย่างที่มันคงคิดว่าดูดีมาก

“มึงมาทำไรที่นี่ คงรู้ล่ะสิว่ากูเพิ่งเปลี่ยนกระจกข้างใหม่”

“ไม่ได้จะมาขโมยกระจกข้างเว้ย ถ้ายังไม่ได้นอนกับมึงกูไม่ยอมเอาตัวเองไปเสี่ยงคุกหรอก”

เหตุผลน่าภูมิใจแทนพ่อแม่มึงเนอะ -_-

“แล้วมึงมาทำไม”

“มาขโมยหัวใจมึง”

ไอ้เมลยิ้มร้าย แต่ผมขยับถอยห่างจากมัน ขนทั้งตัวก็ลุกพรึ่บพรั่บ ไอ้เมลนอกจากหล่ออย่างไม่เกรงใจใครแล้วมันยังน้ำเน่าไม่เกรงใจผมอีกด้วย

“หนักแล้วนะมึงน่ะ”

ไอ้เมลยักคิ้วแบบโคตรกวนตีนให้ ก่อนจะเดินเข้ามาประชิดตัวผม หน้าหล่อๆ ของมันก้มลงมาใกล้ จนตอนนี้กูลืมไปแล้วว่ากำลังรีบกลับไปดูทีวี

“กูหิว ไปแดกข้าวเป็นเพื่อนหน่อย”

“แต่กูไม่หิว”

“กูเลี้ยง”

“งั้นไป มึงขับ”

ผมยื่นกุญแจรถให้ไอ้เมล มันรับไปพลางแสยะยิ้ม มองยังไงก็ไม่น่าไว้ใจ แต่ทำไงได้ กูไม่ชอบขับรถให้คนอื่นนั่ง

“ไปพัทยา กูอยากแดกอาหารทะเล”

ไอ้เมลหันมามองหน้าผมแว๊บหนึ่งแล้วก็รีบหันกลับไปมองทางต่อ “มึงอย่ามาตลก”

“มึงก็ไม่เห็นขำนี่ ไปพัทยาโลดดดดดด”

“มึงบ้าป่ะเท็น ไปตอนนี้เนี่ยนะ อาหารทะเลที่ไหนก็แดกได้”

“จุ๊ๆๆ มึงนี่ขาดความละเอียดอ่อนนะเมล อาหารทะเลถ้าได้แดกที่ทะเลนั่นแหละที่สุดของที่สุด เสียงคลื่นกระทบฝั่ง เสียงใบมะพร้าวเสียดสีกันตามแรงลม ค่ำคืนที่มีแต่แสงดาว ก่อไฟย่างปลาย่างกุ้ง เผลอๆ ได้มีโอกาสออกทะเลตกหมึกกับชาวประมง”

“มึงแน่ใจเหรอว่าที่มึงพูดถึงนี่คือพัทยา อีกอย่าง กูหิวและอยากแดกตอนนี้ มึงเลือกมาซักร้าน เร็ว”

“โนววววววววววววววววว กูจะไปทะเล!”

“มึงจะไปทำบ้าอะไรตอนนี้วะ ห้ะะะะะะะะ! ใช้ชีวิตแบบมีสติหน่อยเถอะ”

เวลาไอ้เมลหงุดหงิดนี่โคตรน่ากลัวเลยให้ตาย ผมยังไม่อยากโดนมันถีบลงรถตอนนี้เลยสงบปากสงบคำไว้ ให้มันแดกข้าวเสร็จพามันกลับมอไปเอารถแล้วผมค่อยขับรถไปเองก็ได้ กูแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างเท่านั้นเองทำไมต้องเสียงดังใส่ด้วยวะ แม่กูยังไม่เคยตะคอกกูสักคำ

“เงียบทำไม โกรธกูเหรอ”

“........”

“กูขับรถไปให้ก็ได้ แต่มึงต้องให้กูหาอะไรลงท้องก่อน โอเคมั้ย”

“มึงหิวมากเหรอ”

“กูแดกควายได้ทั้งตัวแล้วตอนนี้”

“งั้นมึงแวะร้านข้าวข้างหน้านั่นก็ได้ กูเคยมากินกับไอ้ฟิว รสชาติใช้ได้ ร้านสะอาดน่านั่ง”

พวกผมเลยจอดรถไว้ริมทาง ก่อนจะเข้ามานั่งในร้าน ไอ้เมลยื่นเมนูให้ผมเป็นคนสั่ง มันบอกว่ามันกินอะไรก็ได้ ไม่เรื่องมาก ผมเลยสั่งต้มยำปลาเมนูประจำที่เวลามากินกับไอ้กัสไอ้ฟิวต้องสั่ง เพราะร้านนี้น้ำต้มยำเขาเข้มข้นมาก ซดน้ำทีน้ำตาแทบไหล ยำปลาหมึกวุ้นเส้นก็อร่อยเพราะปลาหมึกตัวอ้วนน่ากินแถมยังสด ปูผัดผงกะหรี่ก็ไม่ควรพลาด แล้วที่ผมชอบที่สุดคือแกงจืดเต้าหู้หมูสับใส่สาหร่าย น้ำซุปใสมากแต่รสกลมกล่อมกำลังดี

“กูเปลี่ยนใจไม่ไปทะเลละ เห็นหน้ามึงแล้วหมดอารมณ์” ผมบอกเซ็งๆ

ไหนๆ ก็ได้กินข้าวที่นี่แล้วก็ไม่รู้จะถ่อไปถึงทะเลอีกทำไม

“ไม่อยากไปกับกู” ไอ้เมลถาม อมยิ้มกวนตีนมาก

“ไม่รู้ กูเซ็ง มึงแดกเสร็จก็นั่งแท็คซี่ไปเอารถที่มอละกัน กูไม่ไปส่ง”

“แล้วมึงจะไปไหน”

“ไปตามหาแรงบันดาลใจ”

ไอ้เมลขมวดคิ้วมองหน้าผม ผมเลยจ้องมันกลับ หน้าตามันจัดอยู่ในระดับเทพเจ้าเลยล่ะไอ้นี่น่ะ แต่นิสัยมันนี่ไม่ขอออกความเห็นละกัน

“อยู่กับกูมึงยังจะไปตามหาที่ไหนอีก”

“เพราะอยู่กับมึงนั่นแหละกูถึงต้องไป”

ไอ้เมลทำหน้าไม่พอใจ แต่ก็เถียงอะไรกลับมาไม่ได้เพราะพนักงานเริ่มเอาอาหารมาเสิร์ฟ

“เวลาแดกห้ามชวนกูคุย”

ผมบอกแค่นั้นก็ตักเนื้อปลาใส่จาน ไม่ชอบหรอกเวลาที่กำลังกินอยู่แล้วมีใครมาชวนคุย มันเสียรสชาติไม่พอยังทำให้เสียอารมณ์ พาลไม่อยากกินเอาดื้อๆ จะอยู่กับผมต้องรู้กฎข้อนี้และจำมันให้ขึ้นใจ

.
.
.

“ไง หน้าระรื่นกลับมาเลยนะมึง ทิ้งกูอยู่เฝ้าบ้านคนเดียว”

ไอ้ฟิวทักขึ้นในขณะที่ขาซ้ายผมกำลังก้าวขึ้นบันไดขั้นแรก มันกำลังถือแก้วน้ำเดินออกมาจากห้องครัว หยุดท้าวสะเอวมองผมเหมือนแม่กำลังจะดุลูกชายที่กลับบ้านผิดเวลา

“แล้วนี่ไอ้กัสยังไม่กลับ”

“เฝ้าเมีย เมียเป็นไข้ พวกมึงนี่ไม่คิดจะอยู่ติดบ้านบ้างรึไงวะ แล้วนี่มึงแดกข้าวอะไรมารึยัง กลับมาเกือบตีสามคงไม่ต้องให้กูหาอะไรให้แดกใช่มั้ย”

“กูกินมาแล้วน่า ไปนอนละ พรุ่งนี้เจอกัน”

“เดี๋ยวนี้ทำตัวแปลกๆ นะมึง”

“เออน่ะ กูก็หาไรทำแก้เซ็งไปเรื่อย ”

ผมว่าไอ้ฟิวนี่เอาไปฝึกซักหน่อยแม่งคงดมหายาบ้าได้ไม่ยาก เซ้นมันดีเกินไปจนกูกลัว

ครืดดดดดด ครืดดดดดดด ครืดดดดดดดดด

กำลังจะถอดเสื้อโยนลงตะกร้า ไอโฟนก็สั่นอยู่บนเตียงอย่างกะผีเข้า ผมขมวดคิ้วมองเบอร์โทรเข้าก่อนจะตัดสินใจรับสาย

“มึงมีไร”

(ถึงบ้านแล้วใช่มั้ย)

“เออ”

(แล้วมึงไปไหนมา หลังจากทิ้งให้กูนั่งแท็คซี่ไปเอารถ)

“กูบอกแล้วไงว่าไปตามหาแรงบันดาลใจ”

(ไอ้แต้มบอกว่าเห็นมึงไปกับน้ำทิพย์ดาวบัญชี)

ไอ้แต้มไหนกูไม่รู้จัก สงสัยเพื่อนไอ้เมล

“อือ กูไปจริงๆ แล้วไงวะ”

ไอ้เมลเงียบไปเลยครับ นี่แม่งคงจินตนาการอะไรแปลกๆ อยู่แน่ๆ สมองไอ้เมลไม่เคยคิดพ้นเรื่องใต้สะดือหรอก มันเงียบ เงียบ และเงียบ จากนั้นแม่งก็ตัดสายไป ผมมองไอโฟนในมืออย่างงงๆ

อะไรของมัน -_-

ผมครุ่นคิดความผิดปกติของไอ้เมลตั้งแต่อาบน้ำจนเข้านอน ฝันก็ยังเก็บเรื่องมันไปฝันอีก เอาจริงๆ คือผมไม่เคยเจอมันโหมดนี้ ไอ้ที่เงียบใส่แล้วตัดสายไปดื้อๆ นี่มันไม่เคยทำ ตื่นนอนอีกทีก็ตอนตีห้า ผมนอนไปแค่ชั่วโมงกว่าเอง ไม่รู้ทำไม

“เป็นไรวะ” ไอ้ฟิวถามขณะที่กำลังตักข้าวต้มใส่ถ้วยให้

“นอนไม่พอ”

“แล้วรีบตื่นทำไม มีเรียนบ่ายโน่น”

“ไม่รู้ กูนอนไม่ค่อยหลับ”

“แปลกนะมึง”

“เออ คงงั้น”

ไอ้ฟิวส่ายหน้าเอือมๆ ก่อนจะนั่งลงจัดการข้าวต้มถ้วยตัวเอง ผมกินเสร็จก็มานั่งดูข่าวรอบเช้า แปดโมงครึ่งไอ้กัสก็โผล่หัวมา โดนไอ้ฟิวเจริญพรรอบเช้าไปหนึ่งบทแต่มันก็รีบแจ้นขึ้นห้องไปได้อย่างรวดเร็ว

“เท็น ไปซื้อของกับกูหน่อย ของในตู้เย็นเริ่มหมดแล้ว”

ไอ้ฟิวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม มือถือกระเป๋าตังค์กับกุญแจรถ เรื่องอาหารการกินนี่ไอ้ฟิวเป็นคนจัดการเอง แม่บ้านสองคนที่จ้างมาก็แค่ทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า ดูแลสวนก็แค่นั้น

“เออ ออกไปรอที่รถ กูขึ้นไปหยิบกระเป๋าตังค์เดี๋ยวตามไป”

ไอ้ฟิวพยักหน้าแล้วเดินออกไป ผมรีบขึ้นห้องมาเอากระเป๋าตังค์แล้วรีบลงไปหามัน เห็นมันกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ผมเลยไปเปิดประตูรั้วรอ

“เท็น มีคนจะคุยกับมึง”

“ใครวะ”

จะคุยกับกูทำไมไม่โทรเข้าเครื่องกูล่ะ

“ไอ้เขต กูก็ไม่รู้ว่ามันรู้จักมึงได้ไง แล้วอยากคุยด้วยทำไม”

ผมรับเอสสามมาจากไอ้ฟิวที่ทำหน้างงไม่แพ้กัน ว่าแต่ไอ้เขตนี่เป็นใคร

“ดี”

(มึงเท็นใช่ป้ะ)

“ใช่”

(ช่วยมาหาไอ้เมลได้มั้ยวะ มันเมาเป็นหมาแล้วเนี่ย)

“มึงเพื่อนไอ้เมลเหรอ”

(อืม เฮ้ยยย พอแล้วไอ้เหี้ย จะแดกให้ตายไปเลยไงวะ เอ่อ เท็น มึงรีบๆ มานะ เดี๋ยวกูบอกที่อยู่ให้)

“แล้วเกี่ยวไรกับกูวะ”

(เออน่า มารับมันหน่อย ถือว่ากูขอร้อง)

“มึงขอร้อง?”

กูต้องทำตามคำขอร้องของคนที่แม้แต่หน้ากูก็ไม่เคยเห็นเหรอ ตลกแดกแล้วมึง -_-

(มึงนี่กวนตีนใช่เล่น มึงมารับมันหน่อยเถอะ มันนั่งแดกตั้งแต่ตีสี่แล้ว กูรีบไปเรียน ไม่อยากให้มันอยู่คนเดียว)

ผมมองนาฬิกาข้อมือก็ต้องขมวดคิ้ว ไอ้ห่าเมลเหลวไหลมากขนาดนี้เลยเหรอวะ หน้าตาก็ไม่ได้โง่จนคิดไม่ได้สักหน่อย

“เออ เดี๋ยวกูไปรับมันละกัน”

ผมรับปากไปทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าจะไปรับมันทำไม เพื่อนคนอื่นมันไม่มีไงวะ -_-

“กูไปทำธุระก่อน มึงขึ้นไปปลุกไอ้กัสให้ไปเป็นเพื่อนละกัน แล้วเจอกันที่มอ”

“อ้าว ธุระไรวะ”

“ธุระส่วนตัว”

ผมต้องขึ้นห้องไปเอากุญแจรถตัวเอง ไอ้ห่าเมลนี่จะเป็นภาระกับชีวิตกูไปถึงไหน ไม่มีใครสั่งใครสอนมันรึไงว่าไม่ให้แดกเหล้ายันเช้าแบบนี้

ผมมาถึงคอนโดไอ้เขตตามที่มันบอกทางให้ ขึ้นไปที่ห้องมัน เคาะแค่ครั้งเดียวประตูก็เปิด ไอ้ตี๋หน้าขาวที่บอกผมว่ามันชื่อเขตชี้ให้ดูสภาพไอ้เมลบนโซฟา ก็ไม่ถึงกับแย่เพราะมันยังนั่งกินได้อยู่ ไม่ถึงกับนอนกอดขวด

“กูไปนะ ให้มันสร่างก่อนแล้วมึงค่อยพากลับก็ได้ ถ้าออกไปก็ล็อคประตูให้กูด้วย” ไอ้เขตรีบแจ้นออกไปทันที

ผมเดินมาที่โซฟาใช้ตีนสะกิดขาไอ้เมล แต่มันไม่สนใจ

“พอ ไม่ต้องแดก” ผมคว้าแขนมันไว้แล้วดึงแก้วออกจากมือมัน ไอ้เมลเงยหน้าขึ้นมองผม หน้าแดงตาแดง แต่เหมือนยังมีสติ

“มาได้ไง”

“เพื่อนมึงโทรเรียกกูมา”

ไอ้เมลปัดมือผมออกจากแขนมัน แล้วยกดื่มทั้งขวด หึ ไอ้ห่านี่ ขวดเหล้าฟาดหัวให้แตกซะดีมั้ยวะ

“เป็นเหี้ยไร”

“อย่างกะมึงสน”

“กูแค่ถาม จะตอบไม่ตอบก็เรื่องของมึง”

มันหันมามองผมนิ่ง ไม่พูดอะไรต่ออีก เอาแต่ยกเหล้ากรอกปากอย่างเดียว ส่วนผมก็ขี้เกียจห้าม อยากแดกนักกูก็จะนั่งมองมึงแดกนี่แหละ เรื่องกดดันคนผมถนัดแบบไม่ต้องมีใครสอนเลย เป็นมาตั้งแต่เกิด

เพล้ง!

ขวดเหล้าบินผ่านหน้าผมไปกระทบกับผนังข้างหลัง ถ้าโดนหัวกูนี่ไม่รู้จะเย็บกี่เข็ม

ไอ้เมลที่โกรธขนาดนี้ผมเพิ่งเคยเห็น ปกติมันอมยิ้มกวนตีนหรือไม่ก็ทำหน้านิ่งเก๊กอวดสาว

“มึงบอกกูมา มึงไปทำอะไรกับอีนั่น”

“มึงพูดถึงใคร”

“ผู้หญิงที่มึงไปด้วยเมื่อคืน”

“คนไหน”

“ไอ้เหี้ยเท็น!”

เอ้า กูพูดอะไรผิด เมื่อคืนนอกจากน้ำทิพย์แล้ว ผมก็พาน้องขิมไปขับรถเล่น ปิดท้ายด้วยพาน้องเมย์ไปนั่งฟังเพลง คือ กูไม่ใช่ผู้ชายที่จะอยู่กับผู้หญิงคนไหนได้เกินสามชั่วโมงหรอกนะ -_-

“งี่เง่าว่ะเมล กูแค่ตอบแทนที่เขาเอาของให้กู กูผิดตรงไหน แค่พาไปแดกข้าว ฟังเพลง ขับรถเล่น”

“ก็กูไม่ชอบ!”

“เออๆ แค่เห็นหน้ามึงกูก็รู้แล้ว ใจเย็นๆ หน่อยสิวะ”

เวลาน้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือไปขวางครับ ยิ่งเรือเล็กๆ อย่างเราแล้วต้องไหลตามกระแส

“ไป ลุก กูจะกลับแล้ว ถ้าไม่ไปมึงก็นั่งแท็คซี่กลับเองละกัน”

ไอ้เมลยังคงหน้าบึ้ง แต่ก็ยอมเดินตามผมออกมา ไอ้ห่านี่สงสัยจะเป็นตัวก่อกวนความสงบสุขในชีวิตผมแน่ๆ กูทำนายอนาคตไว้ได้เลย -*-

..............................To be continue...............
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-08-2013 18:42:00 โดย Snufflehp »

ออฟไลน์ nunnuns

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1999
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-3
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 3 :: 16-08-2013
«ตอบ #4 เมื่อ16-08-2013 20:56:49 »

สะใจจริงๆนายเอกไม่สนใจพระเอกเนี่ย5555 ชอบเท็นอะ คาแลคเตอร์แปลกดี มึนๆไม่สนใจโลกภายนอก

เมลนี่ต้องตามรักตามก้นเท็นเลยทีเดียว ขี้หึงด้วย เผลอๆอาจจะหึงเป็ดก็ได้นะ เพราะเท็นดูท่าจะให้ความสนใจมากกว่า กร๊ากกกก

ออฟไลน์ rubymoona

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-5
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 3 :: 16-08-2013
«ตอบ #5 เมื่อ17-08-2013 00:24:29 »

โอ๊นคนแต่งคะ ชอบมากเลยขอบอก นิสัยมันตรงรสนิยมเราจริงๆ อ๊ากๆๆๆ
อ่านแล้วรู้สึกว่าไม่อยากให้หมดตอนเลย เห็นเขียนว่าเอามาลงเท่านี้ มีอีกสินะที่ไหนยังไงบอกด้วยจะตามไปอ่าน!!

ออฟไลน์ full69

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 684
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-2
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 3 :: 16-08-2013
«ตอบ #6 เมื่อ17-08-2013 02:56:22 »

 o13 o13 o13

ออฟไลน์ Snufflehp

  • It feels like nobody ever knew me until you knew me
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 574
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +978/-17
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 4 :: 17-08-2013
«ตอบ #7 เมื่อ17-08-2013 18:04:44 »

มาอีกตอนแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจและคำติชมนะคะ แหะๆ
เพิ่งสังเกตว่าตัวหนังสือมันติดกันเป็นพรืดเลย ดูแล้วอ่านยาก มีอะไรไม่ดีหรือต้องปรับแก้ตรงไหนบอกได้นะคะ
เรื่องนี้ลงที่เล้าเป็ดที่เดียวนะคะ ไม่มีที่อื่น ยังไงฝากติดตามด้วยนะคะ


ตอนที่ 4

ปึงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เจ้าของห้องแม่งทำเหี้ยไรอยู่วะ ทำไมไม่รีบมาเปิดประตู กูเคาะจนมือจะหักอยู่แล้วไอ้สัด ผมทุบประตูต่อไปอีกสักพักประตูก็เปิด

“เอาไก่มาส่ง ทำไรอยู่ครับคุณ” ผมยื่นของที่ลูกค้าโทรสั่งให้ อ๋อ ไม่ต้องงงครับ ผมว่างเลยมาทำงานพาร์ทไทม์ส่งไก่ตามออร์เดอร์ที่ลูกค้าสั่ง

“อ้าว เฮ้ยยยยย!” ไอ้เมลที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวพันเอวไว้ผืนเดียวร้องเสียงดัง ดูหน้าก็รู้ว่าแม่งคงตกใจมากกว่าผม

ผมขมวดคิ้วมองหน้ามัน ก่อนจะพยายามมองเข้าไปในห้องที่มันเอาตัวล่ำๆ ขาวๆ ของมันบังไว้

“หึ ได้ของครบนะครับ ทั้งหมด สามร้อยแปดสิบเก้าบาท”

“เท็น มึงมาทำไรที่นี่”

“ส่งไก่ไงครับไอ้ควาย คุณเห็นว่าผมถือเหี้ยมาให้รึไงครับ”

ไอ้เมลมองสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ดูมันยังคงตกใจและไม่เชื่อว่านี่เป็นผม หึ ไอ้เหี้ยนี่คอนโดตัวเองมีไม่อยู่

“เอาเงินมาครับ กูจะได้รีบไป”

“เดี๋ยว มึง กูไม่ได้...”

“เรื่องของมึง ไม่เกี่ยวอะไรกับกู เอาเงินมา”

“เท็น อย่าพูดงี้สิวะ”

“เมลคะ มีอะไรกันเหรอ”

มาได้จังหวะเหมือนมีคนวางวอล์คกิ้งให้ เถอะ ค่าไก่แค่นี้กูจ่ายให้ถือว่าทำบุญให้เหี้ยละกัน ไอ้เมลทำตัวได้กวนส้นตีนผมมากไปแล้ว ตังค์ไม่จ่ายแถมยังจะหน้าด้านแก้ตัวทั้งๆ ที่หลักฐานมัดตัวแน่น

“พนักงานร้านนี้มารยาทแย่จังเลยนะคะ”

ขนาดผมเดินมาไกลแล้วยังได้ยิน ตบปากผู้หญิงนี่ติดคุกมั้ยวะ เอาเถอะ ผมว่าจะลาออกพอดี อยากทำอะไรใหม่ๆ บ้าง งานต่อไปผมเล็งไว้แล้วล่ะว่าจะทำอะไร

.
.
.

“คราวนี้คิดจะทำอะไรอีกล่ะ” ไอ้ฟิวถาม

ผมกำลังใส่รองเท้ากีฬาเตรียมไปเต้นแอโรบิกที่สวนสาธารณะของหมู่บ้าน เช้านี้อากาศกำลังดี เหมาะแก่การออกกำลังกายเป็นอย่างมาก เอาเหงื่อออกบ้างจะได้หายหงุดหงิด แค่พังไอโฟนทิ้งยังไม่พอหรอก ต้องโทษไอ้เหี้ยเมลที่หน้าด้านไม่มีใครเกิน กระหน่ำโทรมาไม่หยุด รู้ว่ากูไม่อยากคุยก็โทรมาอยู่ได้

“กูจะไปเรียนทำเค้ก กูอยากเปิดร้านเค้ก”

“คือ กูพูดจริงๆ นะเท็น มึงหยุดคิดทำอะไรสักทีเถอะ ไปเรียนบ้างมันจะตายไงวะ”

“ก็กูไม่ว่าง”

“ไอ้เหี้ยนี่ ที่ไม่ว่างเพราะมึงมัวแต่ไปทำงานห่าอะไรก็ไม่รู้ มึงคิดแบบปกติอย่างที่ชาวบ้านเขาคิดบ้างได้มั้ยวะ หยุดทำตัวให้แม่มึงปวดหัวซะทีเถอะ”

“ตอนนี้แม่กูอยู่ลอนดอน หายห่วง”

“เฮ้อ เรื่องของมึงละกัน ขากลับซื้อน้ำเต้าหู้มาให้กูด้วย กูขึ้นไปนอนต่อละ”

วันไหนที่ไม่ได้ยินไอ้ฟิวบ่นเรื่องผมวันนั้นหิมะคงตกที่เมืองไทย ไอ้กัสเดี๋ยวนี้ก็ไม่อยู่ติดบ้าน เลยมีแต่ผมที่ต้องฟังมันบ่น

ผมกำลังขึ้นขี่จักรยานก็พอดีกับที่เบนซ์สปอร์ตคันหนึ่งมาจอดขวางประตูรั้ว แค่เห็นหน้าคนขับตอนมันลดกระจกลงกูก็แทบอยากจะเดินกลับเข้าบ้าน

“มึงจะไปไหนแต่เช้า” ไอ้เมลถามผม มันดูหล่อในชุดนักศึกษาที่ไม่ผูกไท เปิดประตูลงจากรถมายืนขวางหน้าจักรยานของผม

“เรื่องของกู”

“คุยกันหน่อย ไม่นาน”

“กูไม่ว่าง ถอยไป ไม่หลีกกูชน”

“เท็น ฟังกูหน่อยได้มั้ยวะ”

“มึงจะมาเห่าอะไรล่ะ กูฟังภาษาหมาไม่รู้เรื่อง”

ไอ้เมลทำหน้าไม่พอใจ แต่ก็ไม่ยอมถอย

“ไอ้เหี้ย เสียเวลากู มึงจะพูดไรก็พูดมา”

“ไปนั่งคุยกันดีๆ”

“ตรงนี้ก็ได้นี่ มึงบอกว่าไม่นาน”

“มึงอยากให้ไอ้ฟิวรู้”

ผมจ้องตาวัดใจกับไอ้เมลอยู่สักพักก็ตกลงยอมพามันขึ้นมาคุยบนห้อง พอประตูปิดลงไอ้เมลก็เข้ามาชาร์ตตัวผมทันที

“มึงโกรธกูเหรอ กูขอโทษนะ”

“กูไม่ได้โกรธ จะโกรธมึงเรื่องไร”

“ถ้าไม่โกรธแล้วทำไมไม่รับโทรศัพท์กู”

“กูไม่ว่าง”

“กูไม่เชื่อ ที่มึงเห็นนั่นไม่ใช่อย่างที่คิดนะ”

“กูคิดอะไร ไหนมึงพูดมาซิ”

“มึงคิดว่ากูกับน้ำมีอะไรกันใช่มั้ย มันไม่จริงเลยนะ น้ำเขาเอารายงานมาให้กู ตอนนั้นกูกำลังจะอาบน้ำ เขามาก่อนมึงแป๊บเดียวเอง แล้วมึงก็ทุบอย่างกะจะพังประตูเข้ามา กูเลยต้องรีบไปเปิดให้”

“นั่นคอนโดมึงเหรอ”

“อืม”

“บังเอิญจนเหมือนไม่จริงเลยไอ้เหี้ย แล้วคอนโดมึงที่พากูไปก็ไม่ใช่ที่นั่นด้วย”

“เตี่ยกูซื้อทิ้งไว้หลายที่ เท็น เชื่อกูสิว่ามันไม่มีอะไร”

ไอ้เมลมันเฟคเก่ง ต่อให้มันทำหน้าซื่อ ยืนยันหนักแน่นว่าที่มันพูดเป็นเรื่องจริงผมก็ทำใจเชื่อไม่ลง แต่เอาเถอะ ในเมื่อมันกล้าพูดขนาดนี้ ผมก็ไม่รู้จะเล่นตัวไปทำไม

“มึงไม่ต้องมาขอโทษจริงจังอะไรขนาดนี้ก็ได้ เราก็แค่คบกันเล่นๆ ไม่ต้องเกรงใจอะไรกูมากหรอก”

ไอ้เมลหน้าบึ้งขึ้นมาทันที ผมพูดอะไรผิดอีกล่ะ ก็ตกลงกันไว้แบบนี้ไม่ใช่ไงวะ วันที่มันซื้อขนมจีบมาให้ผมน่ะ ผ่านมาแค่ไม่กี่สัปดาห์แม่งทำลืมแล้วเหรอ

“มึงใจร้ายมากนะ”

“เหี้ยนี่ชอบดราม่าใส่กู แล้วนี่มึงแดกไรมารึยัง”

“แดกไม่ลง มึงไม่ต้องห่วง กูไม่ตายหรอก อยู่แก้เบื่อให้มึงได้อีกนาน”

“เออ แม่งงงงง พูดแค่นี้ต้องประชด”

ครืดดดดดดดดดด ครืดดดดดดดดดดด ครืดดดดดดดดดด

โนเกียอาช่าข้างซากไอโฟนของผมสั่นกราวแบบไม่เกรงใจใคร เครื่องนี้ไว้สำหรับสาวๆ ที่ต้องการติดต่อกับผม ส่วนไอโฟนที่ผมพังไปน่ะไว้สำหรับคนในครอบครัว ไอ้กัส ไอ้ฟิว และไอ้เมลเท่านั้น ผมยังมีอีกเครื่องไว้สำหรับเพื่อนในคณะ ต่างคณะก็ว่ากันไป

“ว่าไงครับเดียร์ โทรหาพี่แต่เช้ามีอะไร เฮ้ยยยยยย”

ไอ้เมลเล่นอะไรของมัน ผมเกือบหัวฟาดพื้น ดีที่มันจับผมเหวี่ยงลงบนเตียง ผมเลยนอนแผ่หรามีไอ้บ้าหน้าหล่อคร่อมอยู่ข้างบน ขาสองข้างโดนกดไว้ไม่ให้ดิ้นหนี

(เดียร์อยากชวนพี่เท็นไปดูหนังเย็นนี้ค่ะ เดียร์จองตั๋วไว้แล้ว พี่เท็นไปกับเดียร์นะคะ)

น้องเดียร์นี่เป็นพวกชอบมัดมือชกแล้วพูดเองเออเองซะส่วนใหญ่ ถ้าเลี่ยงได้ผมก็เลี่ยงทุกครั้ง แต่น้อยครั้งที่จะเลี่ยงได้ เพราะถึงยังไงน้องก็ยังมีประโยชน์กับผมอยู่ ตอนนี้ผมกำลังใช้เส้นน้องเดียร์ขอเข้าไปเรียนทำเค้กกับร้านที่ทางบ้านน้องเป็นเจ้าของ

“อา...ครับ ได้สิครับ ไม่มีปัญหา งะ...งั้นพี่ไปรับนะครับ”

(ดีใจจังเลยค่ะ งั้นเดียร์จะรอนะคะ พี่เท็นต้องพาเดียร์ไปทานข้าวด้วยนะ)

“คะ...ครับ แล้วเจอกันครับ”

ผมวางสายจากน้องเดียร์แล้วก็รีบทึ้งหัวไอ้เมลที่ทำอะไรไม่รู้จักกาลเทศะ แล้วกางเกงผมนี่ถอดง่ายขนาดนั้นเลยไงวะ ผมว่าผมมัดแน่นแล้วนะเชือกกางเกงเนี่ย

“ไม่คุยต่อล่ะ น้องเดียร์อะไรนั่นคงอยากได้ยินเสียงมึงคราง”

“เหี้ย พูดมาก รีบๆ ทำ กูจะไปเต้นแอโรบิก”

“หึ ให้ทำจริง”

“กูหมายถึงให้ทำเหมือนทุกครั้ง ยังไม่ถึงเวลาที่มึงจะข้ามขั้น”

ไอ้เมลทำหน้าขัดใจ แต่มันก็ไม่ได้ทำอะไรเกินกว่าที่ผมอนุญาต ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากลอง แต่มันคงเจ็บไม่คุ้มกัน ของไอ้เมลก็ไม่ใช่ขนาดของเด็กอนุบาล ขืนให้มันทำจริงๆ ผมได้เดี้ยงคาเตียงแน่

.
.
.

“มึงนวดเลยไอ้เหี้ย โคตรเมื่อยอ่ะ” ผมยื่นแขนไปให้ไอ้เมลนวด มันอมยิ้มทำหน้าระรื่นแล้วก็ยอมนวดให้

“เมื่อยขนาดนี้มึงจะขับรถไหวเหรอ เย็นนี้ให้กูขับไปให้มั้ย”

“เออ ยังดีที่รู้จักรับผิดชอบ”

“ถ้ายอมให้กูทำมึงก็ไม่ต้องเมื่อยแล้ว”

“กูคงได้เดี้ยงแล้วลุกไม่ขึ้นเลยดิ ผิดที่มึงนั่นแหละ แตกกี่รอบก็ไม่รู้จักสงบ”

“ไม่เกี่ยว มึงใช้ปากไม่เก่งเอง”

“เออ ไม่เก่งเลย แตกคาปากกูไปสองรอบ ห่า ดูถูก”

“อ้าวเหรอ”

ทำหน้าได้ตอแหลมากไอ้เมล ผมทุบอกมันไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้ มันทำหน้าสำออยใส่แล้วก็เข้ามาจูบปากผม สรุปแล้วเต้นแอโรบิกผมก็ไม่ได้ไป แถมไอ้ฟิวคงนอนฝันว่าได้ดื่มน้ำเต้าหู้ตอนตื่นนอนอยู่แน่ๆ

“มึงมีเรียนกี่โมง” ผมถาม มองดูเสื้อนักศึกษาที่ยับยู่ยี่ของมัน เหลือบมองนาฬิกาก็เกือบเที่ยงแล้ว

“บ่ายสอง”

“งั้นกลับไปเปลี่ยนเสื้อได้แล้วไป อุ๊บ!”

ให้กูพูดให้จบประโยคหน่อยเถอะ มึงติดใจอะไรลิ้นกูนักหนา เดี๋ยวตัดให้ไปดูดเล่นที่บ้านเลยมั้ยล่ะ -*-

“เมล พอแล้ว ไอ้บ้านี่ รีบไปก่อนไอ้ฟิวมันจะตื่น”

“มึงก็อย่างนี้ตลอด มึงจะให้กูหลบๆ ซ่อนๆ ไปถึงไหนวะ กูมีอะไรให้มึงอาย”

“ไอ้ควาย ดราม่า”

ไอ้เมลหน้าบึ้ง กระฟัดกระเฟียดลงจากเตียง คว้ากางเกงมาใส่แบบกระแทกกระทั้น เหมือนกำลังบอกให้ผมรู้ ว่ากูไม่พอใจมาก อะไรประมาณนั้น

“กูไม่ได้อาย แต่แบบนี้มันตื่นเต้นดีนี่หว่า น้อยใจไปได้ไอ้บ้า”

“ขอให้คิดอย่างที่มึงพูดเถอะ”

“ทำโกรธๆ กลับไปเปลี่ยนเสื้อแล้วมารับกูด้วย”

“ทำไมกูต้องวนรถไปๆ มาๆ วะ มึงก็อาบน้ำแต่งตัวแล้วออกไปกับกูเลยดิ”

“เออ มึงฉลาดว่ะ”

ด้วยเหตุฉะนั้นผมจึงรีบอาบน้ำแต่งตัว ไอ้เมลหยิบชีทลงกระเป๋าสะพายให้ มันคงคิดว่าผมจะไปเรียน ผมเลยปล่อยให้มันคิดอย่างนั้นไปก่อน เพราะถ้ามันรู้ว่าผมจะโดดเรียนมันคงใช้กำลังลากผมไปเรียนแน่ ไอ้เมลมันไม่พูดมากเหมือนไอ้ฟิว แต่มันจะใช้กำลังบังคับเลยทีเดียว

“เมล ซื้อเครื่องใหม่ให้กูด้วย เมื่อเช้ากูละเมอขว้างมันใส่ผนัง” ผมชี้ไปที่ซากไอโฟนของตัวเอง ไอ้เมลเหลือบตามองผม หยิบลูกรักอาช่าที่ใช้รับสายเฉพาะสาวๆ ของผมขึ้นมา

“จะซื้ออีกทำไม มึงทำพังเอง หึ ละเมอ ไม่อยากรับสายกูล่ะสิไม่ว่า แล้วนี่ก็ยังมีอีกเครื่อง”

ผมล่ะเกลียดคนรู้ทัน

“ชีวิตกูใช้มือถือเครื่องเดียวไม่ได้ เข้าใจมั้ย”

“ชีวิตสิ้นเปลืองล่ะสิมึง เดี๋ยวแวะห้างก่อนเข้ามอละกัน”

“มึงซื้อให้กูนะ”

“เออ ไปกันได้ยัง”

“ก็เดินออกไปดิ กูจะล็อคห้อง”

ไอ้เมลผลักหัวผมก่อนจะเดินออกไป ผมเดินตามหลังมัน จัดการล็อคประตูก็พอดีกับที่ประตูห้องที่อยู่เยื้องกันเปิดออกมา ไอ้ฟิวในชุดนักศึกษาถูกระเบียบมองมาทางผมเรื่อยไปถึงไอ้เมลแล้วกลับมามองผมอีกที

“เมลมาเมื่อไหร่” ไม่รู้มันถามใครเพราะมันมองหน้าผมแต่เอ่ยชื่อไอ้เมล ผมเลยไม่ตอบ ไอ้เมลก็เงียบ เมื่อไม่ได้คำตอบไอ้ฟิวเลยถามต่อ

“พวกมึงนี่ แปลกๆ นะ มีอะไรปิดกูรึเปล่าวะ สนิทกันผิดปกติ บางทีก็ขลุกอยู่ด้วยกันทั้งวันในห้องแถมยังล็อคประตู”

สงสัยอะไรก็เก็บไว้บ้างก็ได้ ไม่เห็นต้องพูดออกมาเลยนี่หว่า

“กูติวแคลสามให้ไอ้เมล ไม่อยากให้ใครกวนเลยล็อคประตู แปลกตรงไหนวะ”

“จริงเหรอเมล” ไอ้ฟิวทำหน้าไม่เชื่อผม มันหันไปถามไอ้เมลที่ไม่รู้อมยิ้มเหี้ยไร

“คงงั้น”

“แล้วนี่พวกมึงจะไปมอใช่ป่ะ กูไปด้วยดิ”

“รถมึงล่ะ” ไอ้ฟิวแม่งก้างชีวิตผมจริงๆ

“กูขี้เกียจขับ มึงยังไปกับเมลได้ กูไปไม่ได้ไงวะ”

“หึ ขี้อิจฉาไอ้สัด”

ผมตบหัวไอ้ฟิวด้วยความหงุดหงิด ไอ้ห่าเมลก็ไม่คิดจะห้ามไอ้ฟิวหรอก ทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีจนเกินจำเป็นเลยมันน่ะ ฟิวกินข้าวรึยัง เพิ่งตื่นเหรอ พอไอ้ฟิวตอบว่านอนดึก แม่งก็รีบถามหน้าตาเป็นห่วงเป็นใยว่าเป็นไรถึงนอนดึก ดูแลสุขภาพบ้างนะ บลาๆๆๆๆๆ แล้วไอ้ฟิวนี่ก็พูดจาภาษาดอกไม้เลยนะคุณ กับผมนี่มึงๆ กูๆ กับไอ้เมลนี่ เมลอย่างนั้น ฟิวอย่างนี้ ไอ้เหี้ยเมลก็ไม่ต่างกัน เจริญพรเถอะพวกมึง

“พวกมึงไปเรียนกันเลย กูมีธุระต้องไปทำ” ผมบอกเมื่อมาถึงมอ เรื่องที่จะแวะห้างเป็นอันต้องยกเลิกไปเพราะไอ้ฟิวมันนั่งตาแป๋วอยู่เบาะหลัง หาข้ออ้างจะแวะไม่ได้

“ธุระอะไร ตั้งแต่เปิดเทอมมึงยังไม่เข้าวิชานี้เลยนะเท็น” ไอ้ฟิวแว๊ดๆ ขึ้นมา แต่วันนี้เสียงมันรำคาญหูผมเป็นพิเศษ

“เรื่องของกู” ผมตอบ จ้องหน้ามันนิ่ง ไอ้ฟิวทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เพราะไม่บ่อยที่ผมจะมองมันแล้วใช้น้ำเสียงแบบนี้

“เท็น ฟิวก็แค่เป็นห่วงมึงนะ พูดอย่างนี้ได้ไงวะ”

“มึงก็หุบปากได้แล้วไอ้สัด น่ารำคาญ”

“เท็น!”

ผมหงุดหงิดแบบไม่ทราบสาเหตุ เลยรีบเดินออกมาเพราะกลัวจะพาลคนอื่นมากกว่านี้ ธุระเหี้ยอะไรนั่นก็ไม่มีหรอก ขอให้ผมเดินออกมาให้พ้นหน้าสองคนนั้นผมก็คงคิดออกเองแหละว่าจะต้องมีธุระอะไร

ผมเดินเตร่ออกจากลานจอดรถของตึกคณะมาจนถึงบึงขนาดใหญ่หลังตึกคณะเกษตรฯ ในที่สุดผมก็มาจบอยู่ที่นี่อีกจนได้ ผมไม่อยากหาสาเหตุของอาการหงุดหงิดที่เกิดขึ้นเฉียบพลันนั่นหรอก มันน่าอายแถมยังเป็นเรื่องที่ไม่อยากยอมรับ

“ไงมึง คิดแล้วว่าต้องอยู่ที่นี่ หงุดหงิดใส่ไอ้ฟิวเหรอวะ มันโทรหากูเสียงเครือซะ” ไอ้กัสที่ผมเพิ่งจะได้มีโอกาสเห็นหน้ามันในรอบห้าวันโผล่มายืนอยู่ข้างหลัง

“ไม่มีไร แล้วมึงไม่เข้าเรียน”

“กูโดดเป็นเพื่อนมึงไง หึหึ”

ผมมองหน้าตอแหลของไอ้กัสก่อนจะจุดไฟสูบบุหรี่ ตอนนี้อารมณ์ผมติดลบมาก มองอะไรก็น่าเบื่อ ไม่อยากทำห่าไรซักอย่าง แค่เสียงใบไม้โดนลมพัดผมยังนึกรำคาญ

“ไอ้ฟิวชอบไอ้เมล” จู่ๆ ไอ้กัสมันก็พูดขึ้นมา เรื่องที่ไอ้ฟิวชอบไอ้เมลนั้นเป็นข่าวใหม่สำหรับผม

“บอกกูทำไม”

“กูพูดลอยๆ แค่คิดว่ามึงน่าจะอยากรู้ มันชอบมาตั้งแต่ปีหนึ่ง มึงมันพวกไม่สนใจโลก มันเลยมาปรึกษาแค่กับกู ไอ้ฟิวบอกชอบไอ้เมลเมื่อเทอมก่อนแต่ไอ้เมลบอกว่าคิดกับมันแค่เพื่อน ช่วงนั้นมึงไปคาสิโนเกือบสองเดือนเลยไม่รู้เหี้ยไร”

“กูไม่อยากรู้เรื่องชีวิตรักของใคร”

“กูก็แค่พูดให้ฟัง แล้วมึงมีไรก็น่าจะบอกมันหน่อย ไอ้ฟิวมันอ่อนไหวง่ายมึงก็รู้”

ผมรู้สิ ก็รู้จักมันมาตั้งแต่จำความได้ ไอ้กัสด้วยนั่นแหละ พวกเราเป็นเพื่อนที่ไม่ค่อยมีอะไรเหมือนกัน ความคิดเห็นต่างกันเกือบทุกครั้งที่มีเรื่องต้องตัดสินใจร่วมกัน ความชอบก็ไม่เหมือนกันเลย ขัดแย้งกันทะเลาะกันรุนแรงก็บ่อย แต่พวกเราก็ไม่เคยเลิกคบกัน

น้อยครั้งที่ผมจะทะเลาะกับไอ้ฟิวเพราะมันขี้แย แค่เห็นผมกับไอ้กัสทึ้งหัวกันมันก็ร้องนำเป็นคนแรกแล้ว มีแต่มันที่คอยดูแลผมกับไอ้กัสเหมือนแม่ที่ดูแลลูกชายอะไรอย่างนั้น ให้มันเป็นพี่ชายผมก็นึกภาพไม่ออกหรอก

ผมยอมรับว่าผมไม่ได้สนใจเรื่องอะไรของไอ้ฟิวกับไอ้กัสมากนัก ผมถือว่าเป็นการใช้ชีวิตของแต่ละคน ผมก็มีชีวิตของผม จะยื่นมือเข้าไปยุ่งกับชีวิตของพวกมันก็เมื่อได้ยินพวกมันเอ่ยปากให้ช่วยเท่านั้น

“ไอ้ฟิวบอกว่ามึงอยากเปิดร้านเค้ก” ไอ้กัสเมื่อไม่ได้คำตอบจากผมมันก็เปลี่ยนเรื่องคุย มันรู้ดีว่าผมไม่ชอบให้พูดอะไรซ้ำซาก

“กูแค่คิดไว้ ว่าจะเริ่มไปเรียนทำเค้กวันเสาร์นี้ น่าจะหายเบื่อบ้าง”

“เดี๋ยวมึงก็เลิกทำ หาอะไรที่มันเวิร์คกว่านี้ไม่ดีเหรอวะ ถ้าไปเรียนนั่นกูเห็นด้วยนะ แต่ถึงขนาดเปิดร้านนี่กูไม่เห็นด้วย ไม่ใช่แค่มึงเปิดแล้วจะขายได้ มึงต้องศึกษาตลาด เงินลงทุน ทำเลที่ตั้ง ความต้องการของลูกค้า จะจ้างพนักงานก็ต้องหาคนที่เป็นงาน ไหนจะหาซื้ออุปกรณ์ แล้วห่าอะไรอีกตั้งเยอะ วุ่นวายขนาดนี้มึงยังอยากทำ?”

พูดซะผมเห็นภาพเลย นี่ผมลองโทรไปถามไอ้เต๋อดีมั้ยว่าไอ้ฟิวยังหายใจอยู่ในห้องเรียนโดยปกติ ไม่ได้ถอดร่างมาสิงไอ้กัส

ผมยืนมองเป็ดว่ายน้ำพลางคิดตามที่ไอ้กัสมันพูด ที่มันพูดก็ดูจะถูกทุกอย่าง แต่ผมก็อยากไปเรียนทำเค้กอยู่ดี มันน่าสนุกใช่เล่น

“เท็น ตั้งแต่เด็กมึงก็ไม่เปลี่ยนเลยนะ พวกกูชอบอยู่กับมึงเพราะมึงชอบหาอะไรมาทำได้เรื่อยๆ มึงเป็นคนเบื่อง่าย ทำอะไรได้ไม่นานมึงก็เบื่อ แล้วที่มึงทำเล่นๆ มันก็ออกมาดีอย่างไม่น่าเชื่อ มึงใช้ชีวิตได้เต็มที่มากในสายตากู แต่ไม่ใช่กับความรัก มึงเล่นไม่ได้หรอกนะเรื่องนี้ กูขอเตือน”

“ไอ้ฟิวเข้าสิงมึงแน่ๆ”

“กูก็พูดมีสาระเป็นเว้ย แค่ไม่อยากพูด”

“คนที่มีเมียเด็กชอบทำตัวเป็นผู้ใหญ่เหรอวะ หึหึ”

“ต้องลองเองแล้วมึงจะติดใจ”

“ติดใจหรือติดสัด ปล่อยให้กูฟังไอ้ฟิวบ่นอยู่คนเดียว”

“เออน่า มันห่วงนั่นแหละถึงได้บ่น”

ผมยืนเงียบมองไปตามผิวน้ำอยู่นาน ครอบครัวชาวเป็ดก็ว่ายน้ำกันอย่างสำราญใจ ผมสงสัยว่าเป็ดมันจะต้องมาคิดโน่นคิดนี่อย่างคนมั้ย ที่มันว่ายน้ำอยู่ทุกวันมันมีเหตุผลอะไรรึเปล่า หรือแค่ทำไปเหมือนกับที่นกต้องบิน

“คืนนี้มึงนอนหอในใช่มั้ย” ผมถามไอ้กัสที่ยืนอยู่ข้างๆ มันเหมือนคนหลับในมากกว่าดื่มด่ำกับธรรมชาติ

“คงงั้น โปรโมชั่นจัดเต็มหน่อย”

“ก็ดี งั้นมึงเอากุญแจรถมา”

“ทำไมวะ มึงจะไปไหน”

“กูอยากเห็นพระอาทิตย์ตกน้ำ”

ไอ้กัสทำหน้าเอือมระอาใส่ผม ก่อนจะยอมส่งกุญแจรถให้

“ขับรถดีๆ ละกัน มึงนี่มันเหลือเกิน นึกจะไปก็ไปซะเดี๋ยวนั้น เพราะไอ้นิสัยบ้าๆ นี่แหละ คุณหญิงแม่ของมึงถึงได้ห่วงนักห่วงหนา”

“กูรู้ขอบเขตตัวเองน่า”

“มึงไม่รู้หรอกเท็น มึงขยายขอบเขตตามความต้องการของมึง ไม่งั้นมึงไม่หายไปคาสิโนเกือบสองเดือนหรอกไอ้สัด จะไปก็ไม่มีบอกใครไว้ ทั้งป๋าทั้งแม่มึงเครียดจนไม่เป็นอันทำอะไร”

“เรื่องมันแล้วไปแล้ว มึงอย่าคิดมาก”

“พูดซะเหมือนว่ากูเป็นคนก่อเรื่องนะ แล้วมึงไปคราวนี้ก็กลับด้วย อย่าให้ต้องไปแจ้งตำรวจกันอีก”

ผมพยักหน้ารับส่งๆ ไป ไอ้กัสมองผมอย่างไม่แน่ใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนมันจะถอนหายใจออกมา

“ถ้ากูไปถึงแล้วจะไลน์มาบอก ถึงตอนนั้นมึงค่อยบอกไอ้ฟิวละกันว่ากูไปไหน ขี้เกียจวุ่นวาย”

“เออ ขากลับซื้อปลาหวานมาให้กูด้วย”

“ถ้ากูไม่ลืม”

ไอ้กัสเดินเป็นเพื่อนผมมาถึงรถของมันที่ลานจอดรถ มันบอกผมให้ไปเช็คลมยาง ตรวจสภาพรถอะไรให้เรียบร้อยก่อนไป ถึงผมจะไม่ได้บอกมันว่าผมจะไปที่ไหน แต่มันคงรู้ว่าผมต้องไปไกลแน่ ความจริงมันก็เดาถูกเพราะผมคิดจะไปทะเลทางภาคใต้แต่ยังไม่แน่ว่าจังหวัดไหน ผมชอบขับไปเรื่อยๆ ถูกใจที่ไหนก็แวะที่นั่น เอาแน่เอานอนไม่ได้

หลังจากที่ขับรถมาหลายชั่วโมงผมก็ตัดสินใจแวะพักโรงแรมเพราะขืนขับต่อไปได้ตายก่อนเกณฑ์ทหารแน่ ทั้งเมื่อยทั้งเพลีย ก่อนนอนก็ไลน์ไปบอกไอ้กัสว่าไม่ต้องห่วง มันส่งสติ๊กเกอร์หมีทำหน้าเซ็งกลับมาให้ จากนั้นผมก็จัดการปิดมือถือป้องกันการรบกวน เพราะไอ้เมลกับไอ้ฟิวแม่งกระหน่ำโทรเข้ามารวมๆ ก็เกือบร้อยสายแล้ว ไอ้เมลนี่ยิ่งหนักกว่าไอ้ฟิวเพราะมันทั้งไลน์ ทั้งข้อความ ทั้งวอทแอป แทงโก้ คาคาโอ คือทุกอย่างที่มันจะติดต่อผมได้ มันส่งมาหมด ผมนับถือในความพยายามของมัน แต่ไม่ได้เห็นใจ

..............................To be continue...............
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-08-2013 18:44:52 โดย Snufflehp »

ออฟไลน์ nunnuns

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1999
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-3
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 4 :: 17-08-2013
«ตอบ #8 เมื่อ17-08-2013 20:36:49 »

เมลทำไมต้องทำให้เท็นหึงด้วย ไม่ชอบๆ เมลต้องหึงเท็นสิเอ้อ

แล้วฟิวชอบเมลจริงเหรอ? หรือแค่โกหกหลองใจเท็นกันนะ ฮึ่ย

ยังไงก็ชอบนายเอกอะ เอฟซีเท็น

มาต่อไวๆนะคะ

ออฟไลน์ pooinfinity

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1493
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +140/-3
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 4 :: 17-08-2013
«ตอบ #9 เมื่อ17-08-2013 21:52:26 »

เท็นน่ากลัวตรงที่น้องจะลอยได้ตลอดเวลา คนที่คิดจะรักน้องต้องรู้จักว่าควรปล่อยน้อง หรือตามติดน้องแค่ไหน

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 4 :: 17-08-2013
« ตอบ #9 เมื่อ: 17-08-2013 21:52:26 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Aoya

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 919
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-3
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 4 :: 17-08-2013
«ตอบ #10 เมื่อ17-08-2013 22:16:02 »

ตอนก่อนหน้าแอบหงุดหงิดเท็น ทำไมต้องไปกับผู้หญิงมากหน้าหลายตาขนาดนั้น
ทั้งๆ ที่ทิ้งเมลให้กลับเอง แต่พอมาตอนนี้ไม่พอใจเมลอย่างแรง
ถึงจะไม่ได้มีอะไรกันอย่างที่เมลว่า แต่เพื่อนผู้หญิงมาห้องนี่ไม่คิดจะแต่งตัวให้เรียบร้อยเลยเหรอ
หรือถ้ากระทันหันจริงๆ ทำไมต้องทำลับๆ ล่อๆ ให้เท็นเข้าใจผิด

ส่วนเรื่องที่ฟิวชอบเมล ถ้าเราเป็นเท็น เราก็คงถอยออกมานิดหนึ่ง
ให้เขาสองคนได้มีเวลาร่วมกันหรือศึกษากันบ้าง ให้โอกาสทั้งฟิว เมล และตัวเอง
เพราะฟิวคือเพื่อนที่โตมาด้วยกันเป็นเหมือนคนในครอบครัว
ถึงจะหงุดหงิดหรือไม่ชอบใจยังไงแต่ก็ฟิวก็สำคัญกับเรามากกว่าเมลที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน
ส่วนเขาสองคนจะไปถึงขั้นไหนก็แล้วแต่เขา เราถือว่าทำดีที่สุดแล้ว
ดีกว่ามานั่งเสียใจทีหลัง

ออฟไลน์ HISY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3697
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-3
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 4 :: 17-08-2013
«ตอบ #11 เมื่อ17-08-2013 22:24:41 »

เท็นนี่มันเรื่อยๆมาเรียงๆได้ใจจริงๆ

ออฟไลน์ Snufflehp

  • It feels like nobody ever knew me until you knew me
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 574
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +978/-17
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 5 :: 17-08-2013
«ตอบ #12 เมื่อ17-08-2013 22:38:42 »

ตอนที่ 5

“ถ้าไม่อยากเรียนมึงก็ไปยื่นใบลาออกเลยไอ้ควายยยย สอบมิดเทอมอีกสองสัปดาห์เพิ่งจะโผล่หัวมา มึงแย่แล้วนะเท็น เหลวไหลมาก!”

เสียงไอ้ฟิวแว๊ดๆ มาเกือบชั่วโมงเห็นจะได้ แต่ผมไม่ได้สนใจ ไอ้กัสที่ยังคงตาลุกวาวกับของฝากก็ไม่คิดจะช่วยพูดอะไรสักนิด

“ปิดมือถือไม่ติดต่อใคร ถ้ามึงตายห่าไปพวกกูจะรู้มั้ย ทำไมมึงไม่คิดบ้างวะว่าทำให้คนอื่นเขาเป็นห่วงขนาดไหน!”

ผมละสายตาจากดอกกุหลาบในสวนมามองหน้าไอ้ฟิว ไอ้กัส และคนสุดท้ายที่ไม่อาจละสายตาได้...ไอ้เมล มันเป็นคนเดียวที่ไม่ยอมทักผม ไม่ยอมมองหน้าผม และที่มันมานั่งเสนอหน้าอยู่ที่นี่ไม่ใช่เพราะมาต้อนรับผมกลับหรอก มันคงมาหาไอ้ฟิว

แน่ล่ะว่าช่วงที่ผมไม่อยู่คงเกิดอะไรขึ้นมากมายระหว่างไอ้เมลกับไอ้ฟิว แต่นั่นไม่ใช่เรื่องของผม และผมก็ไม่อยากยุ่ง แค่ตอนเปิดประตูบ้านเข้ามาแล้วเห็นพวกมันนั่งดูทีวีอยู่ด้วยกันผมก็ไม่ต้องการคำอธิบายจากใคร

“แล้วนี่มึงไปไหนมาบ้าง ทำไมกูให้คนไปตามถึงไม่เจอ”

“กูก็เที่ยวไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีอยู่มาเล” ผมยักไหล่ตอบไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปสนใจดอกไม้ในสวนต่อ

เห็นหน้าไอ้เมลแล้วกูหมดอารมณ์จะคุย

“ทำตัวไม่รู้จักโต มึงหายหัวไปสิบกว่าวัน ไม่รู้เลยสินะว่าคนทางนี้เขาวุ่นวายกันขนาดไหน ทั้งรายงาน ทั้งโปรเจ็คก่อนมิดเทอม งานตั้งสามชิ้นที่กูกับไอ้กัสช่วยกันปั่นส่งให้มึง มึงคิดบ้างสิวะว่าไอ้ช่วงที่มึงหายหัวไปนี่คือช่วงที่คนปกติเขานั่งเรียนกัน!”

“เอาน่าไอ้ฟิว มันก็กลับมาแล้ว อย่าพูดอะไรอีกเลยน่า”

“กูจะพูดจนกว่าจะได้ยินคำว่าขอโทษจากมัน มึงหยุดให้ท้ายมันเลยนะกัส ไอ้เท็นมันทำอะไรตามใจตัวเองมากไปแล้ว ไม่เห็นหัวใคร นึกอยากทำอะไรมันก็ทำ! โลกไม่ได้หมุนรอบตัวมึงนะไอ้เท็น”

ผมเดาะลิ้นเล่น มองผีเสื้อติดใยแมงมุม ในขณะที่ทั้งห้องเงียบจนได้ยินเสียงแอร์ ไอ้กัสสะกิดตีนผมยิกๆ ผมเลยตัดสินใจทำลายความเงียบนี้ลง

“โทรเรียกพวกไอ้เต๋อด้วย ไปเจอกันร้านเดิม”

ผมบอกแค่นั้นก่อนจะคว้ากุญแจรถแล้วเดินออกมา ได้ยินเสียงไอ้กัสร้องอ้าว และเสียงเหมือนแก้วแตกดังตามมา แต่ผมไม่ได้หันกลับไปมอง

ร้านพี่เจ๋งตอนห้าโมงเย็นลูกค้าไม่เยอะเท่าไหร่ ผมเลยเลือกนั่งโต๊ะไหนก็ได้ที่อยากนั่ง ไอ้พี่เจ๋งปีนออกจากหลังเคาน์เตอร์มาสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนมือเท่าฝาหม้อจะตบผลัวะเข้าที่ไหล่

“เขาลือกันว่ามึงโดนลักพาตัว หายหัวไปเหมือนเมื่อเทอมก่อน กูก็นึกว่าตายห่าไปแล้วซะอีก”

“เชื่ออะไรกับแค่ข่าวลือ คนอย่างผมไม่ตายง่ายๆ หรอกพี่ รอเผาผีพี่ก่อน”

“ไอ้เด็กเวร แช่งกู แล้วนี่มาแต่หัวค่ำ มึงกะมาอาบเหล้าต่างน้ำรึไง”

“เออ คงงั้น จัดเบียร์มาซักโปรพี่ อยากเมา เบื่อ”

ไอ้พี่เจ๋งจัดมาให้ตามคำขอ มันอยู่คุยด้วยนิดหน่อยก่อนจะขอตัวไปเทคแคร์ลูกค้าโต๊ะอื่น ผมนั่งกระดกเบียร์ลงคอไปได้สองแก้วพวกไอ้เต๋อก็แห่กันมา มาถึงก็ทำหน้าตอแหลแอคติ้งใส่ผมกันใหญ่

พวกมึงนี่ไม่ได้อายชาวบ้านชาวช่องเขาเลย

“โอ้ววว ก๊อดดดดดดดด ท่านเทพพะชอน มึงกลับมาเยือนโลกมนุษย์ได้แล้วหรืออย่างไร คราวนี้ไปเยือนที่ไหนอีกหรือท่าน อเมซอนหรืออียิปต์ หื้ออออ หื้ออออออ” ไอ้เต๋อจีบปากจีบคอถาม ชื่อพชรกูก็ไม่เคยเรียกถูกไอ้ควาย

“หน้ามึงตอแหลมากไอ้เหี้ย ไอ้คิมไอ้แม็ค มองกูทำส้นตีนไร”

“มึงผมยาวขึ้นอ่ะ น่ารักขึ้นด้วยยยยยยยยยยย แล้วต่างหูนี่มึงได้แต่ใดมา เท่ค่อดดดด กูขอออออออ”

ถ้าไอ้แม็คมันกรี๊ดได้ผมว่ามันกรี๊ดไปแล้ว ส่วนไอ้เหี้ยคิมนี่เข้ามาเกาะแข้งเกาะขาอย่างกะเด็กๆ สงสัยอยากเลียหัวแม่ตีนกูมาก

“ไปไกลๆ ตีนกูไอ้พวกเวร แล้วนี่ไอ้เต้ไปไหน”

“ไปรับน้องเตยที่เซน เดี๋ยวคงตามมา”

ผมนั่งชนแก้วกับพวกไอ้เต๋อได้พักใหญ่ก็ขอตัวออกมาสูบบุหรี่หน้าร้าน สวนทางกับไอ้กัสที่เดินจูงมือผู้หญิงไม่คุ้นหน้าเข้ามาในร้าน มันกระซิบบอกผมว่าเด็กใหม่ก่อนจะพาเดินไปที่โต๊ะ นี่ก็แน่ชัดแล้วว่าน้องแนงกลับคืนสู่สถานะน้องรหัสของมันแล้ว

“มึงโกรธไอ้ฟิวเหรอวะ” ไอ้กัสโผล่มายืนอยู่ข้างๆ ผมหันมองมันเล็กน้อยแล้วหันกลับมามองรถราบนถนนต่อ

“กูแค่รำคาญ ไม่ได้โกรธ”

“อืม” ท่าทางเหมือนมันไม่ได้อยากตอบแค่อืมหรอก หน้าแม่งอยากพ่นอะไรมามากกว่านั้น

“มึงอยากพูดไรก็พูดมา”

“ถ้ากูถามมึงจะตอบป้ะ”

“ก็อยู่ที่คำถามมึงว่าน่าตอบมั้ย”

ไอ้กัสเงียบไปชั่วอึดใจ แล้วมันก็ถามคำถามที่ไม่มีวันจะได้คำตอบจากผมว่า

“มึงหงุดหงิดเรื่องไอ้ฟิวกับไอ้เมลใช่มั้ย ก่อนมึงไปก็เพราะพวกมันใช่ป่าววะ”

ผมอัดควันเข้าเต็มปอดแล้วพ่นออกมา

“เรื่องแบบนี้มึงจะมาคิดเองเออเองไม่ได้นะเว้ย มันอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด อาจจะไม่ใช่อย่างที่มึงคิดก็ได้”

“กูคิดอะไร”

“เท็น ไอ้เมลมันเป็นห่วงมึงมากนะ มันเหมือนคนบ้าเลยตอนที่ติดต่อมึงไม่ได้ ถ้าพวกกูไม่รั้งมันไว้มันคงออกไปตามหามึงแล้ว มึงคิดเหรอว่ามันจะอะไรๆ กับไอ้ฟิวในช่วงที่มึงไม่อยู่ นี่กูบอกเลยนะว่าถ้าไอ้เมลมันจะคบไอ้ฟิวมันคงคบกันไปตั้งแต่ตอนที่
ไอ้ฟิวบอกชอบมันแล้ว”

ผมโยนบุหรี่ที่เพิ่งจะสูบไปได้ครึ่งตัวลงบนพื้นแล้วขยี้จนมันบี้แบนด้วยปลายรองเท้า

“ไปบอกพี่เจ๋งให้เอาเหล้าไปเพิ่มที่โต๊ะ”

ผมตบไหล่ไอ้กัสไปสองสามทีก่อนจะเดินเข้าร้าน

เรื่องที่มึงพูดกูไม่ได้อยากจะฟังจากมึงหรอกกัส และกูก็ไม่ได้โกรธอะไรไอ้ฟิวมันด้วย

วันนี้เป็นวันศุกร์ คนแน่นร้าน แค่สามทุ่มก็แทบไม่มีโต๊ะนั่งแล้ว ดีที่พวกผมมาแต่หัวค่ำ นั่งแดกกันไปพอกรึ่มๆ ไอ้เต๋อก็เกิดกระเหี้ยนกระหือรือท้าแข่งสนุ๊กกับเจ้าชายบิลเลียดอย่างผม ผมเลยให้เกียรติขึ้นไปแทงสนุ๊กกับมันอยู่สองสามเกมก็ชักเบื่อเพราะความอ่อนที่ขาดพัฒนาการของมัน ก็พอดีกับที่ไอ้เต้เดินขึ้นมาบอกให้กลับโต๊ะ ผมเลยได้มีโอกาสชิ่ง ไม่งั้นไอ้เต๋อมันก็จะตื้อเล่นอยู่นั่นแหละ ไอ้ห่านี่ถ้าไม่ชนะมันไม่ยอมหรอก

ผมเดินผ่านโต๊ะที่ส่งเสียงดังไม่แพ้โต๊ะอื่น แต่เป็นที่จับตามองของผู้หญิงแทบทุกคนในร้าน อยู่ห่างจากโต๊ะของพวกผมไม่มาก ผมหยุดชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสบตากับไอ้เมลที่นั่งอยู่ติดกับทางเดิน เพื่อนมันแต่ละคนหน้าตาดีอย่างกะใช้เกณฑ์คัดหน้าตาเข้ากลุ่ม ไม่มีใครที่ผมรู้จักสักคน จะมีคุ้นหน้าก็แค่ไอ้ตี๋หน้าขาวที่นั่งอยู่ข้างไอ้เมล แต่ผมจำชื่อมันไม่ได้

ทั้งๆ ที่สบตากันอย่างจังแต่มันก็ทำเหมือนไม่เห็นผม หน้ามันนิ่งสนิท ไม่มีรอยยิ้มหรือทำหน้ากวนตีนใส่เหมือนทุกที ในเมื่อมึงอยากให้เป็นอย่างนั้น กูก็ไม่ขัดข้อง

“มึงๆ นั่นพวกไอ้เมลป่าววะ” ไอ้คิมถามขึ้นทันทีที่ผมทรุดตัวนั่งลงข้างมัน

“เมลไหน กูไม่รู้จัก”

“อ้าว เหี้ย ทำมึน ก็ไอ้เมลน่ะ ไอ้เมลที่ซื้อขนมจีบซาลาเปาให้มึงไง ภาคไฟฟ้า เดือนมหาลัย มึงคุ้นขึ้นมาบ้างยัง”

“คนหน้าเหมือนมั้ง”

“ตลกแดกเหี้ยเท็น ไอ้แม็คๆ มึงเข้าไปทักทายพวกมันหน่อยดิ ไอ้พวกคุณชายกลุ่มนั้นนานๆ จะเห็นรวมตัวกันที อยู่ครบองค์ไม่บ่อยนะเว้ย ไม่น่าเชื่อว่าจะเห็นพวกมันในร้านซอมซ่อของพี่เจ๋ง” ถ้าไอ้พี่เจ๋งมาได้ยินมึงกระเด็นออกจากร้านแน่ไอ้คิม

“เออๆ ไปกันไอ้เต้ ไอ้เต๋อ เผื่อจะได้ท้าแข่งบอลกับพวกมันถอนทุนคืนหน่อย นัดล้างตากับพวกโยธาคราวนั้นหาเงินเข้าสโมไม่ได้ แถมยังเสียประตูให้พวกมันในบ้านตัวเอง อีเชอร์รี่เกือบแดกหัวจับกูไปขายตัวหาตังค์เข้าสโม คิดแล้วยังสยองไม่หาย”

“เรื่องนั้นต้องโทษไอ้เหี้ยเท็นกับไอ้หมาซิง พวกเราน่ะเล่นดีแล้ว แต่พวกมันนั่นล่ะไม่ป้องกันประตูซักลูก เออ แต่จะว่าไปความคิดมึงก็ไม่เลวนะไอ้แม็ค ถ้าไอ้พวกนั้นยอมแข่งด้วยล่ะก็ ไม่รับเละงานนี้จะรับเละงานไหน พวกเรายังไม่เคยชนกับพวกไฟฟ้าเลยนะเว้ย น่าลอง”

เป็นเพราะมึงด้วยนั่นแหละไอ้เหี้ยเต๋อ แม่งชอบโชว์พาวเลี้ยงลูกไม่ยอมส่ง บางทีสับขาหลอกตัวเองล้มกลางอากาศก็มี ถุย!

ผมไม่สนใจแผนการส่งทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีของพวกมัน ภาคไฟฟ้าเป็นภาคเดียวที่พวกผมสนิทด้วยน้อยที่สุด ที่นั่นเขาร่ำลือกันว่ามีพวกรูปหล่อพ่อรวยอยู่เพียบ แถมกีฬาที่พวกมันเล่น ชมรมที่พวกมันเข้าก็จัดว่าไฮคลาสประเภทที่คนธรรมดาเขาไม่เล่นกันทั้งนั้น ขี่ม้า ยิงธนู ยิงปืน รักบี้ นี่ถ้ามีจัดดอกไม้ชงชาด้วยกูก็เชื่อ สาวค่อนมหาลัยก็โดนพวกมันคาบไปแดกเกือบหมด เถอะ แต่ใช่ว่าผมจะเดือดร้อนกับเรื่องนี้

“อ้าว พวกไอ้เหี้ยเต๋อไปไหนกันวะ” ไอ้กัสถามเมื่อเห็นผมนั่งหัวโด่อยู่คนเดียว มันเพิ่งกลับจากพาน้องดิวไปส่งบ้าน

“ไปหาคนมาแข่งบอล”

“ไอ้พวกนี้นี่ไม่เข็ด วันก่อนแพ้พวกแวดล้อมไป กูเห็นเกาะกลุ่มแดกมาม่าคัพหน้าเซเว่น แล้วนี่มันจะเอาอีกแล้วเหรอ อีเชอร์รี่มันตัดงบไม่ซื้อเอ็มร้อยให้แล้วนะ มันบอกว่าสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ”

อีเชอร์รี่ที่พูดถึงนี่คือกะเทยถึกควบตำแหน่งนายกกะเทยของชั้นปีสองและเป็นตัวที่เพื่อนๆโหวตให้เข้าไปทำงานในสโมฯเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้ทางภาคคอมฯ ของเรา พวกลูกๆ ของมันตอนนี้แพร่พันธุ์ไปทั่วคณะแล้ว เว้นแต่ภาคเครื่องกลที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับคณะคือไม่มีลูกหลานของอีเชอร์รี่อยู่เลย อาจจะแฝงตัวอยู่อันนี้ผมก็ไม่ทราบได้ แต่ภาคคอมฯ กูนี่ชี้หน้าบอกได้เลยว่าใครแอ๊บบ้าง

ผมมองไปทางโต๊ะของพวกไอ้เมลก็เห็นพวกไอ้เต๋อมันไปนั่งระริกระรี้ชนแก้วกับพวกนั้นเหมือนรู้จักกันมาสิบแปดชาติ จากที่โต๊ะนั้นเสียงดังอยู่แล้วเพิ่มไอ้พวกผีเจาะปากมาพูดเข้าไปอีกก็ยิ่งดัง ผมเลื่อนสายตามาหยุดที่แผ่นหลังของไอ้เมล มองขึ้นไปตรงไหล่ของมันที่มีผู้หญิงนั่งซบอยู่

ไม่รู้ความหมั่นไส้มาจากไหน แต่ที่รู้ตอนนี้กูหมั่นไส้แม่งเต็มแม็ค คิดว่าทำอย่างนี้มึงหล่อมาก มึงเท่มาก หึ ส้นตีน

เพล้ง!

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

รู้ตัวอีกทีผมก็ถือขวดที่ตอนนี้แตกเป็นรูปปากฉลามอยู่ในมือแล้ว ผู้หญิงที่เคยซบไหล่ไอ้เหี้ยเมลเด้งตัวออกจากมันราวกับมีสปริงติดเหมือนโดนผมเตะฟรีคลิกไปสิบห้าหลา ทั้งเพื่อนไอ้เมลและเพื่อนผมอ้าปากค้าง มองผมอย่างกะเห็นผี

“ไอ้เท็น! ทำไรของมึงวะ เฮ้ยยยยย ไอ้เมล เป็นไรป่าว! เลือดดดดด ไอ้เหี้ย กูกลัวเลือดดด”

เสียงไอ้กัสเป็นเสียงเดียวที่ดังอยู่ในร้านตอนนี้ ไอ้พี่เจ๋งตาหลีตาเหลือกเข้ามาหาถามว่ามีเรื่องไรกัน มีเพื่อนไอ้เมลคนหนึ่งเข้ามาผลักอกผม แต่ไอ้เต๋อก็ช่วยล็อคตัวมันไว้ให้

“ไม่มีไรพี่เจ๋ง มือผมลื่น”

“มือลื่นเหรอวะ กูเห็นมึงเดินเอาขวดมาตีหัวเพื่อนกู ใครๆ ก็เห็นว่ามึงตั้งใจ” ไอ้คนที่ผลักอกผมมันพูดเสียงดัง

“ไอ้ลิน ใจเย็นๆ ก่อน เมล ไอ้เมล มึงไหวป่าววะ เป็นไงบ้าง”

ผมเห็นไอ้เมลสะบัดหัวไปมา มันคงยังมึนๆ งงๆ แต่เห็นเลือดหัวมันออกแล้วผมรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

“ไอ้เหี้ย เลือดเข้าตากู” ตั้งแต่กลับมาผมเพิ่งได้ยินเสียงมัน

ทุกคนรุมกันถามอาการไอ้เมลแต่ไม่มีใครคิดจะพามันไปโรงบาล แถมไอ้พวกโต๊ะอื่นก็อยากมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ซะเหลือเกิน ผลัดกันชะโงกหน้ามาดูว่าเกิดไรขึ้น พี่เจ๋งแกรีบไกล่เกลี่ยสถานการณ์ ตะโกนสั่งลูกน้องให้เปิดเพลงต่อได้ จากนั้นก็หันมาตบหัวผมแล้วให้ผมรีบขอโทษไอ้เมล แต่อะไรที่ผมตั้งใจทำลงไปแล้วผมไม่พูดขอโทษเด็ดขาด

เพื่อนๆไอ้เมลมองหน้าผมเหมือนพร้อมจะเข้ามาแจกตีนให้ หึ กูกลัวพวกมึงมากกกกกไอ้สัดดดดดดดด

“ค่ายา มึงพามันไปโรงบาลด้วยละกัน กูกลับล่ะ” ผมยื่นเงินให้ไอ้กัสห้าพัน ก่อนจะเดินออกจากร้านมา

ผมขับรถไปเรื่อยๆ เพราะยังไม่อยากกลับบ้าน เสียงไลน์ดังไม่หยุด ส่วนมากเป็นพวกไอ้เต๋อที่ส่งมาถามเหตุผลว่าทำไมผมถึงได้กระทำการอุกอาจอย่างนั้น บอกแผนการถึงกระทั่งจะเอาข้าวผัดโอเลี้ยงไปให้ผมสร้างฟิลลิ่งในห้องขัง ผมเลยปิดมือถือตัดรำคาญ

ขับไปขับมาก็มาหยุดอยู่ที่คอนโดหรูใจกลางเมือง ผมลงจากรถมายืนทำเท่พิงกระโปรงหน้า เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีทึบตอนนี้ ไม่เห็นดาวสักดวงเพราะรอบตัวสว่างเกินไป

พอลมเย็นๆ ปะทะใบหน้าแล้วไม่รู้ว่าความสะใจเมื่อสองชั่วโมงก่อนที่ได้เอาขวดฟาดหัวไอ้เมลมันหายไปไหนหมด หลงเหลือแต่ความรู้สึกผิดที่ไม่ได้อยากรู้สึกเลยสักนิด

มันสมควรโดนแล้ว ผมกล่อมตัวเองให้เชื่ออย่างนั้น แต่ข้อความในไลน์จากไอ้กัสก่อนผมจะปิดมือถือมันติดตาจนทำใจเชื่อไม่ลง

‘กูถามมึงจริงๆ มึงทำมันทำไมวะ ไอ้เมลทำผิดอะไร มึงโกรธมันทำไมไม่พูดกับมันดีๆ แล้วที่จริงนะเท็น มึงต่างหากล่ะที่ผิด'

ผมคงต้องคุยกับมัน ไม่รู้จะคุยอะไร แต่กูก็มาแล้ว ถอยกลับไปนั่นไม่ใช่นิสัย

“มึงมาทำไม” เสียงเรียบๆของไอ้เมลปลุกผมจากภวังค์ มันคงไม่ได้อยากทักผมเท่าไหร่ แต่เพราะผมยืนพิงผนังข้างประตูห้องมันอยู่

ไฟในห้องติดอัตโนมัติเมื่อประตูถูกเปิด ผมเลยเห็นหน้ามันได้ชัดกว่าเมื่อตอนอยู่ในร้านพี่เจ๋ง เสื้อนักศึกษาของมันเปื้อนเลือด แถมหน้าหล่อๆ ของมันก็ซีดเซียว มองดีๆมันโทรมมาก ไม่เหมือนครั้งสุดท้ายที่ผมเดินหันหลังหนีมันมา

“เดี๋ยวนี้กูมาไม่ได้ ต้องเป็นใครวะถึงจะมาได้ ไอ้ฟิวเหรอ หรือผู้หญิงที่นั่งสิงมึงที่ร้าน”

ปึง!

กำปั้นไอ้เมลเฉียดหน้าผมไปโดนผนังปูนข้างหลัง มันจ้องหน้าผมเหมือนอยากฆ่าให้ตายแต่ก็ทำไม่ได้

“มึงกำลังเล่นอะไร ปั่นหัวกูสนุกมากนักรึไงวะ!!” ไอ้เมลตวาดเสียงดัง หน้าซีดๆ ของมันเริ่มขึ้นสี

สถานการณ์นี้ผมพูดอะไรไม่ออก ได้แต่จ้องตามันกลับไป

“พอแล้วเท็น มึงมันใจร้ายเกินไปแล้ว”

อะไรที่มันบอกว่าจะพอ ผมไม่เข้าใจ

“อะไร มึงจะพูดอะไรเมล”

“มึงกลับไปเท็น กลับไป แล้วไม่ต้องมายุ่งกับกูอีก”

ส้นตีนเถอะไอ้ห่า

“กูไม่กลับ!”

“มึงจะเอาอะไรจากกูอีกวะ!”

“นั่นมันเรื่องของกู”

ไอ้เมลบีบแขนผมจนเจ็บ แต่ผมไม่ได้ปัดออก ปล่อยให้มันบีบจนพอใจ เอาให้หักคามือมันเลยก็ได้ผมไม่ว่า

“กูไม่อยากเห็นหน้ามึง”

“หึ หน้าเพื่อนกูคงน่ามองมากกว่างั้นสิ ช่วงที่กูไม่อยู่ พวกมึงดูใจกันไปถึงไหนแล้วล่ะ ถึงใจกันไปกี่ท่า”

ผมยอมให้มันต่อย ดีกว่าการที่โดนมันมองด้วยสายตาผิดหวังแบบนี้

“ไม่มีใครเขาคิดต่ำๆ เหมือนมึง แล้วที่มึงดูถูกนั่นก็เพื่อนที่รักมึงมาก เพื่อนที่ไม่เป็นอันกินอันนอน ปั่นงานส่งให้มึง เช็คเวลาเรียนให้มึง คอยตามหามึงในช่วงที่มึงหายหัวไป ไม่เห็นความรู้สึกกูกูไม่ว่า แต่นั่นเพื่อนที่อยู่กับมึงมาตั้งแต่เกิด มึงไปว่าเขาอย่างนั้นได้ไงวะ!”

คนอย่างกูไม่ต้องให้ใครมาพูดใส่หน้าแบบนี้ กูก็คิดของกูเองได้ กูรู้ว่าตัวเองทำผิด แต่ไม่รู้จะเริ่มขอโทษยังไง เพราะกูรู้ว่าแค่คำขอโทษคงไม่พอ

“แหม ปกป้องกันจังเลยนะ เห็นอกเห็นใจกันดีนี่ มึงจะเปลี่ยนจากกูเป็นเพื่อนกูก็ได้นะ กูไม่มีปัญหา”

เพียะ!

แก้มผมชาไปทั้งซีก ไอ้เมลดูตกใจที่ตบผม ผมปัดมือมันที่กำลังยื่นมาใกล้ก่อนจะเช็ดเลือดที่มุมปากด้วยหลังมือ

“ก็ถือว่าหายกัน กูไม่อยากได้ยินคำขอโทษจากมึงหรอก อีกอย่างเราก็ไม่ได้คบกันจริงจัง ไม่ได้มีใครรู้ มึงจะคบเพื่อนกูต่อจากนี้ก็ไม่มีใครว่า ถ้ามึงอยากพอ กูก็จะหยุดให้ กูก็เบื่อแล้วเหมือนกัน”

ผมอาจจะตาฝาดที่ได้เห็นน้ำตาของไอ้เมลก่อนจะหันหลังเดินออกมา คนอย่างผมคงไม่เหมาะจะมีแฟน เพราะผมมันชอบพัดไปนั่นมานี่ อยู่กับที่นานๆ ไม่ได้ คนที่ทนผมได้คงต้องใช้ความเข้าใจและความอดทนอย่างมาก เอาเถอะ ก็สนุกดีกับไอ้เมล น่ารำคาญบ้างแต่...ไม่น่าเบื่อ



..........................................To be continue...................................

ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นเลยนะคะ วันนี้มาลงให้สองตอนค่ะ เรื่องนี้เขียนตุนไว้ได้หลายตอนแล้ว ตอนแรกก็คิดว่าจะเขียนไว้อ่านเอง เพราะแต่งเป็นเรื่องแรกก็ไม่รู้ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน แต่หลังๆ มา ก็เริ่มคิดอยากให้คนอื่นรู้จักเท็นบ้าง ผู้ชายคนนี้มีบุคลิกที่เกิดจากความสับสนของคนเขียนค่ะ อาจจะไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอย ฮ่าๆๆ แต่ยังไงก็ฝากเขาไว้ในใจด้วยนะคะ  :กอด1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-08-2013 22:49:18 โดย Snufflehp »

ออฟไลน์ nunnuns

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1999
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-3
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 5 :: 17-08-2013
«ตอบ #13 เมื่อ17-08-2013 23:52:15 »

คือจะดราม่าไหมอะคะ ไม่กล้าอ่านนะเนี่ย กลัวร้องไห้

แต่โดยส่วนตัวแล้ว ชอบเท็นอะ ไม่รู้ดิ ถึงเท็นจะทำผิด แต่เราก็เข้าข้างเท็นอะ55555 ทำดีแล้วลูก

ปล.ไม่ชอบฟิว

ออฟไลน์ rubymoona

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-5
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 5 :: 17-08-2013
«ตอบ #14 เมื่อ18-08-2013 00:12:51 »

โอ๊ย คือ สุดโต่งมากอะเท็น โหยเฮ๊ย พูดได้เลยว่าเราไม่เข้าใจหรือเคยเจอคนแบบนี้มาก่อนเลย!!
โอ๊ย อ่านแล้วพูดไม่ออก แต่สงสารเมลจับใจ
อยากจะเชียร์ให้เมลเลิกทิ้งซะเหมือนที่เท็นทำ แต่อีกใจก็ไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลยจริงๆ
อยากรู้ว่าจะมีอิมแพคอะไรที่จะทำให้เท็นเปลี่ยน หม่สิคงเปลี่ยนไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็คงทำได้ดีกว่านี้
รอนะคะ ต่ออีกนะ :L1:

ออฟไลน์ Aoya

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 919
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-3
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 5 :: 17-08-2013
«ตอบ #15 เมื่อ18-08-2013 17:41:28 »

จากตอนก่อนที่ไม่ชอบเมล มาตอนนี้สงสารอ่ะ
แต่เราเข้าใจเท็นนะ ว่าเท็นเป็นพวกแสดงความรู้สึกไม่เก่ง
ถ้าหงุดหงิด เหงา หวง จะไม่อยู่กับร่องกับรอย พาลคนอื่นไปทั่ว
ที่ร้ายแรงที่สุดคือทำร้ายคนที่ตัวเองชอบเพื่อประชดและเรียกร้องความสนใจ
อยากให้คุยกันดีๆ มากกว่า ถ้าเมลอ่อนเข้าหาแทนที่จะเมินใส่
เชื่อว่าเท็นคงไม่แสดงอารมณ์ร้ายๆ ออกมาหรอก

ส่วนฟิว เข้าความห่วงและหวังดีของฟิวนะ
แต่ว่าทั้งคู่โตมาด้วยกันก็น่าจะรู้นิสัยกันดีกว่าใคร
คือ ก็บ่นมาตั้งนานแล้ว ถ้าฟัง เท็นมันก็ฟังไปตั้งนานแล้ว
แต่นี่คือเท็นมันไม่ฟังไง ก็รู้อยู่ว่าบ่นไปก็เท่านั้น
มันจะยิ่งทำให้เพื่อนหงุดหงิดและรำคาญเสียเปล่าๆ

ถ้าไม่อยากจะช่วยเรื่องทำงานส่ง เรื่องเช็คเวลาเรียน เรื่องงานกลุ่มต่างๆ นาๆ
ก็ไม่ต้องช่วยเท็นหรอก ชีวิตใครก็ชีวิตของคนนั้น รับผิดชอบกันเอาเอง
แต่ไม่ต้องมาบ่นเป็นวรรคเป็นเวร ถ้าห่วงเขาจริงๆ แค่เตือนๆ ก็พอมั้ง
เพราะเราเป็นเพื่อนเขาไม่ใช่แม่


Tassanee

  • บุคคลทั่วไป
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 5 :: 17-08-2013
«ตอบ #16 เมื่อ18-08-2013 20:54:37 »

เหมือนคนหาตัวเองไม่เจอ....

มองไปทางไหนก็เคว้งคว้าง  ไม่มีจุดหมาย

เหมือนมีจุดยืน แต่สั่นคอนมากอ่ะ  .......

มันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เป็นแบบนี้ ไม่รู้มีเหตุผลไหม  ..... หรือมีปมอะไรที่ซ่อนอยู่

ออฟไลน์ Snufflehp

  • It feels like nobody ever knew me until you knew me
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 574
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +978/-17
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 6 :: 18-08-2013
«ตอบ #17 เมื่อ18-08-2013 22:07:27 »

ตอนที่ 6

“ไอ้เท็น ไม่ลงไปกินข้าวเหรอวะ ไอ้ฟิวให้กูมาตาม” ไอ้กัสถามด้วยเสียงที่มันพยายามปั้นให้ร่าเริง คงเพราะช่วงนี้ผมหงุดหงิดใส่คนอื่นบ่อย หายใจผิดจังหวะผมก็รำคาญแล้วเลยไม่มีใครเข้าหน้าผมติด

“กูไม่หิว มึงลงไปเถอะ แล้วล็อคประตูให้กูด้วย”

“ถ้ามึงไม่อยากเจอไอ้เมล กูยกขึ้นมาให้ก็ได้นะ”

“ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมัน กูบอกว่ากูไม่หิว”

ไอ้กัสพยักหน้าแล้วรีบเผ่นออกจากห้องไป ผมหันกลับมาสนใจเมฆบนท้องฟ้าตามเดิม ช่วงนี้ผมพอใจแค่ได้นอนมองท้องฟ้าไปเรื่อยๆ จะพลิกตัวเปลี่ยนท่านอนยังขี้เกียจ อะไรรอบตัวดูน่าเบื่อและน่ารำคาญแถมยังขวางหูขวางตา
อย่างน่าประหลาด ยิ่งไอ้หน้าหล่อที่เสนอหน้ามาแดกข้าวเช้าที่บ้านนี้ทุกวันยิ่งสะกิดต่อมหงุดหงิดของผมให้เต้นตุบๆ

ไม่รู้ทำไมผมถึงไม่อยากเห็นมันสองคนอยู่ด้วยกัน เมลอย่างนั้น ฟิวอย่างนี้ อันนี้เมลชอบมั้ย แดกอันนี้สิอร่อยนะ ไอ้เหี้ยเมลก็
เหมือนกับว่าตอนที่โดนขวดฟาดหัวจะไม่ใช่แค่หัวแตก มันยังเป็นง่อยด้วย ถือช้อนส้อมเองไม่ได้ต้องให้คนอื่นถือให้ เถอะ คบกันรึเปล่าอันนี้ไม่รู้ แต่เช้าถึงเย็นถึงขนาดนี้กูว่าคงไม่รอด

เกือบเที่ยงที่ผมลงมาหาอะไรกินในครัว ไม่เห็นเงาหัวใครสักคนในบ้าน คงออกไปกันหมดแล้ว ผมถือจานสับปะรดออกมานั่งกิน
ที่ม้านั่งในสวน นั่งมองต้นวาสนาไหวไปตามแรงลมในตอนเที่ยงก็เพลินดี แต่วันนี้ฟ้าครึ้มเหมือนฝนจะตก และไม่นานมันก็ตกลง
มาจริงๆ ผมเงยหน้ามองฟ้า เม็ดฝนกระทบหน้าจนเจ็บ เมฆเคลื่อนที่เร็วจนน่ากลัว ท้องฟ้าไม่ได้น่ามองเหมือนเมื่อเช้าที่ผมเห็นอีกแล้ว

ผมนั่งพิงหลังกับม้านั่ง หลับตาฟังเสียงลม เสียงฝนและเสียงฟ้าร้อง สักพักก็รู้สึกถึงแรงสะกิดที่ไหล่พร้อมกับเม็ดฝนที่เคยตกใส่ตัวผมหายไป ลืมตาขึ้นก็เห็นไอ้เมลยืนอยู่ตรงหน้า มือถือร่ม ทำหน้าบึ้งเหมือนมีใครไปเหยียบหัวแม่ตีนมัน

“เข้าบ้าน”

“ยุ่งไรด้วย”

“มึงอยากหนาวตายรึไง”

“เรื่องของกู”

“มึงเป็นอะไรเท็น เกลียดกูมากถึงขนาดเป็นเพื่อนกันไม่ได้เลยเหรอวะ!”

“ใครเขาอยากจะเป็นเพื่อนกับมึง”

กูหมดอารมณ์จะทำเท่นั่งตากฝนแล้วไอ้สัด แตกคาปากกูไม่รู้กี่รอบ ยังอยากจะเป็นเพื่อนกับกูเหรอวะ ช้าไปมั้ยไอ้ควาย!

“กลับบ้านมึงไปได้ละ ไอ้ฟิวไม่อยู่ กูไม่รู้ว่ามันไปไหน โทรถามเอาเองละกัน”

ผมขึ้นห้องมาได้ก็ถอดเสื้อผ้าเปียกๆ ออก ส่วนไอ้เมลผมไม่รู้ว่ามันไปรึยังเพราะตอนเดินหนีมันมาไม่ได้สนใจ แค่เห็นหน้ามัน อารมณ์ดีๆ เมื่อตอนนั่งตากฝนของผมก็หายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น การที่ได้เห็นมันยิ้ม เห็นมันหัวเราะกับคนอื่นไม่ใช่สิ่งที่ผม
อยากเห็นจากมัน มันถึงได้เป็นตัวน่าหงุดหงิดที่ผมอย่างกำจัดทิ้งไปให้เร็ว

แกร๊ก!

ผมกำลังจะหันไปด่าคนที่ถือวิสาสะเข้ามาในห้องผมโดยไม่เคาะประตู แต่ก็ต้องเงียบเมื่อเห็นไอ้เมลยืนหน้าขรึมอยู่กลางห้อง

“กูเอายามาให้ กินกันไว้ จะได้ไม่เป็นหวัด”

“เออ ขอบใจ วางไว้บนโต๊ะนั่นแหละ”

ผมชี้ไปที่โต๊ะทำงาน ก่อนจะหันกลับมาเลือกเสื้อต่อ

“มึงไม่รีบเช็ดผมล่ะ”

“เดี๋ยวค่อยเช็ด”

“กูเช็ดให้เอามั้ย”

ผมหันไปมองมันพลางขมวดคิ้ว มึงมาทำดีกับกูทำไมวะ ละเมอเหี้ยไรรึเปล่า

“อะไรของมึง ตาลายรึไง กูไม่ใช่ไอ้ฟิว”

“เท็น เมื่อไหร่มึงจะเลิกคิดแบบนี้ซักทีวะ กูกับฟิวไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“นั่นเรื่องของมึง”

“เรื่องของมึงด้วย กูไม่เข้าใจว่าทำไมมึงต้องพูดประชด ยัดเยียดกูให้เพื่อนมึงอยู่เรื่อย กูกับฟิวเราเป็นแค่เพื่อนกัน”

“ถ้ามึงไม่ชอบมัน มึงจะมาทำไมบ่อยๆ วะ ตากูไม่ได้บอดไอ้เหี้ย สิงกันได้พวกมึงสิงกันไปแล้วมั้ง”

“มึงเข้าใจผิดนะ”

“ผิดหรือไม่ผิดนั่นกูไม่รู้ แต่สิ่งที่กูเห็นคือสิ่งที่มึงไม่ควรทำกับคนที่เป็นเพื่อนกู มึงก็รู้ว่ามันชอบมึง แล้วมึงจะให้ความหวังมันทำไม มึงทำดีกับมันทำไมถ้ามึงไม่ได้คิดอะไร”

ผมฟาดเสื้อที่อยู่ในมือลงกับพื้น ถ้าไม่ยั้งใจตัวเองไว้ผมคงฟาดใส่หน้ามันไปแล้ว สี่ห้าวันมานี้กูนอนไม่หลับ แดกข้าวไม่ค่อยลงก็เพราะมึง ไอ้เหี้ยเมล

“แล้วที่กูทำอะไรให้มึง ทำไมมึงไม่คิดบ้างวะ” ไอ้เมลจ้องหน้าผม ตามันแดงจนน่ากลัว ผมก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว แต่มันก็ก้าว
ตามเข้ามาใกล้จนชิดแล้วจับแขนผมไว้แน่น

“มึงหายหัวไปเป็นสิบๆ วัน ปิดมือถือ ไม่ติดต่อมาหากู มึงไม่คิดถึงความรู้สึกกูเลย กูมาที่นี่ทุกวันเพราะคิดว่ามึงน่าจะติดต่อมา
หาเพื่อนมึงบ้าง แต่มึงก็หาย มึงบอกกูมาว่าถ้ามึงเป็นกูมึงจะทำยังไง จู่ๆ ก็หายไป จู่ๆ ก็ติดต่อไม่ได้ ครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกันคือมึง
กำลังโกรธ มึงเข้าใจผิดแต่ก็ไม่ยอมฟังคำอธิบายจากใครเลย แล้วกูผิดเหรอวะที่อยากจะโกรธมึงบ้าง กูก็คนนะเท็น! กูก็โกรธเป็นเหมือนมึง”

ผมอึ้ง พูดอะไรไม่ออกสักคำ ผมยอมรับว่าตอนที่ผมกำลังสนุกกับการได้พบเจออะไรใหม่ๆ ผมลืมคิดถึงความรู้สึกของคนที่ผมทิ้งไว้ข้างหลัง ผมคิดแค่ว่าไอ้กัสกับไอ้ฟิวคงชิน กลับมาก็ทนฟังไอ้ฟิวบ่นแค่วันสองวัน แต่...ไม่ได้คิดถึงไอ้เมลเลย

“กูไม่สำคัญเลยเหรอเท็น”

“เมล กูเจ็บ” แขนผมเจ็บเพราะแรงบีบของมัน แต่มันก็ไม่ยอมปล่อย ผมรู้มาตลอดว่าไอ้เมลเวลาโกรธจัดนั้นน่ากลัว มันโกรธยิ่งกว่าวันที่ตบหน้าผมซะอีก

ไอ้เมลเงียบไปนานมาก เหมือนว่ามันได้พูดสิ่งที่มันอยากพูดออกมาจนหมดแล้ว มันคลายแรงที่บีบแขนผมลงแต่ก็ไม่ยอมปล่อย

“ขอโทษ”

ไอ้เมลยังคงนิ่ง แต่นิ้วยาวๆ ของมันก็แตะลงบนหน้าผากผมเบาๆ ผมรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกที่ในที่สุดก็ได้พูดคำนี้ออกมา

“ขอโทษนะเมล กูขอโทษ”

ผมไม่ได้หวังให้มันยกโทษให้ แค่อยากให้มันรับไปก็เท่านั้น เพราะกว่าผมจะพูดมันออกมาได้ต้องใช้พลังกายพลังใจมาก
เหลือเกิน

ไอ้เมลพยักหน้า ผมเลยยิ้มให้มันแต่มันกวนตีนตีหน้าขรึมใส่

“ทีนี้ก็เคลียร์กันจบแล้ว มึงปล่อยกูได้ยัง”

“ยัง”

“มึงจะเอาอะไรอีก จะให้กูกราบขอโทษเลยมั้ยไอ้ห่า”

“ได้ก็ดี”

“กูประชดไอ้ควาย”

“หึ แล้วเรื่องที่มึงเข้าใจกูผิดล่ะ” ไอ้เมลแม่งกัดไม่ปล่อยจริงๆ แต่กูไม่ได้เข้าใจผิดนะเว้ย มึงให้ท่าให้ความหวังไอ้ฟิวขนาดนั้น แต่ก็เถอะ ผมไม่ได้เป็นอะไรกับมัน จะไปพูดมากให้ได้อะไรขึ้นมา

“ไม่เกี่ยวกับกู”

“เกี่ยวสิ ไม่งั้นมึงไม่หงุดหงิดหรอกเท็น มึงจะประชดกูทำไม จะโกรธกูทำไมถ้าไม่เกี่ยวกับมึง”

“เฮ้ยๆๆๆ ออกไปห่างๆ นะมึง ไม่ต้องมากระซิบข้างหู พูดปกติกูก็ได้ยิน”

ไอ้เหี้ยเมลเมื่อกี้ยังโกรธผมเป็นฟืนเป็นไฟแล้วไฉนมันมาทำอีโรติกใส่ผมได้วะ บรรยากาศเป็นใจแถมเสื้อผ้าผมก็ถอดง่าย
อย่างกะสมยอม และคงเพราะฝนตกที่ทำให้บ่ายวันนี้อากาศเย็นจนผมต้องจำใจเบียดตัวเข้าไปในอ้อมกอดของมัน

.
.
.

ผมตื่นขึ้นมาทั้งห้องก็มืดแบบโคตรมืด ไม่รู้ว่ากี่โมงกี่ยามแล้วตอนนี้ แต่รู้ว่าพระอาทิตย์ตกไปแล้วแน่ๆ เพราะก่อนผมจะหลับก็เห็น
มันเคลื่อนเกือบลับขอบฟ้า ฝนหยุดตกไปราวๆ สี่โมงเย็น ผมกับไอ้เมลเลยมีโอกาสได้เห็นแสงอาทิตย์สุดท้ายของวันแล้วเผลอ
หลับไปทั้งคู่

“กี่โมงแล้ววะ” ไอ้เมลถาม มันคงตื่นเพราะแรงพลิกตัวของผม ไอ้นี่ตื่นง่ายจนบางทีผมก็คิดว่ามันอาจจะแกล้งหลับ

“ไม่รู้ มึงตื่นแล้วก็อาบน้ำ กลับคอนโดมึงไปได้ละ”

“ตื่นมาก็ไล่เลยนะมึง”

“โวะ ไม่ได้ไล่ จะค้างก็เรื่องของมึงสิ”

“พูดจาไร้เยื่อใย กูได้มึงแล้วนะ จะไม่รับผิดชอบเหรอ โอ้ยยย เท็น กูเจ็บบบบ”

เจ็บไม่ได้ครึ่งกูหรอกไอ้ควาย กระดิกนิ้วตีนยังลำบากเลยตอนนี้ ยังมีหน้าจะให้กูรับผิดชอบ ไม่ถีบตกเตียงก็บุญหัวมึงเท่าไหร่แล้ว

“กูไม่รับผิดชอบอะไรทั้งนั้นล่ะ แล้วมึงก็ไม่ต้องคิดจะมารับผิดชอบอะไรกูด้วย กูไม่ต้องการ”

ผมปล่อยมือจากแก้มไอ้เมล แล้วสบตากับมันอย่างจริงจัง

“มึงหมายความว่าไงเท็น”

“เป็นเพื่อนกันดีแล้วน่า”

ไอ้เมลผุดลุกขึ้นนั่ง เงียบไปทันที ผมมองเห็นแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยรอยนิ้วมือของมัน

“เพื่อน...เหรอวะ”

ผมพยักหน้าแต่มันคงไม่เห็นเพราะยังนั่งหันหลังให้ ...ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้สึกอะไร กับไอ้เมลผมรู้สึกดี รู้สึกว่ามองมันพิเศษกว่าคนอื่น แต่ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันจะพัฒนาขึ้นเป็นความรักได้ไหม

ผมไม่มั่นใจเลยว่าแค่ที่รู้สึกอยู่ตอนนี้มันจะพอให้ไอ้เมลมาเสียเวลากับผมรึเปล่า ไอ้เมลมันจริงจังมากกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก แล้วคนที่จริงจังกับเรื่องของผมถึงขนาดนี้ ผมจะทำเล่นๆ กับเขาได้ยังไง เป็นเพื่อนกันไปก่อนน่ะดีแล้ว จะพัฒนาหรือไม่ก็ให้เป็นเรื่องของอนาคต

....เพราะถ้าต้องคบกันจริงจัง ผมก็ไม่อยากจะเลิกกับมันเหมือนครั้งนั้นอีกแล้ว

“เมล ถ้าออกไปก็ล็อคประตูให้กูด้วยนะ”

“อืม”

.
.
.

“สวัสดีค่ะพี่เท็น หนูชื่อวาสิตา มั่งมี ชื่อเล่นชื่อตะนอย อยู่ชั้นปี 1 ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หนูเป็นน้องรหัสของพี่ค่ะ ขอโทษที่เพิ่งมาแนะนำตัวนะคะ คือหนูรู้จักพี่นานแล้วค่ะ ป้ากับปู่เป็นคนบอก แหะๆ”

ผมมองสำรวจน้องรหัสตัวเอง ชื่อตะนอยนี่จะโกหกขนาดตัวไปไหนวะ เออ แต่เอาเถอะ มันน่ารักดี ดูซื่อๆ ไร้พิษภัย

“กว่าจะเจอกู มึงต้องใช้เวลาถึงเดือนครึ่ง” ไอ้กัสเจอน้องรหัสมันตั้งแต่สามวันแรกที่เปิดเทอม ก็น้องแนงที่มันเลื่อนสถานะให้เป็นเมียอยู่ช่วงหนึ่งนั่นแหละครับ ส่วนไอ้ฟิวนั่นผมไม่รู้ แต่กูว่าแค่สองสัปดาห์แรกคนอื่นเขาก็รู้จักสายตัวเองก่อนจะถึงวันเฉลย
สายรหัสทั้งนั้น

“พี่เท็นอ่ะ ก็พี่ตามหาตัวยากจะตาย แว๊บไปนั่นมานี่ ถามเพื่อนพี่ดูก็ได้ หนูมาหาแล้วแต่พี่ไม่อยู่”

“ช่างเถอะๆ แล้วนี่ปู่รหัสมึงนัดเลี้ยงเมื่อไหร่”

“ก็รอพี่เท็นกลับมาอ่ะ” ยังดีที่รอผม แต่ไอ้พี่กันกับเจ๊พิมแกไม่ค่อยเรื่องมากอยู่แล้ว จะเลี้ยงเมื่อไหร่ก็ได้

“เออๆ ไว้กูนัดเวลาอีกทีละกัน”

ไอ้ตะนอยยิ้มร่า ยื่นถุงขนมถุงใหญ่มาให้ผม มันบอกว่าแบ่งให้กิน ก่อนจะขอตัวขึ้นไปเรียนฟิสิกส์ เออนะ กูก็ลืมไปเลยเรื่อง
สายรหัสอะไรเนี่ย ถ้าไอ้ฟิวกับไอ้กัสไม่บังคับให้ผมมานั่งรอพวกมันที่โรงอาหารคณะ ไอ้ตะนอยคงไม่มีบุญได้เห็นหน้าหล่อๆ ของผมหรอก

ระหว่างรอไอ้เหี้ยสองตัวไปจดแนวข้อสอบแคลสาม ผมก็นั่งกินขนมที่ไอ้ตะนอยอุตส่าห์แบ่งให้ไปพลางๆ

“ไอ้เมล เหม่อเหี้ยไรวะ กูถามว่าคืนนี้ร้านเดิมป่าว”

เสียงใครไม่รู้ดังอยู่ข้างหลังผม แต่เพราะเป็นชื่อไอ้เมลผมถึงหันไปมอง เห็นมันกำลังยืนต่อคิวซื้อก๋วยเตี๋ยวอยู่ มีผู้ชายอีกสามสี่
คนล้อมหน้าล้อมหลัง หนึ่งในนั้นผมจำได้ว่าคือไอ้คนที่ผลักอกผม ไอ้เมลหันมาสบตากับผมพอดี ไม่ได้เจอกันสามวันมันก็ยังหล่อเหมือนเดิม หรือหล่อขึ้นรึเปล่าอันนี้ผมก็ไม่แน่ใจ

“ถามไอ้แต้มสิ คืนนี้มันเป็นคนออกค่าเหล้า เดี๋ยวกูมา ฝากซื้อด้วย กูเอาเล็กน้ำใส”

ไอ้เมลบอกเพื่อนมันก่อนจะเดินมาหาผม มันนั่งลงข้างๆ แล้วก้มลงมากัดช็อคโกแล็ตแท่งที่ผมถืออยู่

“ทำไมนั่งคนเดียว เพื่อนไปไหน”

“ไปเรียน ไม่เจอพวกมันเหรอ เห็นว่าวันนี้อาจารย์บอกแนวข้อสอบ”

“ไม่อ่ะ วันนี้กูนั่งข้างหลัง แล้วมึงกินไรยัง”

“ยัง รอพวกมัน”

เอ่อ แปลกอ่ะ คือผมก็ไม่รู้จะชวนมันคุยอะไร ไอ้เมลก็เหมือนพอใจแค่ได้นั่งมองหน้าผม พวกเราเลยสามัคคีกันเงียบ

“อ้าว เมล วันนี้ไม่เข้าเรียนเหรอ ทำไมฟิวไม่เห็นเลย” เสียงไอ้ฟิวทักขึ้น ผมหันไปมองก็เห็นมันเดินหอบหนังสือมากับไอ้กัส

“พวกเมลนั่งข้างหลังอ่ะวันนี้ เข้าสาย”

“วันนี้ฟิวก็เกือบสาย ไอ้เท็นเพิ่งกลับมาเมื่อเช้า เลยพาคนอื่นสายกันหมด แล้วมึงกินไร” ตอนคุยกับไอ้เมลนี่เสียงอ่อนเสียงหวาน ทำหน้าอย่างกะนางเอกหนัง แต่พอหันมาทางผมนี่หน้าอย่างกะนางยักษ์

“เอาเหมือนมึง”

“เออๆ กัส มึงไปซื้อน้ำละกัน แล้วเมลกินข้าวยัง”

“ยังเลย แต่ฝากเพื่อนซื้อไว้แล้วล่ะ”

“อ๋อ งั้นเดี๋ยวเจอกันนะ ไปซื้อข้าวก่อน”

ไอ้กัสกับไอ้ฟิวแยกย้ายกันไปซื้อข้าวซื้อน้ำ แต่ไอ้เมลยังไม่ไปไหน ไม่รู้มันจะจ้องหน้าผมหาหวยรึยังไง -_-

“มึงไปไหนมา” ทำเสียงเข้มใหญ่เลยนะ

“เชียงใหม่”

ไอ้เมลหน้าเครียดทันที ผมเลยยื่นช็อคโกแล็ตให้มัน เผื่อมันจะเลิกคิดแดกหัวผม

“ใครใช้ให้มึงปิดมือถือล่ะ กูโทรหาแล้วนะ” สีหน้าไอ้เมลดีขึ้นมาหน่อยแต่ก็ยังไม่ยิ้ม มันยกมือลูบหัวผม ผมเลยเอนตัวไปทางมันให้ไหล่เบียดแขนมันเล็กน้อย คือต้องบอกว่าถึงความสูงเราไม่ได้ห่างกันมาก แต่ก็ทำให้ไหล่เกยกันไม่ได้หรอกนะ

“ไม่ได้ปิด เบอร์เดิมมึงโทรไม่ติดหรอก กูหักซิมทิ้งไปแล้ว”

“อ้าว ทำไมวะ”

“โมโหคน”

“โมโหแล้วไปลงกับของ”

“ว่าคนอื่นได้เหรอมึงน่ะ แล้วห้ามไปไหนนะวันนี้ ตอนเย็นกูไปรับ”

“ตามใจมึง”

ไอ้เมลยิ้ม ผลักหัวผมเบาๆ แล้วเดินไปหาเพื่อนมันที่กวักมือเรียกจากอีกโต๊ะ เห็นไอ้ตี๋หน้าขาวที่ผมจำชื่อมันไม่ได้โบกไม้โบกมือ
มาให้ ผมเลยยิ้มให้มันไปตามมารยาท

“คบกันแล้ว?” ไอ้กัสกลับมาที่โต๊ะ เลื่อนแก้วใส่น้ำแข็งมาตรงหน้าผมในขณะที่มือมันก็แกะพลาสติกออกจากฝาขวดน้ำเปล่า

“เปล่า ก็เพื่อนกันเหมือนเดิม”

“เชื่อยาก กูเห็นนะ ไอ้เมลออกมาจากห้องมึงตอนตีสอง เพื่อนแบบไหนเหรอ”

“แปลกตรงไหนวะ มึงก็เคยออกจากห้องกูตอนตีห้า”

“ก็คงงั้น เอาเถอะ ยังไงก็อย่าทำเหมือนกูละกันนะเพื่อนรัก”

ผมมองหน้าเจ้าเล่ห์ของไอ้กัสอย่างงงๆ

“ทำอะไร”

“ไม่รักแต่กั๊กไว้ไงล่ะ หึหึ”

“ส้นตีน” คนอย่างกูไม่คิดอะไรก็ไม่กั๊กไว้หรอกเว้ย -*-

.
.
.

“ไอ้เหี้ยยยยยยยยยย ล็อคกูขนาดนี้มึงฆ่ากูเลย” ไอ้แม็คโวยขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ผมเตะตูดมันอย่างสะใจ ทีนี้ไอ้ถึกนี่ก็ออกไป
คนหนึ่งแล้ว หึหึ ทีมกูชนะใส

“มึงแพ้ตั้งแต่คิดแข่งแล้วเพื่อนเอ๋ย นี่ใครครับมึง ท่านเทพพะชอนมือกาวระดับเทพเจ้า มึงอย่าคิดจะมีปากมีเสียงในเขตพวกกูได้นาน หึหึ” ไอ้เต๋อเพื่อนร่วมทีมของผมได้ทีเกทับใหญ่

“พวกมึงโกงอ่ะ กติกาเขาห้ามปิดปาก ห้ามจั๊กจี้ แต่กูโดนหมดเลยอ่ะ ไม่ยุติธรรม ไอ้เหี้ยกรรมการมาเคลียร์ดิวะ” ไอ้แม็คยังไม่ยอม มันเรียกไอ้ฟิวที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะให้มาเคลียร์ ไอ้เหี้ยนี่ก็รับเป็นกลางแต่ก็ไม่ได้สนใจการแข่งขันเลย

เออ ใช่ครับ ยังไม่ได้บอกใช่ไหมว่าพวกผมกำลังเล่นตี่กันอยู่ เพื่อนร่วมทีมผมก็มี ไอ้เต๋อกับไอ้กัส ส่วนอีกทีมก็มีไอ้แม็ค ไอ้คิม ไอ้เต้ เล่นกันแค่นี้ล่ะครับ แต่ก็สนุกดี ทีมแพ้ก็ไม่ต้องทำไรมาก แค่ออกค่าเหล้าคืนนี้ก็เท่านั้น โฮะๆ

ไอ้ฟิวมองพวกผมอย่างเอือมระอาแล้วมันก็เข้ามาไกล่เกลี่ยสถานการณ์ ให้ทุกอย่างเป็นโมฆะแล้วไอ้ห่าแม็คก็สามารถลงเล่นต่อได้ เห็นพวกมันสามคนซุบซิบแผนการกันใหญ่ พวกผมเลยเอาบ้าง โธ่ ไอ้พวกมือไม่ถึง คิดจะต่อกรกับกูยังเร็วไปร้อยปีน้องเอ๋ย

พอเล่นตี่จนเบื่อ เราก็เปลี่ยนมาเล่นเตยกันบ้าง แต่เกมนี้พวกผมเสียเปรียบเพราะไอ้ทีมคู่แข่งมีแต่ตัวควายๆ ทั้งนั้น กางแขนแต่
ละทีผมยังคิดว่ามดสักตัวพวกมันก็ไม่ให้ผ่านอ่ะ ถ้าใครไม่รู้จักตี่กับเตยก็ไปหาเอาในกูเกิลนะครับ ฮ่าๆๆ

“เฮ้ย กูไปก่อนนะเว้ย คืนนี้เจอกันร้านพี่เจ๋ง” ผมบอกลาพวกมันเพราะไอ้เมลไลน์มาบอกว่าให้ไปหาที่ลานจอดรถ ไอ้นี่ก็ตอน
บ่ายแม่งบอกจะมารับ ตอนนี้ดันให้ผมไปหาเองซะงั้น

“อย่าเถลไถลนะไอ้เท็น ห้ามกลับดึกด้วย!” ไอ้ฟิวตะโกนตามหลังมา ผมเลยโบกมือกลับไปให้มัน

ผมมาถึงลานจอดรถก็เห็นไอ้เมลยืนพิงกระโปรงรถกดโทรศัพท์เล่นอยู่แล้ว

“ทำไรมา หน้าแดงเลยมึง”

“เล่นกับพวกไอ้เต๋อ แล้วบอกจะไปรับ ให้กูเดินมาหาเนี่ยนะ ไกลก็ไกล”

“บ่นๆ”

“ก็กูเหนื่อย”

“ถ้ากูไปรับแล้วมึงจะตอบเพื่อนมึงว่าไง”

“ก็บอกว่าไปกับมึง เพื่อนกันคิดไรมากวะ”

ไอ้เมลผลักหัวผมก่อนจะเดินไปขึ้นรถฝั่งคนขับ เออนะ ดีจริง ไม่มีจะเชิญกูขึ้นรถสักคำ ผมเลยต้องเชิญตัวเองมานั่งเป็นตุ๊กตา
หน้ารถให้มัน

หลังจากนั้นก็ไปกินข้าว ดูหนังกัน ผมไม่ได้ขัดอะไรหรอก มันอยากพาไปไหนก็ไม่มีปัญหาเพราะมันเป็นคนขับ เกือบสองทุ่ม
มันก็พาผมมานั่งกินนมแถวหลังมอ ร้านนี้คนเยอะครับ อร่อยแล้วก็ถูก สายรหัสส่วนใหญ่ถ้าไม่พาไปกินหมูกะทะก็จะมาที่นี่นั่น
แหละ เมื่อตอนผมอยู่ปีหนึ่งเจ๊พิมพี่รหัสผมก็พามาเลี้ยงนมเลี้ยงเค้กที่นี่เหมือนกัน

เดินมากับไอ้เมลผมก็พลอยโดนมองไปด้วย มันดังพอตัวเลยนะ มีคนเข้ามาทักมันไม่ขาด ทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง เพื่อนร่วมรุ่น บางคนผม
คุ้นหน้าจากเวทีประกวดดาวเดือนมหาลัย บางคนก็ไม่รู้จักเลย ไอ้เมลมันก็ยิ้มบ้าง ทำหน้างงบ้างเพราะผมก็คิดว่ามันคงจำไม่ได้ว่า
คนที่มาทักมันชื่ออะไร

“คืนนี้มึงอยู่ร้านพี่เจ๋งใช่ป่ะ” ไอ้เมลถามพร้อมกับตักเค้กคำเล็กมาจ่อที่ปากผม ผมอ้าปากรับก่อนจะพยักหน้า

“พวกกูจะไปฟองเบียร์”

“เปิดใหม่เหรอวะ กูไม่เคยได้ยินชื่อร้าน”

“อืม โปรเบียร์ถูกดี”

“ก็คงถูกเฉพาะช่วงเปิดใหม่”

“อือ ถึงวันนี้แหละ พรุ่งนี้ก็ราคาตามปกติ ไปด้วยกันมั้ย”

“ไม่ว่ะ กูนัดพวกไอ้เต๋อให้ไปเจอที่ร้านพี่เจ๋งแล้ว คืนนี้ว่าจะจัดเบาๆ เพราะตั้งแต่กลับมากูยังไม่ได้นอนเลย มาถึงก็โดนบังคับให้อาบน้ำมามอ”

“งั้นห้าทุ่มกูไปรับดีมั้ย”

โธ่ ไอ้เมล แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ว่ามันคิดอะไร ผมโขกหัวกับไหล่มันอย่างหมั่นไส้ มันหัวเราะชอบใจก่อนจะตักเค้กมาป้อนให้ถึงปาก

“หกโมงเช้าไปส่งกูได้มั้ยล่ะ ไอ้ฟิวบอกห้ามกลับดึก”

“ถ้ามึงตื่นไหว กูก็ไม่มีปัญหา”

ไอ้เหี้ยนี่ยิ้มได้กวนตีนมาก เปลี่ยนใจไม่ให้มันไปรับจะทันมั้ยวะ -*-

............................. To be continue.......................

เรื่องนี้ไม่ดราม่าค่ะ เนื้อเรื่องขึ้นๆ ลงๆ ตามความรู้สึกนึกคิดของเท็น ติดตามต่อไปเรื่อยๆ จะเข้าใจเขามากขึ้น แหะๆ ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นเลยนะคะ วันนี้มาดึกหน่อย ติดภารกิจทั้งวัน  :กอด1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-08-2013 22:28:07 โดย Snufflehp »

ออฟไลน์ nunnuns

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1999
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-3
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 6 :: 18-08-2013
«ตอบ #18 เมื่อ18-08-2013 22:40:33 »

โล่งใจที่ไม่มีมาม่า แต่ตอนนี้ขุ่นๆเทาๆเนอะ แต่ก็ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยเพราะหนูเท็นขอโทษคนอื่นเป็น ทำตัวน่ารักขึ้น อย่างนี้เมลจะไม่หลงได้ไงหล่ะ อิอิ

ส่วนเมลนี่ตรงกับความรู้สึกดี ไม่มีการคบซ้อนหรือคบเพื่อประชดเท็น เอาใจไปเลย

เป็นกำลังใจให้จ้าาา +1เป็ด

ออฟไลน์ polartotty

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 6 :: 18-08-2013
«ตอบ #19 เมื่อ18-08-2013 22:44:11 »

มาต่อเร็วมาก ดีจังเลยค่ะ อิอิ  เมื่อวานดราม่ากระจาย วันนี้กลับมาหวานแหละ หุหุ เหมือนเท็นก็พยายามปรับตัวอยู่นะ แอบน่ารักนะเนี่ย รู้สึกจะหวานกว่าตอนคบกันด้วยซ้ำ 5555 มาต่อเร็วๆนะคะ  :impress2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 6 :: 18-08-2013
« ตอบ #19 เมื่อ: 18-08-2013 22:44:11 »





ออฟไลน์ Aoya

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 919
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-3
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 6 :: 18-08-2013
«ตอบ #20 เมื่อ18-08-2013 22:50:06 »

เพื่อน(เอา)กันมันส์ดี  :laugh:

เท็นเอ๊ย จะบอกว่าเป็นเพื่อนได้อีกสักกี่น้ำ อุ๊ย >///<
เดี๋ยวพอมีคนมาเกาะแกะเมล อารมณ์ก็พุ่งปรี๊ดอีก
ขนาดตอนนั้นยังไม่ถึงไหนกันยังทำเอาเมลหัวแตกเลย


Tassanee

  • บุคคลทั่วไป
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 5 :: 17-08-2013
«ตอบ #21 เมื่อ18-08-2013 23:13:53 »

ฮ่าๆๆ   มาหวานกันซะงั้น

อิอิ  ชอบ

ออฟไลน์ full69

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 684
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-2
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 6 :: 18-08-2013
«ตอบ #22 เมื่อ18-08-2013 23:17:58 »

อ๊ากมีมุมน่ารักวุ๊ย 


รอจร้า

ออฟไลน์ rubymoona

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-5
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 6 :: 18-08-2013
«ตอบ #23 เมื่อ18-08-2013 23:27:03 »

เข้าใจยาก แต่พูดตรงๆเลยว่ามีเสน่ห์มากคะเท็น เมลปล่อยวางแล้วจะพบความสุขในชีวิตเชื่อคนอ่าน!

ออฟไลน์ korinasai

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 316
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 6 :: 18-08-2013
«ตอบ #24 เมื่อ19-08-2013 00:10:03 »

เราชอบเท็นนะ ลอยไปลอยมา ดูเป็นตัวของตัวเองดี
เหมือนคาดหวังให้มีใครสักคน(ในที่นี้คือ เมล)ทนรับนิสัยลอยไปลอยมาของตัวเองได้และรอคอยเท็นกลับมา
แต่เท็นไม่กล้าทุ่มหมดใจ เพราะตอนนี้เท็นแค่คาดหวัง
และคงผิดหวัง ที่เมลเมินตัวเอง และเหมือนสนใจคนอื่นมากกว่า เลยพาลไปตีหัว
คิดว่า เมลคงต้องใจเย็นๆ และทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่ ถ้าหวังจะคบกับเท็น

ออฟไลน์ gcc

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 6 :: 18-08-2013
«ตอบ #25 เมื่อ19-08-2013 00:28:30 »

 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

rungravee

  • บุคคลทั่วไป
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 6 :: 18-08-2013
«ตอบ #26 เมื่อ19-08-2013 11:34:18 »

อิเท็นนนนนนนนนนนนนนนนน !!!  แก่หึงได้โหดมาก ล่อฟาดด้วยขวดแก้ว >__<
เสียตัวให้เมลแล้สยังจะมาบอกมาเป็นเพื่อน หึหึหึ ย้ำว่าเพื่อนมากๆ เด่วเจอเมลจัดดอกใหญ่ๆให้จะระทวยนะอิเท็น
 :hao7:

(  ' ' )  อยากอ่าน ฉากอีโรติก ><   :ling1:

ออฟไลน์ Snufflehp

  • It feels like nobody ever knew me until you knew me
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 574
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +978/-17
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 7 :: 19-08-2013
«ตอบ #27 เมื่อ19-08-2013 19:16:54 »

ตอนที่ 7

ไอ้เจมมันหล่อไม่แพ้ผมเลยนะ พูดจริงๆ ไม่เสียแรงที่ไปไกลถึงเชียงใหม่ ขนก็งามนามก็เพราะ บอกเลยว่าลูกผมนี่อนาคตไกล ทั้งเตะทั้งจิกไม่เป็นไก่รองบ่อนแน่นอน

อ่ะ สงสัยล่ะสิ คืออย่างนี้ ไม่กี่วันก่อนผมบังเอิญได้ดูทีวีรายการหนึ่งแล้วเกิดไอเดียขึ้นมาว่านี่แหละคือสิ่งที่อยากทำ หลังจากไปเรียนทำเค้กแล้วรู้สึกไม่ค่อยเวิร์คสำหรับตัวเองเท่าไหร่ ว่าจะหันมาเอาดีทางเลี้ยงไก่ชน ก็ดีครับ ผมอาจจะเป็นมือใหม่ แต่ก็จะตั้งใจศึกษาเต็มที่เลยล่ะ

“เสียงขันเอ็งไพเราะจริงๆ ลูกพ่อ เดี๋ยวอาบน้ำแล้วค่อยกินข้าวนะเอ็ง พ่อจะจัดมื้อใหญ่ให้ อยู่นิ่งๆ ลูกอยู่นิ่งๆ”

วันนี้ผมว่างเลยพาไอ้เจมมาตากแดดแปรงขน ลุงชิดคนสวนของบ้านผมเพิ่งพามันมาให้เมื่อบ่ายนี้ ไอ้เจมนี่ประวัติมันไม่ใช่ไก่กานะครับ กว่าจะได้มันมาผมหมดเงินไปเป็นแสนแล้ว ตอนนี้ผมฝากให้ลุงชิดแกเป็นคนรับผิดชอบเลี้ยงดูมันอยู่ ให้เอามาเลี้ยงที่นี่ไอ้ฟิวได้บ่นไปเจ็ดวันเจ็ดคืนแน่

“ไอ้เท็น นั่นมึงเอาไก่ที่ไหนมาวะ”

คิดถึงผีผีก็มา ไอ้ฟิวที่เพิ่งลงจากรถ หอบชีทหอบหนังสือเต็มอ้อมแขนทักผม วันนี้พวกมันมีเรียนครับ ทั้งมันทั้งไอ้กัสเลยไม่มีใครอยู่บ้านสักคน แต่ทำไมผมที่เรียนสาขาวิชาเดียวกับมันถึงว่างน่ะเหรอ หึ ไม่น่าถาม

“ชื่อเจม หล่อมั้ยล่ะ กูไปเอามาจากเชียงใหม่”

“ไอ้เหี้ย ไร้สาระใหญ่แล้ว ที่มึงหายหัวไปเชียงใหม่สามวันนี่เพื่อไก่ตัวเดียว แล้วบอกไว้ก่อนเลยไอ้เท็น กูไม่อนุญาตให้เลี้ยงไก่ไว้ในบ้านนะเว้ย”

“เออน่ะ กูให้ลุงชิดเลี้ยงให้ ไม่มีปัญหา”

“มึง กูว่ามึงกลับไปคิดเปิดร้านเค้กเหมือนเดิมเถอะว่ะ”

“ทำไมวะ ไอ้กัสบอกกูว่าไม่รุ่ง นี่ไง กูหาไอเดียใหม่ได้แล้ว กูจะเป็นเจ้าพ่อไก่ชน มึงดูลูกกูนี่ สง่ามั้ยล่ะ ขันแต่ละทีนี่กูรับรองว่าคู่ต่อสู้มีตีปีกพั่บๆ ด้วยความกลัวอ่ะ วันนี้กูก็ว่างด้วย เลยว่าจะพามันไปลองสนามซักหน่อย”

“ว่างพ่องงงง โดดเรียนมานั่งอาบน้ำให้ไก่นี่นะไอ้ควาย แม่มึงคงดีใจจนน้ำตาไหลอยู่แอลเอโน่น กูบอกมึงแล้วนะว่าช่วงนี้อาจารย์จะบอกแนวข้อสอบ ให้เข้าเรียนๆ เคยฟังมั้ยวะ”

“ชัทอัพมายเฟรนด์ เก็ทเอ้าพลีส”

“ฟัค!”

ไอ้ห่าฟิวนี่นับวันยิ่งหยาบคายใส่ผม แต่ก็ช่างเถอะ คำพูดไร้สาระของมันผมไม่เก็บเอามาคิดให้รกสมอง

ผมอาบน้ำให้ไอ้เจมเสร็จ ไอ้กัสก็โผล่มา มันเข้ามาทักทายไอ้เจมพร้อมกับบอกผมว่าไอ้ฟิวโทรไปฟ้องมันเรื่องผมจะเลี้ยงไก่ มันเลยรีบกลับบ้านมาดู ก่อนจะพูดวกเข้าเรื่องไอ้เมลอย่างไม่ให้ผมได้ตั้งตัว

“เมื่อเช้ากูเห็นมันมาส่งมึง สรุปไม่ได้นอนบ้าน ไหนมึงบอกว่าเพลีย จะรีบกลับมานอน”

“ก็กลับจริงๆ กูก็ไม่ได้ไปต่อที่ไหน ออกจากร้านพี่เจ๋งมาก็ไปนอน”

“แต่ไม่ได้นอนบ้าน?”

“เออ กูไปนอนกับไอ้เมล”

“ไหนบอกไม่ได้คบกัน”

“ก็ไม่ได้คบกันจริงๆ กูพูดไรผิด”

“เออไอ้เหี้ย ไม่ผิด แต่กูไม่เข้าใจ ไม่ได้คบกันแล้วมึงไปนอนกับมันทำไม”

“ความพอใจส่วนตัว”

“ดอก กูไม่รู้จะพูดไงเลยเนี่ย”

ผมยักไหล่ไม่สนใจไอ้กัส ได้เวลาพาไอ้เจมไปเปิดตัวละ ผมนัดกับลุงชิดไว้แล้วว่าบ่ายสามจะไปรับแล้วไปบ่อนด้วยกัน ได้ยิน เสียงไอ้กัสด่าไล่หลังมาแต่ผมไม่ได้หันกลับไป

.
.
.

“ไอ้พะชอน หายหัวไปเลยนะมึง ติดสาวไงวะ” ไอ้เต๋อมองสำรวจผมด้วยความสงสัย ผมล่ะเบื่อจะบอกมันว่าชื่อจริงผมชื่อ พชร ที่อ่านว่า พะชะระ ไม่ใช่พะชอนอะไรนั่น ชื่อกูเท่ขนาดนี้เรียกซะเสียไอ้ห่า

“ติดสาวเหมือนไอ้เหี้ยคิมก็ดีสิวะ แต่ไอ้ห่านี่ติดไก่ ช่วงนี้แม่งกินนอนอยู่ที่บ่อนไก่โน่น ถ้าไอ้ฟิวไม่ตามไปจิกหัวมันมา มึง มึง มึง และมึง ไม่มีบุญได้เห็นหน้ามันหรอก” ไอ้กัสแถลงการณ์แทนผม ไอ้เต๋อ ไอ้แม็ค ไอ้คิมและไอ้เต้ทำหน้าเก็ทขึ้นมาทันที

“ถึงว่า ช่วงนี้ไอจีมึงมีแต่รูปไก่ กูถามจริงๆ เถอะไอ้เท็นมึงไม่คิดทำอะไรสักพักจะตายไงวะ เลคเชอร์ก็ไม่เข้าเรียน แล็ปก็ขาดแล้ว ขาดอีก แต่สอบมาแม่งได้คะแนนดีกว่ากู แล้วเรื่องที่ต่อศักดิ์จะให้ มส มึงอ่ะ เคลียร์ยังวะ”

ดร.ต่อศักดิ์เป็นคนเดียวที่เช็คชื่อเข้าเรียนเลคเชอร์ แกสอนวิชาของสาขาที่เทอมนี้ผมมีเรียนอยู่สองตัว แล้วผมก็นะ อย่างที่รู้ ขาดสะบั้นหั่นแหลก แกเลยฝากไอ้ฟิวมาบอกว่าจะไม่ให้เข้าสอบมิดเทอมวิชาแก

“แม่กูเขียนจดหมายบอกอาจารย์แล้วว่ากูไปทำธุระกับครอบครัวที่ต่างประเทศ จารย์แกเลยยอมความ แต่ความจริงกูว่าท่านต่อเขาไม่เชื่อหรอกว่ะ เพราะวันก่อนกูยังยกมือไหว้แกที่โรงอาหารอยู่เลย เหอะๆ”

“ดีนะที่อาจารย์เขาไม่ถอนหงอกแม่มึง” ไอ้แม็คพูด

“ไม่มีปัญหา ท่านต่อเป็นเพื่อนป๋ากู คุยง่ายอยู่แล้ว แม่กูแค่เขียนจดหมายเผื่อมีคนประท้วงเรื่องความไม่ยุติธรรม จะได้มีหลักฐาน แย้งว่ากูมีใบลา”

“เออ ก็สรุปว่ามึงรอดตัว”

ผมพยักหน้า ก่อนจะมองไปรอบๆ ร้าน วันนี้ร้านพี่เจ๋งคนไม่เยอะเท่าไหร่ ดูสบายตาดี ส่วนไอ้ห่าฟิวที่ไปตามด่าผมถึงบ่อนมันก็เป็นเด็กดีอ่านหนังสืออยู่กับบ้าน ก่อนผมออกมามันยังบ่นผมไม่เลิกเลย

หืมมม กับไอ้เมลน่ะเหรอ ก็หลังจากที่ไปค้างกับมันเมื่อสัปดาห์ก่อนก็ไม่ค่อยได้เจอกัน เพราะผมหมกมุ่นกับการพาไอ้เจมมุ่ง สู่ชัยชนะ เลยได้แค่คุยโทรศัพท์ มันก็บ่นบ้าง โกรธบ้าง แต่ก็ยังโทรมาทุกวัน แล้ววิธีสื่อสารของเราก็ไม่ซ้ำในแต่ละวันเลย แทงโก้บ้าง ไลน์บ้าง สไก๊ผ่านมือถือบ้าง เฟซทามบ้างตามแต่อารมณ์ผม ก็ไม่ได้คุยกันบ่อยหรอกครับ แค่สองชั่วโมงครั้งเอง เหอะๆ

ไอ้เมลมันบ้า ผมยังคิดเลยว่ามันจิกเก่งกว่าไอ้เจมซะอีก คืนนี้มันก็บอกจะมาหาที่ร้าน แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาหัว

“มองหาไอ้เมลเหรอวะ ก่อนมานี่กูเจอมันนั่งแดกข้าวกับพี่บีมเภสัช กว่าจะแดกเสร็จคงอีกนานมั้ง เพราะแม่งคงพาไปแดกตับด้วย หึหึ” ไอ้กัสพูดขึ้นมา ผมเลยหันไปยักคิ้วให้มันประมาณว่า แล้วไง กูไม่ได้อยากรู้ แต่มันก็ยังหัวเราะ ผมเลยเลิกเสวนากับมัน

ก็ไม่รู้นะว่าเป็นอย่างที่ไอ้กัสมันบอกรึเปล่า แต่กว่าไอ้เมลจะโผล่หน้ามาหาผมก็เกือบเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว ผมยอมรับว่าผมหงุดหงิด แต่ก็พยายามระงับความหงุดหงิดนั้นไว้เพราะยังไงผมก็เป็นแค่เพื่อนมัน จะไปถามว่ามึงไปแดกข้าวกับสาวเภสัชมาจริงๆ เหรอวะ ก็ไม่ใช่เรื่อง

“เมาเหรอมึง นั่งเงียบเชียว” ไอ้เมลถาม

“เปล่า กูขี้เกียจพูดเฉยๆ มึงข้อง?”

“หึหึ”

“หัวเราะเหี้ยไร แล้วไอ้เหี้ยเต๋อ กูบอกว่าวันนี้จะแดกช้าง มึงเอาลีโอมาเพื่อ? ปัญญาอ่อนไอ้สัด”

“อ้าว ก็ตอนแรกมึงบอกวันนี้ให้เปลี่ยนยี่ห้อเบียร์ ไอ้คิม มึงก็ได้ยินใช่ป้ะ”

ผมส่งสายตาไปกดดันไอ้คิมจนมันเปลี่ยนจากพยักหน้าเป็นส่ายหน้าแทบจะทันที

“เออออ เดี๋ยวกูเดินไปเอาช้างมาให้ คราวนี้ถ้ามึงร้องจะแดกลีโอล่ะก็ กูจะเอาช้างฟาดหน้ามึง”

เห็นไอ้เต๋อกระฟัดกระเฟียดแล้วผมก็ค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อย

ไอ้เมลจากที่แม่งกวนตีนผมเป็นทุนเดิมอยู่แล้วมันก็ยิ่งกวนมากขึ้นไปอีก มองหน้ากูแล้วยิ้มนี่มันหมายความว่าไงวะ

“คืนนี้ค้างกับกูนะ พรุ่งนี้เช้ากูไปส่งบ้าน” ไอ้เมลก้มลงมากระซิบข้างหู ผมเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย เพราะเห็นไอ้กัสกับไอ้แม็ค สามัคคีกันมองมาอยู่

“ไม่เอา คืนนี้กูจะนอนบ้าน”

“ทำไมวะ ไม่คิดถึงกูไง”

ไอ้เหี้ยเมลเก่งนักล่ะเรื่องทำหน้าให้ดูน่าสงสาร เฟคเก่งระดับเทพเจ้า ให้จัดเลเวลมันคงอยู่ระดับพิเศษอ่ะ แต่ทั้งๆ ที่รู้ว่ามัน ตอแหลผมก็อดจะตามใจมันไม่ได้ ไม่รู้ทำไมถึงไม่ชอบให้มันทำหน้าแบบนี้เลย

.
.
.

“ไม่รู้ทำไมมึงยังเรียกไอ้เมลว่าเพื่อนได้เต็มปาก ได้กันไม่รู้กี่ท่าแล้วทำไมยังไม่คบกันอีกวะ” ไอ้กัสถามผมขึ้นในเย็นวันหนึ่ง
ผมกำลังนั่งกินฝอยทองอยู่ก็ต้องชะงักกับคำถาม เดี๋ยวนี้ไอ้กัสมันอยู่ติดบ้านมากขึ้นเพราะกำลังหาข้ออ้างเลิกกับแฟนคนล่าสุดอยู่ ส่วนไอ้ฟิวเวลานี้มักจะขลุกอยู่ในครัว

“มึงเห็นเหรอว่ากูกับมันได้กัน”

“หายหัวไปอยู่กับมันเกือบทุกคืน มึงคงไม่บอกกูหรอกนะว่าแค่ไปนอนจับมือกัน”

“ก็ไม่ได้จะพูดอย่างนั้น”

ผมแค่ว่างมากเท่านั้นเอง เพราะอีกสามวันจะเริ่มสอบวิชาแรกแล้ว ไอ้ฟิวเลยยื่นคำขาดไม่ให้ผมพาไอ้เจมลูกรักไปที่บ่อนจนกว่าจะสอบเสร็จ ช่วงนี้เลยมีเวลาให้ไอ้เมลมันหิ้วไปนั่นมานี่ ไปค้างกับมันบ้าง แต่ไม่ใช่เกือบทุกคืนอย่างไอ้กัสพูดหรอก มันก็ไม่ได้อยู่บ้านทุกคืนเหมือนกันนั่นแหละ จะไปรู้ได้ไงว่าคืนไหนผมไปอยู่กับไอ้เมลบ้าง

“แล้วคืนนี้มึงออกไปไหนมั้ย” ไอ้กัสถามขึ้นมาอีก

“คงไม่ กูตั้งกล้องดูดาวไว้ คืนนี้ในข่าวบอกว่าจะเห็นดาวเสาร์ได้ชัด”

“ที่ไหน ดาดฟ้า?”

“อือ”

“คอนโดไอ้เมลจะไม่เห็นชัดกว่าเหรอวะ หึหึ”

ผมไม่สนใจความเห็นของไอ้กัส เพราะต่อให้แบกกล้องไปเคาะประตูห้องไอ้เมล มันก็ไม่เปิดให้ผมหรอก ไอ้ห่านั่นโกรธผมอยู่ ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่หรอกนะว่าเรื่องอะไร แต่ที่คิดออกก็มีอยู่เรื่องเดียวคือมันไปเห็นผมจูบกับน้องหญิง สาวหมวยคน ล่าสุดที่ผมตกลงรับนัดไปกินข้าวด้วย ผมก็ไม่ได้คิดไรกับน้องเขาหรอกนะ เขาชวน ผมก็ไปแค่นั้นเอง ไอ้เมลนั่นแหละตีโพย ตีพายไปคนเดียวว่าผมมีอะไรๆ กับน้องหญิง ทั้งๆ ที่ความจริงได้แตะปากแค่เสี้ยววินาที -_-

“แดกข้าวครับไอ้พวกคุณชาย หรือจะให้กูยกไปประเคนถึงที่”

ไอ้ฟิวโผล่หัวออกจากครัวมาเรียกแถมแดกดันอีกพอหอมปากหอมคอ ผมกับไอ้กัสเลยรีบไปกินข้าวโดยไม่ต้องให้ไอ้ฟิวเรียกอีกเป็นรอบที่สอง เพราะถ้ามีรอบสองอาจโดนด่าถึงบุพการีได้

ทานข้าวเสร็จผมก็ขึ้นห้องมาอาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอนแล้วขึ้นไปที่ดาดฟ้าของบ้าน นอนมองท้องฟ้าสลับกับลุกขึ้นไปส่องกล้องเป็นระยะๆ ระหว่างนั้นก็ลองโทรหาไอ้เมลดูแต่มันก็ไม่ยอมรับสาย แถมสายสุดท้ายก่อนที่ผมจะเลิกพยายาม หน้าจอไอโฟนยังขึ้นว่ารอสายอีกต่างหาก

งั้นก็ช่างหัวมันเถอะครับ ผมไปนอนดีกว่า เสียอารมณ์

วันรุ่งขึ้นผมก็ตื่นแต่เช้ามาใส่บาตร ไอ้ฟิวมองผมอย่างกะเห็นผี มันเดินเข้ามาแตะหน้าผากผม สำรวจทั่วเนื้อทั่วตัวแล้วก็ยกมือ ไหว้ ผมตบหัวเรียกสติมันไปหนึ่งทีมันถึงได้ยอมเข้าครัวไปทำข้าวเช้าต่อ

เช้านี้ผมก็โทรหาไอ้เมลอีกรอบ แต่ไอ้จัญไรเมลมันก็ยังไม่รับสาย นี่ถ้าผมไม่เพิ่งทำบุญมานะ จะนั่งเผาพริกเผาเกลือด่ามันให้รู้สำนึกซะบ้าง กูไม่เคยกระหน่ำโทรหาใครแบบที่โทรหามึงเลยนะไอ้เหี้ยเมล แม่งสำคัญมาจากไหนวะ

ผมทานข้าวเช้ากับไอ้ฟิวเสร็จก็ออกมามหาลัยกับมัน ส่วนไอ้กัสไม่รู้ว่าหายหัวไปไหน ตอนกำลังดูดาวผมเห็นมันขับรถออกไป ตั้งแต่เมื่อคืน และเพราะวันนี้ผมเริ่มต้นวันด้วยการทำบุญ เป็นวันเรียนวันสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่ช่วงสอบมิดเทอมในวันจันทร์ด้วย ผมเลยทำความดีเพิ่มเพื่อสร้างความภาคภูมิใจแก่บุพการีคือเข้ามานั่งเรียน

เพื่อนในเสคหันมามองผมถึงสองครั้ง สะบัดหน้าเหมือนพวกตลกชอบทำ แถมพวกไอ้เต๋อก็โห่ต้อนรับเสียงดังอย่างกะหงส์ติดปีก แซงหน้าผีได้ถ้วยพรีเมียลีกซึ่งชาตินี้อาจไม่มีวันมาถึง หึหึ ไม่เว้นแม้กระทั่งอาจารย์ที่แซวออกไมค์ว่าดีใจมากที่ผมหาทาง กลับมาโลกมนุษย์ได้แล้ว

ที่จริงวันนี้อาจารย์ก็ไม่ได้สอนอะไรเลยครับ แค่บอกแนวข้อสอบก็เท่านั้น ผมเลยเล่นเอ็กโอกับไอ้เต้ในกระดาษ ใครแพ้โดนดีดหู พออาจารย์เลิกคลาสหูไอ้เต้ก็แดงอย่างกะเรืองแสงได้ หึหึ มือคนละชั้นแล้วน้องเอ๋ย

“ไอ้เท็น นั่นมึงจะไปไหนวะ เดี๋ยวจะไปแดกข้าวแล้วนะมึง” ไอ้เต๋อตะโกนไล่หลังมา ผมเลยหันกลับไปตอบคำถามมัน

“กูไปทำธุระแป๊บ พวกมึงไปก่อนเลย”

“เออ ทีหลังจะไปไหนก็บอกกันก่อนไอ้เหี้ย จู่ๆ ก็ลุกเดินออกไปพวกกูตกใจ งั้นเจอกันที่โรงอาหารนะเว้ย”

ผมพยักหน้าแล้วรีบเดินออกมาก่อนไอ้ฟิวจะทันได้ถามว่าผมจะไปไหน ผมเดินมาถึงตึกภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า เห็นคนนั่งอยู่ที่ ม้าหินอ่อนหน้าตึกเยอะเหมือนกัน แต่ไม่เห็นเจอไอ้คนที่ผมตั้งใจมาหาเลย ผมยืนมองซ้ายมองขวา กวาดตามองทั่วแล้วแต่ไม่มีใครเลยที่หน้าตาเหมือนไอ้เมล กดโทรหามันมันก็ไม่รับ

“ไอ้เมล” เสียงเรียกชื่อไอ้เมลดังมาจากทางเข้าตึก ผมหันไปมองก็เห็นเพื่อนมันสะกิดแขนแล้วพยักพะเยิดหน้ามาทางผม พวกมันมากันกลุ่มใหญ่แต่ละคนมีชีทอยู่ในมือ คงเพิ่งเรียนเสร็จ

ผมกำลังจะทักมัน แต่มันก็เบือนหน้าไปมองทางอื่นทำเหมือนไม่เห็น ถ้าไม่ติดว่าเพื่อนมันแต่ละคนมองผมเหมือนอยากจะเข้ามา แจกตีนล่ะก็ ผมคงต่อยหน้านิ่งๆ หยิ่งๆ นั่นไปสักหมัดสองหมัดแล้ว

“มึงมาหาเรื่องเพื่อนกูถึงนี่เลยเหรอวะ” ผมไม่รู้ว่าใคร แต่ไอ้เหี้ยนี่ถามผมพร้อมกับมองหน้าแบบโคตรหาเรื่อง

“กูมีธุระจะคุยกับไอ้เมล” ผมบอกแล้วจ้องหน้ามันกลับไป เหอะ คิดว่ากูกลัวมึงไงวะ

“มีอะไรพูดกับพวกกูก็ได้ ที่ตีหัวเพื่อนกูคราวก่อน กูยังไม่ลืมหรอกนะ”

“กูไม่ได้ตีหัวมึง มึงเสือกไรด้วย” เรื่องสมัยปีมะโว้แล้วมั้ง ขุดมาพูดอีก มึงตุ๊ดป่ะวะไอ้สัด

“ไอ้นี่!” มันกระชากคอเสื้อผม ส่วนผมเตรียมปล่อยหมัดแล้ว ถ้าเพื่อนมันไม่ดึงมันออกไปคงได้ปากแตกกันบ้างล่ะ

“ไอ้ลิน พอแล้วมึง ไอ้เท็นขอโทษแทนเพื่อนกูด้วยนะ แล้วไอ้เมล เขามาหามึง ก็ไปคุยสิวะ” ไอ้ตี๋หน้าขาวนี่พอจะพูดภาษาคน รู้เรื่องบ้างแถมมันยังรู้จักชื่อผมด้วย

แต่ไอ้เมลก็ยังคงยืนนิ่ง เอาเถอะ ขนาดเพื่อนมันกำลังจะต่อยกับผมมันยังไม่สนใจ ผมพูดอะไรไปมันคงไม่ฟัง

“ช่างเถอะ แล้วมึงชื่อไรวะ”

“กูชื่อเขตไง ที่เดือนก่อนมึงไปคอนโดกู”

ผมนึกอยู่นานก่อนจะจำได้ว่ามันคือไอ้คนที่เรียกผมให้ไปรับไอ้เมล

“อ๋อ ไอ้เขต โทษทีว่ะ กูจำคนไม่เก่ง ขอบใจมึงที่ช่วยไม่ให้กูโดนหมากัด”

“มึงว่าใครหมา!”

ผมยักไหล่ ไม่ใส่ใจหมาที่มันพยายามดิ้นให้หลุดจากไอ้เขต

“กูไปละ เสียอารมณ์ มึง ชื่อไอ้ลินใช่มั้ย ไม่พอใจนัดตัวๆ กับกูได้ แต่ต้องเป็นนอกมหาลัย กูไม่อยากเสียประวัติในนี้ แล้วไอ้เมล ถ้ามึงคิดว่าเป็นอย่างนี้ดีแล้ว กูกับมึงก็ไม่ต้องเห็นหน้ากันอีก”

ไม่ต้องคิดว่าผมจะทำสโลโมชั่นให้มันคว้าแขนผมไว้แล้วบอกว่าไปคุยกันหรือวิ่งหนีให้มันวิ่งตามมาหรอกนะ ผมก็เดินตาม ปกติของผมนี่แหละ ผมไม่ใช่คนซับซ้อนอะไร ที่พูดบอกมันไปก็จริงทุกคำ คือถ้ามันพอใจจะหลบหน้า ไม่คุยกันอย่างนี้ ทางออกเดียวที่ผมคิดได้คือต่างคนต่างไป

“เท็น! กูโกรธมึงอยู่นะ” เสียงเข้มๆ ของไอ้เมลดังมาจากข้างหลัง ผมไม่ได้หันไปมองมัน แต่สักพักก็โดนมันจับแขนไว้แล้วลากให้เดินตาม

ไอ้เมลพาผมมาคุยข้างสระบัวที่ค่อนข้างปลอดคน หน้ามันนี่หงุดหงิดชนิดที่ว่าถ้าพูดอะไรขัดหูนิดเดียวมันถีบผมตกน้ำแน่

“มึงจะเอายังไง” ผมเปิดประเด็น ส่วนไอ้เมลเข้าสู่โหมดใบ้แดกไปแล้ว

“เพื่อนกันเขาไม่ต้องมาตามง้อกันอย่างนี้หรอกนะไอ้เมล” แล้วพอกูมาง้อแม่งก็งี่เง่าอย่างนี้ไง เกือบได้วัดตีนกับเพื่อนมึงอีก ต่างหาก

“กูไม่ลืมหรอกว่าเป็นอะไรกับมึง ไม่ต้องย้ำ”

“ถ้าไม่ลืม แล้วมึงโกรธกูทำไม กูผิดตรงไหนที่ไปกินข้าวกับคนอื่น”

“มึงไม่ใช่แค่กินข้าวเท็น กูเห็นว่ามึงทำอะไร”

“กูจูบคนที่กูไปกินข้าวด้วยไม่ได้เหรอวะ”

“ถ้ากูบอกว่าไม่ได้”

“งั้นกูต้องถามมึงแล้วล่ะว่าทำไม กูไม่มีแฟนนะเมล กูไม่ได้ทำผิดกับใคร”

“มึงใจร้ายมากกว่าที่กูคิดซะอีกนะเท็น”

ผมเบือนหน้ามองไปอีกทาง ไม่อยากเห็นไอ้เมลทำหน้าแบบนี้เลย ไม่รู้ว่าทำไมมันยังต้องทนกับผม คนอย่างมันไม่ต้องพยายาม ทำอะไรก็มีคนมากมายที่พร้อมจะทำให้มันมีความสุข

“ถ้ารู้ว่ากูใจร้ายแล้วจะทนกับคนอย่างกูทำไมวะเมล”

ไอ้เมลไม่ตอบ และผมก็ไม่คิดจะคาดคั้นอะไรจากมัน

ผมไม่เข้าใจตัวเอง พูดจริงๆ เลยว่าผมก็ไม่รู้ว่าผมรู้สึกยังไง ผมให้อิสระกับตัวเอง ผมยึดตามความต้องการของตัวเองมาเป็นอันดับแรกเสมอ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผมจะทำตามสิ่งที่ผมคิดอยากจะทำเท่านั้น ผมไม่เคยต้องรู้สึกผิดเลยถ้าผมจะจูบหรือมีอะไรกับใคร แต่เพราะไอ้เมลทำให้สิ่งที่ผมเคยทำหรือเคยเป็นมันผิดเพี้ยนไปหมด ผมไม่อยากให้เป็นอย่างนี้เลยเพราะผมเหมือนจะค่อยๆ กลายเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวผม

ที่ผมกลัวที่สุดคือการสูญเสียความเป็นตัวเอง

“คืนนี้ไปค้างคอนโดมึงนะ มารับกูด้วย”

“อืม”

...............................To be continue...............................

ตอนท้ายเรื่องเราจะต้องกล่าวคำว่า ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นเลยค่ะ  :o8: ดีใจจริงๆ ที่มีคนติดตามเท็นกับเมลขนาดนี้ เกินที่คาดหวังไว้จริงๆ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยดูแลตัวเองกันด้วยนะคะ  :กอด1:
ฝากติดตามกันต่อไปเรื่อยๆ เลยนะคะ อาจจะมาวันละตอนสองตอน หรือสองวันตอน แต่ไม่ให้ค้างแน่นอนค่ะ

สุดท้ายนี้ก็ดีใจจริงๆ เลย อยากกรี๊ดดดดดดดดดดดด ฮ่าๆ  :hao5:
เท็น เท็น เท็น เย้!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-08-2013 19:25:20 โดย Snufflehp »

ออฟไลน์ rubymoona

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-5
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 7 :: 19-08-2013
«ตอบ #28 เมื่อ19-08-2013 21:33:40 »

พระเจ้าช่วย//ลูบอกอย่างตกตะลึง
มองเห็นเค้าลางแห่งความเปลี่ยนแปลง
พยายามเข้านะเมล เวลาช่วยได้แน่นอนจากเคจของเท็น
โฮ่ยๆๆๆๆๆๆ
ปล.เมลงี่เง่าจนเกือบจบแน่ะ!
ปล.2ก็ยังชอบความเป็นเท็นอยู่ดี

ออฟไลน์ Aoya

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 919
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-3
Re: So what : ตกลงเอาไง ::ตอนที่ 7 :: 19-08-2013
«ตอบ #29 เมื่อ19-08-2013 23:15:03 »

คุณ Snufflehp ทำเราอารมณ์ปรวนแปรอย่างรุนแรง
ตอนก่อนโน้นเราหงุดหงิดเท็น ตอนก่อนเราไม่พอใจเมล มาตอนนี้ทำเราเซ็งเท็นอีกรอบ
เอิ่ม คือทำเราอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ จริงๆ

เออ ถ้าเท็นมันอยากจะเป็นเพื่อนนักก็ให้มันเป็นไปเลย
ทำตัวปกติแบบที่ทำกับเขต กับลินเลย ไม่ต้องไปใส่ใจมัน
ถ้าเท็นอยากจะมานอนด้วยก็บอกว่าเพื่อนกันไม่นอนด้วยกันหรอก
จะคอยดูว่ามันจะเป็นเพื่อนได้อีกนานเท่าไหร่

เราจำได้นะว่าตอนนั้นที่เมลถามเท็นว่าเป็นเพื่อนกันไม่ได้เหรอ
แล้วเท็นมันตอบว่า ใครอยากจะเป็นเพื่อนกับมึง
แล้วยังคิดในใจอีกว่าแตกคาปากกูไม่รู้กี่รอบยังคิดจะเป็นเพื่อนกันอีก
แต่พอมาตอนนี้ได้กันมาไม่รู้กี่รอบ ยังจะย้ำอยู่นั่นว่าเพื่อนกันๆ
ตกลงจะเอายังไงกับเมลกันแน่
จากหงุดหงิดเป็นพัก ตอนนี้เรารำคาญเท็นจริงๆ จังๆ ละ





 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด