ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ
สรุปข้อสำคัญดังนี้
1.ห้ามละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
2.ห้ามโพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสมและเกิดความขัดแย้ง
3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ
4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด
โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอม
เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง
ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชมกรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0*******
"เสร็จกูแน่...ไอ้หน้าหล่อ"น่ารักว่ะ…ผมยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ แต่สายตาก็ยังไม่ละจากร่างตรงหน้า ถึงเขาจะนั่งห่างจากโต๊ะผมไปเพียงไม่กี่เมตร แต่ผิวหน้าขาวใสเนียน จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากบางเชิดนั้นก็เด่นชัดเสียจนผมห้ามสายตาตัวเองให้หยุดมองไม่ได้ ผมสีดำสั้นยาวระต้นคอและถูกเซ็ทมาอย่างดี รูปร่างผอมโปร่งแต่ก็ไม่ผอมจนเกินไป เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ก็ดูเนี้ยบไร้ที่ติราวกับเทพบุตรหลุดออกจากนิทานปกรนัมของกรีก…
ผู้หญิงหลายคนถึงกับต้องมองเหลียวหลังแล้วหันไปยิ้มหน้าแดงกับเพื่อนสาวตัวเองเพียงเพราะเขาคนนั้นยิ้มตอบให้ อา…ยิ้มแล้วดูดีชะมัด นี่สิที่เค้าเรียกว่า ‘หล่อ’ แต่ความหล่อมันก้ำกึ่งกับความสวยชอบกล ถ้าจับแต่งหน้า แต่งตัวสวยๆ คงไม่แพ้ผู้หญิงระดับนางงามเลยทีเดียว
ผมจำต้องยกแก้วกาแฟขึ้นจิบเพื่อปกปิดรอยยิ้มมุมปากของตัวเอง และก้มลงอ่านหนังสือพิมพ์ในมือต่อ สงสัยฟุ้งซ่านมากเกินไป ช่วงนี้ผู้หญิงขาดมือเพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องงาน ถึงขนาดตาลายไปชื่นชมผู้ชายด้วยกัน เป็นเอามากว่ะกู…
ว่าแล้วก็ก้มลงมองนาฬิกา…
“ห่าเอ้ย จะบ่ายโมงแล้วเหรอฟะ” หลังจากสบถกับตัวเองเสร็จ ผมก็รีบลุกขึ้น พับหนังสือพิมพ์เก็บแล้วเดินไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์ ผมยื่นแบงค์ห้าร้อยให้ พนักงานสาวรับไปแล้วกดอะไรสักอย่างกับเครื่องเก็บเงิน เสียงดังกุกกักๆ ผมชะเง้อคอมองว่ามีปัญหาอะไรเพราะท่าทางเธอดูวุ่นวายกับเจ้าเครื่องนี้เหลือเกิน แถมยังทำหน้าเสียกำแบงค์สีม่วงในมือแน่น
“ขอโทษนะคะ เครื่องมีปัญหานิดหน่อย รอสักครูนะคะคุณลูกค้า” เธอหันมาบอกผมก้มหัวขอโทษขอโพย แล้วรับวิ่งไปหลังร้านเรียกเพื่อนอีกคนหนึ่งมาช่วย
ผมลอบถอนหายใจ มองฬิกาข้อมือ…ไปสายแน่ๆ เลยกู ไม่อยากไปก็ไม่อยาก แล้วถ้ายังไปสายต้องโดนแว้ดแน่ๆ ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิดจนคิ้วเริ่มขมวด
ผมยืนเอามือล้วงกางเกงสแล็คสีดำอยู่สักพัก ก็ต้องหันไปดูเมื่อมีคนมาต่อแถวข้างหลัง
“ครับ อยู่ร้านกาแฟที่เดิมแหล่ะ” เขาคนนั้นกำลังคุยโทรศัพท์ยืนอยู่ข้างหลัง ห่างไปไม่กี่เซนเท่านั้นครับ ในมืออีกข้างหนึ่งก็ถือกระเป๋าตังค์ไว้ ผมหันไปมองจังหวะเดียวกับที่เขาหันมามองตอบพอดี…ผมยิ้มให้ตามมารยาท แต่กลับได้การพยักหน้าประมาณว่า ‘มึงยิ้มทำไม’ กลับมา ทำเอาผมหุบยิ้มแทบไม่ทัน
ผมหันกลับมาดูน้องพนักงานสองสามคนที่ช่วยกันรุมเครื่องเก็บเงินอยู่ ในใจก็คิด…อยากให้เสียอีกซักพักจริงๆ เลยวุ้ย เพราะเสียงทุ้มนุ่มของคนข้างหลังนี่มันเพราะเสียจริง อยากจะแอบยืนฟังอีกสักหน่อย เฮ้ย! คิดไรอยู่วะกู….พอๆ เลิกๆ นู่นนน ผู้หญิงเค้ารอแกอยู่ รีบๆ จ่ายเงินแล้วรีบไปได้แล้ว
แต่เอาวะ ขอมองอีกซักนิด…ผมชำเลืองหันไปมองอีกฝ่ายด้วยหางตา หล่อจริงเว้ยเฮ้ย พ่อแม่มันช่างสรรสร้าง ทำท่าไหนวะลูกถึงออกมาหน้าตาเยี่ยงเทพบุตรแบบนี้ …หุ่นสมส่วน แต่ตัวเล็กกว่าผมหน่อยนึง อืม อาจจะไม่หน่อยนึง ก็เกือบๆ สิบเซ็นได้… แต่ก็ถือว่าสูงสำหรับชายไทยทั่วไป ปากสีอมชมพูนั่นกำลังขยับไปมาเนื่องจากการคุยโต้ตอบทางโทรศัพท์ยิ่งดูน่าเอ็นดู หางตาตกนิดๆ ด้วย ท่าทางเจ้าชู้ไม่เบา…สรุปแล้วจะหล่อรึน่ารัก ช่วยเลือกเอาซักอย่างได้มั้ยครับคุณ (ถ้าไม่รวมกิริยาไม่น่ารักเมื่อกี้จะเยี่ยมมาก)
“ขอโทษนะ น้องครับ!อีกนานมั้ย พี่ไม่ได้มีเวลามายืนรอทั้งวันนะ!” เสียงไอ้หน้าหล่อนี่เองแหล่ะครับ มันแทรกคิวผมขึ้นมาแล้วขึ้นเสียงใส่พนักงานจนอึ้งกันไปทั้งร้าน … อารมณ์ร้อนด้วยเว้ย
“ขอโทษค่ะๆ เครื่องเสียนิดหน่อยแต่จะเสร็จแล้วค่ะ” น้องคนนั้นหันมาก้มหัวผงกๆ แล้วหันกลับไปซ่อมเครื่องต่อ ผมแอบได้ยินเธอซุบซิบกับเพื่อนว่า น่าเสียดาย หล่อก็หล่อ แต่นิสัยนี่ไม่ไหว..แอบเห็นด้วย
“เงินทอน 380 บาทค่ะ ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ ขอบคุณมากค่ะ” ผมรับเงินทอนมาแล้วหันไปยิ้มให้กำลังใจเธอ คาดว่าเธอคงจะตะลึงกับรอยยิ้มผสมลักยิ้มบุ๋มๆ ข้างเดียวของผมจนหน้าแดงราวกับลูกตำลึง ไม่แปลกใจครับ ใครๆ ก็บอกว่าเวลาผมยิ้ม เหมือนโลกทั้งใบถูกดูดลงไปในแบล็คโฮลล์เพราะคนๆ นั้นจะรู้สึกราวกับกำลังแหวกว่ายอยู่กลางอากาศ ขาไม่ติดพื้นและเคลิบเคลิ้มไปโดยไม่รู้ตัว
“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณครับ” ผมยังคงยิ้มต่อจนพนักงานสาวทำตัวไม่ถูก ยกมือข้างนึงจับผมตัวเองลูบไปมา เม้มปากเบาๆ ยิ้มตอบ
ปัง!เสียงมือข้างหนึ่งที่ฟาดลงบนโต๊ะเคาท์เตอร์พร้อมกับใบบิลสีขาวข้างใต้ดังลั่นไปทั่งร้าน ผมตกใจจนต้องหันกลับไปมองตามที่มาของมือข้างนั้น
ไอ้หล่อนั่นทำหน้าบึ้งตึง คงไม่พอใจที่ผมกับพนักงานสาวมัวแต่ส่งรอยยิ้มปิ๊งๆ ให้กันจนน่ารำคาญ แค่นั้นไม่พอ มันยังหยิบแบงค์พันออกมาวางฟาดตาม
“เร็วๆ”
หน้าบูดเป็นตูดลิงพอๆ กัน ทั้งไอ้หน้าหล่อและพนักงานสาว ท่าทางความหล่อของมันคงถูกประเมินลดลงไปกว่าครึ่งด้วยอากัปกิริยาไร้มารยาทและความเกรงใจ ผมไม่อยากจะยุ่งมากเลยรีบเก็บเงินลงกระเป๋าตังค์ แล้วผละออกมาจากร้าน ผมออกมายืนตรงชานนอกร้านแล้วก็หยุดอยู่แค่นั้น…เพราะสายฝนช่างกระหน่ำลงมาอย่างรุนแรงทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไร้วี่แววเมฆครึ้มเลยสักนิด
“สัตว์เอ้ย…ตกห่าอะไรตอนนี้วะ” เปล่าครับ ไม่ใช่เสียงผม แต่เป็นไอ้หล่อต่างหากที่ตอนนี้มันมายืนข้างๆ มือนึงเท้าสะเอว ส่วนอีกข้างนึงก็พาดตรงหลังต้นคอตัวเอง เกาแกรกๆ แถมคิ้วโค้งได้รูปนั้นก็ขมวดผูกโบว์เข้าหากันบ่งบอกอารมณ์ไม่ได้ดั่งใจ
“นั่นสิ” ผมตอบกลับลอยๆ แบบไม่ได้ต้องการคำตอบ จนอีกฝ่ายชำเลืองมามอง
“เซ็งว่ะ ทำไงดีวะ แม่งเอ้ย” เขาก็เหมือนจะตอบกลับมาแบบลอยๆ เช่นกัน ปากทำเสียงจิ๊จ๊ะจนผมแอบยิ้มในความน่ารักในใจ ถ้ามองข้ามความถ่อยเถื่อนและอารมณ์ร้อนๆ นั่นไปได้ คนนี้จะเพอร์เฟคเทพมากๆ
“คงต้องรอให้ฝนซาซักนิดแล้วค่อยออกไป” ผมพูดตามความจริงเพราะที่จอดรถอยู่ไกลกับตัวร้านมาก ขืนวิ่งฝ่าฝนออกไปมีหวังเปียกโชก
“ใครถามมึง” มันตอบ ทำปากเผยอหาเรื่อง…ซ่าจริงนะมึงตัวก็เล็กกว่าเห็นๆ
“ก็ไม่ได้ตอบใคร” ผมยักคิ้วขึ้นข้างนึงพร้อมรอยยิ้มที่เค้าบอกกันว่าเป็นรอยยิ้มพระเจ้า เอาสิวะ…มึงเทพมากูก็พระเจ้ากลับ ดูซิว่าฝ่ายไหนจะชนะ
“กวนนะมึง เดี๋ยวเจอตีน” ถึงเนื้อความจะดูรุนแรงแต่น้ำเสียงของเขากลับอ่อนลง นี่แหล่ะครับ พระเจ้าย่อมเหนือกว่าเทพเห็นๆ
ผมไม่ตอบ แต่หันกลับไปมองสายฝนต่อ…ฟ้าเริ่มใส เมฆดำเคลื่อนตัวออกช้าๆ ฝนจากที่กระหน่ำอย่างบ้าคลั่งก็คล่อยๆ คลี่คลายเหลือเพียงสายปรอยๆ ผมยิ้มให้ตัวเองแล้วยกหนังสือพิมพ์ขึ้นบังหัว
“ไปก่อนนะ ไอ้เตี้ย” ผมบอกอีกฝ่ายแล้วรีบวิ่งฝ่าเม็ดฝนเล็กๆ ออกมาทันที ไอ้ยินเสียงแว่วตามมาว่า มึงเรียกใครว่าไอ้เตี้ย เชี่ยเอ้ย….

Continued Part 1
จ๊วบทุกๆ คน ฝากเรื่องใหม่ด้วยนะครับ รับรองว่ามีทุกรส(โดยเฉพาะรสหื่น)เพราะคนเขียนเก็บกด
เอาให้มันสะใจ ใครมาว่าเกลียมัว เดี๊ยะเจอๆ
